ฉัวะ
ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน รัศมีแสงสีม่วงสองสายที่เหมือนเช่นลำแสงผ่าฟากฟ้าในราตรีมืดบอดพาเดชานุภาพเย็นยะเยือกตรงเข้าทิ่มแทงตาข้างซ้ายของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง
โลหิตสาดชโลมในอากาศทันใด
สตรีงามดูสุภาพและเลิศเลอดวงตาวูบไหว ดวงหน้าสะสวยเผยความประหลาดใจ
บรู๋ว
กระนั้น แสงวิปัสสนาสองสายนี้ไม่ได้ถึงตาซ้ายของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง
ช่วงนาทีฉุกละหุก หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งหลับตาลงได้ทันรัศมีแสงสีม่วงทั้งสองจึงกรีดหนังตามันเป็นแผลยาวเรียวสองแผลเท่านั้น
สัตว์ปีศาจขั้นราชาสรรพสัตว์มีหรือพลังป้องกันจะไม่ประสา
รัศมีแสงสีม่วงสองสายกรีดหนังตาของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเป็นแผลได้ก็น่าทึ่งแล้ว
“หมาโง่ เอาหอกไปกิน”
ไม่ทันให้หญิงสาวหรือหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งได้ทันตอบสนองร่างหนุ่มแน่นก็ปรี่เข้ามารวดเร็ว ฉู่เหินโจนทะยานขึ้นฟ้าหอกเงามืดกลืนกินแสงสีดำเข้มข้น
กึงๆ
คลื่นพลังคึกคะนองหาใดเปรียบทำให้กระแสอากาศโดยรอบปั่นป่วนผิดธรรมชาติหอกนี้ฉู่เหินรวบรวมพลังหยวนแท้ทั้งร่างบุกโจมตีไปที่เป้าหมายคือดวงตาซ้ายของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง
ฉัวะ!
เสียงศาสตราวุธกรีดผ่านผิวหนังดังแสบแก้วหูหอกเงามืดทิ่มแทงลงหนังตาซ้ายของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง เลือดสดแดงฉานพุ่งกระฉูด มันคำรามโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด
กรร
เสียงหมาป่าหอนชวนสั่นสะท้านไปถึงอณูวิญญาณลอยมารังสีพลานุภาพแห่งราชาสัตว์ป่าอันมโหฬารพลันปะทุ
ลวดลายสีน้ำเงินกลางหน้าผากปลดปล่อยแสงสุกสกาวไร้ใดเทียบออกมาอีกหน ทันใดนั้นกระแสปราณสีน้ำเงินมหาศาลจากหมาป่ามารก็กวาดล้างไปทั่วทุกแห่งหน
ตุบ!
ฉู่เหินถูกคลื่นปราณกระแทกจนกระเด็นลอยไป ฝ่ามือแทบขาดจากกันแขนสั่นรุนแรง ไม่มีกำลังแม้จะชักหอกเงามืดออกมา
ฉู่เหินหายตัวมาอยู่ตรงพื้นน้ำแข็ง เห็นหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งบ้าคลั่งเข้าก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
พลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าเช่นตนกลับไปท้าทายอีกฝ่ายเหมือนตั๊กแตนยืนขวางรถลากก็มิปาน ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย
ที่น่าสะเทือนใจยิ่งกว่าคือหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเบิกตาซ้ายขึ้นมา ดวงตาของมันยังสมบูรณ์ไร้ที่ติเห็นได้ชัดว่าเนตรวิปัสสนากับหอกที่เขาทุ่มหมดกำลังเมื่อครู่ไม่อาจแทงทะลุหนังตาของมันได้ด้วยซ้ำ
เจ้านี่มันจะน่ากลัวไปถึงไหนกันวะ!
ฉู่เหินสาปแช่งในใจ สมองผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา
“หนี...”
ทันใดนั้น ฉู่เหินรีบหันกลับไป พุ่งเข้าไปหาหญิงสาวผู้นั้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เขาประคองไหล่นางขึ้นมา อายความเย็นจากหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งยังติดอยู่ในกายนาง เมื่อฉู่เหินสัมผัสร่างกายถึงได้รู้สึกเหมือนน้ำแข็งทิ่มแทงเข้าไปในผิวเนื้อ
ฉู่เหินขมวดคิ้ว หดมือกลับตามสัญชาตญาณ “เจ้าหนีเองได้ไหม?”
แต่อิสตรีงดงามเลิศเลอกลับไม่ตอบสนองกลับมา ดวงตาอ่อนโยนราวกับผิวน้ำฉายแววพิศวงเท่านั้น
“ข้า...”
“เวร ไม่มีเวลาแล้ว”
ฉู่เหินกัดฟัน แข็งใจใช้พลังหยวนแท้ปกคลุมสองมือต้านทานอายหนาว ช้อนเอวบางของนางขึ้นมาแล้วเผ่นป่าราบทันที
ถูกบุรุษแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็โผล่มาช้อนเอวอุ้มเอาเสียแล้ว
โฉมงามขมวดคิ้วเล็กน้อย ตาคู่โตจับจ้องไม่คลาด ขยับริมฝีปากเอื้อนเอ่ย“เจ้าเป็นใคร?”
“ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้”
ฉู่เหินเริ่มรู้สึกได้ว่าหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งโกรธเข้าแล้วสมองผุดภาพท่าทางอำมหิตของมันยามดวงตาเปล่งแสงสีแดงกระหายเลือดขึ้นมา
“เจ้าใจกล้ามากเลย พลังแค่นี้ยังกล้าลงมืออีกหรือ?” หญิงสาวถามต่อ
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าหมาโง่มันจะเก่งถึงเพียงนี้? ยามนี้ข้าช่วยเจ้าแล้ว รออีกหน่อยถ้ามันไล่ตามมาทันข้าก็ทำได้แค่ต้องทิ้งเจ้าแล้วหนีเอาตัวรอด”
“เจ้า...”
หญิงงามชักเริ่มเคือง แต่ก็ทั้งเคืองทั้งขำคำพูดของฉู่เหิน
กรร
พลันนั้น หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเหมือนจะไม่ไล่ตามทั้งสองอีกลวดลายสีน้ำเงินกลางหน้าผากของมันเปล่งแสงอีกครั้งอักขระเร้นลับซับซ้อนมากมายกำลังรวมตัวควบแน่นที่เบื้องหน้า
เห็นได้ชัดว่าหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งไม่คิดจะไล่ตามสองราแต่คิดจะเข่นฆ่าให้ตายไปเสียทีเดียว
ตึงๆ
วังวนพลังสาดซัดเคลื่อนไหวรวดเร็วแผ่ขยายจากหมาป่ามาร
ชั่วขณะจิต ลูกแสงเหมือนถูกพลังผลักดันมหาศาลให้ระเบิดพุ่งไปไวดุจดาวตก
โครมคราม!
รังสีพลานุภาพมากมายมหาศาลจู่โจมออกไปแผ่นน้ำแข็งเหนือทะเลสาบจากใต้เท้าหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งแตกระแหงเป็นชิ้นๆพลังทำลายล้างน่าพรั่นพรึงประหนึ่งดาวตกดิ่งพสุธาไล่ล่าฉู่เหินและหญิงงามผู้นั้น
กระแสปราณอลหม่านสั่นไหว เศษน้ำแข็งแตกกระสานซ่านเซ็น!
“เวรแล้ว!”
ฉู่เหินหน้าเปลี่ยนสีหมาป่ามารแสดงพลังน่ากลัวปานนี้ออกมาได้ด้วย...จบเห่แล้ว คราวนี้ตายแน่ๆ
ทันใดนั้นเอง ที่โฉมงามยื่นมือหยกขาวผ่องจับไหล่ฉู่เหินเอาไว้
ไม่ทันไร สีสันหลากสีพราวพร่างละลานตาก็ปลดปล่อยจากในกายนางแสงสีเหล่านี้โอบอุ้มฉู่เหินเอาไว้ด้วย
ตูมตาม!
พลังอันแกร่งกล้าหาใดเทียมปะทะเข้าด้วยกันแรงสั่นสะเทือนเทียบได้กับอุกกาบาตจากนอกโลกและทะเลคลั่งกรีดร้องมิได้นำพา ขุนเขาสะท้านแผ่นดินสะเทือนฟ้าดินมืดมิด ผืนทะเลสาบกว้างใหญ่สั่นไหว ชั้นน้ำแข็งหนาที่ผิวน้ำพังทลายแตกกระสานสิ้นชิ้นดี
โครมคราม!
พลันนั้น เรื่องเหนือความคาดคิดก็อุบัติ
เห็นคลื่นยักษ์ฟ้าตะลึงที่เกิดจากน้ำทะเลสาบเบ่งบานเป็นแสงขาวเลิศหรูแสงขาวราวภาพเงา แวววาวดุจมีชีวิตคลื่นพลังงานทั้งมหัศจรรย์และรวนเรปลดปล่อยเดือดดาลจากใต้น้ำ
จากนั้น น้ำในทะเลสาบพลันเคลื่อนไหวเร็วรี่ราวกับบิน
เพียงพริบตาเดียว ทะเลสาบที่เคยสงบนิ่งพลันน่าพิศวงพายุทอร์นาโดขนาดยักษ์เปิดเผยตัวต่อดินฟ้าพายุแรงกล้าและน้ำวนบ้าคลั่งครอบงำทั้งทะเลสาบ
ฉู่เหิน โฉมงาม และหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งราวกับแมลงในพายุทอร์นาโด
จะถูกกลืนกินสิ้นในบัดดล
ฟ้าผันดินแปร เมฆลมเปลี่ยนสี!
แนวเขาในระยะสิบกว่าตารางลี้สั่นไหวเล็กน้อย สกุณาโผบิน สกุณีหนีตาย ที่ก้นบึ้งทะเลสาบปรากฏแสงขาววาววามแทงนัยน์ตาทั้งอัศจรรย์และเร้นลับ
...
ภาพอันปั่นป่วนกินระยะเวลานานยี่สิบกว่าวินาที
ทะเลสาบจึงค่อยหวนสู่ความสงบ หยาดน้ำบนฟากฟ้าโปรยปรายร่วงหล่นตามใจปรารถนาไอน้ำที่เดือดพล่านต้องแสงอาทิตย์หักเหเป็นสายรุ้งแจ่มตา
ไม่ทันไร ผืนทะเลสาบก็กลับมาสงบนิ่ง
เสียงกัมปนาท ‘ตู้ม’ ดังขึ้นมา ผิวน้ำระเบิดเป็นลวดลายไอ้น้ำ หมาป่าขาวขนาดใหญ่ปีกสีเดียวกันโบยบินออกมาโรยตัวลงบนยอดเขาแห่งหนึ่ง
หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งหายใจเข้าออกอย่างแรง ท่าทางอ่อนเปลี้ยเพลียแรงปากแผลจากลำคอลากยาวไปถึงท้องเริ่มหลั่งเลือดแดงฉานออกมาอีกครั้งบาดแผลที่เปลือกตาซ้ายเองก็มีเลือดไหลซึม
หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งผู้เคยทรงอำนาจน่าเกรงขามยอดยุทธเบ็ดเสร็จก่อนหน้านี้ บัดนี้ไม่ต่างจาก ‘ลูกหมาตกน้ำ’
หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งจับจ้องทะเลสาบเบื้องหน้าดวงตาฉายแววระแวดระวังหลายส่วน
บรู๋ว
มันหอนยาว กายาขยับไหว เลือนหายไปจากที่แห่งนั้นในทันใด
...
โครมๆ!
เสียงอันจ้าละหวั่นสะท้อนอยู่ในสมองของฉู่เหินไม่ได้ขาดเสียงสับสนปนเปเหมือนจะระเบิดสมองเขาให้ได้
ยามฉู่เหินใกล้จะทนไม่ไหว เขาก็ลืมตาขึ้นสติสัมปชัญญะกลับมาแจ่มชัดดังเดิม
“เจ้ายังไม่ตายหรือ?” เสียงสตรีเพศอ่อนหวานดังเข้าหู
ฉู่เหินชะงัก ทัศนวิสัยปรากฏเป็นความดำมืด อากาศธาตุอบอวลกลิ่นอายชื้นแฉะเขานั่งอยู่กับพื้น หลังพิงอยู่กับกำแพงหินหม่นเย็น
“ที่นี่ที่ไหน?” ฉู่เหินถามด้วยไม่เข้าใจ
“ไม่รู้หรอก” เสียงอันสับสนดังเป็นคำตอบ
เสียงนั้นทำให้ฉู่เหินคาดเดาได้ว่านางอยู่ห่างจากตนไม่ไกลสภาพแวดล้อมดำมืดแต่ก็พอจะเห็นเงาร่างหนึ่งจางๆ ได้
“เมื่อครู่เกิดอันใดขึ้น?” ฉู่เหินถาม
ก่อนหน้านี้ฉู่เหินจำได้แม่นว่าหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งที่เดือดดาลได้ปล่อยท่าไม้ตายทำลายล้างออกมาสภาพอย่างทั้งสองในตอนนั้นต้องตายเป็นแน่แท้ กระนั้นยามนี้ดูเหมือนจะไร้ซึ่งบาดแผล จึงทำให้อดแปลกใจไม่ได้
ไม่นานนัก ฉู่เหินก็นึกออกอีกว่า วินาทีเฉียดตาย นางวางมือบนลาดไหล่ตนจากนั้นก็รู้สึกถึงพลังป้องกันแกร่งกล้าห่อหุ้มกายที่เหลือก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว
“เจ้าช่วยข้าไว้” ฉู่เหินพูด
“นับว่าใช่! แต่เป็นเพราะเจ้าถ่วงเวลาให้ข้าพลังหยวนแท้ของข้าจึงฟื้นฟูขึ้นมามาก ถึงได้ต้านทานการจู่โจมของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งได้สำเร็จ”
“แล้วเจ้ายามนี้เป็นเช่นไรบ้าง?”
“เฮ้อ” สิ้นเสียงถอนหายใจ นางก็เอ่ยตอบ“เพื่อป้องกันการโจมตีสุดท้ายของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งข้าใช้พลังหยวนแท้จนเหลืออยู่ไม่เท่าไรแล้ว กว่าจะระงับอายหนาวมนตร์น้ำแข็งแล้วยึดครองเส้นปราณใหญ่กลับมาอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายข้ากำลังพยายามขับไล่อายหนาวออกจากกายเต็มที่”
ฉู่เหินอดขมวดคิ้วไม่ได้ กวาดตามองสภาพแวดล้อมไม่คุ้นตา พึมพำผะแผ่ว“ไม่นึกเลยว่าราชาสัตว์จะเคี้ยวยากถึงเพียงนี้ ประมาทเกินไปนัก”
“ที่แท้เจ้าก็รู้หรือนี่ว่ามันเป็นราชาสัตว์?”
“อืม!”
“ข้านึกว่าเจ้าไม่รู้เสียอีก! เจ้าใจกล้ามากเลยนะนี่กำลังภายในไม่ถึงระดับเชื่อมหยวนด้วยซ้ำกลับปรี่เข้าใส่สัตว์ปีศาจขั้นราชาสัตว์เสียแล้ว...ข้าว่าในอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์นี้คงมีเจ้านี่แหละคนแรก”
เสียงอันอ่อนหวานเจือแววขำขัน
ฉู่เหินหน้าดำคร่ำเครียดทันตา เขาตอกกลับไม่สบอารมณ์“ถือเสียว่าข้ายุ่งไม่เข้าเรื่องแล้วกัน!”
“เฮอะๆ เจ้าโกรธหรือ? ข้าแค่ล้อเล่นเอง”
“ไม่มีเวลาให้โกรธหรอก”
“เอาเถิด! เจ้านี่น่าสนใจจริง นามว่ากระไร?”
“ฉู่เหิน เจ้าเล่า?”
“อื้ม เซี่ยฉิง...”
……………………………..