“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ใครเป็อะไรเหรอ”
“เหมือนจะมีคนเป็ลมนะ”
“เหรอ ตรงนั้นใช่ไหมที่คนมุงกันเยอะๆ น่ะ”
บทสนทนาระหว่างหญิงสาวสองคนทำให้พริมรตาที่กำลังยืนเลือกซื้อหนังสือในร้านต้องหันไปมองตาม ด้วยสัญชาตญาณเธอยัดหนังสือในมือเข้าชั้นตามเดิม ก่อนจะตัดสินใจเดินไปสอดส่องดูสถานการณ์
“คุณรุตม์ ฮือๆ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยสามีฉันด้วย”
“ขอโทษค่ะ ขอทางหน่อยค่ะ”
พริมรตาฝ่าบรรดาไทยมุงอย่างยากลำบาก เสียงเซ็งแซ่อื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงเธอ
“ขอโทษค่ะ ดิฉันเป็พยาบาล ขอทางหน่อยค่ะ”
ผู้คนเริ่มหลบและเปิดทางให้หลังจากได้ยินเธอแนะนำตัวเองว่าเป็พยาบาล หญิงสาวรีบรุดเข้าไปดูอย่างใกล้ชิด พบผู้ชายคราวพ่อนอนแผ่หลาหมดสติ หน้าซีดขาวหายใจเบารวยริน ข้างๆ เขามีผู้หญิงวัยใกล้เคียงกันผิวพรรณสะอาดสะอ้านนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ พริมรตาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตชายคนนั้นทันที หน้าอกเขากระเพื่อมเล็กน้อยก่อนหยุดหายใจ เธอรีบคลำชีพจรบริเวณคอเมื่อไม่พบสัญญาณชีพจึงเริ่ม CPR
“ใครโทรหา 1669 ให้หน่อยค่ะ”
ผู้ชายในเครื่องแบบ รปภ.อาสากดโทรติดต่อให้
“พี่เปิดลำโพงได้เลยค่ะ แล้วที่นี่มีเครื่อง AED ไหมคะ”
“มีครับ เดี๋ยวผมเอามาให้ครับ”
รปภ.อาสาและวิ่งหายลับไปจากฝูงชน
“1และ2และ3และ4และ5”
“1669 สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็พยาบาลพบผู้ป่วยชายนอนหมดสติ 1 รายที่ห้างเดอะไดมอนท์ ชั้น 5 ตอนนี้กำลัง CPR ค่ะ”
“รับทราบค่ะ จะรีบส่งหน่วยกู้ชีพไปที่จุดเกิดเหตุตอนนี้ค่ะ แนะนำให้ CPR ต่อเนื่องตามเสียงจังหวะที่ได้ยิน หากมีเครื่อง AED ให้สามารถติดได้เลยนะคะ”
สักครู่ รปภ.วิ่งกลับมาพร้อมเครื่อง AED
“มาแล้วครับ เครื่อง AED มาแล้วครับ”
พริมรตาไม่รอช้าแปะแผ่นอิเล็กโทรด และกดวิเคราะห์คลื่นหัวใจอย่างเชี่ยวชาญ
“กรุณากดปุ่มช๊อก”
เครื่อง AED ส่งเสียงเตือน
“ทุกคนออกห่างจากตัวคนไข้ค่ะ 1 ฉันถอย 2 คุณถอย 3 ทุกคนถอย ช๊อก”
เธอกดปุ่มช๊อกทันทีเมื่อเห็นว่าทุกคนอยู่ในระยะปลอดภัย อกชายคนนั้นยกเล็กน้อยเมื่อถูกคลื่นไฟฟ้ากระตุ้น
หญิงสาว CPR ต่อตามเสียงจังหวะที่ได้ยิน ซึ่งสามารถทำได้ยากเนื่องจากเสียงร้องไห้ของญาติที่ดังมากขึ้น การช่วยเหลือดำเนินไปนานราว 10 นาที เมื่อตรวจเช็คพบว่าหัวใจกลับมาเต้นแล้ว เธอจึงหยุดCPR
“หัวใจกลับมาเต้นแล้วค่ะ”
รอยยิ้มทั้งน้ำตาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้หญิงคนที่เป็ญาติ ท่ามกลางความยินดีของฝูงชน เสียงปรบมือดังขึ้นเพื่อยกย่องความดีของเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ เธอได้ใช้วิชาความรู้ที่เล่าเรียนมาอย่างเต็มความสามารถ เมื่อรถ ambulance มาถึงเธอจึงส่งผู้ป่วยและญาติขึ้นรถไป
“อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ได้แย่สำหรับเธอนะ พริมรตา”
หญิงสาวให้กำลังใจตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแย่จากเหตุการณ์ที่เพิ่งพบเจอเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ รอยยิ้มที่มุมปากเบาบางลง ั์ตาสองข้างเริ่มปรากฏน้ำตาคลอ
“ไม่ ชีวิตเราต้องก้าวต่อไป”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอแหงนหน้าเพื่อกลั้นน้ำตาแห่งความอ่อนแอ และก้าวเดินต่อไป โดยที่ไม่รู้ว่าการช่วยเหลือใครบางคนครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปในอีกไม่ช้า
พริมรตา อมรเลิศ หรือที่ทุกคนรู้จักกันชื่อ ต้นอ้อ หนึ่งในพยาบาลสาวสวยโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในกรุงเทพฯ ความสวยโดดเด่นทำให้บรรดาหนุ่มๆ ทั้งโสดและไม่โสดพากันมาขายขนมจีบกันไม่เว้นวัน หากแต่ไม่มีใครที่สามารถครองใจเธอได้สำเร็จ เพราะลึกๆ แล้วเธอมีความหลังจนไม่กล้าเปิดใจได้อีก
ในเช้าวันรุ่งขึ้นพริมรตามาทำงานเป็ปกติที่แผนกผู้ป่วยนอก เธอพบว่ามีบางอย่างที่แปลกไป บรรดาเพื่อนๆ ที่ทำงานจับกลุ่มกันพูดคุย บ้างยิ้มให้อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เธอยิ้มตอบด้วยความงุนงงจนกระทั่งเดินมายังห้องพักพยาบาลและพบเข้ากับ ถนัดกิจ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ
“มีหยังก่อนะ ยะหยังเขาผ่อหน้าฮาติกๆ”
เธอเอ่ยถามเขาด้วยภาษาเหนือ ซึ่งเป็ภาษาที่ทั้งสองมักใช้พูดคุยกันเมื่ออยู่กันสองคน
“จะบะหื้อผ่อได้หยังใด ตึงทีวี หนังสือพิมพ์ ติ๊กต็อก ทวิตเตอร์ มีก้าข่าวคิง”
ถนัดกิจตอบเธอ พลางยิ้มปลื้มปริ่มให้กับเพื่อน
“เห้ย ว่าไป จะมาออกข่าวหยังฮา ฮาบะได้ไปฆ่าคนต๋าย” พริมรตายังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนบอก
“โอ้ย ก่อตี้คิงจ้วยคนไว้จะไดล่ะ คนตี้คิงจ้วยน่ะ...”
“ต้นอ้อ มาแล้วเหรอ ผู้อำนวยการเรียกให้เข้าไปพบจ๊ะ”
ยังไม่ทันที่ถนัดกิจจะพูดจบ เสียงหนึ่งพูดแทรกขึ้น เธอหันหน้าไปมองแล้วยกมือไหว้หัวหน้าแผนกส่งยิ้มหวานรับไหว้ นั่นยิ่งทำให้เธอแปลกใจมาไปกว่าเดิม การช่วยเหลือชีวิตคนเป็เื่ปกติธรรมดาทั่วไปของพยาบาลทุกคนไม่ใช่เหรอ แล้วเหตุใดทุกคนต่างมองว่าสิ่งที่เธอทำนั้นสลักสำคัญมากมายขนาดนี้
พริมรตาบอกลาถนัดกิจแล้วไปพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันที ใจเธอนั้นเต้นรัวถี่ตามก้าวที่เธอเดิน นานแล้วที่ไม่ได้เข้าพบผู้อำนวยการหลังจากที่มาสมัครงานวันแรก เธอเคาะประตูแล้วสูดหายใจลึก
“เชิญ”
เสียงผู้อำนวยการอนุญาตให้เข้าห้องได้ พริมรตายกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม เขาเป็ชายอายุราวๆ50 ปี หน้าตาเกรงขาม ใบหน้าตกกระและที่สำคัญรอยตีนกาที่เพิ่มเข้ามานั้นสะดุดตาอย่างเห็นได้ชัด พริมรตาสังเกตเห็นหลังจากที่เจอกันครั้งก่อน ซึ่งเขายังไม่มี
“เชิญนั่งก่อนนะพริมรตา เป็ไง”
“สบายดีค่ะ”
เธอตอบเขาแบบสั้นๆ และไม่รู้ว่าควรต้องอธิบายอะไรต่อไหม เธอเกร็งไปหมด
“ฮ่าๆ ผมหมายถึงคุณเป็ไงบ้างที่หลังกลายเป็คนดัง”
พริมรตาตาเหลือกค้างกับสิ่งที่ได้ยิน สมองเธอน่าจะเบลอ
“คะ ผอ.ว่าอะไรนะคะ หนูได้ยินว่าคนดัง ผอ.เข้าใจผิดแล้วละค่ะ”
“ไม่ผิดหรอก คุณจำคนที่คุณช่วย CPR เขาคือเ้าของห้างเดอะไดมอนท์ แหมผมนี่ภูมิใจในตัวคุณมากเลยนะ คุณสร้างชื่อเสียงให้โรงพยาบาลเราได้มากทีเดียว หลังจากนี้คุณเตรียมตัวสัมภาษณ์ด้วยล่ะ จะมีนักข่าว ....”
เหมือนมีคนจุดพลุในสมองและมันะเิออกมาอย่างรุนแรง หูเธออื้ออึงไปหมดหลังจากได้รู้ว่าคนที่เธอช่วยชีวิตไว้เป็นักธุรกิจดัง และยังเป็ไฮโซแถวหน้าของเมืองไทย เธอไม่นึกฝันว่าจะเป็เขา ธีรุตม์ กิจธนะวรกุล เ้าของอสังหาริมทรัพย์ และห้างสรรพสินค้าในเครือกิจธนะวรกุล
เมื่อถึงวันสัมภาษณ์ เธอจึงได้มีโอกาสพบกับนิรณา ซึ่งเป็ภรรยาของธีรุตม์ ได้มอบช่อดอกไม้เพื่อขอบคุณเธอ นักข่าวรัวชัตเตอร์จนเธอแสบตาไปหมด นิรณากล่าวขอบคุณเธออย่างเป็ทางการ อีกทั้งยังบริจาคเงินให้รพ.เพื่อซื้ออุปกรณ์ช่วยชีวิต เครื่องมือที่ขาดแคลนให้เพียงพออีกด้วย ข่าวพิมรตาช่วยชีวิตไฮโซ ดังไปทั่ว และแน่นอนพ่อแม่เธอเมื่อได้รู้ข่าวก็ดีใจ โทรหาลูกสาวเพื่อสอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้น
“เป็ลูกแต๊กาต้นอ้อ ป้อกับแม่ภูมิใจ๋ในตั๋วลูกขนาด ลูกป้อบะเกยยะหื้อป้อแม่ผิดหวังเลย”
พ่อแม่โทรมาหาเธออย่างตื่นเต้น เธอสะอึกไปกับสิ่งที่พ่อเธอพูดออกมา มีบางสิ่งที่พ่อกับแม่ยังไม่รู้ ความลับที่ถูกซ่อนไว้เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจและผิดหวัง เธอรีบเปลี่ยนบทสนทนาทันที
“กึดเติงหาป้อกับแม่ขนาด อยากกิ๋นห่อนึ่งฝีมือแม่ น้ำพริกอ่อง แกงหน่อใส่น้ำปู๋ อยากกิ๋นยำจิ้นไก่ แกงแค แกงอ่อม อยากกิ๋นคั่วแห้มไก่” เธอพร่ำหาอาหารเหนือที่แม่เคยทำให้ทาน เธอคิดถึงทั้งสองเหลือเกิน
“ปอเตอะลูก อยากกินสะปะขนาดนั้น แม่จะยะใดแป๋งหื้อหมด”
“ก่อแป๋งวันละสองสามอย่างก่าเ้า”
บทสนทนาพ่อแม่ลูกชาวเหนือนั้นช่างอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน เธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับพ่อแม่ พวกท่านเป็เหมือนแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ที่ต่อชีวิตให้เธอในทุกๆ วัน