“ ในอดีต ข้าได้ยินมาว่า ท่านราเทพครุฑใช้อาวุธเทพจัดการกับ ราชาเทพอสูรนาคา”
“ แล้วข้าจะเอาอาวุธเทพที่ไหนมาจัดการกับมันเล่า หรือว่าต้องใช้ธนูสุริยคราส แต่นั้นมันอันเล็กนิดเดียว ยิ่งตอนนี้ข้าอยู่ในน้ำ จะทำยังไงดี”
“ ไม่ใช่ ข้าหมายถึง มีดสวรรค์เล่มนั้นต่างหากเล่า”
“ มีดสวรรค์ มีดสวรรค์อะไรกัน โอ้ย !”
ตอนนี้ร่างของราเชนถูกรัดแน่นยิ่งขึ้น ยิ่งอยู่ใต้น้ำลึกเท่าไร แรงกดดันก็ยิ่งมากขึ้นไปด้วย หากถูกดึงลงลึกไปกว่านี้ คงได้ถูกแรงดันน้ำ ระเบิดหัวตายอย่างแน่นอน เพราะว่าร่างกายของเขาคือมนุษย์หาใช่เทพที่แท้จริงไม่
“ มีดนิรนามนั่นไง ตอนนี้เจ้ามีพลังเทพ สามารถใช้มีดสวรรค์เล่นนั้นได้ ขอเพียงใช้พลังจิตสั่งการ ก็ควบคุมมันได้แล้ว”
ราเชนหลับตา แล้วเรียกมีดนิรนามลอยออกมาจากแหวนมิติ แม้นมันจะเล็กแต่พอราเชนใช้พลังเทพของราชาเทพครุฑส่งเข้าไปในตัวมีดนิรนาม ทันใดนั้นเอง ตัวมีดนิรนามก็สว่างวาบ และก็มีขนาดใหญ่ขึ้น กลายเป็นพระขรรค์ส่องแสงสีทองสว่างไสว แม้นแต่ตัวของราชาเทพอสูรนาคาก็ถึงกับตกใจ แต่ไม่ทันได้เคลื่อนไหวอะไร พระขรรค์สีทองก็พุ่งเข้ามาตัดเข้าที่ลำตัวของ ราชาเทพอสูรนาคา จนขาดออกเป็นสองท่อน
ทำให้ราเชนหลุดออกมาได้ แล้วจับพระขรรค์สีทองเอาไว้
แล้วตวัดพระขรรค์สีทอง ฟาดฟันเข้าใส่ราชาเทพอสูรนาคา จนร่างถูกเฉือนออกเป็นท่อนๆเหลือแต่ช่วงท่อนหัวของราชาเทพอสูรนาคา ที่กำลังถอยหนีไป แต่ที่น่าประหลาดใจ คือชิ้นส่วนที่ขาดกลับค่อยๆ ต่อกลับคืนเข้าหากันได้อย่างน่าอัศจรรย์
“ อมตะ มันเป็นอมตะหรือนี่?” ราเชนแอบสงสัยไม่ได้ แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงของเทพประจำเมืองเอ่ยเข้ามาที่หัวของเขา
“ จะทำลายความเป็นอมตะของราชาเทพอสูรนาคาได้ ต้องทำลายที่หัวใจของมันเท่านั้น”
“ แล้วหัวใจมันอยู่ที่ไหนกันแน่?” ราเชนสงสัย
“ ก็เพชรสีทองที่หัวมันไงเล่า”
ราเชนมองหัวของมันที่เพชรสีทอง ฝังอยู่
ไม่ถามต่อให้เสียเวลา ราชาพุ่งตัวเข้าหา พร้อมกับใช้เท้าที่มีกรงเล็บ จับร่างอันใหญ่โตของราชาเทพอสูรนาคา ที่กำลังเชื่อมร่างกายให้กลับมาเหมือนเดิม จนลอยขึ้นเหนือพื้นน้ำ มันอ้าปากพ่นไอพิษเข้าใส่ แต่ราเชนใช้ปีกทั้งสองปกป้องเอาไว้ ข้างหนึ่ง แล้วใช้พระขรรค์สีทองปักเข้าไปที่เพชรสีทองตรงหน้าผากของมันแล้วควักออกมา เลือดสีทองของราชาเทพอสูรนาคาไหลพุ่งออกมาสาดกระจายไปบนอากาศ ส่งเสียงร้องอย่างโหยหวน แต่ไม่อาจดิ้นรนหนีรอดจากกรงเล็บของราชาเทพครุฑได้ สุดท้ายถูกฟันด้วยพระขรรค์สีทองจนขาดเป็นท่อนๆ
ตกลงมาบนผิวน้ำ กลายเป็นหินขนาดใหญ่ อยู่กลางแผ่นน้ำ ราวกับเกาะธรรมชาติ
ราเชนลงมายืนอยู่บนซากศพของ ราชาอสูรสีทอง พร้อมกับกลายร่างเป็นมนุษย์ในมือถือมีดนิรนามที่กลายเป็นมีดสั้นเหมือนเดิม แต่ มือขวาถือ เพชรสีทองขนาดเท่ากำปั้นอยู่ในมือ
“ จบสิ้นเสียที”
ราเชนเอ่ยออกมา แต่มองสภาพเมืองเล่ออันตอนนี้ก็กลายเป็นทะเลสาบไปแล้ว หาได้มีสิ่งมีชีวิตเหลือรอดไม่เขายังคงมองไปที่จวนเจ้าเมือง เพื่อต้องการบางสิ่งบางอย่างในนั้น
เสียงไชโยโห่ร้อง ยินดีจากเนินเขาหลายลูกที่เฝ้ามองการต่อสู้ของ ราชาเทพอสูรทั้งสอง
“ เขาทำสำเร็จ” ผู้ตรวจการซ่งฉีเอ่ยอย่างยิ่นดี
“ ยอดเยี่ยม” มือปราบเต๋อคุนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ อาจารย์ลุงท่านสุดยอดจริงๆ” องค์ชายสิบสี่ปรบมือยินดี
“ เก่งมากศิษย์น้อง” ถูเอ้อหนานเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
“ สวรรค์ต่างหากที่ส่งเทพเจ้าลงมาเพื่อปกป้องมนุษย์ หาใช่คนธรรมดาอย่างหลวงจีนน้อยนั่นไม่”
องค์ชายเก้าเอ่ยอย่างไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของราเชน ทุกๆ คนได้แต่ส่ายหัว ไม่เถียงด้วย
“ นายท่านของเราไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ” เล่าขุยกับหลางตง อยู่อีกจุดหนึ่ง ก็เอ่ยออกมาด้วยเช่นกัน
บนท้องฟ้า มีเรือเหาะอยู่ลำหนึ่ง บนเรือ มีเทพบุตรเทวะศักดิ์สิทธิ์ ทูตสุริยัน ทูตจันทรา และ ขุนพลวิญญาณ อีก 6 ตน
“ นึกไม่ถึง แผนการณ์ที่จะทำให้แผ่นดินอาณาจักรมัจฉิมาลุกเป็นไฟ กลับถูกหลวงจีนน้อยเพียงคนเดียว ทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทูตสุริยัน ท่านไปสืบประวัติมันมาให้ข้า แล้วชวนมันมาอยู่ด้วย หากมันไม่ยอม ก็จัดการมันซะ แล้วข้าจะทำให้มันกลายเป็นขุนพลวิญญาณของข้าอีกคน”
“ ขอรับ นายท่าน”
ส่วนราเชนนั้น ตอนนี้เริ่มรู้สึกแปลกๆ ร่างกายเริ่มหมดแรง ขาแขนยกไม่ขึ้น
พยายามกินยาเพิ่มพลัง ไปหลายชนิด แต่ก็ไม่อาจทำให้ดีขึ้นมาได้
“ ท่านเทพประจำเมือง ข้าเป็นอะไรกันนี่”
