“รปภ...เกิดอะไรขึ้นที่นั่น” หลินอู๋เฉินลูบศีรษะให้เธอ ดูเหมือนว่าเรื่องเมื่อเช้าในบริษัทคงทำให้คุณหนูคนนี้กลัว
“คุณยังจำวันนั้นได้ไหมคะ ที่ฉันบอกว่ามี รปภ แปลกๆ ไม่ยอมฟังคำสั่งฉัน” ซ่งจื่อจิงถามย้อนความ
“จำได้สิ หรือว่าจะเป็นเขา” หลินอู๋เฉินขมวดคิ้วมุ่น
“ใช่ค่ะ เฉียวเจิ้นอวี่ เพื่อนของเลขาจางหลี่ ตำรวจตามหาตัวเขาถึงบริษัทฯ ฟังว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลชุนเหลียน ส่วนรายละเอียดมากกว่านี้ฉันไม่รู้ เพราะขี้เกลียจจะคุยก็เลยให้เลขาจางเป็นคนจัดการ”
คุณหนูซ่งไม่ถนัดเรื่องพบปะผู้คน เธอเป็นผู้มีอำนาจในฉินกรุ๊ปฯ แค่ในนาม ความจริงบริหารไม่เป็น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะผลักทุกอย่างให้เลขาจางจัดการ
“โรงพยาบาลชุนเหลียน...” หลินอู๋เฉินเริ่มคาดเดาถึงบางสิ่ง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ สีหน้าคุณดูไม่ดีเชียว” ซ่งจื่อจิงถามด้วยความเป็นห่วง
หลินอู๋เฉินหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดรูปสเกตซ์ที่ได้จากจ้าวหานให้เธอดู
“ลองดูสิ คนที่เธอบอกใช่ไหมหมอนี่หรือเปล่า”
ซ่งจื่อจิงมองภาพวาดแวบเดียวก็ผงกศีรษะ ตามด้วยกล่าว “ใช่ค่ะ หน้าตาคล้ายกันมาก ทำไมคุณหลินถึงได้มีรูปของเฉียวเจิ้นอวี่ล่ะคะ”
“นี่เป็นรูปสเกตซ์ของตำรวจน่ะ”
“เอ๋...”
“พอดีเพื่อนในมหาลัยเข้าโรงพยาบาล เธอเห็นหน้าคนร้ายพอดี ฉันเลยนึกถึงเรื่องที่เธอเพิ่งพูด ปรากฏว่าหมอนี่คือเฉียวเจิ้นอวี่ คนเดียวกับที่เป็น รปภ ของเราซะงั้น” หลินอู๋เฉินบอก
“ฟังดู...น่ากลัวจังนะคะ ถ้าหากวันนั้นเขาคิดฆ่าฉันขึ้นมา...ฮือฮือ กลัวจัง”
ซ่งจื่อจิงซุกหน้าลงไปในอ้อมอกเขา ร้องไห้งอแงเหมือนเด็กๆ หลินอู๋เฉินไม่ได้ว่าอะไร เพียงลูบแผ่นหลังเธอในระหว่างครุ่นคิดถึงบางอย่าง
“ตอนนี้ตำรวจกำลังออกจับเฉียวเจิ้นอวี่ เขาคงไม่มาทำงาน ไม่แน่ว่าอาจจะติดต่อจางหลี่” หลินอู๋เฉินพึมพำ
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ช่วงนี้ทำไมฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะเฉียวเจิ้นอวี่ที่ทำงานในฉินกรุ๊ปฯ เขาอยู่ที่นั่น แค่ปลายจมูกของฉัน...คิดแล้วก็กลัวนะคะเนี่ย”
“ไม่ต้องกลัว ด้วยสิ่งที่ตำรวจจะทำต่อจากนี้ ฉันว่าเขาคงถูกวิสามัญในที่สุด”
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงดี” คุณหนูซ่งพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะใช้มือเกี่ยวรั้งคอเขาเข้ามาดูดดอม “คุณคะ ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย บ่ายนี้เรามา...เอากันไหมคะจะได้รู้สึกดีขึ้น”
