[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    79 ฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์

    “นายน้อยลู่ มันน่าจะพุ่งตกแถวๆนี้” ผู้คุ้มกันนายน้อยลู่บอกจุดที่เขาเห็นผลน้ำพุแห่งวิญญาณร่วงตกหลังจากมันบินออกจากต้น ทันใดนั้นกลุ่มของนายน้อยหานที่ตามมาก็กระโจนเข้าโจมตี ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ค้นหาผลน้ำพุแห่งวิญญาณที่หล่นอยู่แถวนี้ แม้ว่ามันจะมีเพียงแค่ 1 ลูกบริเวณนี้ มันกลับเป็นสิ่งที่มีค่ามาก จนไม่สามารถปล่อยให้ใครครอบครองได้


    ไม่ใช่แค่นายน้อยลู่และนายน้อยหานที่ต่อสู้แย่งกัน กลุ่มอื่นๆที่แยกกันหาผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณต่างก็เข้าสู้กันในบริเวณจุดตกที่พวกเขาเห็น อย่างไรก็ตามเจ้าของพลังที่สร้างจุดตกผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณกลับใช้พลังจิตของเขาควบคุมสิ่งที่เขากระจายออกไปมาไว้กับตัวหมดแล้ว ตอนนี้ทั่วทั้งป่าไม่มีผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณเหลืออยู่เลยสักผล


    พรึ่บ~!


    ท้องฟ้าที่มืดมิดเป็นสิ่งปกปิดตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี ตงฟางที่หลบมาตลอดจนคิดว่ามันมืดพอแล้วจึงเปิดใช้งานพลังจิตพาตัวเองบินทะลุขึ้นไปจนถึงก้อนเมฆจากนั้นก็บินหนีจากพื้นที่แห่งนี้ทันที โดยไม่คิดจะกลับมาให้ใครเห็นตัวเขาอีก


    —--------------------------------


     ปึง~!


    ประตูบ้านถูกเปิดและปิดลงอย่างเร็วไวพร้อมกับตงฟางพยายามวิ่งเข้าไปในบ้านหลับตาตรวจสอบดูรอบๆบ้านของเขา ว่ามีใครตามมาไหม หรือว่ามีคนแอบมองเขาอยู่หรือเปล่า เมื่อรู้ว่าไม่มีใครแอบส่องตงฟางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กับการขโมยผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณมาโดยไม่มีใครเห็น แล้วก็ไม่มีปัญหาตามมาด้วย


    “ฮ่าๆๆ อยากจะได้ทำยังไงก็หาไม่ได้ แต่พอเลิกหวังกลับได้มาง่ายๆเลยนะ โชคของเรานี่มันดีจริงๆ”


    ตงฟางนำผลน้ำพุแห่งวิญญาณออกมาถือในมือ รูปร่างของมันเหมือนกับสาลี่ไม่มีผิดแต่กลิ่นของมันกลับคล้ายลูกพลับเพียงแค่หอมกว่าแล้วก็สดชื่นกว่าทุกครั้งที่สูดดมเข้าไป ภายใต้การสำรวจผลไม้สีชมพูอ่อนตงฟางก็เริ่มอ้าปากกัดมันไปคำใหญ่เพื่อซึมซับมันทันที


    ในหัวของเขาไม่มีข้อมูลสมุนไพรลูกนี้อยู่เลย ในวิธีหลอมยาของเขาก็ไม่มีเช่นเดียวกัน ทางเดียวที่เขาจะได้รับประโยชน์จากมันคือกินสดๆเข้าไปทั้งลูก


    ทันทีที่ลิ้นของเขาสัมผัสกับผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณ น้ำอันหวานฉ่ำก็ทะลักเต็มปากของเขาแผ่กระจายความสดชื่นไปทั่วปาก หลังจากเขากลืนมันลงไปนั้นท้องของเขาก็รู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนมีพลังงานรวมอยู่บริเวณท้อง


    กร๊วบ~!


    ผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณลูกแรกถูกกินไปจนหมดไม่เหลือแม้กระทั่งเมล็ด ทันใดนั้นวิญญาณยุทธ์ของตงฟางก็เริ่มสั่นเหมือนปลาติดเบ็ดเขาจึงเรียกมันออกมาตรวจสอบด้วยความสงสัย ภายใต้ดวงตาที่มองจ้องไปยังวิญญาณยุทธ์ที่แตกกระจายออกจากกันทั้ง 8 ชิ้นจู่ๆมันก็มีการรวมกันของเศษเล็กๆจนเตาหลอมของเขาเหลืออยู่แค่ 7 ชิ้นเท่านั้น


    “โหว เหลืออีกตั้ง 99 ลูก แบบนี้ทำให้พวกมันรวมกันเป็นชิ้นเดียวได้แน่”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้างพลางกัดผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณลูกแล้วลูกเล่าลงไปด้วยความอร่อยและความดีใจที่วิญญาณยุทธ์ของเขากำลังลอยเข้ามาชิดติดกัน แต่เขากลับอ้าปากกว้าง เพราะยิ่งกินผลน้ำพุแห่งวิญญาณมันก็ยิ่งส่งผลต่อเขาน้อยลง จนเขากลัวว่ามันจะไม่สามารถฟื้นฟูได้ ยิ่งเศษเหลือน้อยเท่าไหร่ ความสามารถในการฟื้นฟูของผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณก็ลดน้อยลงไป กระทั่งเขาเหลือ 10 ผลสุดท้ายตงฟางจึงเลิกกินมัน


    “ให้ตายเหอะ เหลือตั้ง 6 ชิ้น แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรล่ะนะ”


    ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความหนักอก แต่ก็เปลี่ยนมาดีใจด้วยความรวดเร็วเพราะเขาคิดว่าตัวเองอาจจะมีโชคไปเจออาวุธหรือไม่ก็สมุนไพรสำหรับฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์ของเขาอีกแน่ ตอนนี้พวกมันก็เหลือ 6 ชิ้นแล้ว ตงฟางคิดว่าไม่น่าจะเกินอายุ 20 เขาน่าจะใช้งานวิญญาณยุทธ์ได้เหมือนคนอื่นๆ ถ้าเขายังโชคดีอยู่แบบนี้


    “ให้พวกนั้น 4 ผลไปลองกินก็แล้วกัน น่าเสียนายที่เรารับพลังงานวิญญาณจากพวกมันไม่ได้”


    หากกลุ่มคนที่ตามหาผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณรู้ว่าตงฟางกินมันไปถึง 90 ลูกพวกเขาจะต้องบ้าตายอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณมันสามารถทำให้ผู้ที่กลืนกินลงไปนั้น บ่มเพาะพลังได้เร็วกว่าเดิมถึง 5 เท่าเป็นเวลา 1 วันแล้วยังมอบพลังวิญญาณมหาศาลให้กับผู้กินมันด้วย 


    หากใช้ในพื้นที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณจะทำให้ดูดซับได้ดียิ่งขึ้น เขากลับกินมันไปถึง 90 ผลแล้วพลังวิญญาณในผลน้ำพุแห่งพลังวิญญาณทั้ง 90 กลับสลายหายไป ไม่ถูกนำมาสะสมในตันเถียนของเขาเลยสักหยดเดียว


    “นี่ ลู่จิว ฉาน จ้าน เป่า พวกแกนอนหรือยัง”


    ด้วยระยะห่างที่ยังไม่เกิน 2 กิโลเมตร ตงฟางจึงสามารถส่งเสียงโทรจิตพูดคุยกับคนของเขาทั้ง 4 คน 


    “ลูกพี่ ลูกพี่ใช้พลังอีกแล้ว” ท่าทางตื่นตกใจจากเป่าทำเอาตงฟางกุมขมับ เขารู้ได้ในทันทีเลยว่าตอนนี้มันจะต้องวิ่งออกมาจากห้องไล่ปลุก ลู่จิว ฉาน และจ้านอย่างแน่นอน แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงเพราะทุกคนที่ได้ยินเสียงของเป่า กำลังถามมันว่าปลุกทำไม จนตงฟางพูดย้ำผ่านพลังจิตทุกคนจึงรู้ว่าเขาติดต่อไป


    “ว่างไหม ฉันจะไปหา มีบางอย่างอยากให้ลอง”


    “ลูกพี่ พวกเราว่าง ลูกพี่มีอะไรจะให้เราอย่างนั้นเหรอ”


    “รออยู่นั่นแหละไอ้เป่า ฉันคิดดูแล้วการที่พวกแกมาหาฉันยุ่งยากไป ฉันไปหาน่าจะดีกว่า”


    ตงฟางกระโดดออกจากบ้านแล้ววิ่งด้วยกำลังขาไปยังเขตที่พักของศิษย์ทั่วไป กระทั่งเขามาถึงก็พบกับ 4 สหายกำลังนั่งรอเขาด้วยสภาพอ่อนแรง


    “ตงฟาง มีอะไรดึกๆดื่นๆ”


    “มีของจะให้ แต่พวกแกต้องกินตอนนี้เลย”


    “อะไรเหรอ”


    ลู่จิวทำหน้าสงสัย ทันใดนั้นตงฟางก็โยนผลน้ำพุแห่งวิญญาณเข้าไปในห้องของคนทั้ง 4 จนพวกเขาต้องคลานเข้าไปดูว่าตงฟางโยนอะไรเข้าไป ถึงมีค่ามากจนไม่สามารถให้ใครเห็นได้


    “กินมันซะ อาจจะมีผลดีกับวิญญาณยุทธ์ของพวกแก”


    “หวาน~!” ตงฟางยังพูดไม่จบเป่ากลับเป็นคนแรกที่กินผลน้ำพุแห่งวิญญาณเข้าไปจนหมด หากเขาใส่พิษมันคงจะตายเป็นคนแรกไปแล้ว


    “เอาล่ะ ดูดซับมันซะ ฉันจะเฝ้าให้ พรุ่งนี้ฉันจะไม่อยู่เพราะต้องเข้าไปในหออาวุธเฟยเทียน”


    ตงฟางยืนนิ่งหน้าห้องของ 4 สหายปล่อยให้พวกเขาพยายามดูดซับพลังของผลน้ำพุแห่งวิญญาณ หลังจากผ่านมาราวๆ 2 ชั่วโมงเท่านั้นตงฟางก็ได้ยินเสียงคนทั้ง 4 พูดออกมาด้วยความตื่นเต้น


    “ลูกพี่ ผลนี่มันอะไรกัน ผมเลื่อนขั้นได้ถึง 2 ไม่เพียงเท่านั้น วิญญาณยุทธ์ของผมก็เลื่อนระดับได้อีก 1 ขั้น”


    ตงฟางเบิกตากว้าง เมื่อเขารู้ว่าสิ่งที่ทำให้ระดับวิญญาณยุทธ์เลื่อนระดับ ถูกเขาใช้ไม่ต่างจากผลไม้ธรรมดาเท่านั้น อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถนำพวกมันกลับมาได้แล้วจึงถอนหายใจ


    “เอาล่ะ งั้นฉันไปก่อน ส่วนลู่จิว พรุ่งนี้เช้าแกต้องไปรับยาที่ตีนเขาใช่ไหม”


    “ใช่ต้องนำเงินที่ขายยาไปให้คนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าและรับยามาขาย มีอะไรเหรอ”


    “พรุ่งนี้เช้าแกพาไอ้เป่าไปด้วย มันจะทำหน้าที่รับยาแทนแก ส่วนแกต้องเดินทางไปยังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า แล้วเอาของที่อยู่ในแหวนไปให้พี่สาวที่ชอบสวมใส่ชุดสีแดง”


    “แล้วถ้ามีคนสวมใส่ชุดแดงมากกว่า 1 คนล่ะ”


    “ถามหาคนชื่อซิงเยียน จากนั้นก็บอกว่าฉันมีของจะให้ ถ้าหญิงสาวคนนั้นแสดงท่าทางเฉยชาแสดงว่าแกไปหาผิดคน แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นแสดงท่าทางตื่นเต้นกับของที่ฉันให้ นั่นแหละพี่สาวซิงเยียนตัวจริง แกให้แหวนวงนี่กับเธอไป แล้วก็ห้ามดูด้วยว่าข้างในมีอะไร”


    “ได้ๆ แล้วฉันจะกลับเขายังไง”


    “ไม่ต้องห่วง พี่ซิงเยียนจะให้คนมาส่งแกเอง ย้ำนะว่าต้องให้พี่ซิงเยียนกับมือ”


    “ได้”


    ตงฟางเดินจากไป การที่เขาให้ลู่จิวเดินทางไปพบพี่ซิงเยียนก็เพราะว่าการทำธุรกิจซิงเยียนยังไม่เคยเห็นหน้าคนของเขา ตงฟางจึงอยากให้พี่ซิงเยียนเห็นหน้าลู่จิวสักครั้ง หากวันใดที่เขาไม่อยู่แล้วเกิดปัญหา จะได้ขอให้พี่ซิงเยียนช่วยด้วย แล้วสิ่งที่เขาให้ลู่จิวไปมอบให้เป็นสิ่งที่ทำให้เธอช่วยเขามากยิ่งขึ้น 


    ซึ่งสิ่งที่เขามอบให้เป็นหนึ่งในผลน้ำพุแห่งวิญญาณ พร้อมกับจดหมายที่บอกว่าห้ามให้ใครเห็นมันแล้วยังมีวิธีกิน  ตงฟางกลับคิดว่าเธอคงไม่กล้ากินหากให้ไปเพียงแค่ 1 ผลเธอจะต้องนำมันไปประมูลแน่นอน เขาจึงให้ไป 2 ผล เธอจะได้กิน 1 แล้วอีก 1 นำออกมาประมูล หรือไม่เธอก็กินมันไปสองผลก็ได้ เขาไม่ได้คิดอะไรมาก


    —---------------------------------------


    กริ๊ง~!


    เข็มยาว 2 นิ้วหลอมมาจากแร่ระดับ 4 ถูกดีดจนเกิดเสียงกังวาล ตงฟางที่กลับมาถึงบ้านเขาก็เริ่มจัดอาวุธไว้ใช้งานในการเข้าไปยังหออาวุธเฟยเทียน เขารู้ว่าวันพรุ่งนี้เช้าที่กำลังจะมาถึง จงชางจะต้องหาทางฆ่าเขาอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมพร้อมด้วยอาวุธระดับ 4 ที่เตรียมไว้รับมือกับพวกมัน

    “เข็ม 100 เล่ม มีดสั้น 5 เล่ม ดาบ 5 เล่ม ชุดเกราะอีก 2 แผ่นยันต์ระดับ 3 อีก 100 แผ่น ยารักษาระดับ 3 โอเค พร้อมแล้ว”


    แม้ตงฟางจะใช้ยันต์ได้เชี่ยวชาญ หากเขาพลังวิญญาณหมดต่อให้เขาจะเป็นผู้ใช้ยันต์ระดับ 3 ก็ไม่สามารถใช้พลังยันต์ได้ เขาจึงซื้อกระดาษยันต์มาเขียนยันต์ลงไป หากเขาไม่เหลือพลังจิตหรือพลังวิญญาณมันจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้เขาใช้หนีศัตรูที่คิดจะฆ่าเขา ทันทีที่เขาสวมชุดเกราะและเหน็บมีดสั้น 1 เล่มพร้อมกับสะพายดาบไว้ด้านหลัง ตงฟางก็เริ่มเดินออกจากบ้านในตอนที่พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าทันทีเพราะเช้านี้ หออาวุธเฟยเทียนจะเปิดแล้ว


    “นั่น…ตงฟาง” เสียงของหนึ่งในศิษย์สายในพูดขึ้น หลังจากพวกเขาเห็นตงฟางเดินเข้ามาในลานกว้างหน้าหออาวุธเฟยเทียน ด้วยเสียงพูดทำให้ศิษย์สายในมากมายล้วนมองจ้องมายังเขาที่สวมใส่เข็มขัดสีขาวห้อยป้ายนักหลอมยา นักยันต์ และนักเล่นแร่แปรธาตุเอาไว้ข้างเอว


    “โหว สุดยอดแหล่งพลังวิญญาณ” ตงฟางอ้าปากมองไปยังตึกสูงใหญ่ตรงหน้า มันดูเก่าเป็นอย่างมาก พลังวิญญาณที่ตึกตรงหน้าปลดปล่อยออกมายังมากมายมหาศาลกว่าสถานที่ไหนๆที่เขาเคยไปมา


    หลังจากเขาเดินทางมายังเกาะลอยฟ้าที่เปิดให้ศิษย์เดินทางมาได้ทุก 3 ปีตงฟางไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างที่พูดถึงเขาเลยสักนิด เพราะตอนนี้เขากำลังขนลุกกับความรู้สึกลึกลับที่หออาวุธเฟยเทียนปลดปล่อยออกมา 


    นอกจากความเย็นสบายจากพลังวิญญาณ ยังมีจิตสังหารและความกดดันมากมายปะทุออกมาจากตึกด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเห็นพื้นที่รอบอๆที่ถูกสร้างมาจากหิน เต็มไปด้วยรอยฟันของอาวุธต่างๆ ที่ตกค้างมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปี แม้จะมีบางรอยที่ยังใหม่ แต่มันก็ยังไม่ลึกเท่ารอยเก่าๆที่ฝากเอาไว้ในสถานที่แห่งนี้


    จากข่าวที่ตงฟางแอบฟังมาก พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่าหออาวุธเฟยเทียน เป็นสถานที่ผู้นำนิกายรุ่นแรกอาศัยอยู่ แล้วมันก็เป็นจุดต่อสู้ของผู้ใช้จิตวิญญาณที่เข้ามาท้าทายผู้นำนิกาย จนทิ้งชีวิตและรอยการต่อสู้ต่างๆเอาไว้จนถึงทุกวันนี้







    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน