ตอนที่ 6
ชายแดน
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·
เช้าวันหนึ่งในหลายๆ วันต่อมา…
“ไม่ออกไปไหนเหรอวันนี้” เสียงเรียบ ๆ ถามฉัน ในขณะที่ฉันกำลังเดินตามหาป้าแพมอยู่ ฉันเจอกับคุณอารัญเข้าโดยบังเอิญ ที่โถงทางเดินชั้นหนึ่งของคฤหาสน์
“ไม่ค่ะ” ฉันพยายามสำรวมท่าที
คุณอารัญอมยิ้ม ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “วันนี้ผมว่าง ไปขี่ม้าเล่นกันมั้ย วิวตรงท้ายทุ่งสวยมากเลยนะ”
ฉันยิ้มแห้ง ๆ “ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันขี่ม้าไม่เป็”
“แล้วถ้า—”
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันรีบตัดบท แล้วเดินหลบออกมาอย่างรวดเร็ว ฉันไม่ชอบเลย ที่ใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา และฉันก็ยังไม่พร้อมที่จะยอมรับเขา อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้
แล้วก็ไม่รู้ว่าวันนี้มันเป็วันอะไร พอฉันเลี่ยงคุณอารัญมาได้ก็ดันมาเจอกับภาคินเข้าให้อีก ซึ่งปรกติแล้วฉันไม่เคยเจอเขาที่ไหนมาก่อนเลย นอกจากในเวลาอาหารค่ำ
ภาคินเห็นฉันก็ยิ้มเ้าเล่ห์ กวนประสาท มาแต่ไกล “อ้าว~ มนุษย์”
ฉันเมิน เพราะไม่อยากจะเสวนาด้วย ฉันกลับหลังหัน แล้วเดินกลับไปทางเดิมที่ฉันเดินมา ภาคินเปิดประตูมิติจากด้านหลังมาโผล่ที่ด้านหน้า ขวางทางฉันไว้ เยี่ยม… ฉันลืมคิดไปว่าเขาทำแบบนี้ได้
“จะรีบไปไหน มนุษย์”
“ไปให้ไกลๆ จากตรงนี้”
“พอดีเลย ฉันกำลังไปจะแถวๆ ไปชายแดน ไปด้วยกันได้นะ”
“ไม่!”
“กลัวอะดิ มนุษย์เอ้ย~”
คำก็มนุษย์ สองคำก็มนุษย์ มนุษย์แล้วไงวะ “ได้! ฉันไปด้วย!” ฉันพูดออกไปแบบไม่ได้ยั้งคิด
แวบแรกภาคินทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ แต่แล้วรอยยิ้มเยาะก็แย้มออกมาที่มุมปาก “ดี...” เขาคว้าข้อมือฉัน ฉุดกระชากลากจูงฉันให้เดินไปกับเขา
“นี่! นาย! ปล่อย!”
“ไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวเธอเปลี่ยนใจวิ่งหนีไป ฉันก็หมดสนุกกันพอดี”
“ทำไม! นายจะพาฉันไปฆ่าที่ชายแดนหรือไง!”
“เดี๋ยวก็รู้...”
ภาคินลากฉันมาที่คอกม้าด้านหลังของคฤหาสน์ ซึ่งเป็ที่ดอน ทำให้ฉันเห็นได้ชัดเจนว่า คฤหาสน์หลังนี้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนทุ่งกว้าง
“ฉันขี่ม้าไม่เป็!” ฉันรีบบอก
“แล้วใครจะให้เธอขี่ล่ะ ซื่อบื้ออย่างเธอ ดูก็รู้ว่าขี่ไม่เป็”
“เอ๊ะ! นายนี่!” สายตาขุ่นเคืองพุ่งตรงไปหาเขา “พูดจาดีๆ ไม่เป็หรือไง!”
คนเฝ้าคอกม้าเห็นภาคินมา ก็รีบจูงม้าตัวสวยสีน้ำตาลเข้มตัวนึงออกมาให้อย่างรู้หน้าที่ เขารับสายจูงมาพร้อมกับพยักหน้าแทนการพูดว่าขอบคุณ
แล้วเขาก็หันมาสั่งฉัน “ขึ้นไป มนุษย์”
ฉันเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าควรก้าวขึ้นท่าไหนดี เพราะม้ามันตัวใหญ่ แล้วที่เหยียบขึ้นอานม้ามันก็ค่อนข้างสูง และที่สำคัญวันนี้ฉันใส่เดรสกระโปรงทรงแคบด้วย
ภาคินมองฉันหัวจรดเท้า... เท้าจรดหัว…
แควกก! กระโปรงสองข้างซ้ายขวาของฉันถูกฉีกขาดขึ้นไปเป็เส้นตรง มันแหวกขึ้นมาจนถึงต้นขา และเขาก็ใช้เพียงแค่สายตาในการฉีกมัน
ฉันใมาก “นายทำบ้าอะไร!”
ภาคินยิ้มมุมปาก สายตาของเขามีความสุขมากที่ได้แกล้งฉัน “ไม่งั้นขึ้นไปแล้วเธอจะนั่งยังไงล่ะยัยมนุษย์เตี้ย ถ้าเธอตกลงมาฉันโดนอารัญฉีกเป็ชิ้น ๆ แน่”
“เตี้ยแล้—”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ภาคินก็อุ้มฉันขึ้นไปนั่งคร่อมบนหลังม้าเรียบร้อยแล้ว “จับไว้ดี ๆ อย่าเพิ่งหล่นลงมาล่ะ”
ฉันจับไว้แน่นเพราะกลัวจะตก แล้วภาคินก็ะโขึ้นมานั่งซ้อนด้านหลัง เขายื่นแขนมาด้านหน้า จับบังเหียน โอบฉันเอาไว้ ฉันค่อยรู้สึกมั่นคงปลอดภัยขึ้นมาหน่อย เขาวาดมือวนๆ ไปบนอากาศด้านหน้า ประตูมิติค่อยๆ เปิดขึ้น แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้ถูกทำให้หลับแต่อย่างใด และเมื่อประตูมิติเปิดขึ้นกว้างพอ เขาก็กระตุกเชือกพาฉันพุ่งทะยานผ่านเข้าไป
ภาคินควบม้าไปข้างหน้าด้วยความเร็ว ลมหนาวปะทะใบหน้า พื้นที่แถวนี้อึมครึม เมฆดำลอยต่ำ และมีเศษหิมะละลายอยู่ประปรายตามพื้น
“หนาววว” ฉันะโแข่งกับเสียงลม และความเร็ว
“มนุษย์นี่อ่อนแอจริง ๆ” เขาเย้ย
“ทีหลังบอกกันก่อนนะ ฉันจะได้แต่งตัวมาถูก” ฉันประชด เดรสสายเดี่ยวบางๆ จะเทียบได้ยังไงกับแจกเก็ตสูทที่เขาใส่อยู่
ภาคินหัวเราะชอบใจ แล้วฟองอากาศลูกใหญ่ก็ผุดขึ้นมาครอบเราและม้าเอาไว้ ฉันยังคงรู้สึกถึงลม ยังได้ยินเสียงความเร็วที่ผ่านหูไป แต่ลมและอากาศที่ไหลเวียนอยู่ภายในฟองอากาศใสๆ นี้ อุ่นสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เวทมนตร์นี่ช่างอัศจรรย์ใจเสียจริง
ไม่ต้องมีใครบอก ฉันก็พอจะเดาได้ว่าสภาพของป่าละเมาะมืดๆ แถบชายแดนนี้ น่าจะเป็ผลพวงมาจากกระแสมนต์ดำที่แผ่ขยายมาถึง
ภาคินชะลอม้าค่อยๆ ลดความเร็วลง จากวิ่ง จนเป็เดิน
“นายมาทำอะไรที่นี่” ความสงสัยทำให้ฉันต้องถาม
“พาเธอมาฆ่าทิ้งไง เป็ที่ตายที่โรแมนติกดีนะ ว่ามั้ย?”
ฉันนิ่งเงียบ ไม่แน่ใจนักว่าเขาพูดจริงหรือพูดเล่น
“ถ้าฉันจะฆ่าเธอจริงๆ เธอไม่อยู่มาได้จนถึงป่านนี้หรอก”
ก็จริง… ที่เขาพาฉันมาด้วยก็คงเพราะแค่อยากจะแกล้งฉันสินะ ฉันไม่อยากยอมรับเลยว่าเขาทำสำเร็จ เพราะบรรยากาศตรงนี้มันน่ากลัวจริงๆ ฉันไม่น่าพลั้งปากมาด้วยเลย
เราขี่ม้ากันมาจนถึงหน้าอาคารสองชั้น ข้างๆ อาคารมีป้อมประภาคารสูงตั้งตระหง่านอยู่ ภาคินะโลงจากม้า ผูกสายจูง แล้วยื่นแขนทั้งสองข้างออกมาเพื่อรอรับฉัน
“ไม่ต้อง ฉันลงเองได้” ฉันค่อยๆ พยุงตัวเองลงจากม้า แต่การที่ฉันไม่รู้วิธีที่ถูกต้องในการลงจากหลังม้า ทำให้ฉันเสียหลัก และแน่นอนภาคินรับฉันไว้ทัน อย่างไม่ต้องพยายาม เขาอุ้มฉันไว้ แผงอกกว้าง และแขนที่รับน้ำหนักที่หลังและใต้หัวเข่าของฉัน แข็งแรง มั่นคง ไม่ไหวติง วูบหนึ่งที่ฉันเห็นสายตาของเขาแพรวพราว ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็ขบขัน
เขาวางฉันลงอย่างไม่ให้ตั้งตัว ฉันเซเล็กน้อย “ขอบใจ!” ฉันพูดห้วนๆ ในลำคอ
ภาคินไม่ได้สนใจฟัง เขาหันหลัง และเดินฉับๆ เข้าไปในอาคาร ฉันรีบวิ่งตามเข้าไป
เมื่อมาถึงด้านใน เ้าหน้าที่สองคนที่ประจำอยู่ โค้งคำนับให้ภาคินและฉัน