“ ไม่มีอะไร ท่านใช้พลังเกินขีดจำกัดของมนุษย์ ทำให้ท่านหมดสิ้นเรี่ยวแรง พักสักสองสามวันก็จะดีขึ้นเอง”
ราเชนพยักหน้า แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีพายุขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาพามวลน้ำขนาดใหญ่ม้วนร่างของราเชนลอยขึ้นฟ้า หายไปในอากาศ ราเชนถูกดูดขึ้นไปในอากาศไม่มีโอกาสดิ้นรน สติของเขาในตอนนี้ก็ดับวูบลงไปในทันที
เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ใดเห็นแม้แต่น้อย ดังนั้นคนที่อยู่บนเนินเขานอกเมืองจึงเดินทางกลับเมืองหลวงทันที
“ นี่เป็นเคราะห์กรรมของท่าน ข้าเองก็ไม่อาจช่วยเหลือได้ ขอให้เจ้าโชคดีนะ”
เทพประจำเมืองมองลมพายุที่หอบร่างของราเชนหายไปในอากาศ แล้วถอนหายใจออกมา
ราเชนตื่นขึ้นมาพบว่า ตอนนี้ตัวเขาถูกมัดติดกับ เสาโลหะ ที่ตั้งอยู่กลางลานศิลาแห่งหนึ่ง ด้านหน้ามีชายชราผมสีเขียว ด้านหน้ามี หยกมักรศักดิ์สิทธิ์ พลองมังกรสยบสิบทิศ หน้ากากมังกรอมตะ ธนูสุริยะคราส คัมภีร์พระไตรปิฏก หน้ากากเทพธนู พร้อมกับพยายามดึงมีดนิรนามออกจากฝักแต่ทำไม่ได้
“ ตาเฒ่าจับข้ามาทำไม ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” ราเชนเอ่ยอย่างไม่พอใจ เพราะรู้สึกว่า ตาเฒ่านี่คิดจะเอาของวิเศษของเขาไปทั้งหมด
“ เจ้าโชคดี ที่ข้ายังไม่ฆ่าเจ้า รู้ไหมเพราะอะไร”
“ เราไม่มีเรื่องบาดหมางกัน จู่ๆ จะมาฆ่าแกงกันได้ยังไงเล่า”
ผู้เฒ่าผมเขียวมองราเชนด้วยสายตาที่แข็งกร้าว พร้อมวาร์ปร่างของตัวเองมาปรากฏอยู่ต่อหน้าราเชน แววตาอัมหิตประกายสาดส่องขึ้นมา จนราเชนรู้สึกได้ว่าตาเฒ่านี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ ข้าคือหลิวฟง เทพวายุสำนักหมอกขาว เจ้าฆ่าศิษย์น้องทั้งสองของข้าตาย เจ้าคิดว่า ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดอยู่อย่างนั้นเร๊อะ”
“ เดี๋ยวก่อน ท่านเข้าใจผิดแล้ว อาตมาเป็นพระจะไปฆ่า ศิษย์พี่ทั้งสองของประสกได้อย่างไร”
ราเชนนึกขึ้นได้ รีบแนะนำตัวเองทันที เพราะมั่นใจว่า กลิ่นไอแห่งความแค้นคงถูกยาของอาจารย์เทพโอสถ ขจัดออกไปหมดแล้ว
“ เจ้าคิดว่า กลิ่นไอแห่งความแค้นของศิษย์น้องของข้าทั้งสอง จะหายไปได้ง่ายๆอย่างนั้นเร๊อะ เจ้าโง่ มันไม่ใช่แค่กลิ่นไอแห่งความแค้น มันเป็นพลังของศิษย์น้องของข้าทั้งสองต่างหากเล่า ศิษย์สำนักม่านหมอกที่ถูกฆ่าตาย พลังของเขาจะถูกดูดเข้าไปในร่างของคนที่สังหารพวกเขาทั้งหมด พลังวารี พลังปฐพี ตอนนี้สะสมอยู่ในร่างของเจ้า โชคดีที่เจ้าไร้พลังปราณยุทธ์ จึงทำให้เจ้าไม่รู้สึกตัวอะไร แต่มันทำให้ข้าสามารถล่วงรู้ตัวตนของเจ้า ไม่ว่ารูปร่างและใบหน้าเจ้าจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม”
ราเชนได้ฟัง ก็รู้สึกน้ำลายเหนียวคอขึ้นมาทันที
“ ข้าไม่ได้มีเจตนาจริงๆ แต่ว่า ข้ามีของวิเศษมากมาย ปล่อยข้า แล้วข้าจะมอบของวิเศษให้กับท่านผู้เฒ่าดีไหม”
เฒ่าหลิวฟง ถึงกับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วบีบคอของราเชนแน่นพร้อมจะหักคอเขาได้ในทันที
“ ของวิเศษของเจ้า ถูกเจ้าหยดโลหิตแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้หมดแล้ว มีทางเดียวที่ข้าจะเป็นเจ้าของได้ คือฆ่าเจ้าซะ แต่ที่เจ้ามีชีวิตอยู่รอดได้ ถึงตอนนี้เพราะข้าสงสัยว่า มีดสีดำเล่มนี้ ทำไมข้าถึงดึงออกมาไม่ได้ บอกข้ามาเดี๋ยวนี้”
ราชันตัดสินใจ ส่งจิตสั่งการไปที่เจ้าหนอนโลหิตทันที แสงสีแดงพุ่งออกมาจากหน้าอกของราเชน
ฟิ้ว !!!
เจ้าหนอนโลหิต พุ่งทะลุหัวใจของเทพวายุหลิวฟง แต่ทว่า ร่างของมัน กลับสลายไป กลายเป็นหมอกควัน ไปยืนอยู่ด้านหลังกว่าสิบเมตร
“ ที่แท้ เจ้าก็ใช้วิธีนี้จัดการกับศิษย์น้องของข้า เจ้าเล่ห์ชั่วช้ายิ่งนัก อย่าอยู่อีกต่อไปเลย”
“ เดี๋ยวก่อน เจ้าไม่อยากรู้วิธีดึงมีดออกมาแล้วรึ?"
“ เฮอะ ศิษย์พี่ของข้าต้องมีวิธีใช้ของพวกนี้แน่ ตายไปซะ”
เทพวายุหลิวฟง เอ่ยจบก็ยกมือขึ้น แต่ว่า เห็นแสงสีแดงยังคงพุ่งเข้าหามันทำให้มันแปลงร่างกลายเป็นพายุหมุนเป็นกลียว เจ้าหนอนโลหิตไม่อาจเข้าถึง ถูกลมพัดปลิวกระเด็นหายไป ลมพายุที่ ตอนนี้บิดเป็นเกลียวแหลมคม พุ่งเข้าหาราเชนที่ยังคงถูกมัดกับเสาโลหะไม่อาจหนีไปไหนได้
ราเชนถึงกับเหงื่อซึมออกมา เพราะเขาพยายามจะใช้พลังจิตเพื่อสั่งให้มีดนิรนาม หรือลูกธนูระเบิดพุ่งออกไปต้าน แต่ด้วยความที่เขาใช้พลังอัญเชิญราชาเทพครุฑ ทำให้เขาอ่อนแอไร้พลังที่จะควบคุม ทำได้แต่เพียงมองดู เกลียวพายุที่แหลมคมเจาะร่างของเขาไป
