หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำสิ่งที่อยากทำ นทีและไลล่านั้นพวกเขาไม่ได้ออกไปไหนเพราะนทีนั้นต้องการที่จะอ่าน E-Book ในแท็บเล็ต ส่วนไลล่านั้นเธอบอกว่าเธออยากจะหาข้อมูลจากกระดานสนทนาของผู้เล่นเพิ่มเติม แต่ทุกคนก็รู้ว่าเธอแค่ติดกระดานสนทนาเท่านั้นเอง ที่ใดมีโพสใหม่ที่นั่นจะมีคอมเม้นของไลล่าโผล่ไปเสมอ
เฮ เฮ เฮ!
" นายแน่ใจเหรอว่าอยากจะทำแบบนี้จริง ๆ " เสียงทุ้มลึกของหญิงสาวผิวสีแทนเอ่ยขึ้น
" ทำไมจะไมล่ะ? ผู้ได้รับพรตัวเป็น ๆ มันไม่ได้พบเจอกันง่ายเหมือนมอนสเตอร์หรอกนะ " เสียงอันเคร่งขรึมของชายร่างสูงตอบกลับ
ใจกลางลานประลองของเมืองเดอร์ล็อคนั้น คนสองคนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในท่าทางพร้อมสู้ ในมือของพวกเขาไม่ได้ถืออาวุธใด ๆ
ผู้คนมากมายยืนส่งเสียงโห่ร้องเชียกันอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาไม่ได้รับชมการประลองที่น่าตื่นเต้นแบบนี้มานานมากแล้วเพราะนี่คือการประลองระหว่างผู้ได้รับพรกับรองหัวหน้ากิลด์ผจญภัยประจำเมืองเดอร์ล็อคของพวกเขานั่นเอง
พิมชนก : ไม่ต้องกลัวหมอนั่นบาดเจ็บนะ เดี๋ยวฉันคอยรักษาให้ทีหลัง ไม่ต้องออมมือล่ะ! (สติกเกอร์เชียร์ลีดเดอร์)
ไลล่า : ถ้าฉันรู้มาก่อนก่อนว่าเขาจะท้าพี่กันยาประลอง ฉันคงไปด้วยแล้ว! อดดูคนโดดอัดเลย ชิ! (สติกเกอร์โมโห)
พิมชนก : เอ๋..ไม่ใช่ว่าเธอแค่อยากอยู่กับนทีหรอกเหรอ (สติกเกอร์เอียงคอ)
ไลล่า : พี่พิม!
พิมชนก : โอเค ๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว โอ๊ะนี่ไง มันมีฟังก์ชันถ่ายวิดีโอด้วยล่ะ เดี๋ยวจะส่งให้ทีหลังนะ!
ไลล่า : เย้!! พี่พิมน่ารักที่สุด
กันยาที่อ่านแจ้งเตือนก็ขำออกมาเบา ๆ กับข้อความเหล่านี้
" ถึงข้าจะไม่ใช่ผู้รับพรแต่ขอเตือนว่าอย่าประมาทกันจะดีกว่า ไม่งั้นท่านอาจจะบาดเจ็บได้นะครับ ท่านกันยา " คาลอสเอ่ยอย่างหงุดหงิด
กันยาปิดจอแชทโฮโลแกรมปาร์ตี้แล้วมองหน้าคาลอส เธอแสยะยิ้มแล้วกวักมือเบา ๆ ใส่เขาอย่างท้าทาย
" การต่อสู้ระหว่าง ท่านกันยาผู้ปกป้องเมืองเดอร์ล็อคและท่านคาลอสรองหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยแห่งเมืองเดอร์ล็อค จะเริ่มขึ้นใน สาม สอง หนึ่ง สู้!!"
เป๊ง !
ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น คาลอสก็พุ่งเข้าหากันยาในทันที แม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่ใหญ่โตแต่ความรวดเร็วของเขานั้นก็ยังเร็วกว่าคนทั่วไปอยู่หลายขุม ทันทีที่มาถึงตรงหน้ากันยา เขาก็แย็บหมัดขวาเข้าหาสีข้างของเธอแต่กันยาเพียงแค่ขยับเท้าไปข้างหลังเล็กน้อยเธอก็สามารถเอี้ยวหลบหมัดแย็บได้อย่างงายดาย
" หืม..ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเป็นอะไรหรอกนะ ใช้แรงทั้งหมดที่นายมีได้เลย " กันยากล่าว
เมื่อคาลอสได้ยินเช่นนั้น เขานึกว่ากันยานั้นดูถูกในพลังหมัดของเขา คราวนี้คาลอสฮุคหมัดซ้ายตรงที่เป็นดั่งไพ่ตายที่เขาใช้เผด็จศึกศัตรูออกไปในทันที
ผัวะ!
" ปะ...เป็นไปได้ยังไงกัน! " คาลอสกล่าวขึ้นอย่างตื่นตระหนก
ไม่เคยมีใครสามารถรับหมัดฮุคซ้ายของเขาได้มาก่อน แต่ในตอนนี้นั้นมันฮุคซ้ายของเขาถูกหยุดไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของกันยาเท่านั้น
" ตาฉันบ้างล่ะ! "
กันยาดึงหมัดของคาลอสเข้ามาทำให้ตัวของเขาถูกดึงเข้ามาหากันยาไปด้วย ผู้ชมต่างตื่นตะลึงกับการได้เห็นร่างกายอันใหญ่โตของคาลอสถูกกระชากไปอย่างง่ายดาย พริบตาต่อมาหมัดซ้ายของกันยาที่ง้างรอไว้ก็พุ่งตรงไปยังคางของคาลอสในทันที
ผัวะ!
" โอ้พระเจ้า! " ผู้ชมต่างอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้เห็นคาลอสสุดแกร่งนั้น ลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศด้วยหมัดเดียว ร่างของคาลอสลอยสูงขึ้นไปครู่หนึ่งก่อนที่จะลงมากระแทกกับพื้นอย่างแรง
ตูม!
เสียงร่างของคาลอสกระแทกกับพื้นสนามประลองดังสนั่นหวั่นไหว ผู้ชมมากมายต่างอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน แล้วเพียงชั่วอึดใจนั้นพวกเขาก็เริ่มส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น
ท่านกันยา ท่านกันยา ท่านกันยา!
สำหรับชาวเมืองเดอร์ล็อคแล้ว คาลอสก็เปรียบเสมือนชายที่แข็งแกร่งที่สุด เขาคือเสาหลักของกิลด์นักผจญภัยในเมืองแห่งนี้ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าพวกเขานั้นคือการที่เสาหลักของพวกเขาถูกโค่นลงอย่างง่ายดายด้วยหมัด ๆ เดียวจากผู้หญิงตรงหน้า
พิมชนก : พวกเธอต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าผลลัพธ์เป็นยังไง ฮิฮิ
ไลล่า : อ๊า! หนูอยากดูคลิปแล้ว พี่พิมรีบกลับมาเลยนะคะ!
นที : คาลอสสลบด้วยหมัดเดียวของกันยา ?
ไลล่า : นายจะบ้าเหรอ คาลอสตัวใหญ่ขนาดนั้นจะโดนหมัดเดียวจอดได้ยังไง
พิมชนก : ...
ไลล่า : อะ..เอ๋?! หรือว่า!?
กันยาโบกไม้โบกมือให้กับเหล่าผู้ชมพลางอ่านแชทของพวกเขาไปด้วย
กันยา : ฉันนึกว่าเขาจะหลบได้น่ะ สงสัยฉันคาดผิดไปหน่อย รู้สึกผิดเลยแฮะ
นที : ไม่แปลกหรอก เธอได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษตอนเป็นตำรวจนี่นะ
ไลล่า : เอ๋! พี่กันยาเป็นตำรวจเหรอคะ? ทำไมหนูไม่รู้มาก่อนเลยล่ะ
พิมชนก : ก็เธอมัวแต่อ่านกระดานสนทนา ตอนที่คนอื่นเขาคุยกันไงล่ะ!
