บทที่ 12: หนึ่งราตรีบรรลุอสุนีบาต
หลินฟานกลับมาถึงถ้ำบำเพ็ญเพียรส่วนตัวของเขาพร้อมกับตำรา "เคล็ดวิชาดาบอสุนีบาตนิรันดร์" ในมือ เขารู้สึกได้ถึงสายตามากมายที่จับจ้องมายังเขาตลอดทาง ทั้งสายตาที่อยากรู้อยากเห็น สายตาที่ดูแคลนว่าเขาเลือกผิดทาง และสายตาที่รอสมน้ำหน้า แต่เขาก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย
เขาปิดประตูหินของถ้ำลงอีกครั้ง ตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง บรรยากาศภายในถ้ำที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยพลังปราณหนาแน่น ทำให้จิตใจของเขาสงบลงในทันที
เขานั่งขัดสมาธิลงบนแท่นหยก วางตำราโบราณไว้บนตัก แล้ววางกระบี่คลื่นมรกตไว้ข้างกาย
"เคล็ดวิชาระดับเทวะ..." หลินฟานพึมพำพลางลูบหน้าปกที่เก่าแก่ของตำรา "ข้าอยากจะรู้นักว่ามันจะทรงพลังเพียงใด"
เขาเปิดหน้าแรกขึ้นอย่างช้าๆ จิตใจทั้งหมดจดจ่ออยู่กับตัวอักษรและแผนภาพการโคจรพลังงานที่ซับซ้อนและลึกล้ำ
ทันทีที่เขาเริ่มทำความเข้าใจประโยคแรก...
[ติ๊ง! ท่านกำลังศึกษา "เคล็ดวิชาดาบอสุนีบาตนิรันดร์ (ส่วนย่อย)"... ได้รับผลทวีคูณ 100 เท่า!]
วินาทีต่อมา โลกในมโนสำนึกของหลินฟานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง!
มันไม่ใช่แค่การเห็นเงาร่างของนักกระบี่เหมือนตอนศึกษาเคล็ดกระบี่พื้นฐานอีกต่อไป แต่เขากลับถูกดึงเข้าไปในภาพมายาที่น่าสะพรึงกลัว!
ท้องฟ้าเบื้องบนมืดครึ้ม เมฆาสีดำทะมึนก่อตัวเป็วังวนขนาดมหึมา ภายในวังวนนั้นมีสายฟ้าสีม่วงทองคำรามลั่นะเืปฐี! ทันใดนั้น ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุสายฟ้า เขาถือดาบเล่มมหึมาที่ล้อมรอบด้วยอสนีบาตที่บ้าคลั่ง เขาวาดดาบออกไปเพียงครั้งเดียว...
เปรี้ยงงงงง!
สายฟ้าสีม่วงทองขนาดเท่าูเาได้ฟาดลงมาจากฟากฟ้า ผ่ามิติให้แยกออกจากกัน เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างจนกลายเป็เถ้าถ่าน! มันคือพลังทำลายล้างที่บริสุทธิ์และน่าหวาดหวั่นจนถึงขีดสุด!
ภาพมายานั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่กลับตราตรึงอยู่ในจิติญญาของหลินฟานราวกับเป็นิรันดร์
ความเข้าใจอันลึกซึ้งเกี่ยวกับแก่นแท้ของ "สายฟ้า" และ "การทำลายล้าง" หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขาราวกับน้ำป่า เคล็ดวิชาที่ซับซ้อนและอันตรายในสายตาคนอื่น บัดนี้กลับดูเรียบง่ายและเป็ธรรมชาติสำหรับเขาราวกับเป็สัญชาตญาณ
[ติ๊ง! ท่านได้ทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของเคล็ดวิชาดาบอสุนีบาตนิรันดร์!]
[ติ๊ง! ท่านได้เรียนรู้วิธีการโคจรพลังปราณเพื่อเปลี่ยนคุณสมบัติให้กลายเป็ 'พลังปราณอสุนีบาต'!]
[ติ๊ง! ท่านได้เรียนรู้กระบวนท่าที่หนึ่ง: 'หนึ่งดาบสะบั้นอสนี'!]