“ จบสิ้นเสียที ชีวิตข้า” ราเชนเอ่ยออกมา จิตของเขาคล้ายถูกปลดพันธนาการลืมสิ้นความแค้นในจิตใจ ลืมอดีตและอนาคต ดวงจิตของเขากลับสงบนิ่ง พลังงานบางอย่างเกิดปะทุขึ้นที่หัวใจของราเชน แล้วมันก็เริ่มเต้นแรงขึ้น แรงขึ้น จนใกล้จะระเบิดออกมา แล้วมันก็กลับค่อยๆ เต้นช้าลง จนหัวใจแทบจะหยุดเต้น
มันสลับไปมา อยู่อย่างนี้ แต่ดวงจิตของเขากลับหาได้มีความเปลี่ยนแปลงอันใดไม่ โลหิตไต้ซือหยวนคงที่อยู่ในร่างของเขา ตอนนี้ถึงกับแตกสลายไปพร้อมกันทั้งแปดเม็ด ซึมซับเข้าไปในร่างกายของราเชนโดยที่เขาเองนั้นก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ในขณะที่ลมพายุอันแหลมคมเริ่มทะลวงร่างของราเชนจน จนเลือดสาดกระเซ็น เต็มไปหมด แต่ว่าไม่อาจทะลวงร่างของราเชนลึกไปกว่านี้ได้ โลหิตของราเชนตอนนี้กลายเป็นสีทอง สว่างวาบออกมา เงาเบื้องหลังของราเชนปรากฏเป็นมังกรขนาดใหญ่สีทอง ราเชนลืมตาตื่นขึ้น แล้ว อ้าปากคำรามร้องออกมา
ย๊ากกกกกกก !!!
คลื่นพลังงานอันมหาศาลออกจากปากของราเชน พุ่งเข้าทำลายเกลียวพายุอันแหลมคม จนแตกสลายไป จนเห็นร่างของเทพวายุหลิวฟง ที่ยืนกระอักเลือดออกมา แสดงสีหน้าตกใจสุดขีด
แต่คลื่นพลังงานนั้นหาได้หมดไปไม่ มันยังคงปล่อยออกมาอีกชุด คราวนี้ เทพวายุหลิวฟง ถึงกับตาเหลือก รีบแปลงร่างเป็นพายุเพื่อจะหลบหนี แต่ไม่ทันเสียแล้ว คลื่นพลังงานชุดนี้กลายเป็นมังกรตัวใหญ่เข้ากระแทกร่างของเทพวายุหลิวฟงจนแตกสลายกลายเป็นผุยผง
ราเชนถึงกับมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น และรับรู้ถึงพลังงานบางอย่างจากร่างของเทพวายุหลิวฟง ถูกดูดเข้ามาในร่างของเขาทันที
“ นี่ซินะ พลังปราณเทพวายุที่เจ้าพูดถึง” ราเชนสำรวจในห้วงจิตของเขาพบว่า มีพลังปราณเทพวารี พลังปราณเทพปฐพี พลังปราณเทพวายุ ไหลเวียนอยู่ในห้วงจิตของเขา ถึงสามอย่าง สาเหตุที่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังทั้งสามเพราะในยามห้วงของความเป็นความตายนี้ ทำให้โลหิตอรหันต์ของไต้ซือหยวนคง ถูกราเชนดูดซับรวดเดียวจนหมด ทำให้เขาสามารถบรรลุถึงพลังจิตปรมัตถ์เป็นผลสำเร็จแล้ว พลังปราณจิตของเขาพุ่งขึ้นมาอยู่ในขั้นราชันระดับที่ 10 และยังสามารถใช้วิชาคลื่นมังกรคำรามล้างปฐพีได้อย่างทันท่วงที ส่วนเจ้าหนอนโลหิตที่ถูกพัดกระเด็นไป ก็พุ่งตัวเข้ามาในอ้อมอกของราเชน อย่างดีใจ ที่เห็นราเชนไม่เป็นอะไร..........