เพียงเสี้ยววินาที สวีหยางอวี้ในสภาพบาดเจ็บสาหัส หายใจอิดโรย ก็ฟื้นฟูกลับมากระปรี้กระเปร่าดั่งเดิมทันตาเห็น
ผลึกพลังปีศาจ คือแก่นสารทั้งหมดของปีศาจขั้นจินตัน! คือสสารแห่งชีวิตที่ผ่านการขัดเกลาหล่อหลอมมาอย่างละเมียดจัดได้ว่าเป็นของสารพัดประโยชน์เลยก็ว่าได้ ทั้งใช้เป็นส่วนผสมของยาทั้งใช้สร้างค่ายกลตราเวทหรือเขตแดนอาคมแทนหินวิญญาณใช้เป็นชีวิตสำรองและเป็นยาฟื้นฟูร่างกายขณะต่อสู้ได้อีกด้วย!
มีมันติดตัว ยามต่อสู้ก็ไม่ต้องกังวลว่าพลังปราณจะแห้งเหือดอีกต่อไป!ใช้เป็นชีวิตสำรองและอาวุธป้องกันตัวคงไม่ต้องพูดถึงอานุภาพทำลายล้างจากการระเบิดของผลึกพลังปีศาจระดับจินตันหรอกนะ!
ผู้ใดได้ไป ผู้นั้นย่อมได้เปรียบ และเป็นที่น่าเกรงขาม
ตอนนี้ในมือของเขามีระเบิดทำลายล้างอยู่ในมือแล้วจะมีใครหน้าไหนกล้ามาลองดีกับมัน!
เพียงแต่ จนกระทั่งตอนนี้...สวีหยางอวี้ก็ยังไงไม่รู้ตัวว่ามีเลือดปีศาจบริสุทธิ์ของร่างปีศาจปี้ปัวเจินเหรินลอยเข้าร่างกายเขาทีละหยดไม่หยุดหย่อนอีกทั้งพลังปราณจากผลึกพลังปีศาจที่ไหลลงสู่ทะเลลมปราณก็ถูกเมล็ดผลึกปริศนานั้นดูดไปจนหมด
และนาทีนั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงเปราะดังดังขึ้นหัวแจ่มชัด!
ก้อนผลึก หรืออาจเรียกได้ว่า “เมล็ด” ที่ลอยอยู่ท่ามกลางทะเลลมปราณได้แตกอย่างสมบูรณ์แล้ว
สวีหยางอวี้ปรับลมหายใจและประคองร่างตัวเองยืนนิ่งอยู่กับที่แต่แข้งขากลับซวนเซ
ความทรงจำเก่าแก่พิศวงอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูกทว่าแจ่มชัดเหลืออื่นใดผุดขึ้นในห้วงสมองเขาชั่ววูบ! ครั้นไล่นึกอย่างละเอียดกลับนึกอะไรไม่ออกเสียแล้ว!
ที่สำคัญก็คือ ตอนนี้คล้ายกับมีอะไรบางอย่างในทะเลลมปราณของเขากำลังเสียง“หวืดหวูด” อยู่เป็นเนื่อง
ยังไม่ทันเพ่งมองว่าเป็นสิ่งใด อยู่ๆ ผิวหนังของเขาก็ปริแตกแต่ไม่เจ็บแสบ!
ไร้เลือดซิบ ไร้อาการเจ็บปวด เขามองดูมือตัวเองด้วยแววตาตกใจรำไรหลังจากผิวหนังปริแตก... กลับมีใบไม้เขียวค่อยๆ งอกออกมาจากมือเขาอย่างไม่คาดฝัน
เมื่อใบไม้ใบหน้าคลี่ออกเต็มที่ รอยปริแตกที่มือก็ลามไปทั่งตัวทันที!
ใบไม้น้อยใหญ่แทงใบออกมาตามรอยปริแตกคล้ายสิ่งมีชีวิตที่ถูกกลบฝังมาเนินนานบัดนี้มันได้แทงใบเบ่งบานออกจากร่างกายเขาเสียที!
“นะ นายท่าน!”เสียงร้องตกใจคล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่างของหลี่จงหยวนดังมาจากด้านหลัง “แบบ แบบแบบนี้มัน! นะ นะ นายท่านกำลังกำลังกลายร่างเป็น...”
ปีศาจ!
หลี่จงหยวนไม่กล้าพูดคำนี้ออกมา เขาได้แต่พูดขึ้นในใจ
เพราะคำตอบนี้มันผิดแปลกจากปกติเกินไป!