“หืม…”
“นะคะ ช่วงนี้ฉันเครีึยดๆ ด้วย เรามาทำกันเถอะค่ะ เห็นเขาว่าเซ็กซ์สามารถเยียวยาจิตใจได้ดี”
หลินอู๋เฉินเหลือบมองดูเวลาที่ข้อมือ ยังไม่ถึงเวลาจ้าวหานเลิกเรียนกลับไปที่บ้าน ดังนั้นช่วงนี้จึงถือว่าว่าง สนุกกับซ่งจื่อจิงช่วงบ่ายหลายชั่วโมงไม่น่าจะมีปัญหา
•••••••
“คุณหลิน รถของคุณหายไปไหนหนึ่งคันค่ะ”
ซ่งจื่อจิงรู้ทุกซอกทุกมุมของบ้านเขา ทันทีที่ไม่เห็นรถอยู่ครบ ก็อดไม่ได้ที่จะถาม
ตอนนี้เธอร่างกายเปลือยเปล่า เดินไปเดินมาภายในตัวบ้าน โดยที่หว่างขายังมีน้ำกามของเขาไหลย้อยออกมาจากร่องรักฉ่ำเยิ้มสีแดงบวม
“เพื่อนยืมไปน่ะ เห็นว่ากลัวผู้หญิงพบหน้าแล้วไม่ชอบ ก็เลยเอารถของฉันไปอวด”
“อย่างนี้นี่เอง แต่คุณหลินอย่าลืมบอกเพื่อนนะคะ ห้ามมีอะไรกันบนรถ”
“โอ๊ะ...ลืมบอกไปเลย ว่าแต่ทำไมล่ะ อยากมีในรถเหรอ” เขาเข้ามาด้านหลัง ใช้สองมือเกี่ยวเอวคอดกิ่วของเธอ
ซ่งจื่อจิงหน้าแดงถึงใบหู สัมผัสของเขาทำให้เธอกระสันอยาก
“ฉันก็แค่กลัวว่ารถจะมีกลิ่น นอกจากนั้นนั่นเป็นรถของคุณ...ฉันอาจจะพูดมากไปหน่อยแต่ก็แค่ห่วงเท่านั้นเอง”
“หึหึ โอเค แต่ว่าตอนนี้เรามาต่อกันอีกสักรอบไหม”
“เอ๋...สี่น้ำแล้วนะคะ ฉันไม่ไหวหรอก ดูสิบวมขนาดนี้ พรุ่งนี้จะเดินไปทำงานได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย”
ซ่งจื่อจิงย่นจมูก อดไม่ได้ต้องใช้นิ้วดีดท่อนเอ็นแข็งขึงที่เข้ามาจ่อก้นไปทีหนึ่ง
“ของคุณใหญ่เกินไป ฉันรับไม่ไหว”
“แล้วจะทำยังไง ดูสิมันยังไม่หดเล็กลงเลย นี่ถือว่าเป็นความผิดของเธอนะ ที่ไม่สามารถทำให้มันสงบได้”
ซ่งจื่อจิงหน้าร้อนผ่าว บิดกายหันมาเผชิญหน้ากับเขา พูดเสียงแผ่วว่า “งั้น...ใช้หน้าอกกับปากแล้วกัน หวังว่ามันจะทำให้คุณสงบลง ดีไหมคะ”
หลินอู๋เฉินพยักหน้าเห็นด้วย ปล่อยให้เธอทำรักด้วยปาก...
...............
บ้านสกุลหวัง
สมาชิกตระกูลถูกเรียกมารวมตัว บรรยากาศเคร่งเครียด ไม่ได้สดใสเช่นทุกที แม้บนโต๊ะจะมีอาหารเลิศรสวางอยู่ก็ตาม
“นี่มันเกิดขึ้นได้ยัง หอการค้าหวังกรุ๊ปฯ ถูกเทคโอเวอร์...ไม่เหลืออะไรเลย!” หนึ่งในสมาชิกตระกูลพูดขึ้น สีหน้าปั้นยากถึงขีดสุด
“ผู้ชายที่ชื่อหลินอู๋เฉินน่ากลัวเกินไปแล้ว เขาไม่เพียงแต่ไม่รับคำขอโทษจากปี่ถง แต่ยังเล่นงานบ้านเราซะยับเยิน แบบนี้จะทำยังไงดีครับแม่”
“เพราะหวังเห่าคนเดียว! หากไม่เป็นเพราะมัน ทุกอย่างก็ไม่ควรลงเอยแบบนี้ ต้องไล่ออกจากตระกูล ตัดขาดจากสายเลือดตระกูลหวังนับแต่นี้ไป แกไม่ใช่คนตระกูลหวังอีก!”
