กริ๊งงง กริ๊งงงงงงง
เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นมันช่างน่ารำคาญและเป็พิษต่อหูฉันมากฉันเลยกดปิดมันและนอนต่อเพราะยังเหลือเวลาอีกเยอะ
1 ชั่วโมง 30 นาทีผ่านไป
ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่นอนต่อไปแป๊บเดียวฉันเหลือบไปมองนาฬิกาปลุกเพื่อดูว่าตอนนี้เป็เวลาเท่าไหร่แล้ว
“เฮ้ย 7 โมง 50 แล้วเหรอวะเข้าเรียนคาบแรกสายแน่เลยฉัน”
ฉันอุทานขึ้นมาอย่างใ เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะนอนต่อจนตื่นสายขนาดนี้รู้ตัวอีกทีฉันก็รีบคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วรีบเข้าห้องน้ำทันทีหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จฉันก็ลงไปห้องครัวเพื่อดูว่ามีอะไรกินบ้าง ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะไปเรียนสายแล้วก็ตามภายในห้องครัวมีกล่องแซนด์วิชที่มีโพสต์อิทแปะไว้บนฝาเปิดพร้อมกับลายมือไก่เขี่ยของแม่ที่เขียนข้อความฝากไว้วางอยู่บนโต๊ะเคาน์เตอร์หน้าห้องครัว
ดา แม่ทำแซนด์วิชไส้ทูน่ามายองเนสไว้ให้นะจ๊ะ ทานให้อร่อยนะแม่ต้องรีบไปโรงพยาบาลแล้ว เจอกันตอนเย็นนะลูก รักนะ จุ๊บๆ
...แม่วิ…
ฉันรีบเปิดฝากล่องและยัดแซนด์วิชสามชิ้นลงคอทันที หลังกินเสร็จฉันออกจากบ้านไปขึ้นรถโดยสารประจำทางเพื่อไปโรงเรียนตอนนี้ฉันกำลังอยู่แถวหน้าโรงเรียน ดูเหมือนว่าประตูหน้าโรงเรียนจะปิดไปแล้วฉันเลยเปลี่ยนเป้าหมายเป็ประตูหลังโรงเรียนแทน พอเดินมาถึงประตูปรากฏว่ามันก็ปิดแล้วเหมือนกันสังสัยคงต้องปีนกำแพงเสียแล้ว
ฉันกำลังเงยหน้าขึ้นมองกำแพงเพื่อดูว่าสามารถปีนได้ไหมฉันคิดว่าฉันน่าจะปีนมันขึ้นไปได้ แม้กำแพงมันจะสูงพอสมควรก็ตาม ฉันมองซ้ายมองขวาพอเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ฉันเลยโยนกระเป๋านักเรียนข้ามกำแพงไปก่อนจากนั้นค่อยปีนขึ้นไปการปีนกำแพงเป็ไปอย่างอยากลำบากและค่อนข้างทุลักทุเล สภาพชุดนักเรียน ม. ปลาย ที่รีดอย่างเรียบร้อยดูยับภายในพริบตาฉันยืนจัดชุดอยู่สักพักแล้วค่อยก้มลงเก็บกระเป๋านักเรียน ขณะที่ฉันกำลังก้มตัวลงก็มีอะไรมีบางอย่างมากระแทกที่หัวฉัน
“โอ้ย!” ฉันเผลอร้องลั่นเพราะความเจ็บดูเหมือนว่ากระเป๋านักเรียนใบนั้นจะเป็ต้นเหตุความเ็ปของฉัน
“เฮ้ย!เธอเป็อะไรมากไหม” เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยความกังวล
“ก็เจ็บน่ะสิ โยนลงมาไม่ดูคนหรือไง” ฉันหันไปแผดเสียงใส่เขา
“โทษที เราไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างล่างน่ะขอโทษจริงๆ”เขาพูดพร้อมกับก้มหัวให้เล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นมาพูดต่อ
“เออว่าแต่ เธอาเ็ตรงไหนบ้างไหม”
“เจ็บหัวนิดหน่อยน่ะ ไม่รู้ว่าโนไหม”
“ดูเหมือนว่ามันจะแดงนิดหน่อย โชคดีที่มันไม่โน”ใบหน้าหล่อเหลาของเขาขยับเข้ามาใกล้หัวฉัน ฉันพยักหน้าขอบคุณเขา
“โอเค ในเมื่อเธอไม่ได้เป็อะไรมาก ถ้างั้นเราไปเรียนก่อนนะ” พูดจบเขาก็จากไปทันที รู้ตัวอีกทีฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวแล้ว
เมื่อกี้ตอนที่เขาโน้มตัวลงมาฉันรู้สึกว่ามันใกล้มาก ใกล้ขนาดจนที่ว่าได้ยินเสียงลมหายใจของเขา ฉันเลยรู้สึกเขินและเผลอใจเต้นกับเขานิดหน่อยจะว่าไปแล้วบรรยากาศตรงนี้มันก็แอบดูวังเวงอยู่เหมือนกัน ฉันเลยรีบไปเรียนบ้างสุดท้ายฉันก็เข้าเรียนคาบแรกสายจนได้ พักเที่ยงฉันก็ไปทานข้าวที่โรงอาหารกับเพื่อนขณะที่ฉันกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ ส้มก็เอ่ยถาม
“นี่ดา สรุปแกจะกินอะไร”
“เออ ข้าวมันไก่จ้ะ แหะๆ” ส้มมันทำหน้าเหมือนจะกินหัวฉันอยู่แล้วดูเหมือนว่ามันคงจะถามฉันหลายครั้งแล้ว ถ้าฉันไม่รีบตอบแล้วละก็.......
มันกับยูนาเป็คนไปซื้อข้าว ส่วนฉันกับเสือเลยขออาสาไปซื้อน้ำมาให้ทุกคนเราสองคนกลับมาที่โต๊ะหลังซื้อน้ำเสร็จ สองคนนั้นยังไม่กับมาเลย ขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆเสือก็เอ่ยถาม
“เป็อะไรเหรอดา วันนี้ดูเหม่อๆ นะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
“เปล่า เราไม่ได้เป็อะไร” ฉันเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือมาตอบเขา
“โอเค ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว” เขาดูโล่งใจจริงที่ฉันไม่เป็อะไร
ฉันได้แต่ยิ้มแห้งให้เขาจะให้บอกเขาว่าที่ฉันดูเหม่อลอยเพราะมัวแต่คิดถึงผู้ชายที่เพิ่งเจอกันเมื่อเช้ามันก็ดูกระไรอยู่ไม่นานส้มกับยูนาก็กลับมาที่โต๊ะ ระหว่างทานข้าวมีเสียงของพวกเราสนทนาดังขึ้นเป็ระยะๆ
“เออดา ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าเข้าเรียนสายเหรอเรา”ส้มเอ่ยถาม
“แหะๆ พอดีตื่นสายน่ะ เลยเข้าเรียนคาบแรกไม่ทัน ว่าแต่ส้มรู้ได้ไงอะ”
“ยูนามันเป็คนบอกน่ะ” ส้มตอบ ฉันเลยหันไปถลึงตาใส่ยูนาแล้วแอบเหยียบเท้าเธออยู่ใต้โต๊ะเธอเงยหน้าจากจานข้าวมาแลบลิ้นใส่ฉัน
“ปกติแกมาเรียนตรงเวลาจะตาย ไม่อยากจะเชื่อว่าแกจะมาสาย” ยูนาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของส้ม
“ถ้าฉันไม่นอนต่อก็คงมาทันแหละ อ้อ! อีกอย่างประตูโรงเรียนเราทั้งด้านหน้ากับด้านหลังก็ปิดทั้งคู่ฉันเลยปีนกำแพงหลังโรงเรียนข้ามมาแทนทุลักทุเลสุดๆ เสื้อนักเรียนนี่ยับหมดเลย”ฉันเล่าสาเหตุที่แท้จริงให้ฟัง ทุกคนต่างหันมองมาที่ฉันเป็ตาเดียว
“หืม? อะไร” ฉันเลิกคิ้วถาม
“ขาสั้นๆ คู่นั้นปีนถึงด้วยเหรอ” ยูนาเอ่ย ฉันเลยหันไปทำตาขวางใส่เธอ “หลายครั้งแล้วนะยูนา”เธอหัวเราะลั่น
“ทีหลังดาอย่าปีนกำแพงอีกนะถ้าตกลงมาแขนขาหักจะทำยังไงล่ะ เป็เื่ใหญ่เลยนะ” เสือเอ่ยเตือนฉันด้วยความเป็ห่วงทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
“รู้แล้วน่า แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ ก็มันจำเป็จริงๆนิ” ฉันพยักหน้าตอบรับความหวังดีที่ทุกคนมีให้แต่โดยดีพอเวลาพักเที่ยงหมดลงเราสี่คนต่างแยกย้ายกันไปเรียนคาบบ่ายต่อ จนเวลาเลิกเรียนมาถึงฉันบอกลาเพื่อนๆและรีบกลับบ้านทันที
“กลับมาแล้วค่า” ฉันเอ่ยกับคนที่คาดว่าจะอยู่ภายในบ้านแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากแม่ ดูเหมือนว่าท่านจะยังไม่กลับจากที่ทำงานฉันเลยขึ้นห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ประมาณ 5 โมงเย็น 30 นาที ค่อยลงมาทำอาหารไว้รอท่าน
ขณะที่ฉันกำลังทำแกงจืดอยู่ที่ห้องครัวเสียงแจ้งเตือนของข้อความจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ฉันรอให้แกงจืดเดือดจนสุกจากนั้นก็ปิดเตาแก๊สและปิดฝาหม้อไว้แล้วค่อยไปหยิบโทรศัพท์เพื่อเปิดดูข้อความที่ถูกส่งมา
แม่วิสุดสวย :วันนี้แม่คงไม่ได้กลับบ้านไปทานมื้อเย็นกับดานะแม่เข้าเวรแทนหมออีกคนน่ะลูก อย่าลืมทานข้าวนะลูก รักลูกนะ
ดาริณีลูกแม่วิ: รับทราบค่า แม่เองก็อย่ามัวแต่ทำงานจนลืมทานข้าวเย็นล่ะ รักแม่เหมือนกันค่ะ
ข้อความที่ถูกส่งมาเป็ของแม่ฉันฉันตอบกลับข้อความท่านเพื่อไม่ให้ท่านกังวลและเป็ห่วง หลังทานมื้อเย็นเสร็จ ฉันรีบขึ้นห้องนอนมาทำการบ้านของวันนี้ทันทีฉันมัวแต่ทำการบ้านจนเพลิน พอหันไปมองนาฬิกาอีกทีก็ 3 ทุ่มครึ่งแล้ว ฉันเลยพัก 15นาที แล้วค่อยทำต่อให้เสร็จ ประมาณ 4 ทุ่มกว่าการบ้านของวันนี้ก็เสร็จหมดแล้ว ฉันเลยเก็บของเพื่อเตรียมตัวเข้านอน
ก่อนนอนฉันหวนนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า เด็กผู้ชายที่ฉันเจอเมื่อเช้าฉันไม่เคยเจอเขามาก่อนและไม่รู้สึกคุ้นหน้าเขาเลยสักนิดแม้ฉันจะเรียนที่โรงเรียนนี้จนจะครบ 1 เดือนแล้วก็ตาม แต่พอคิดอีกทีมันก็ไม่แปลกหรอกที่จะไม่เคยเจอกันมาก่อนก็ที่โรงเรียนมีนักเรียนเป็พันๆ คนเลยนิ
นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันรู้สึกใจเต้นกับเพศตรงข้าม แม้จะเป็ความรู้สึกหวั่นไหวเพียงชั่วครู่ก็ตามมันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