สวีหยางอวี้จะเป็นปีศาจได้อย่างไร!เพราะตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่มีญาติโกโหติกาฝ่ายไหนเกี่ยวข้องกับปีศาจเลยสักคน!
“ผะ ผมเข้าใจแล้ว... ว่าทำไมผมถึงเลื่อนขั้นอย่างกะทันกัน ปะ เป็นเพราะตอนที่คุณปีนขึ้นเขามาละ ละ เลือดของคุณหยดบนร่างกายผม...คะ คุณ...”
“หุบปาก!” สวีหยางอวี้ตะหวาดเสียงขึ้น ดวงตาผุดแววสังหารขึ้นอย่างเด่นชัด
หลี่จงหยวนรู้ดี ขืนตัวเองพูดมากกว่านี้ มีแต่ต้องตายสถานเดียว!
ผู้ชายด้านหน้าเขาที่กำลังกลายร่างเป็น “มนุษย์ต้นไม้” คนคนนี้สามารถจัดการหมิงเสินได้แบบนี้!เขาจะกล้าขัดใจสวีหยางอวี้ได้อย่างไร!
หมิงเสินมองสวีหยางอี้อย่างสิ้นหวังแต่พอเห็นร่างกายอีกฝ่ายมีใบไม้งอกออกมาก็หัวเราะขึ้นทันที
“ฮ่าๆๆ ! ฮ่าๆๆ !”
“เหอะๆๆ ...” ราบกับเสียงหัวเราะผลาญแรงของเขาไปเยอะ ดังลั่นในช่วงแรกแผ่วเบาในช่วงต่อมา เขาจ้องมองสวีหยางอี้ด้วยดวงตาแดงก่ำ “แกเป็นปีศาจ!”
“แกก็คือปีศาจ!”
“แกเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตัวเองจองล้างจองผลาญตามฆ่ามาตลอด!”
“ฉันรู้แล้ว... ฮ่าๆๆ ฉันรู้แล้ว...ที่แท้ปี้ปัวเจินเหรินถูกฆ่าทิ้งเพราะแบบนี้เอง... ไอ้สวะ... แกมันโชคดีจริงๆแต่ก็โชคร้ายด้วยเช่นกัน... แต่แกกลายเป็นปีศาจไปแล้ว... แกมันไอ้ปีศาจ!ไอ้ปีศาจ!”
ตัวเองทำได้ตอนนี้ก็แค่หัวเราะเยาะ จะหนีก็หนีไม่ได้แล้ว
เพราะยันต์เคลื่อนย้ายที่ใช้หลบหนีอยู่ในแหวนมิติเก็บของที่อีกฝ่ายแย่งไป!
“ไอ้สวะ...” ผ่านไปสักพักใหญ่ อารมณ์ของเขาก็พลันสงบลง สวีหยางอี้มองอีฝ่ายเรียบนิ่งเขาหมัดกำแน่นพยายามข่มความโมโหเดือดดาลอันไร้ขีดจำกัดลงแต่ดูเหมือนใกล้ทนไม่ไหวอยู่เต็มทน
“สักวันหนึ่ง ตระกูลหมิงจะต้องเด็ดหัวแกให้ได้...”
“ฉึบ!” ยังไม่ทันสิ้นสุดเสียง ศีรษะก็หลุดกระเด็นลอยขึ้นกลางอากาศ
ศีรษะที่หลุดออก ในขณะที่ปากพะงาบอยู่
พายุสะบั้นมังกร
เลือดสดพุ่งกระจายอาบร่างและเปื้อนใบหน้าสวีหยางอี้
ตอนที่ลงมือเขาไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย แม้แต่วี่แววกะพริบตาก็ไม่มี
“แล้วฉันจะรอ” สวีหยางอี้เก็บมือกลับมาพร้อมเลียริมฝีปากเปื้อนเลือดของตัวเองจากนั้นก็กำหมัดมองดูเหล่าใบไม้ที่งอกออกมาตามรอยแตกบนร่างกายตัวเอง!
นี่มันอะไรกัน?
ไม่... เป็นไปไม่ได้ เขาไม่มีทางกลายเป็นปีศาจอย่างแน่นอน!
เขา... เป็นนักล่าปีศาจต่างหาก!
หลังจากอายุแปดขวบเป็นต้นมา เขาก็อยู่ในฐานะนักล่าปีศาจมาตลอด!
เป็นไปไม่ได้... ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน!
เขาลองจับเด็ดใบหนึ่งบนร่างกาย ทว่ากลับรู้สึกเหมือนจับนิ้วตัวเอง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนกัดฟันกลั้นใจเด็ดมัน!