หวังเห่าที่ถูกโจมตีเข้าไปหลบอยู่ข้างหลังพ่อ กลัวจนมือไม้สั่นไปหมด รู้สึกว่าตอนนี้ถ้าหากมีเท้าของเจียงหยุนเออร์มาให้เลีย ก็คงจะมีแรงดีไม่น้อย
อยากเลียเท้าจัง….
“ไล่ลูกของฉันออกไปก็เท่านั้น ตอนนี้สถานการณ์ไม่สามารถแก้ไขได้ อีกอย่างหนึ่งชายหนุ่มสกุลหลินก็ลงมือขั้นเด็ดขาด เขาไม่มาสนใจเรื่องของหวังเห่าอยู่แล้ว” พ่อของหวังเห่าออกตัวปกป้องลูกชาย
“แต่ว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะลูกของนาย เขาต้องรับผิดชอบ!”
“ใช่ๆ หวังเห่าต้องรับผิดชอบ ไล่ออกจากตระกูลซะ!”
“ไล่หวังเห่าออกจากตระกูล!”
“ไล่จากตระกูล!”
สมาชิกสกุลหวังกลายเป็นบ้าคลั่ง
พวกเขาเหมือนซอมบี้ที่พยายามเข้ามาฉีกทึ้งร่างกายของหวังเห่า โชคดีที่มีพ่อแม่ปกป้อง เขาที่อยู่ด้านหลังจึงไร้บาดแผล
“เงียบกันได้แล้ว หยุดบ้ากันซะที!” เจ้าบ้านสกุลหวังทนไม่ไหวที่เห็นลูกๆ ทะเลาะกัน ในที่สุดก็ตะโกนเสียงดัง
ทุกคนพากันหยุดมือ แต่ยังไม่วายจ้องหวังเห่าตาเป็นมัน
“เด็กหนุ่มสกุลหลินนั่นไม่เห็นหัวพวกเราเลย เขากล้าดียังไงมาเทคโอเวอร์หอการค้าหวังไปจากฉัน แบบนี้มันต้องการฆ่าฉันให้ตายชัดๆ!” นางหวังคำราม “หวังเทียนป๋อ นายสนิทกับเจ้าสำนักชิวหานใช่หรือเปล่า”
หวังเทียนป๋อ ชายวัย 40 ปีเศษรีบก้าวออกมาด้านหน้า
“ใช่ครับคุณแม่ เจ้าสำนักชิวหานสนิทสนมกับผม นอกจากนั้นเขายังมีฝีมือเรื่องเพลงกระบี่ ควบคู่ไปกับสำนักต้าเทียนที่อยู่ใกล้กัน คุณแม่ถามถึงพวกเขาทำไมเหรอครับ”
“หึหึ ไม่มีอะไร ก็แค่....” เจ้าบ้านสกุลหวังพูดสิ่งที่น่ากลัวออกมา ทำให้สมาชิกตระกูลส่วนหนึ่งหวาดกลัวเธอ
หวังเทียนป๋อหัวเราะมุมปาก เมื่อทำความคารวะเจ้าบ้านเสร็จ ก็รีบขับรถออกไปสำนักกระบี่ชิวหาน คุยเรื่องภารกิจอันสำคัญที่เพิ่งได้รับมอบ
“คุณหลิน...” หวังปี่ถงที่อยู่ในกลุ่มคนรู้สึกว่าวิธีนี้ไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่ใช่วิธีฟื้นฟูตระกูลแล้วยังนำพาตระกูลไปสู่จุดจบ ทำให้ตระกูลต้องแปดเปื้อนและนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการเห็น
............
จ้าวหานเลิกจากเรียนก็ไปที่โรงพยาบาลชุนเหลียน นำตัวพี่สาวออกมาพักรักษาที่อพาร์ทเม้นท์ตัวเอง
“นี่จ้าวหาน เธอคิดดีแล้วเหรอ ที่จะให้พี่ลี่อยู่ที่นี่ไม่อยู่ในโรงพยาบาล” เหวินจิงมาส่งเพื่อนด้วยตัวเอง พอการเคลื่อนย้ายเสร็จ อยู่ในห้องกันสามคนถึงได้ถามเพื่อนสนิท
“ฉะ...ฉันคิดดีแล้ว อีกอย่างหนึ่งอยู่ที่นั่นก็ไม่ปลอดภัย เมื่อคืนนี้ฉัน...” จ้าวหานสะอื้น
เหวินจิงเข้ามาปลอบ “ไม่เป็นไร อยู่ที่นี่ไปก่อนก็ได้ ไว้จับคนร้ายได้เมื่อไหร่ฉันจะกลับมารับไปอยู่ในโรงพยาบาล ที่นั่นมีเครื่องมือและแพทย์ครบครัน ไม่ต้องกลัวว่าพี่ลี่จะไม่ฟื้น”
จ้าวหานพยักหน้าเห็นด้วย ตั้งแต่ต้นจนจบหล่อนไม่ได้บอกว่าหนึ่งในสาเหตุที่มาอยู่ที่นี่ก็เพราะหลินอู๋เฉินอาสารักษาพี่สาว โดยแลกให้เธอต้องเป็นผู้หญิงของเขา
เพราะความเป็นเพื่อน จ้าวหานจึงต้องปิดบังความลับนี้ จนกว่าตัวเองจะตาย
พอเหวินจิงกลับไปเธอก็เริ่มจัดข้าวของ เปลี่ยนไปอยู่ในชุดไปรเวทหลังจากอาบน้ำเย็นๆ ยังไม่ได้ทำกับข้าวโทรศัพท์ก็สั่น หยิบขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็นเขา แฟนของเพื่อนมารออยู่ข้างล่างแล้ว
'อพาทเมนท์เปาเปา'
หลินอู๋เฉินที่รออยู่ด้านล่าง พลางสำรวจที่นี่ไปด้วย ดูจากภายนอกมันไม่ได้แย่มาก เป็นอพาร์ทเม้นท์รูปตัว L ไม่ไกลจากมหาลัยมาก ดังนั้นนักศึกษาปี 2 ส่วนใหญ่จึงพักอาศัยอยู่ที่นี่
“ขะ...ขอโทษที่ลงมาช้านะ พอดีฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จน่ะ” จ้าวหานเดินเข้ามาหาเขาที่นั่งบนฝากระโปรงรถด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
หลินอู๋เฉินเหลือบตามอง เห็นว่าเธอใส่ชุดสีชมพูอ่อน เส้นผมยังเปียกหยดน้ำ ดูเหมือนว่าเพิ่งอาบน้ำมา และคงลืมใส่บาร์แน่ๆ หน้าอกถึงได้ชูชันเห็นจุกดันออกมาเสียขนาดนั้น
“ที่นี่ไม่มีลิฟต์เหรอ ดูเธอวิ่งมาเหนื่อยเลยนะ”
“อ้อ...มีนะ แต่ว่าวันนี้ลิฟต์ดันมาเสีย ฉันเลยต้องเดินลงมา ขอโทษทีนะ”
“ไม่เป็นไร แล้วนี่จะเดินขึ้นไหวไหม หรือต้องพักก่อน”
“เอ่อ...ขอพักก่อนแล้วกันนะ” จ้าวหานอยากจะบอกว่าไหว แต่ชั้นที่อยู่อาศัยก็ตั้งชั้น 21
หลินอู๋เฉินพยักหน้า ระหว่างนั้นมีรถเข็นไอศกรีมแท่งผ่านมา จ้าวหานเดินเข้าไปโบก แล้วเลือกซื้อไอศกรีมมาสองแท่ง
“อะ...อ๊ะนี่ไอศกรีมของนาย” จ้าวหานยื่นให้เขาด้วยรอยยิ้ม ท่าทางของเธอดูเก้ๆกังๆ
“ขอบคุณ” หลินอู๋เฉินรับมาหนึ่งแท่ง หลังจากฉีกซองก็ถามว่า “เธอใช้ภาษามือเป็นด้วยเหรอ”