ทางด้านของซิ่วซิ่นที่ในตอนนี้กำลังเร่งฝีเท้าอยู่บนถนนสายหลักผู้คนมากหน้าหลายตาเดินกันขวักไขว่เพื่อที่จะทำธุระของตนให้เสร็จสิ้น
เสียงตะโกนเรียกร้องความสนใจจากแผงลอยด้านข้างดังไม่ขาดสายผลไม้สดใหม่ อาหารปรุงเสร็จ หรือแม้กระทั่งเครื่องประดับราคาถูก
ฝีเท้าของสตรีผู้เร่งรีบหยุดลงเบื้องหน้าประตูสถานเริงรมย์ที่นิยมกับเหล่าบุรุษเพศทั้งหลายถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องของพี่เหิง นางคงจะไม่มาเหยียบที่แห่งนี้
มือขวาผลักประตูหน้าจากนั้นเดินตรงดิ่งไปบริเวณรับรองแขกในทันที ถึงแม้ในยามนี้พระอาทิตย์ยังอยู่เหนือหัวแต่ก็มีคนเข้ามาใช้บริการที่แห่งนี้ไม่ขาดสาย
ที่นี่คือหอนางโลมถูกกฏหมายเพียงหนึ่งเดียวของเมือง
“ท่านหญิงมีอะไรให้พวกเรารับใช้หรือคะ” หญิงสาวที่ทำหน้าที่รับรองแขกเอ่ยทักถามสตรีในชุดฝึกประจำพรรคตรงหน้าที่หยุดนิ่งอยู่ชั่วขณะ
“ตอนนี้ท่านอี้จี[1]ว่างอยู่หรือไม่”
นางส่ายศีรษะเพียงเล็กน้อยก็จะตอบรับกลับมาในทันที“ท่านอี้จีในตอนนี้ไม่สะดวกรับงานเจ้าค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงไปบอกนางว่าซิ่วซิ่นมาหา” หญิงสาวรับคำทั้งที่สงสัยก่อนจะเอ่ยปากเรียกให้คนอื่นไปแจ้งกับอี้จีตามที่ซิ่วซิ่นบอก
“หากท่านสนใจใครเป็นพิเศษสามารถนำมาบอกข้าได้เลยนะเจ้าคะ” นางผายมือไปยังลานกว้างยกเหนือพื้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นที่สำหรับจัดแสดงการร่ายรำของหญิงสาววัยรุ่นในชุดที่พริ้วไหวไปตามท่วงท่าความอ่อนช้อยถูกส่งผ่านท่าทาง ความงดงามของใบหน้าค่าตาช่างดึงดูดสายตาผู้คนไม่ให้ละไปไหน
แม้ซิ่วซิ่นที่เป็นเพศเดียวกับพวกนางก็ยังละสายตาออกมาได้ยากแต่จุดประสงค์ที่มาที่แห่งนี้มิใช่เพื่อความสำราญแต่อย่างใด
“ไม่ล่ะ” ซิ่วซิ่นปฏิเสธออกไปทว่าหญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้ นางขยับใบหน้าเข้าใกล้ใบหูเพื่อกระซิบ “สำหรับสตรีเพศแล้วพวกข้ามีบริการพิเศษแถมให้ด้วยนะเจ้าคะ ไม่สนใจจะลิ้มลองมันเสียหน่อยหรือ ราคา...ไม่แพงด้วยนะเจ้าคะ”
ด้วยประโยคนี้ซิ่วซิ่นสบตามองสาวผู้ทำหน้าที่รับแขกด้วยสายตาที่มีความนัยว่าหากยังไม่หยุดพูดในครานี้นางนั้นแหละที่จะถูกกลืนกิน
“ระ...ระหว่างนี้ถ้าต้องการให้ข้าช่วยอะไรก็บอกได้เสมอเลยนะเจ้าคะ”สาวรับแขกล่าถอยกลับไปในทันที
เมื่อนางยืนชมการแสดงได้เพียงหนึ่งในสามเค่อเสียงทักแสนคุ้นหูก็ดังเรียกชื่อของนาง
“นั่นซิ่วซิ่นมิใช่หรือ...” นางขยับเท้าเข้าใกล้“เจ้ามาที่นี่เพราะเหตุใดกันล่ะ”
“สวัสดีท่านลี่หยาน” ซิ่วซิ่นประทับหมัดเขาฝ่ามือก่อนจะโค้งให้เล็กน้อยสตรีที่เดินเข้ามาใกล้นางคือเจ้าของหอนางโลมแห่งนี้และคนส่วนใหญ่มักเรียกนางว่าแม่เล้าลี่หยาน
“แหม...ไม่ได้เห็นหน้าค่าตาตั้งหลายปี เจ้าดูสง่างามขึ้นเป็นกอง” นางขยับใบหน้าเข้าใกล้ใบหูของซิ่วซิ่นจากนั้นเอ่ยกระซิบ“ที่เจ้ามาในวันนี้เจ้าอยากจะย้อนความหลังงั้นหรือ”
ซิ่วซิ่นรีบผละเว้นระยะห่างออกมาเล็กน้อย“ไม่ข้าไม่ได้มาเพราะต้องการย้อนความหลัง ข้าเพียงมาหาซูเม่ย ได้ข่าวว่านางเลื่อนขั้นเป็นอี้จีแล้วนี่”
“ใช่ ตั้งแต่เจ้าถูกไถ่ตัวออกไปก็มีหลายเรื่องเกิดขึ้นกับหอนางโลมนี้”
“แล้ว...มันเกี่ยวกับข้าหรือไม่”
“เจ้าก็มีส่วนเพราะตั้งแต่นั้นมาซูเม่ยก็ดูเหมือนจะไม่สนิทกับนางโลมคนอื่นเลยแม้ว่านางจะทำตัวตามปกติก็เถอะ”
“สมกับเป็นท่านลี่หยานที่สังเกตเห็นอะไรเช่นนี้”
ในวัยเยาว์ของซิ่วซิ่นนั้นครอบครัวของนางขายนางให้กับหอนางโลมแห่งนี้แต่ก็ไม่มีเงินมาไถ่ตัวคืน จึงทำให้ซิ่วซิ่นต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตั้งแต่ยังเด็กและดูเหมือนนางไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ถูกขาย
ในคราแรกเด็กๆ ทั้งหลายคนก็โศกเศร้ากับการกระทำของครอบครัว แต่ด้วยความใจดีของลี่หยานคอยช่วยบรรเทาความเศร้าและสร้างครอบครัวใหม่ขึ้นให้กับเด็กๆ เหล่านั้น ทำให้เด็ก ๆ ในวันนั้นเติมใหญ่กลายเป็นสตรีที่งดงาม
ถึงแม้จะเป็นเรื่องของการค้าขายเพื่อความอยู่รอดของหอนางโลมเด็กเหล่านั้นก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือ หากไม่อยากทำเรื่องอย่างว่าลี่หยานก็จะให้ไปทำอย่างอื่นแทน
“นั่นท่านพี่ซิ่วซิ่นมิใช่หรือ”เสียงแหลมของหญิงสาวดังขึ้น ระหว่างที่คุยนางก็ไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านมาเท่าใดแล้วเพียงแต่การแสดงที่ลานกว้างจบลงเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ซิ่วซิ่นหันไปหาต้นเสียงนางก็โดนสวมกอดจากหญิงสาวคนนั้นเสียแล้ว
“ท่านพี่ซิ่วซิ่นจริงๆ ด้วย”
“อะ...”ด้วยความใกล้ชิด กลิ่นน้ำหอมของหญิงสาวจึงลอยเข้าจมูก ซิ่วซิ่นทำเอานางเคลิ้มไปชั่วขณะ เมื่อรู้สึกตัวก็ดันร่างหญิงสาวที่สวมกอดออกไปเพื่อมองดูหน้าตา“ซู...ฮวา”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะข้าซูฮวา ข้าดีใจจริง ๆ ที่ท่านพี่ยังจำข้าได้” ซูฮวาถอยห่างเว้นระยะเล็กน้อยหลังจากที่ซิ่วซิ่นละมือออกจากศีรษะของตน
“แหมพอแต่งตัวแบบนี้เจ้าก็งดงามมิใช่น้อยเลยนะ”
“ต...แต่มันก็สู้ท่านพี่ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ” นางบิดตัวไปมาหลังจากได้รับคำชมของซิ่วซิ่น “ท่านพี่มาที่นี่เพราะคิดถึงข้าอย่างงั้นหรือคะ!” ซูฮวาเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจหลังจากสบตากับลี่หยางแล้ว
“เปล่า ๆ ไม่ใช่ข้ามาเพราะ-”
“หรือว่าท่านจะกลับมารับงานแล้วเจ้าคะ” ซูฮวาเอ่ยขัดขึ้นกลางประโยคของซิ่วซิ่นก่อนจะเริ่มตะโกนไปทางที่เพื่อน ๆ ของนางอยู่ “นี่พวกเจ้า ท่านพี่ซิ่วซิ่นกลับมาแล้ว!”
เสียงขานตอบรับของหญิงสาวกลุ่มนั้นดึงขึ้นไม่ขาดสายและค่อยๆ เดินกรูกันมาทางนี้ในทันที ซิ่วซิ่นเบือนหน้าลงต่ำก่อนจะใช้ฝ่ามือประทับไปบริเวณหน้าผากจากนั้นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
[1]อี้จี หมายถึง นางคณิกาชั้นสูงที่ขายดนตรีศิลปะและเป็นเพื่อนคุยแก่เหล่าผู้ชาย แทนที่จะขายบริการทางเพศโดยปกติแล้วอี้จีจะไม่ขายบริการทางเพศแต่หากขาย ก็จะขายในราคาสูงเอามาก ๆ