บทที่ 167 เรื่องราวของเฟยเฟย 2
ชิวเหวินเจี้ยนรู้จักวิชาที่จิ้งจอกสีขาวใช้เมื่อเพ่งมองไม่นานนัก อันที่จริงเมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้วชิวเหวินเจี้ยนก็แทบจะรู้ไปเสียทุกอย่าง เขาไม่เข้าใจการทำงานของร่างกายตนนักแต่จากการผ่านการต่อสู้มามากมาย สุดท้ายแล้วชายหนุ่มก็ล่วงรู้ทุกสิ่งอย่างผ่านการมอง ทุกคาถา เวทย์ทุกบทที่ผ่านสายตาถูกจดจำเอาไว้ ชิวเหวินเจี้ยนแอบระแวงว่าตนจะตายเพราะความรู้มากเกินไป
ส่วนจิ้งจอกสีขาวตัวนี้นั้นชิวเหวินเจี้ยนเห็นอักขระสีดำเลื้อยไปตามพื้นดิน ลวดลายเหล่านั้นมีต้นกำเนิดมาจากตัวของมัน ชิวเหวินเจี้ยนจึงรู้ได้เลยว่าจิ้งจอกสีขาวตัวนี้ไม่ธรรมดา ปกติแล้วเผ่านมนุษย์สัตว์จะไม่สามารถใช้เวทย์ได้ การต่อสู้ของพวกเขาส่วนใหญ่จะเป็นไปตามสัญชาตญาณ แต่นี่ไม่ใช่…
“พวกเราตามหาไปจนทั่วแล้วขอรับท่าน” คนที่เป็นลูกน้องบอกกับชายที่ยืนถือดาบ เขาไม่พอใจ ไล่เตะของแถวนั้นจนกลิ้งระเนนระนาด ชิวเหวินเจี้ยนถอนหายใจ คิดกับตนเองว่าเหตุใดมนุษย์จึงมีพฤติกรรมหยาบช้าเช่นนี้ ตอนที่ตนยังไม่บรรลุขั้นสูงสุดของพลังเป็นเช่นนี้หรือไม่
และทำไมผู้แข็งแกร่งกว่าจึ้งต้องรังแกผู้อ่อนแอ
“มันไปอยู่ที่ไหนกันหมด ข้าบอกกับพ่อค้าแล้วว่าจะเอาพวกมันไปขาย” พูดจบชายถือดาบหน้าตาไม่เป็นมิตรก็หิ้วคอจิ้งจอกสีขาวขึ้นมาจากพื้น ร่างของมันเปรอะไปกับฝุ่นจนมอมแมม หูของมันลู่ไปข้างกาย แต่ชิวเหวินเจี้ยนยังเห็นพลังที่มันแผ่ออกมา เป็นวิชาพรางกายและบิดเบือนภาพที่คนอื่นเห็น ชิวเหวินเจี้ยนเมื่อลองเพ่งสมาธิดีๆ แล้วก็พบว่าจิ้งจอกสีขาวทั้งหมดนั้นยังคงหลบอยู่ในบ้านเรือนไม่ยอมหนีไป แต่ที่พวกมนุษย์ไม่เห็นเช่นเขาก็เป็นเพราะเจ้าจิ้งจอกสีขาวตัวนี้ใช้วิชาดังกล่าวปิดบังดวงตาของมนุษย์ที่มีพลังเกือบถึงขั้นเมฆา
“อาจจะหนีไปกันหมดแล้วขอรับท่าน” ลูกน้องบอก เขาเหวี่ยงร่างของจิ้งจอกไปที่พื้น มันกระแทกเสียงดังแอ้กอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก้มลงมองที่พื้น สำรวจไปในบ้านและพบว่ากองไฟที่ก่อทำอาหารนั้นยังร้อนฉ่าเหมือนกับว่ามีคนอยู่ไม่นานนี่เอง
“พวกมันต้องอยู่แถวนี้ หากหนีไปคงไม่ทิ้งจิ้งจอกตัวนี้ไว้” เขาพูดพร้อมทั้งทุบไปที่กำแพงบ้านอย่างไม่พอใจ ชายหนุ่มส่งสัญญาณ หรีตามองจิ้งจอกตัวนั้น “ให้มันกลายร่าง ข้าจะได้ถามมันว่าพวกของมันไปไหน”
เมื่อพูดจบเหมือนชิวเหวินเจี้ยนจะรู้สึกตัวได้ว่าสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดี ชายคนหนึ่งหยิบมีดสั้นของตนออกมา จ่อไปที่ลำคอของจิ้งจอกสีขาวที่ยังโตไม่เต็มวัย เพียงครู่ที่ใบมีดจะบาดลึกเข้าไปในผิวหนัง ร่างกายของมันก็ผิดแปลกไป จิ้งจอกหลับตาฉับพลันเปลวไฟสีน้ำเงินก็ลุกพรึ่บที่ร่างของมัน สัตว์สี่เท้ากลับกลาย ทิ้งเอาไว้แต่มนุษย์เพศชายที่มีหูสัตว์ ชิวเหวินเจี้ยนยกยิ้มตอนเห็นภาพนั้น
ดวงตาวาวโรจน์ ปากของเขาอ้ากว้าง ขู่ฟ่อในลำคอเมื่อเห็นมนุษย์ผู้ถือมีดสั้นผงะไป ร่างกายของชายมีหูเต็มไปด้วยอักขระสีดำของวิชาบิดเบือน ชายหนุ่มยังคงมีสมาธิไม่หลุดจากการตั้งจิตให้พวกมนุษย์ไม่สามารถเห็นพวกพ้องของตนได้แม้สักวินาที
‘คงจะจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวสินะ...’ ชิวเหวินเจี้ยนคิดเอาเอง กว่าพวกจิ้งจอกสีขาวกลุ่มนี้จะรู้ตัวก็แทบสายไปเสียแล้ว และเพราะยังหวาดกลัวต่อมนุษย์จึงไม่กล้าประจันหน้าตรงๆ จะหลีกหนีก็ไม่ทันการทำให้จิ้งจอกสีขาวตัวนี้ออกมาปกป้องพี่น้องในกลุ่มของตนเอาไว้
“พวกแกไปไหนกันหมดหะ?!” พูดตะโกนใส่พร้อมทั้งจ่อมีดสั้นลงไปที่ลำคอ จิ้งจอกสีขาวกัดฟันกรอด ตวัดร่างกายอย่างคล่องแคล่วถีบชายคนนั้นกระเด็นไป หางที่งอกออกมาสะบัดอย่างกราดเกรี้ยว มนุษย์จิ้งจอกหายลับไปเพียงครู่ก่อนจะปรากฏที่หลังของลูกน้องคนหนึ่ง กรงเล็บแหลมไม่ได้เฉือนเข้าที่ลำคออย่างที่ชิวเหวินเจี้ยนคาดเอาไว้หากแต่กำปั้นกระแทกลงที่จุดสำคัญทำให้สลบไปก่อนจะป้องกันตัว
“ออกไปจากหมู่บ้านของข้า” จิ้งจอกที่กลายร่างแล้วพูดเสียงทุ้มต่ำ ท่าทีตัวสั่นเมื่อครู่ไม่ได้เป็นเพราะความหวาดกลัวแต่เพราะกำลังเก็บงำพลังเอาไว้ต่างหาก ถ้าอยู่ในร่างนี้แล้วล่ะก็...คงจะสามารถต้านทานพวกมนุษย์ใจร้ายได้ จิ้งจอกสีขาวมองทั้งรอบด้านอย่างระวังภัย อีกฝ่ายมีอาวุธครบมือหากไม่ระวังจะต้องพลาดท่า
หัวหน้าของเหล่าผู้บุกรุกจับดาบมาดมั่น เห็นเม็ดเงินแสนงามอยู่ในมือ การขายพวกเผ่านมนุษย์สัตว์ในตอนนั้นทำรายได้อย่างงาม พวกคนมีเงินจะซื้อไว้ดูเล่นหรือไม่ก็ใช้งาน ยิ่งเป็นมนุษย์สัตว์ที่กลายร่างได้หรือมีพลังเวทย์จะราคาสูงมากทีเดียว
“ออกไปก็โง่น่ะสิ ข้ากำลังจะรวยอยู่แล้วเชียว หมู่บ้านที่แล้วพวกมนุษย์สัตว์ต่ำต้อยนั่นมีดีแค่เป็นอาหารเท่านั้นแหละ” พูดจบเขาก็พุ่งตัวเข้าไปหา ดาบถูกจับจ้วงแทงหมายจะสะบั้นร่างของจิ้งจอกให้ขาดวิ่น ทว่าจิ้งจอกเร็วกว่า มันก้มตัวลงหายลับไปอย่างรวดเร็ว บิดเบือนการมองเห็นทำให้ชายคนนั้นพลาดท่าไป จิ้งจอกสีขาวใช้เท้าถีบก่อนจะยกศอกกระทุ้งลงไปที่หลังต้นคอ
ชิวเหวินเจี้ยนทึ่งกับทักษะของมันมาก...ไม่น่าเชื่อเลยว่าจิ้งจอกสีขาวนี้จะรู้จักการต่อสู้ ในเมืองใหญ่นั้นมีเผ่ามนุษย์สัตว์อยู่มากแต่ใช่ว่าจะสร้างเมืองได้และเก่งการต่อสู้ด้วย จิ้งจอกที่ว่องไวและชาญฉลาดเช่นนี้เป็นตัวแรก
ทว่า…
“จิวฮุ่ย! ช่วยข้าด้วย!” เสียงเด็กสาวร้องเรียก จากนั้นลูกน้องคนหนึ่งก็ลากมนุษย์ตัวเล็กออกมา นางมีหางและหูเหมือนกับจิ้งจอกตัวแรก ทว่าใบหน้ายังไม่เป็นมนุษย์ดีนัก ชิวเหวินเจี้ยนคิดว่าที่สามารถกลายร่างได้คงเป็นเพราะตกใจที่ถูกจับตัวมาได้มากกว่า
เจ้าของชื่อเบิกตากว้าง ชายหนุ่มครึ่งจิ้งจอกไม่สนใจพวกมนุษย์ทันที เขารีบหันไปหาเด็กสาวที่ตอนนี้กลับกลายเป็นจิ้งจอกดังเดิมอย่างรวดเร็ว จังหวะที่หันหลังให้ศัตรูนั้น ชายที่คาดว่าน่าจะสลบไปแล้วก็หยิบดาบขึ้น สันดาบถูกฟาดลงมาที่ต้นคอเหมือนกับที่มันเคยทำเอาไว้
จิวฮุ่ยลงไปนอนกองกับพื้น สายตาพร่าเลือน เมื่อขาดสมาธิไป อักขระตามร่างก็ค่อยๆ เลือนหาย จากนั้นพวกมนุษย์ก็ยิ้มกระหยิ่ม จิ้งจอกสีขาวที่ตามหาปรากฎทุกที่ตามมุมบ้าน การบิดเบือนถูกลบล้าง ตอนนี้พวกเขาสามารถเห็นจิ้งจอกสีขาวทั้งฝูงได้แล้ว
‘อยู่เฉยๆ คงจะไม่ดี’ ชิวเหวินเจี้ยนนึกในใจ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ออกจากที่ซ่อน ค่อยๆ เดินไปยังการต่อสู้เบื้องหน้าที่ดูไม่ยุติธรรม รอบด้านวุ่นวาย พวกมนุษย์วิ่งไล่ตามจับจิ้งจอกสีขาวอย่างบ้าคลั่ง ชิวเหวินเจี้ยนหยุดลงตรงหน้าพวกเขา ชายในชุดคลุมที่จู่ๆ ก็โผล่มาเรียกความสนใจพวกจิ้งจอกและมนุษย์ได้อย่างดี
ชิวเหวินเจี้ยนไม่สนใจ เขาย่อตัวลงนั่งกับพื้นข้างจิวฮุ่ยจิ้งจอกสีขาวในร่างมนุษย์ เขายกยิ้มและเอ่ยถามท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น
“เจ้าเรียนมาจากไหน” เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยน ชายหนุ่มยกมือแตะหลังคอ แสงสีเขียวปรากฏขึ้น จากนั้นความเจ็บปวดก็จางหายไปจนสิ้น จิวฮุ่ยเบิกตากว้าง เห็นหัวหน้าและลูกน้องมนุษย์ยกอาวุธขึ้นมา หากคนๆ นี้ไม่หลบล่ะก็จะต้องถูกฆ่าอย่างแน่นอน
“ระวัง!” จิวฮุ่ยตะโกน อักขระค่อยๆ ปรากฏแต่ทว่าช้ากว่า เพียงชิวเหวินเจี้ยนยกมือ เหล่ามนุษย์ที่กำลังเงื้ออาวุธขึ้นทั้งหมดรวมถึงคนอื่นๆ ที่กำลังจับจิ้งจอกสีขาวใส่กรงไม้ก็ถูกดูดกลืน ประตูมิติสีดำปรากฏขึ้นทุกที่ที่มนุษย์เหล่านั้นยืนอยู่ เพียงชั่วพริบตาพวกเขาเหล่านั้นก็หายวับไป
“ระวังอะไรหรือ” ชิวเหวินเจี้ยนถามหน้าตาย เขาไม่ทันขยับร่างกายด้วยซ้ำหากแต่ว่าในเสี้ยววินาทีก็เปิดประตูมิตินับไม่ถ้วนขึ้นมาและส่งพวกมนุษย์หยาบช้าเหล่านั้นไปที่ไหนก็ไม่รู้ เวทย์ชั้นสูงขนาดนี้ที่ต้องใช้เวลาร่ายกลับถูกใช้อย่างง่ายดาย คนๆ นี้เป็นใครกันแน่
“ทำได้ยังไง… มะ เมื่อครู่”
ชิวเหวินเจี้ยนไม่ได้ตอบในทันที เขาหันไปมองอาวุธที่ตกลงสู่พื้นเพราะไร้เจ้าของ ชายหนุ่มยกยิ้ม ยืนมือให้จิวฮุ่ยจับและพยุงเขายืนขึ้น จิ้งจอกสีขาวรอบกายต่างหลบซ่อนตัว กลัวว่าผู้มาใหม่จะทำร้าย
“เอาเถอะ...นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เจ้าต่างหากจิ้งจอกสีขาว ข้าอยากรู้เรื่องของเจ้ามากกว่า”