“ซู่!” เลือดสดพุ่งกระฉูด!
เมื่อใบไม้ถูกเด็ดออก เลือดก็พุ่งออกมาจากร่างทันที! คล้ายกับเฉือนเนื้อถลอกหนังตัวเองทิ้ง!
ความเจ็บปวดแล่นขึ้นสู่ห้วงสมอง แต่กลับไร้เสียงโอดโอยใดๆ !
“นะ นายท่าน! ทะ ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ! ร่างปีศาจก็คือร่าง... เอือก!”
ยังไม่ทันสิ้นสุดเสียง หลี่จงหยวนก็กระอักเลือดออกมาทำให้เขาไม่กล้าพูดขึ้นอีก
สวีหยางอี้มองเขาราวกับมองศพคนตาย ทำเอาเขาเย็นสะท้านขึ้นทั่วร่างทันทีผ่านไปสักพักถึงผละสายตาออก
คล้ายว่าร่างกายได้รับความเจ็บปวด ทำให้ใบไม้เขียวหดกลับเข้าไปตามรอยปริแตก
“นี่มัน?!” หลี่จงหยวนเหลือกตากลมโต
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ถ้าเจ้านายตัวเองเป็นปีศาจขึ้นมาจริงๆเมื่อเริ่มกลายร่างจะไม่สามารถหยุดได้กลางคัน! นี่เป็นกฎธรรมชาติของเผ่าปีศาจ!
ต่อให้เป็นร่างปีศาจที่แข็งแกร่งแค่ไหน ต่อให้เลือดปีศาจจะบริสุทธิ์แค่ไหนก็ไม่อาจฝืนกฎธรรมชาติได้!
แต่ถ้านายท่านไม่ใช่ปีศาจ แล้วใบไม้พวกนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน?
การสตอบสนองของเขาผิดงั้นเหรอ? ไม่สิ... ไม่น่าใช่เพราะตอนใบไม้งอกออกมาเมื่อครู่ เขาสัมผัสได้ถึงปราณปีศาจ แม้บางเบาแต่ชัดเจน!
ตอนนี้เมล็ดหายไปจากทะเลลมปราณแล้ว ใบไม้ก็หดหายไปแล้วเช่นกัน
สวีหยางอวี้ไม่เอื้อนเอ่ย ได้แต่ยื่นอยู่ตรงกลางวังน้ำวนเงียบๆพลางมองดูประกายสายฟ้าน้อยใหญ่รอบตัวที่ค่อยๆ เลือนหาย
เขากำมือมองดูร่างกายที่กลับมาเป็นปกติของตัวเอง ผ่านไปครู่หนึ่งก็ระบายยิ้มออกมา
“ฉันก็คือฉัน สวีหยางอวี้ นักล่าปีศาจ ไม่ใช่ใครอื่น”
ในใจของเขาสงบลงบ้างแล้ว ต่อมาก็กระโดดออกมาจากวังน้ำวนที่กำลังหายไป คว้าศีรษะของหมิงเสินยืนอยู่บนร่างปีศาจ
จบแล้ว...
ในที่สุดก็จบเสียที
เหลือเพียงประทับจิตของตัวเองลงไปบนผลึกพลังปีศาจเพื่อให้มันยอมรับลมปราณของเขา... จากนั้นก็ไม่มีใครแย่งไปได้!
ณ สุดขอบฟ้า ริ้วสายสิบกว่าเส้นพุ่งคาดผ่านท้องฟ้าอย่างสั่นสะท้านและกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆนี่เป็นสัญญาณเตือนว่าห้ามใครแตะต้องคลังสมบัติของปี้ปัว...แต่สวีหยางอวี้หาได้สนใจไม่
การที่ตัวเองทุ่มแย่งชิงผลึกพลังปีศาจมา มันเพื่ออะไรงั้นเหรอ?
จะให้เฉยเมยกับความทุ่มเทที่เสียไป เพียงเพราะแรงกดดันวิญญาณของพวกนายแค่นี้เหรอ?
ถ้าตัวเองทำแบบนั้น แล้วจะฝึกฝนไปทำไม?
ในการเดินทางมาไขปริศนาครั้งนี้แม้การต่อสู้อันไม่คาดคิดนี้ไม่ดุเดือดเท่ากับการประของเทียนเต้าแต่ตึงเครียดกว่ากันมาก
เป็นตายรู้กันภายในยี่สิบนาที ระหว่างเขากับหมิงเสินต่างงัดพลังทั้งหมดที่ตัวเองมีออกมาสำแดงจุดแข็งตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ ท้ายที่สุดก็เอาชนะด้วยปีศาจสัตว์เลี้ยง
“เหอะๆๆ ...” เขาทอดสายตามองไปยังริ้วสายคาดผ่านฟ้าคล้ายดาวตกตรงเข้ามารอยยิ้มระบายออกไร้เสียง พลางใช้เลือดสดของตนประทับลงไปบนผลึกพลังปีศาจ
ทันใดนั้น ผลึกพลังปีศาจก็เปล่งแสงสีฟ้าสว่างจ้าขึ้นมาระลอกหนึ่งเกิดเป็นวงแหวนสีฟ้าเหลือบรุ้งคล้ายวงกระเพื่อมขนาดใหญ่
บรรยากาศเงียบสงัด
สายตาทุกคนต่างจับจ้องมาที่นี่ มนุษย์ธรรมดาจำนวนมากมองไปยังคลื่นแสงฟ้าที่กระเพื่อมอยู่บนฟ้าอย่างตกตะลึง
วงแหวนสีฟ้าเลื่อมพราวที่กระเพื่อมออกมางดงามเหมือนบัวหิมะเบ่งบานใต้ฟ้าราตรีปรากฏขึ้นบนยอดเขาเหล่าเฮยซานหลังจากนั้นครู่หนึ่ง... คล้ายเป็นคลื่นพลังขนาดใหญ่ปะทุขึ้นมาเป็นวางกว้างด้วยความเร็วสูง!
“โห...” วัยรุ่นคนหนึ่งยืนตกใจอ้าปากค้างแสงสีที่เกิดขึ้นราวกับเทพสวรรค์มาจุติก็ไม่ปาน
“นี่มันเทพเซียน... หรือปีศาจ?” คู่รักหนุ่มสาวจับมือกันชายหนุ่มมองบนท้องฟ้าอย่างตกตะลึง ตอนนี้พื้นดินถูกแสงสีฟ้าย้อมทั่วทั้งผืน
“OMG!!!” นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมือสั่นระริกยกมือถือขึ้นมาจ่อไปบนท้องฟ้า“นะ นี่เป็นปรากฎการณ์มหัศจรรย์ของประเทศจีนเหรอ? หาดูได้ที่นี่เท่านั้นเหรอ?”
“มหัศจรรย์จริงๆ ...” “ช่างน่าเหลือเชื่อ...”
ยามค่ำคืน ยังคงเป็นยามค่ำคืน ภูเขา ยังคงเป็นภูเขาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เสมือนไม่ได้เกิดขึ้น
“บนเขาลูนั้น...” นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคล้องกล้องถ่ายรูปไว้ที่คอมองบนยอดเขาอย่างอึ้งงัน “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ตอนนี้เป็นเป็นเวลาตีสองครึ่ง แต่ยังไม่มีใครหลับตานอนสักคน
คนแรกวิ่งขึ้นไป คนที่สองวิ่งตามไป...นักท่องเที่ยวด้านล่างต่างวิ่งขึ้นเขาตามๆ กัน
ที่หมายของพวกเขามีที่เดียว ก็คือทะเลสาบใจกลางภูเขาไฟเหล่าเฮยซาน
ด้วยใจที่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทำไมปรากฏการณ์มหัศจรรย์แบบนี้ถึงเกิดขึ้นจากตรงนั้น? ตรงนั้นมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่?
แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่า ผู้สรรค์สร้างปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ตื่นเต้นไปกับพวกเขาเลยหากแต่... นิ่งสงบลึกล้ำ!
เมื่อพวกเขามาถึงก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น! ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเผยสู่สายตาพวกเขาอย่างประจักษ์แจ้ง!
น้ำพุที่สูงลิ่ว! ซาก“จระเข้” ในสายตาพวกเขาขนาดหลายร้อยเมตรนอนกองอยู่บนพื้น!ไหนจะประกายสายฟ้าแปลบๆ พวกนั้นอีก!
ดวงตาของทุกคนต่างสะท้อนไฟเร่าร้อนออกมาทั้งตื่นเต้นทั้งตึงเครียดจนแทบลืมหายใจ
เพราะว่า... ยังมีคนเหลืออยู่อีกหนึ่งคน
คนที่หิ้วศีรษะมนุษย์อยู่!
เลือดอาบทั่วตัว ลมหายใจแผ่วบาง มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน
ไม่มีใครกล้าเอ่ยถาม ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ไม่มีใครกล้าร้องตะโกนโหวกเหวก!