เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่สี่สิบสี่ กระท่อมร้างกลางป่า คาถาลวงตา

    ตอนที่สี่สิบสี่ กระท่อมร้างกลางป่าคาถาลวงตา

    ด้วยเหตุผลบางประการผู้หญิงในแนวนิยายรักยุคหกศูนย์ บทจะเล่นตัวก็เล่นตัววิ่งข้ามเขาหลบฝนในกระท่อมร้าง ฟ้าผ่ายอดมะพร้าวหักเทียนดับและกลายเป็นคนที่บ้าคลั่งทันทีทันใด

    อันที่จริงกระท่วมร้างมีฟืนและเสบียงนั้นเป็นเรื่องปรกติไม่ใช่เรื่องแปลก

    มันคือน้ำใจของชาวบ้านและคนเดินทาง

    ว่ามีอะไรก็ลองเอาไปใส่ไว้แถวกระท่อมบ้างไม่ว่าผักดอง ยาดอง เนื้อเค็ม เผื่อคราวหน้าเราเองอาจจะได้ใช้กระท่อมร้างกันบ้าง

    แต่การกระทำแบบนั้นสมัยนี้อาจจะเป็นการทำให้แค่มีคนจรจัดไร้บ้านมานอนเท่านั้น

    แต่การเตรียมกระท่อมร้างไว้ปลายนาปลายเขา

    มีคนกล่าวว่ามันคือกุศโลบายของการที่ชาวบ้านเตรียมไว้เวลาจะมีใครพาลูกสาวหนี

    ไม่มีกระท่อมร้างวางเอาไว้กลางทาง

    คงได้โดนเสือลากไปกินในป่ากันบ้าง

    เลยเตรียมกระท่อมร้างไว้บ้าง ผักดองยาดอง เสื้อผ้าเอาไว้ในนั้น ให้หนุ่มสาวพอมีที่พักเวลาจะหลบหนี

    ให้เกิดบรรยากาศ ฝนตก ลมพัดฟ้าผ่ายอดมะพร้าวหัก เทียนดับและไก่ขันเอ้กอี้เอ้กเอ้ก

    Cooook riced ข้าวสารหุงเป็นข้าวสุกไปตามธรรมเนียม

    ชาวบ้านก็แกล้งๆไปหาทางอื่นที่ไม่ใช่กระท่อม

    และคอยจนหนุ่มสาวได้เสียกันมีลูกกลับมาขอสมา เหล้าไห ไก่ตัว ทองสิบบาทกันไปข้างหนึ่งตามสไตล์มนต์รักลูกทุ่งรักพี่ต้องหนีพ่อ

    การฉุดสาวและการปล้นควายนั้นเป็นศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่ง

    หากต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตต้องมีศาสตร์สองอย่างนี้

    ทางเทคนิคไอ้เจิดก็มีพรสวรรค์อยู่ทั้งสองอย่าง สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้เสียดายที่มีไอ้ขามมาขวางทางนั่นเอง

    ท่ามกลางสีหน้ายิ้มเจื่อนๆของครูวิ

    ไอ้เจิดก็ได้คำนวณตำแหน่งของกระท่อมร้างกลางป่าและสถูปเจดีย์โบราณที่มีปู่โสมเฝ้าทรัพย์ออกมาจนได้

    ระบบปู่โสมเฝ้าทรัพย์คือการต้องมีการฆ่าตัดคอคนเอาไว้เฝ้าทรัพย์โดยการเล่นคำว่า

    “จะมอบสมบัติให้เอ็ง”

    พอคนคนนั้นตกปากรับคำก็ตัดคอคนนั้นจนตายกลายเป็นผีเอาไว้เฝ้าสมบัติ

     

    ปู่โสมที่เฝ้าสมบัติก็เอาพลังของผีของตนเองมาฆ่าคนที่จะเอาสมบัตินั้นออกไปใช้

    แทนที่จะเอาความสามารถสุดโกงอย่างนั้นไปฆ่าอะแซหวุ่นกี้เอาชนะพม่ารามัญที่มาบุกบ้านเมืองของเราแต่ดันเอาความสามารถไปฆ่าคนในชาติกันเองเจริญล่ะ

    คงจะกอบกู้ชาติบ้านเมืองได้สำเร็จอยู่หรอก

    และฆ่าชาวบ้านยากจนที่ต้องการเงินมาต่อชีวิตของตนเองแทนที่จะไปไล่ฆ่าเจ้านายของตนเองที่ตัดคอเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นผีปู่โสมคอยเฝ้าสมบัติ

    นักเศรษฐศาสตร์ที่เห็นภูเขาสมบัติอยู่ในถ้ำคงอยากจะบีบคอปู่โสมเสียเองที่เอาเงินไปเก็บไว้เฉยๆไม่ยอมปล่อยมาหมุนเวียนในระบบ

    แต่นักเศรษฐศาสตร์เสียอย่าง

    หาทางทำให้ทรัพย์สมบัติต่างๆนั้นมีมูลค่าลดลงได้อยู่แล้วเพื่อบีบให้ประชานเอาทรัพย์สมบัติที่มีมาลงทุนในตลาดต่างๆนั่นเอง

    แต่อนิจจา ปู่โสมไม่มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์

    ทั้งที่หากเอาเงินและสมบัติที่เก็บซ่อนไว้มาลงทุนในประเทศคงเอาชนะพม่ารามัญได้ตั้งนานแล้ว

    แต่ยิ่งปล่อยไว้ก็ยิ่งช้า เสียเวลาที่เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดไป

    มันมีเหตุผลอยู่ที่คนรวยยอมเสียเงินเพื่อแลกกับเวลาในชีวิตของพวกเขา

    เพราะพวกเขาหาเงินมาเพิ่มได้แต่เวลาในชีวิตของพวกเขามีขีดจำกัด ไม่สามารถหาเพิ่มได้อีกแล้ว

    เจิดได้วาดแผนที่เทียบกับแผนที่ทางทหารเก่าๆ

    เขาใช้วงเวียนตามรัศมีเทียบอัตราส่วนในการทำคำนวณเทียบกันในระยะทางที่ไอ้ขามกับนงพะงาน่าจะเดินทางด้วยเท้ากลางป่าได้ในหนึ่งคืน

    เพื่อคำนวณตำแหน่งกระท่อมร้างและเจดีย์ของปู่โสม

    ไอ้เจิดใช้วงเวียนวาดลงแผนที่และใช้สมการตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกไป

    ก็เหลือแผนที่แรเงาตรงส่วนหนึ่งของแผนที่ที่เขาสร้างขึ้นมา

    ก็จะได้ตำแหน่งคร่าวๆของเจดีย์ปู่โสม

    “เสร็จล่ะ”

    ไอ้เจิดกล่าวอย่างดีใจได้ตำแหน่งเจดีย์ปู่โสมมาแล้ว

    แน่นอนผมคำนวณได้ว่า

    มันอาจจะมีคาถา

    “ไม่ปรากฏในแผนที่”หรือ”การบังตา”ตามหลักการของแฮร์รี่พอตเตอร์ที่สร้างปราสาทขนาดใหญ่ปานฮอกวอร์ต ไม่ให้พวกมักเกิ้ลเห็นได้

    แต่ผมสามารถตัดสมการได้ด้วยระยะการเดินทางของนงพะงาและไอ้ขามที่จะไปทำเรื่องฝนตก ยอดมะพร้าวหัก ฟ้าผ่า เทียนดับกันได้ในกระท่อมร้างกลางป่า

    ก็ทำให้ผมสามารถสร้างแผนที่ขึ้นมาจากตำแหน่งกระท่อมร้างกลางป่าและจุดเกาะเกี่ยวอื่นๆได้

    “พระขรรค์ของพระศิวะ”

    ต้องมาอยู่ในมือของผมให้ได้

    “ขอบคุณ ครูวิมากจ๊ะที่ช่วยเหลือชั้นเสมอมา”

    ผมหันไปทางไอ้ห้อยไอ้โหน

    “ไปกันโว๊ย ไอ้ห้อย ไอ้โหน ข้าจักกลับเรือนก่อนตะวันจะตกดิน”

    “จ้าพี่เจิด”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนรับคำอย่างว่าง่าย

    เจิดจากไปอย่างไม่มีปัญหาอะไรท่ามกลางสายตางุนงงของครูวิ

    ..

    “ดูนั่นสิ นงพะงาไอ้เจิดมาอีกแล้ว อย่าไปสนใจมัน..ไอ้เ-ยเจิด”

    ผกากรองที่โดนฝุ่นจากม้าตลบใส่ได้สบถออกมา

    เจิดได้ขี่ม้าฝุ่นตลบแบบไม่เหลียวมองข้างหลังผ่านนงพะงาและผกากรองไปอย่างไม่ใส่ใจอีกครั้ง

    ไอ้เจิดลูกชายกำนันแจ่ม การขี่ม้าชนข้าวของข้างทางล้มหรือสะบัดฝุ่นใส่ใครในตำบลทุกคนก็มอง

    เป็นเรื่องธรรมดา

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน