เสียงปรบมือดังมาจากบุรุษทั้งสามที่อยู่ในห้อง เซียวจิ่วที่เดิมทีคิดจะมาเพียงลำพังสองคนกับเซียวมู่หรงถึงกับทำหน้างอ หญิงสาวจองห้องไว้เพื่อเขากับนางสองคนเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าขณะที่ออกจากวังนั้นกลับพบอ๋องหุ้ยและอ๋องสาม อ๋องสี่จึงได้ชวนทั้งสองให้มาด้วยกันยังเหลาสุรากลางเมือง
"ขอบพระทัยเพคะ"
สตรีในผ้าเนื้อบางเบาเอ่ยขอบคุณอย่างนอบน้อมพร้อมทั้งหว่านสายตาหยอกเย้าอ๋องหุ้ยและอ๋องสามอย่างไม่ปกปิด ผิดกับอ๋องสี่ที่ปิดตาด้วยผ้าม่วงสีอ่อนเข้ากับผมสีทองและชุดของชายหนุ่มเป็นอย่างดี และเป็นเพราะดวงตาของเขาที่มองไม่เห็นจึงทำให้เซียวจิ่วได้ทีใกล้ชิดจับมือและป้อนอาหารแก่เซียวมู่หรง ขณะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจสตรีตรงหน้าเซียวจิ่วได้หยดยาบางอย่างลงในเครื่องดื่มของเซียวมู่หรง
"พี่มู่หรง ดื่มเหล้าจอกนี้หน่อยสิเพคะ น้องสั่งเพื่อพี่มู่หรงโดยเฉพาะเลยนะเพคะ"
เซียวจิ่วยกแก้วเหล้าขึ้นเพื่อจะป้อนเซียวมู่หรง ขณะนั้นเองประตูห้องได้ถูกเปิดออก ทุกสายตาจ้องไปมองยังผู้เข้ามาใหม่ในทันที สตรีในอาภรณ์สีม่วงค่อย ๆ เดินเข้ามา อ๋องหุ้ยเผลอมองตามหญิงสาวตรงหน้าอย่างลืมตัวว่านางผู้ซึ่งเข้ามาใหม่นั้นเป็นน้องสะใภ้ของตน
"ขออภัยที่ข้าเข้ามาโดยมิได้รับเชิญ พอดีข้าผ่านมาทางนี้จึงได้ทราบมาว่าสามีของข้าได้มาสนุกกับท่านอ๋องหุ้ย อ๋องสามและแม่นางเซียวที่นี่ ข้าจึงเป็นกังวลว่าสามีข้าจะทำให้พวกท่านลำบาก เช่นนั้นแล้วข้าขออาสาดูแลพวกท่านแทนสามีของข้าดีหรือไม่"
"ดี ๆ ๆ หากมีเจ้ามาดูแลพวกเราแทนเจ้าสี่ ก็ยิ่งดีสิ"
อ๋องหุ้ยที่ถูกใจจิ่งอันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วรีบตอบตกลงในทันที เซียวจิ่วที่รู้สึกไม่พอใจที่จิ่งอันเข้ามาแต่กลับไม่สามารถทำเช่นใดได้เพราะทั้งอ๋องหุ้ยและอ๋องสามดูถูกใจในสตรีที่เพิ่งเข้ามาใหม่ไม่น้อย ก่อนจะให้นางรำรำให้จิ่งอันที่เพิ่งมาใหม่ดูอีกครั้ง หญิงสาวเดินเข้ามานั่งแทรกระหว่างเซียวมู่หรงและเซียวจิ่ว
"สามีของข้าคงไม่ต้องรบกวนคุณหนูเซียวช่วยดูแล"
แม้จะไม่เต็มใจแต่เซียวจิ่วก็จำใจเขยิบถอยให้จิ่งอัน เซียวมู่หรงอมยิ้มเบา ๆ กับคำพูดและการกระทำของภรรยาตน จิ่งอันหยิบเหยือกเหล้ามาเทให้อ๋องหุ้ยและอ๋องสาม
"จองนี้ข้าขอดื่มคารวะพวกท่าน"
จิ่งอันหยิบจอกเหล้าของตนยกขึ้นดื่ม ทั้งอ๋องหุ้ยและอ๋องสามหัวเราะชอบใจในตัวจิ่งอันก่อนจะยกเหล้าดื่มตาม เมื่อเหล้าหมดจอกจิ่งอันหยิบเหยือกเหล้าเทให้ทั้งสองอีกโดยมิลืมเทให้เซียวจิ่วที่นั่งหน้างออยู่ด้านข้างตน
"จองนี้คุณหนูเซียวคงต้องร่วมดื่มกับพวกเราแล้วล่ะ"
หญิงสาวยิ้มอ่อนก่อนจะหยิบจอกเหล้าของเซียวมู่หรงวางไว้ในมือของชายหนุ่ม เซียวจิ่วที่เห็นจิ่งอันนำจอกเหล้ายื่นให้เซียวมู่หรง หญิงสาวจ้องจอกเหล้านั้นตาไม่กระพริบจนเมื่อเห็นชายหนุ่มดื่มมันกับตาจึงเสหันไปมองทางอื่น จิ่งอันยิ้มน้อย ๆ กับท่าทางของเซียวจิ่ว
"ท่านพี่ ข้ารู้สึกเวียนหัวเพคะ”
จิ่งอันที่แก้มแดงเพราะฤทธิ์เหล้าได้เอนศีรษะของตนบนอกกว้างของสามี เซียวจิ่วมองไปทางทั้งคู่ด้วยแววตาริษยาอยู่ไม่น้อยมิต่างจากอ๋องหุ้ยที่พยายามเก็บซ่อนสายตาของตนเช่นกัน
"เจ้าคงเมาแล้ว เช่นนั้นข้าจะพาเจ้ากลับไปนอนพักก่อนก็แล้วกัน"
เซียวมู่หรงยืนขึ้นประคองจิ่งอันที่ยืนเอนเอียงมาทางเขา ชายหนุ่มหันไปทางอ๋องหุ้ยและอ๋องสามที่ยังคงร่ำสุราชมสตรีร่ายรำอยู่ไม่ไกล
"อ๋องหุ้ย อ๋องสาม คุณหนูเซียว ข้าคงต้องขอตัวพาอันอันไปนอนพักก่อนไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยมาดื่มกันใหม่"
แม้อ๋องหุ้ยและเซียวจิ่วจะไม่อยากให้เซียวมู่หรงและจิ่งอันกลับไป แต่เมื่อเห็นจิ่งอันที่เมาจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้วพวกเขาจึงจำใจต้องพยักหน้าให้ทั้งสองกลับไปก่อน เซียวจิ่วที่พยายามสังเกตอาการของเซียวมู่หรงอยู่สักพักเขาสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มรู้สึกรุ่มร้อนแต่ยังมิทันที่จะเกิดอะไรชายหนุ่มกลับขอตัวกลับเสียก่อน แม้นางจะอยากรั้งไว้แต่ติดที่จิ่งอันอยู่ตรงนั้นด้วยจึงทำให้นางไม่สามารถรั้งตัวชายหนุ่มไว้ได้ เซียวมู่หรงอุ้มจิ่งอันไว้ในอ้อมอกก่อนจะค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องโดยมีเสี่ยวเถาคอยบอกทางอยู่ด้านหลัง เหวินจูที่เห็นอ๋องสี่อุ้มพระชายาออกมาจากห้องเขาได้รีบวิ่งไปเตรียมรถม้าในทันที เพราะไม่แน่หากช้าไปกว่านี้คนภายในห้องอาจจะไม่ยอมปล่อยตัวนายของตนง่าย ๆ อย่างแน่นอน
"รถม้ามาแล้วพะยะค่ะ"
เหวินจูเอ่ยขึ้นเมื่อรถม้ามาจอดสนิทหน้าเซียวมู่หรงและจิ่งอัน ชายหนุ่มอุ้มภรรยาของตนขึ้นรถม้ากลับจวนทันทีโดยไม่มีท่าทีหันกลับไปมองด้านในเหลาสุราแม้แต่น้อย
"เอ้าดื่ม"
เซียวจิ่วที่ยังคงดื่มกับอ๋องหุ้ยและอ๋องสาม หญิงสาวเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มกาย ลมหายใจหอบถี่ หน้าเริ่มแดงขึ้น 'อาจเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าก็เป็นได้' หญิงสาวคิดในใจ ร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เริ่มรุ่มร้อนดั่งถูกโลมเลียดั่งมิเคยเป็นมาก่อน
"นี่ข้าเป็นอะไรไป"
หญิงสาวเอ่ยกับตนเองเบา ๆ ขาเรียวงามที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะค่อย ๆ ไขว้ซ้อนกันก่อนจะเบียดต้นขาเข้าหากัน ความเสียวแล่นปราดเข้ามายิ่งนางเบียดต้นขานางยิ่งกลับรู้สึกเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก 'ทรมานเหลือเกิน' ขณะที่หญิงสาวกำลังหมกมุ่นกับความรู้สึกตัวเองอยู่นั้น รอบ ๆ ข้างของนางกลับไร้ซึ่งเสียงดนตรีและนางรำ คงเหลือแต่เพียงอ๋องหุ้ยและอ๋องสามเท่านั้น
"ข้ารู้สึก....."
อ๋องหุ้ยหันไปมองอ๋องสามที่อยู่กับตน ทั้งสองพยักหน้าให้แก่กันเพราะต่างรู้สึกไม่ต่างกัน เมื่อหันมามองเซียวจิ่วที่มีอาการแปลก ๆ ทั้งสองจึงไล่นักดนตรีและนางรำออกไปนอกห้องทันที อ๋องหุ้ยปัดแก้วเหล้ากระเด็นถูกอกของเซียวจิ่ว หญิงสาวแม้ตกใจที่น้ำกระเด็นมาถูกหน้าอกของตนแต่กลับมิได้แสดงอาการไม่พอใจออกมา
"ข้าขอโทษ ข้ามิได้ตั้งใจ"
อ๋องหุ้ยเดินเข้าไปใช้ผ้าเช้ดหน้าในมือค่อย ๆ เช็ดตรงที่เปียกนั้น มือใหญ่ค่อย ๆ ใช้ผ้าลูบอกจากบนลงล่างอย่างช้า ๆ เซียวจิ่วที่มิเคยถูกต้องมือชายเผลอแอ่นอกรับโดยไม่รู้ตัว อ๋องหุ้ยยกยิ้มให้กับการกระทำของหญิงสาว
"แคว้กกกก"
อ๋องหุ้ยฉีกอกเสื้อของหญิงสาวออกในทันที ผิวละเอียดขาวผ่องอวดโฉมต่อหน้าบุรุษทั้งสอง เซียวจิ่วที่รู้สึกอายรีบยกมือปกปิดอกคู่งามของตนแต่เมื่อถูกมือใหญ่บีบเค้นอกงามนั้นนางกลับรู้สึกดีจนลืมที่จะอาย อ๋องหุ้ยหันมาหาอ๋องสามที่นั่งมองเซียวจิ่วด้วยแววตาแห่งความปรารถนา
"มาสิ พร้อมกันทั้งสองคนนางคงรับไหว"
อ๋องสามหัวเราะอย่างชอบใจ ร่างกายของเขาเองก็รุ่มร้อนไม่ต่างจากอ๋องหุ้ยและเซียวจิ่ว ชายหนุ่มถอดผ้าของตนและหญิงสาวออก ทั้งสองหยุดมองนางด้วยสายตาที่พร้อมจะกลืนกิน