ไลล่า : [สติ๊กเกอร์ร้องไห้]
หลังจากที่กันยาและพิมชนกกลับมารวมตัวกับนทีและไลล่าแล้วนั้น พวกเขาก็ตัดสินใจออกไปเดินเล่นระหว่างทางที่จะไปยังคฤหาสน์ของเซอเซีย ผู้คนมากมายต่างทักทายพวกเขาอย่างเป็นมิตร ผู้หญิงและเด็กหลายคนวิ่งเข้ามาขอบคุณพิมชนกที่ได้ช่วยเหลือสามีของพวกเธอไว้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยทักทายกันยาอย่างเคารพหลังจากที่เห็นเธอแสดงความแข็งแกร่งในลานประลอง
มีผู้ชายหลายคนที่เหลือบมองมายังไลล่า พวกเขานั้นอยากจะเข้ามาพูดคุยกับเธอ เพราะความงดงามของเธอนั้นยากที่จะต้านทานแต่พวกเขาก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้น เพราะข้าง ๆ เธอนั้นคือนทีที่เดินอ่านแท็บเล็ตอยู่ สำหรับชาวเมืองทั้งหลายแล้วพวกเขารับรู้กันว่าไลล่านั้นเป็นคนรักของนที ถึงแม้นทีจะไม่รู้ว่าข่าวคราวแบบนี้มาจากไหน แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะว่ามันช่วยลดปัญหาสามัญในการทะเลาะวิวาทในโลกแฟนตาซี เวลามีตัวประกอบตีมึนเข้ามาเพราะมีสาวงามอยู่ในกลุ่มนั่นเอง
ระยะทางระหว่างร้านรังมังกรจนถึงคฤหาสน์ของเซอเซียนั้นจริง ๆ แล้วพวกเขาสามารถเดินทางโดยใช้เวลาเพียงแค่สิบห้านาทีก็จะไปถึงยังจุดหมายได้ แต่ทุกก้าวเดินของพวกเขาก็มักจะทุกหยุดไว้ด้วยชาวเมืองมากหน้าหลายตาที่เข้ามาขอบคุณพวกเขาอย่างไม่หยุดหย่อน จนทำให้พวกเขาถึงปลายทางช้ากว่าที่คาดไว้ไปเป็นชั่วโมง
" ว้าว! สมกับเป็นคฤหาสน์เจ้าเมืองจริง ๆ " นทีเอ่ยขึ้น
" ถึงจะไม่ได้สวยงามเท่าหลังที่ฉันและพี่ลอเรน่าอยู่แต่ก็ถือว่าใช้ได้ล่ะนะ " ไลล่าเอ่ย
สำหรับไลล่าที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราแล้วนั้น เธอไม่ได้ตื่นตาตื่นใจกับคฤหาสน์สีขาวตรงหน้ามากมายนัก เพราะที่พักส่วนใหญ่ของเธอนั้นใหญ่โตกว่านี้หลายเท่า แต่กับนทีนั้นถึงแม้ว่าพ่อของเขาจะทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แต่เขาก็ไม่เคยพานทีไปดูโครงการต่าง ๆ เลยสักครั้งเดียว ทำให้เขาค่อนข้างตื่นเต้นกับคฤหาสน์ตรงหน้า
ส่วนกันยาและพิมชนกนั้นพวกเธอเคยมายังคฤหาสน์แห่งนี้แล้วโดนไล่ตะเพิดไป พวกเธอจึงรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนักที่ต้องกลับมายังที่แห่งนี้
" สวัสดีครับ พวกท่านคือ เหล่าผู้ได้รับพรที่ช่วยปกป้องเมืองเดอร์ล็อคของเราไว้ใช่ไหมครับ กระผมมีนามว่า 'เชสเตอร์' หัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลเดอร์ล็อค ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่คฤหาสน์เดอร์ล็อคครับ " เชสเตอร์กล่าวพลางโค้งคำนับ
" ใช่แล้วครับ ผมนที ส่วนนี่ไลล่า กันยา แล้วก็พิมชนกครับ " นทีตอบรับพร้อมแนะนำตัวสาว ๆ
" เป็นเกียรติที่ได้พบท่านทั้งสี่ครับ นายท่านเซอเซียและคุณหนูอาเรียรอทุกท่านอยู่ข้างในแล้ว เชิญตามกระผมมาได้เลยครับ "