“จับได้กี่คน” ภาคินถามเ้าหน้าที่
“แปดคนครับ”
“แล้วพวกนั้นมาหรือยัง”
“ยังครับ แต่อีกเดี๋ยวคงจะมา”
เขาหันมาหาฉัน “รอตรงนี้นะมนุษย์” แล้วเขาก็เดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งพร้อมกับเ้าหน้าที่ทั้งสองคน โดยที่ประตูถูกแง้มทิ้งเอาไว้
แล้วฉันก็ได้ยินเสียงดังลอดออกมาจากในห้องนั้น “ได้โปรดนายท่าน... พวกเราไม่อยากกลับไป..” เสียงอ้อนวอนประสานกันทั้งผู้ชาย และผู้หญิง และถ้าฉันได้ยินไม่ผิด มีเสียงเด็กร้องไห้ด้วย
ฉันค่อยๆ ย่องไปที่ประตู และแอบดูผ่านช่องเล็กๆ ที่ถูกแง้มเอาไว้ ในห้องนั้นมีเ้าหน้าที่อยู่อีกสองสามคน และมีคนกลุ่มหนึ่งถูกขังอยู่ในกรงสี่เหลี่ยม มีทั้งชาย หญิง และเด็ก พวกเขามอมแมมและผอมโซ ทุกคนยกมือไหว้อ้อนวอนภาคินอย่างสุดชีวิต “ได้โปรดนายท่าน... ถ้าพวกเรากลับไปพวกเราจะถูกสาป ได้โปรด… ได้โปรด...”
ภาคินไม่แม้แต่จะมองหน้าพวกเขา “กฎก็คือกฎ!” เขาขึ้นเสียง
เ้าหน้าที่คนหนึ่งเปิดประตูเหล็กบานใหญ่ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ซึ่งเปิดออกไปเป็ลานกว้าง และไม่กี่อึดใจก็มีเสียง พรึบบบ! มีบางอย่างบินลงมาจากฟ้า สัตว์ประหลาดิัหยาบกระด้างสีเทาสองตัว หน้าตาของมันน่าเกลียดน่ากลัว ตาโบ๋ ฟันของมันยาว และแหลมคม หูยาวแหลมชี้ขึ้นไป้า พวกมันมีเขาโผล่ออกมาจากหน้าผาก ลำตัวมีแต่ซี่โครง และมีปีกที่เหมือนค้างคาว
“ส่งง...พวกมันมาา...” เสียงสัตว์ประหลาดบาดลึก ลึกลงไปถึงกระดูก เ้าหน้าที่สองคนผลักกรงออกไปที่ลานกว้างด้วยเวทมนตร์ ก่อนที่สัตว์ประหลาดจะใช้ขาอันแข็งแรง และกรงเล็บของมัน ยกกรงขึ้นแล้วบินจากไป ท่ามกลางเสียงร้องระงมอย่างน่าเวทนาของคนที่อยู่ในกรง
ประตูเหล็กถูกปิดลงเมื่อสัตว์ประหลาดบินลับตาไป ภาคินเดินออกมาจากห้อง เจอกับฉันที่ยืนแข็งเป็ก้อนหินอยู่ตรงหน้าประตู
เขามองฉัน สีหน้าของเขาเคร่งเครียด บึ้งตึง “ยุ่งไม่เข้าเื่เลยนะมนุษย์”
“นั่น… นั่นมันเื่อะไร...”
“พวกนั้นหลบหนีออกมาจากพื้นที่มนต์ดำ เรามีหน้าที่ตามจับ และส่งพวกเขากลับไป โทษฐานที่หลบหนี พวกเขาจะถูกสาปเป็ผีดิบ และถูกเอาไปขังไว้ในคุกรวม ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน พวกเขาจะเป็ผีดิบที่ยังคงมีชีวิตจิตใจ เ็ป และหิวโหย พูดไม่ได้ แสดงความรู้สึกไม่ได้ ตายไม่ได้”
พวกเขาจะถูกขังทั้งร่างกาย และจิตใจ ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเ็ปทรมานแค่ไหน “ทำไม… นายต้องส่งพวกเขากลับไป ทำไมนายไม่ช่วยพวกเขา!”
“มันเป็ข้อตกลงระหว่างดินแดน ตราบใดที่เรายัง้าความสงบสุข เราก็ต้องทำตาม” เขามองมาที่ฉัน เคร่งเครียด ครุ่นคิด “จำไว้นะมนุษย์... ว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่สิ่งสวยงามอย่างที่เธอเข้าใจ” เขาจริงจัง ฉันไม่เคยเห็นสีหน้าจริงจังของเขามาก่อน
“แล้ว… ปีศาจพวกนั้น...”
“มันคือการ์กอยล์…”
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·