เวลาผ่านไปเพียงแค่หนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) หลินฟานก็อ่านตำราทั้งเล่มจนจบและทำความเข้าใจมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง! เคล็ดวิชาที่คนอื่นอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อขบคิดและยังอาจล้มเหลว บัดนี้กลับถูกเขาหลอมรวมเข้ากับจิติญญาได้อย่างสมบูรณ์
"นี่สินะ... พลังแห่งการทำลายล้างที่แท้จริง" หลินฟานลืมตาขึ้น ในแววตาของเขามีประกายสายฟ้าสีม่วงทองวูบวาบขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหายไป
เขาลองโคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชาใหม่นี้ พลังปราณที่เคยสงบนิ่งและไหลเอื่อยราวกับสายน้ำในจุดตันเถียนของเขา บัดนี้กลับปั่นป่วนและเกรี้ยวกราดขึ้น! พลังปราณแต่ละเส้นเริ่มเสียดสีกันจนเกิดเป็ประกายไฟฟ้าเล็กๆ!
เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...
เสียงประจุไฟฟ้าดังขึ้นเบาๆ รอบตัวเขา! พลังปราณของเขาได้เปลี่ยนคุณสมบัติจากพลังปราณธรรมดา กลายเป็ "พลังปราณอสุนีบาต" ที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจทำลายล้างแล้ว!
หลินฟานหยิบกระบี่คลื่นมรกตขึ้นมา เขาลุกขึ้นยืนแล้วลองร่ายรำกระบวนท่า "หนึ่งดาบสะบั้นอสนี" ตามความเข้าใจที่เพิ่งได้รับมา
เขาไม่ได้ใช้พลังปราณทั้งหมด แต่เพียงแค่ผสานเจตจำนงกระบี่เข้ากับพลังปราณอสุนีบาตที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเล็กน้อย แล้วฟาดกระบี่ออกไปในอากาศธาตุ!
เปรี้ยง!
เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงแหวกอากาศที่แหลมคมเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป แต่เป็เสียงคำรามของสายฟ้าอย่างแท้จริง!
สายฟ้าสีม่วงขนาดเล็กเท่าแขนพุ่งออกจากปลายกระบี่คลื่นมรกต! มันพุ่งเข้าใส่ผนังหินของถ้ำบำเพ็ญเพียรที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตร!
ตูมมมม!
เกิดเสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว! ถ้ำทั้งถ้ำสั่นะเือย่างรุนแรง! ผนังหินที่แข็งแกร่งปรากฏรอยไหม้เกรียมเป็สีดำสนิท และมีหลุมลึกเกิดขึ้นขนาดเท่าชามก๋วยเตี๋ยว!
หลินฟานมองผลงานของตัวเองด้วยความตกตะลึง!
นี่คือพลังที่เกิดจากการใช้พลังเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น! หากเขาใช้พลังทั้งหมดออกมาเต็มที่ อานุภาพของมันจะน่ากลัวเพียงใด!
"เคล็ดวิชานี้... มันทรงพลังเกินไปแล้ว!" เขากล่าวด้วยความตื่นเต้น "กระบี่คลื่นมรกตที่เป็เพียงศาสตราปราณระดับต่ำยังแทบจะทนรับพลังนี้ไม่ไหว หากข้ามีกระบี่ที่ดีกว่านี้ พลังทำลายล้างจะต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว!"
เขามองไปที่กระบี่ในมือ พบว่าตัวกระบี่ที่เคยส่องประกายสีเขียวใส บัดนี้กลับมีรอยร้าวเล็กๆ เกิดขึ้น! มันคือผลจากการที่ทนรับพลังปราณอสุนีบาตที่ไม่เข้ากับคุณสมบัติของมันโดยตรง
"ดูเหมือนว่าก่อนการประลอง ข้าคงต้องไปที่ 'หอศาสตราวุธ' เพื่อหาดาบเล่มใหม่ที่เหมาะสมเสียแล้ว"
หลินฟานเก็บกระบี่และตำราเข้าที่ เขายังมีเวลาอีกสองวัน เขาตัดสินใจจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการปรับสภาพพลังปราณอสุนีบาตให้เสถียรและควบคุมมันให้ได้ดั่งใจนึก
"หวังเทา... ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ 2..." หลินฟานแสยะยิ้มออกมา "ข้าจะให้เ้าได้ลิ้มรสชาติของสายฟ้าที่แท้จริง... และให้ทุกคนในสำนักได้เห็นว่า การมายุ่งกับข้า... คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของพวกมัน!"
สามวันต่อจากนี้ เวทีประลองกลางจะต้องกลายเป็เวทีแจ้งเกิดของเขาอย่างแท้จริง!