เชสเตอร์เดินนำพวกเขาเข้าไปยังคฤหาสน์ ระหว่างทางนั้นพวกเขาผ่านสวนดอกไม้และไม้ประดับอันสวยงาม พื้นที่ที่เป็นลานกว้างของคฤหาสน์แห่งนี้นับว่าใหญ่โตเลยทีเดียว
เมื่อพวกเขาเดินตามเส้นทางหินอ่อนมาได้ครู่หนึ่ง เงาร่างของหญิงสาวผมสีขาวก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของพวกเขา เธอยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าไปยังคฤหาสน์หลัก เมื่อเธอเห็นเชสเตอร์และพวกนทีที่กำลังเดินมา เธอก็เดินเข้ามาหาพวกเขาเช่นเดียวกัน
" สวัสดีค่ะ! ฉันชื่ออาเรีย เดอร์ล็อค ต้องขอบคุณท่านทั้งสี่มากเลยนะคะ ที่ให้เกียรติตอบรับคำเชิญในการรับประทานอาหารเย็นกับเราในค่ำคืนนี้ "
เสียงหวานใสที่เปล่งออกมาจากหญิงสาวนั้น ทำให้กลุ่มของนทีถึงกับชะงัก เสียงอันอ่อนโยนของเธอนั้นช่างแปลกประหลาดสำหรับพวกเขา เพราะถึงแม้มันจะดูไพเราะเสนาะหูเพียงใด แต่กลับแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ทำให้พวกเขานั้นรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บไปตาม ๆ กัน
" นับเป็นเกีรยติของพวกเรามากกว่า ที่ได้เข้ามาเยือนยังคฤหาสน์แห่งนี้ " กันยาตอบกลับ
เมื่อฟังจากน้ำเสียงประชดประชันของกันยาแล้ว พวกนทีก็รับรู้ได้ว่าเธอนั้นยังเคืองกับการที่ถูกไล่ตะเพิดไปในเมื่อวานนั่นเอง
" หากฉันหรือคนในคฤหาสน์เคยทำสิ่งใดที่ไม่ถูกไม่ควรแก่ท่านกันยาแล้วล่ะก็ ฉันขออภัยแทนพวกเขาเหล่านั้นด้วยนะคะ "
หลังอาเรียกล่าวจบเธอก็โน้มตัวลงในทันที พวกนทีตกใจเป็นอย่างมากต่อท่าทีที่อาเรียนั้นแสดงออกมา เธอที่เป็นถึงคุณหนูของคฤหาสน์เดอร์ล็อคและเป็นถึงลูกของเจ้าเมืองเดอร์ล็อคแห่งนี้ยอมก้มหัวให้กับพวกเขาง่าย ๆ เพียงแค่ต้องการขอโทษในสิ่งที่คนของเธอทำผิดพลาดไป
' เธอถึงขั้นขอโทษแทนลูกน้องทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูงมาก! ' สาว ๆ คิดเมื่อเห็นการแสดงออกของ อาเรีย
' เธอ..เธอใหญ่มาก! นี่มันพอ ๆ กันกับลอเรน่าเลยนะ! ' แต่นทีไม่ได้คิดสิ่งเดียวกันกับสาว ๆ
ตั้งแต่ที่เขาได้ยินเรื่องที่ผู้คนซุบซิบเกี่ยวกับความงดงามของอาเรียที่เทียบได้กันกับไลล่านั้น จิตใต้สำนึกลึก ๆ ของนทีก็รอคอยการพบเจอกับคุณหนูอาเรียคนนี้มาโดยตลอดและเมื่อเขาได้พบเธอแล้ว ความคาดหวังที่เขามีก็ไม่ผิดหวังเลยแม้แต่น้อยนิด
ในสายตาของนทีนั้น เธอมีความงดงามเทียบเท่าได้กับไลล่าและลอเรน่า ผมสีขาวและดวงตาสีฟ้าอันงดงามของเธอนั้นโดดเด่นถึงอย่างที่สุด เรือนร่างและผิวที่ดูขาวราวกับเกล็ดหิมะนั้น นทีสามารถจินตนาการได้เลยว่าสัมผัสของมันจะนุ่มนวลเพียงใดและสิ่งสุดท้ายที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถมองข้ามไปได้ นั่นคือเนินอกอันใหญ่โตที่ล้นทะลักออกมาจากร่องเสื้อของเธอ
บ๊อก บ๊อก บ๊อก!
ทันใดนั้นเองก็มีลูกสุนัขสีขนสีขาวปุกปุยตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากคฤหาสน์ มันวิ่งเข้าไปหากลุ่มของนทีพลางผลัดดมกลิ่นของพวกแต่ละคน
" วินเทอร์! อย่าเสียมารยาทสิ กลับมานี่นะ! " อาเรียเอ่ยอย่างลนลาน
" อ๊าย! น่ารักจังเลย! " พิมชนกเอ่ยขึ้นพร้อมอุ้มเจ้าวินเทอร์ขึ้นมากอด
" ดูเหมือนมันจะชอบคุณนะคะ ปกติแล้วมันจะไม่ยอมให้ใครอุ้มเลยล่ะค่ะ " อาเรียกล่าวขึ้น
" คุณหนูครับ เราเลยกำหนดการมาพอสมควรแล้ว รีบเข้าไปข้างในกันเถอะครับ นายท่านรออยู่ " เชสเตอร์เอ่ยขึ้น
“ คะ..คุณพ่อรออยู่?! โอเคค่ะ” อาเรียตอบด้วยท่าทางประหม่า
โดยที่การแสดงออกแบบนี้ของเธอก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของนทีไปได้เช่นกัน สาว ๆ ผลัดกันลูบหัวเจ้าวินเทอร์ ในระหว่างที่พวกเขาเดินเข้าไปยังใจกลางคฤหาสน์ที่เป็นสถานที่สำหรับรับประทานอาหาร อาเรียนั้นแปลกใจเป็นอย่างมากที่เจ้าวินเทอร์ของเธอนั้นดูเหมือนจะชอบพวกนทีเป็นพิเศษ
เมื่อพวกเขาเข้ามาในห้องรับประทานอาหารแล้วนั้น พวกเขาก็ต้องทึ่งกับการตกแต่งที่หรูหรา ไม่ว่าจะเป็นโคมเทียนระย้าที่ห้อยลงมาส่องแสงระยิบระยับ ฝาผนังที่ถูกประดับไปด้วยภาพวาดที่ดูแล้วคล้ายกับเหล่าผู้ได้รับพรที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ บนโต๊ะมีอาหารหลากหลายที่พวกนทีไม่คุ้นชินจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
" ยินดีต้อนท่านผู้ได้รับพรทั้งสี่ เข้าสู่คฤหาสน์เดอล็อคของผมครับ " เสียงแหบกร้านจากชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหัวโต๊ะดังขึ้น เขาก็คือเซอเซีย เดอร์ล็อค เจ้าเมืองแห่งนี้นั่นเอง
เขามีผมสีดำเข้มและผิวสีเนื้อ รูปร่างและหน้าตาของเขานั้นนับว่าธรรมดาหรือไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก เมื่อเทียบกันกับลูกสาวของเขาอย่างอาเรียแล้วล่ะก็ คงต้องบอกว่าเธอนั้นน่าจะได้ความงดงามมาจากฝั่งแม่ทั้งหมด
" ยินดีที่ได้พบ ท่านเซอเซีย " นทีและสาว ๆ โน้มตัวลงเล็กน้อย
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย เชิญนั่ง ๆ หากไม่ได้พวกท่านแล้วล่ะก็ เมืองของผมคงประสบกับหายนะอันใหญ่หลวงเป็นแน่ ผมเป็นหนี้พวกท่านแล้ว " เซอเซียหัวเราะร่าแล้วเชิญให้พวกนทีนั้นนั่งลง
นทีและสาว ๆ ก็นั่งลงโดยที่นทีนั้นนั่งตรงกันข้ามกับอาเรีย ซึ่งเขาต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากในการที่จะไม่แสดงอาการที่ไม่เหมาะสมออกไป เขาทำแค่เพียงแค่จ้องมองอาหารบนโต๊ะเท่านั้น เมื่อพวกเขานั่งลงเรียบร้อยแล้วก็เริ่มรับประทานอาหารเย็นกัน โดยที่พวกเขายังไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก