The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    II บทที่82 สงคราม

            บทที่82 สงคราม


            เช้าของวันนี้ที่เมืองC15ค่อนข้างตึงเครียดวุ่นวายเนื่องเพราะว่าประชาชนได้รับข่าวว่าเมืองC16ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองอของพวกเขาถูกตีแตกในเวลาแค่คืนเดียวและกองทัพมอนสเตอร์นับล้านตัวก็กำลังจะยกขบวนมายังเมืองC15อีกด้วยนี่ทำให้ประชาชนต่างอยู่ในความแตกตื่นไม่สงบ

            กองทัพต้องเข้ามาจัดระเบียบเพื่อไม่ให้ชาวเมืองแตกตื่นจนสร้างเรื่องยุ่งยากแต่ก็ควบคุมสถานการณ์ได้แค่9ใน10ส่วนเท่านั้น แต่นี่ถือว่าดีมากแล้วสำหรับการจัดการแบบฉุกละหุกแต่จะอย่างไรก็ตามเพราะว่าโลกนี้หลีกเลี่ยงสงครามไม่ได้จึงทำให้กองทัพค่อนข้างตื่นตัวกับมอนสเตอร์พอสมควรจึงได้ควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลาอันรวดเร็วแม้ว่าจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้เต็มที่ก็ตาม

            ในเวลานั้นกองยานบินจำนวนมากก็เดินทางมาถึงเมืองC15 มันเป็นกองยานของกองทัพ ด้านในล้วนแต่เป็นทหารหาญ นี่ล้วนแต่เป็นทหารของกองทัพระแวกใกล้เคียงและยังมีส่วนหนึ่งที่ตรงมาจากนครหลวงเขต12

            พวกเขาเมื่อมาถึงก็ก่อตั้งแนวป้องกันอย่างขยันขันแข็งมีพวกแพงเหล็กที่แยกส่วนมาเพื่อประกอบในภายหลัง กำแพงเหล็กนี้หากแยกส่วนจะสูงเมตรครึ่งยาวสามเมตรเมื่อมันต่อเติมเข้าด้วยกันก็ปรากฏเป็นแนวกำแพงยาวสายหนึ่งกองทัพยังจัดวางเป็นแนวที่สลับซับซ้อนเพื่อต้านทานกการโถมเข้ามาของมอนสเตอร์

            ยังมีเหล็กแหลมที่ปักทิ่มออกไปทั่วพื้นที่ด้านหน้าเหล็กแหลมนี้มีขนาดใหญ่เหมาะสำหรับรับมือกับมอนสเตอร์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะแต่ก็ยังมีขนาดเล็กที่เอาไว้ใช้รับมือกับมอนสเตอร์ขนาดเล็กอีกด้วย

            มองไปบนท้องฟ้าเห็นโดรนบินจำนวนนับหมื่นบินตั้งขบวนเป็นระเบียบ

            ป้อมปืนใหญ่ขนาดต่างๆที่ทรงอานุภาพติดตั้งบนกำแพงที่ยี่สิบเมตรนี่คือกำแพงชั้นที่สองแต่กำแพงชั้นสุดท้ายก็คือกำแพงเมืองนั่นเองที่กำแพงเมืองก็ติดตั้งปืนใหญ่ต่อต้านทั้งอากาศทั้งพื้นดินอีกด้วย

            ยังมีกองทัพหุ่นยนต์สูงสามเมตรที่ควบคุมขับเคลื่อนด้วยคนขับมากฝีมือของกองทัพจำนวนอีกห้าร้อยหว่าคน

            เหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือเมืองC15พอดิบพอดีปรากฏยานบินขนาดใหญ่มันมีความยาวหนึ่งกิโลเมตรกว้างร้อยเมตร มันเป็นยานบินขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางของคำสั่งยานบินนี้ยังมีกองยานคุ้มกันจำนวนนับร้อยต่างก็เป็นกองยานที่ทรงอานุภาพสูงมากในเขตของมนุษย์ด้านในนั้นเป็นที่อยู่ของพลเอกผู้หนึ่ง เขามีชื่อว่าพลเอกประหยัด จันทร์อังคารเป็นพลเอกในยุคหลังจากที่ช่องว่างมิติของมอนสเตอร์ปรากฏ

            พลเอกประหยัดเป็นนายพลอายุ60กว่าปีเขามีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนักนั่นเพราะเขามีนิสัยเกรี้ยวกราดและไม่ชอบคำถามจี้ใจดำเขายังทำตามอำเภอใจยึดครองการคลังของกองทัพเขต12อีกด้วย นั่นเพราะว่าเขามีแบคที่ใหญ่มากคือพ่อของเขานั่นเองพ่อของเขาคืออสูรคนหนึ่งที่ต่อต้านกองทัพมอนสเตอร์ในช่วงแรกเริ่มและตายไป

            ด้วยเกียรติประวัติส่งผลให้ลูกชายของเขาอย่างพลเอกประหยัดไต่เต้าขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

            พลังฝีมือของเขาไม่ใช่ชั่วเลยจึงทำให้เขาได้รับตำแหน่งพลเอกในที่สุด

            แต่ด้วยความโลภและยึดถือตัวเองเป็นเอกภพทำให้เขาไม่ฟังผู้ใดเขายึดครองคลังของกองทัพมา5ปีแล้วและใช้อำนาจส่วนตัวเพื่อให้พรรคพวกเข้าข้างเขาพรรคพวกของเขาก็ใช่จะเป็นคนดี อย่างที่เขาบอก คนชั่วย่อมคบหาแต่คนชั่วๆ ด้วยการครอบงำการคลังของกองทัพทำให้พวกเขาต่างก็ร่ำรวยจนถึงกับซื้อบ้านช่องราคาเป็นร้อยกว่าล้านได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่เงินเดือนในตำแหน่งก็ไม่มากถึงขนาดนั้น

            แน่นอนว่าประชาชนและคนชั้นผู้น้อยต่างก็รู้เห็นกับสิ่งที่พลเอกผู้นี้กระทำแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

            ในแต่ละเขตนั้นสามารถมีพลเอกได้แค่3คนเท่านั้นพวกเขาถือว่าเป็นที่สุดของอำนาจ ด้วยอำนาจในมือนั้นพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้แม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนมากอยากให้เขาลาออกแต่ว่าเสียงของพวกเขากลับไร้ผลเพราะสู้อำนาจไม่ได้และพลเอกประหยัดยังมีพวกพ้องจำนวนมากให้การเข้าข้างเรื่องจึงไม่สามารถไปถึงหน่วยงานหลักของรัฐบาลกลาง

            เรื่องเลวร้ายของพลเอกผู้นี้เอาแค่นี้ก่อนเพราะประเดี๋ยวมันจะยาวจนเกินไป

            กลับมาที่ปัจจุบัน

            การโจมตีเขต12นั้นมีด้วยกันถึงแปดเส้นทางแต่มีอยู่สามเส้นทางที่หนักหนาที่สุดแบละหนึ่งในนั้นก็คือที่เส้นทางสายนี้

            ดังนั้นกองทัพจึงต้องแบ่งระดับพลเอกออกเป็นสามเส้นทางเพื่อควบคุมสงคราม

            กองทัพจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วและทหารหาญจำนวนมากต่างก็ตระเตรียมเพื่อการทำศึกอย่างตึงเครียดบ้างก็รู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่านเพราะกระหายการทำสงครามกำจัดมอนสเตอร์สำหรับทหารหาญเหล่านี้ยังน่าชื่นชมมากกว่าผู้นำที่มีอำนาจสั่งการเสียอีก

            กองยานอีกกลุ่มเดินทางมาถึงกองยานพวกนี้คือกองยานของโรงเรียนเตรียมทหารของเมืองB5

            นักเรียนพวกนี้เป็นหน่วยสนับสนุนของทหารนักเรียนปี3กับปี4ส่วนใหญ่นั้นเชี่ยวชาญการต่อสู้และก็ถือว่าเป็นกองกำลังหลักอีกหนึ่งกองของกองทัพแล้วพวกเขาสวมใส่ชุดทหารและยังพกปืนชนิดต่างๆตามที่ถนัด

            แจคสันนำพานักเรียนของตนเองเข้าสู่สงครามด้วยตนเองเขาไม่หวาดกลัวสงครามและรู้สึกเลือดไหลเวียนอย่างตื่นเต้นมันก็นานแล้วสำหรับเขาไม่ได้เห็นเลือดและฉีกเนื้อหนังของมอนสเตอร์ดังนั้นหากบอกว่าเขาไม่ตื่นเต้นเลยก็คงจะไม่ได้

            สถานที่แห่งนี้นอกจากโรงเรียนทหารที่2แล้วยังมีโรงเรียนทหารที่1อีกด้วยพวกเขานำทัพมาด้วยอาจารย์คนหนึ่งที่ค่อนข้างขึงขังแผ่ไอเย็นออกมาเขาถือว่าเป็นมือหนึ่งของโรงเรียนทหารที่1และยังมีฝีมือใกล้เคียงกับซีโร่อีกด้วยแต่เขาดังเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ให้กับเวต(ผอ.โรงเรียนทหารที่1)

            เหตุผลนั้นเพราะว่าเวตมีบุญคุณต่อเขาทำให้เขาจงรักษ์ภักดีต่อเวตอย่างดีแม้ว่าหลายคนจะกล่าวลับๆว่าด้วยฝีมือของเขาสงควรเป็นใหญ่เป็นโตในกองทัพและสามารถก้าวหน้าได้ไกลกงว่านี้หากหลุดใต้เงาของเวตได้

            ชื่อเขาก็คือดอลตั้น

            ส่วนเวตนั้นที่ไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ก็เพราะว่าเขาไปรวมตัวกับพลเอกประหยัดตั้งแต่แรกแล้วนั่นเอง

            แจคสันกล่าวทักทายกับดอลตั้นอย่างเป็นกันเองเพราะรู้จักมักจี่อยู่แล้ว

            หลังจากสนทนากันไม่นานพวกเขาก็แบ่งกองกำลังของนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆจำนวนสิบคนยอดฝีมือของนักเรียนทั้งสองโรงเรียนก็แยกกันและไล่ไปเรื่อยๆนอกจากนั้นยังแยกพวกเขาออกตามความถนัดส่วนตัวอีกด้วย

            ในเวลาไม่นานหลังจากนั้นทีมสอดแนมของกองทัพก็รายงายว่ากองทัพมอนสเตอร์จำนวนกว่าล้านตัวปรากฏตัวแล้ว

            สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อเห็นจำนวนของมอนสเตอร์ฝั่งของมอนสเตอร์นั้นมีมากกว่าหนึ่งล้านตัวแต่ทางฝั่งของกองทัพ(รวมนักเรียน)มีจำนวนแค่แปดหมื่นคนเท่านั้นแต่พวกเขาด้วยมีอาวุธลำสมัยและทรงอานุภาพจำนวนมากทำให้ขวัญกำลังใจของพวกเขาไม่ได้ลดลงมากเกินไป

            กองทัพมอนสเตอร์นั้นไม่ได้หยุดยั้งลงเมื่อเห็นกองกำลังของมนุษย์พวกมันวิ่งตะลุยเข้ามาอย่างกระหายเลือด

            มอนสเตอร์ที่เด่นชัดนั้นก็มีพวกออคกูล มิโนทอร์และอีกมากมาย

            ยังมีมอนสเตอร์ที่บินอยู่บนฟ้าอย่างกริฟฟ่อนจำนวนนับพันๆตัว

            หากเทวาอยู่ที่นี่เขาจะเห็นสหายเก่าอย่างออควอริเออร์ออคไจแอนท์และออคไนท์แมร์อยู่ด้วย

            กองหน้าของมอนสเตอร์นั้นคือมิโนทอร์ที่ที่สูงกว่าสามเมตรพวกมันพุ่งตัวเร็วมากเพียงไม่กี่ก้าวก็พุ่งออกไปกว่าห้าสิบเมตรแล้ว ในมือของมันยังถืออาวุธอย่างค้อนหนามอันใหญ่โตและป่าเถื่อนอีกด้วย

            เมื่อเข้าสู่ระยะป้อมปืนและปืนของมือของทหารก็กราดยิงทันที

            ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

            ตูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

            เสียงกระหน่ำยังสนั่น

            ลำแสงของกระสุนปืนปลิวว่อน!

            อาวุธปืนแสงเป็นปืนพลังทำลายล้างสูงมากของกองทัพมันสามารถเจาะโลหะแข็งให้ทะลุได้อย่างง่ายดาย พวกเขาค่อนข้างหวังผลของกระสุนพอสมควรแต่ทว่าเรื่องไม่น่าเชื่อพลันบังเกิดขึ้นเมื่อกระสุนแสงเข้าปะทะกับร่างกายของมิโนทอร์ก็ปรากฏม่านสีเลือดบางจางครอบคลุมที่รร่างกายของพวกมันทำให้พวกมันปลดภัยไร้อันตราย

            แต่เมื่อถูกปืนใหญ่พลังทำลายล้างสูงเข้าไปพวกมันก็ตัวแตกกระจายเพราะทานพลังทำลายไม่ไหวแต่เพราะม่านสีแดงโลหิตนี้เองที่ทำให้พลังทำลายของปืนใหญ่พลังทำลายล้างสูงต้องลดทอนอานุภาพไปมากกว่าหกส่วน

            ทหารที่เห็นเช่นนั้นก็ต่างลอบเสียขวัญที่เห็นปืนของตนเองทำอะไรพวกมันไม่ได้แต่ก็ไม่ได้แตกตื่นจนเกินไประดมยิงกันอย่างต่อเนื่องและพวกเขาก็พบว่ามอนสเตอร์ที่อยู่ถัดจากกองหน้าอย่างมิโนทอร์ต่างก็ถูกกระสุนแสงยิงจนพรุนตายไปจำนวนหลายตัวเรียกความเชื่อมั่นแก่พวกเขาสมควร

            หัวหน้าของหน่วยย่อยต่างก็เข้าใจเรื่องราวเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงให้ปืนใหญ่ยิงใส่มิโนทอร์และให้ทหารยิงปืนแสงมือเข้าใส่กองหลังของมิโนทอร์

            ในจังหวะนั้นเองที่กริฟฟ่อนที่บินอยู่ด้านบนก็บินเข้ามาแต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพโดรนเข้าปะทะด้วยกริฟ่อนนั้นสามารถโจมตีไกลด้วยการสร้างกระสุนลมที่มีพลังทำลายสูงประหนึ่งมิสไซล์คุณภาพสูงของกองทัพเมื่อมันพุ่งออกไปก็ทำลานโดรนในรัศมีสิบเมตรในหนึ่งนัด

            กริฟฟ่อนคือมอนสเตอร์ที่พบเห็นได้ยากมากแต่มันก็เป็นมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจนอกจากมีพลังโจมตีที่ร้ายกาจแล้วมันยังบินด้วยความเร็วเต็มที่คือ1,000เมตรใน1วินาทีด้วยความเร็วนี้ยากนักที่ยานบินหรือโดรนจะติดตามได้ทัน

            ร่างกายของกริฟฟ่อนยังถูกปกป้องด้วยม่านลมบางๆสายหนึ่งทำให้การโจมตีกริฟฟ่อนนั้นยากลำบากขึ้นไปอีก

            แต่ด้วยการระดมโจมตีของโดรนและปืนต่อต้านอากาศยานจำนวนมากบนกำแพงจึงทำให้จำนวนของกริฟฟ่อนลดจำนวนลงทีละน้อยทว่าจำนวนของโดรนก็ลดลงมากกว่าใงของกริฟฟ่อนเสียอีกเพียงไม่นานพวกมันก็ถูกทำลายจนเกือบหมดสิ้น

            ในเวลานั้นกองทัพจึงส่งกองยานบินต่อสู้เข้าปะทะกับกองทัพกริฟฟ่อน

            กองยานบินต่อสู้นี้เป็นเครื่องบินสำหรับขับคนเดียวที่มีขนาดเล็กมันเป็นเครื่องบินคุณภาพสูงที่สุดในกองทัพสามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดที่850เมตรต่อวินาทีนอกจากนี้ด้วยการออกแบบที่ยอดเยี่ยมทำให้มันมีความคล่องตัวและสามารถหักเลี้ยงหรือพลิกตัวของเครื่องบินได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

            นอกจากนี้มันยังมีปืนแสงและมิสไซล์นำวิถีที่ทรงพลังจำนวนมากติดตั้งในเครื่องบินลำนี้และที่สำคัญกว่านั้นก็คือมันยังติดตั้งปืนยินคลื่นอากาศแรงดันสูงได้อีกด้วย

            ด้วยเหตุนี้เองมันจึงเป็นเครื่องบินต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกองทัพ

            เครื่องบินต่อสู้นี้จึงได้ถูกตั้งชื่อว่าF-78 Skyline

            F-78ยิงคลื่นอากาศออกไปพร้อมกันก่อเกิดเป็นคลื่นอากาศจำนวนมากปะทะเข้ากับกองทัพกริฟฟ่อนจนพวกมันแตกพ่ายในพริบตาแต่เพราะคลื่อนอากาศนั้นไม่ได้รุนแรงแต่มีประสิทธิภาพในการกระแทกสูงมากทำให้กริฟฟ่อนไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก

            สถานการณ์บนพื้นดินก็เริ่มทรงตัวเพราะว่าฝูงมิโนทอร์ยังมาไม่ในแนวป้องกันแต่ก็มีพวกมันจำนวหนึ่งเริ่มตกตายเพราะปืนใหญ่แล้ว

            “ดีมากพวกมันก็ยังโง่บุกเข้ามาซึ่งๆหน้า ดูท่าทางศึกครั้งนี้จะง่ายดายแล้ว หึหึ”พลเอกประหยัดที่อยู่ในยานบินลำใหญ่มองภาพที่ฉายอยู่พร้อมกับกล่าวอย่างยินดี

            รอบข้างนั้นเห็นผู้คนหลายคนมีทั้งเวตผอ.ของโรงเรียนทหารที่1และยังมีทอมพ่อของอเล็กซ์อีกด้วย


    ..........................................................


    คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน