“โชคดีที่เรานำร่างเทียมมาด้วย!”
ตอนนี้เย่เทียนกำลังยืนอยู่บนพื้นดินและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เขาคิดว่าภารกิจในครั้งนี้อาจจะอันตรายเป็นอย่างมากการเข้าสู่หุบเหวหมื่นโบราณนี้เขาอาจจะต้องเผชิญกับวิกฤติจนถึงแก่ชีวิต แต่เขาก็ไม่อยากจะละทิ้งผลประโยชน์ทั้งสามไปดังนั้นเขาจึงนำร่างเทียมของพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนมาด้วย และอาศัยจังหวะที่หลิวชิงอี้และฉินจือซวนไม่รู้ตัวฝังร่างเทียมไว้ใต้พื้นดิน
เดิมทีเขาแค่คิดเผื่อไว้เท่านั้นแต่ไม่คิดว่าจะต้องเจอเข้ากับอันตรายจริงๆ
ร่างที่กิเลนทองทมิฬระดับเทพสังหารไปนั้นเป็นเพียงร่างเทียมจากพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนของเย่เทียนเท่านั้นในขณะที่เขากำลังจะถูกสังหาร เขาได้เปิดใช้งานพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนส่งร่างจริงของเขาออกไปทันทีแม้แต่สัตว์อสูรกิเลนทมิฬระดับเทพก็ไม่มีทางที่จะรู้ตัวถึงเรื่องนี้
“ตอนนี้เราต้องรีบกลับก่อน!”
เมื่อกลับมาถึงเมืองหมื่นโลหิตเขาก็เปิดใช้งานอุปกรณ์สื่อสารส่งข้อความถึงหลิวชิงอี้และฉินจือซวน ไม่ช้าอุปกรณ์สื่อสารก็เชื่อมต่อกัน!
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์??”
เสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยดังขึ้น
“หลิวชิงอี้ นี่ผมเอง ผมอยู่ในเมืองหมื่นโลหิตแล้วพวกคุณอยู่ที่ไหน” เย่เทียนถาม
“เรายังอยู่ในเมืองหมื่นโลหิตเช่นกันบอกที่อยู่ของคุณมา พวกเราจะรีบไปหาคุณในทันที!” หลิวชิงอี้กล่าวด้วยความตกใจปนความยินดี
เย่เทียนส่งตำแหน่งของเขาไปหลังจากนั้นไม่นานหลิวชิงอี้และฉินจือซวนก็มาถึง
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ คุณรอดมาได้อย่างไร”
ฉินจือซวนจ้องมองเย่เทียนด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
เธอรู้สึกสับสนมาก แม้ว่าเย่เทียนจะมีบางสิ่งที่สามารถรักษาชีวิตของเขาได้แต่ถึงอย่างไรมันก็สายเกินไปที่จะใช้มันไม่ใช่หรือ?
เธอและหลิวชิงอี้มีสมบัติไว้ช่วยชีวิตได้อยู่ก็จริงหากต้องการใช้งานมันก็ต้องใช้เวลาเปิดใช้งานสมบัติเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะเย่เทียนดึงดูดความสนใจของกิเลนทองทมิฬเทพทั้งคู่คงอาจไม่สามารถกระตุ้นสมบัติช่วยชีวิตได้
แล้วเย่เทียนทำได้อย่างไร?
“แน่นอนว่าผมยังไม่ตาย หรือว่าพวกคุณต้องการให้ผมตายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง”เย่เทียนจงใจพูดอย่างติดตลก
“ใครจะมีความคิดเช่นนั้น?” ฉินจือซวนกลอกตาใส่เย่เทียน
“เรากลับกันก่อนเถอะ!” หลิวชิงอี้กล่าว
สำหรับคำถามที่ว่าเย่เทียนรอดชีวิตมาได้อย่างไรนั้นนั่นมันก็เป็นความลับของเย่เทียน ดังนั้นพวกเธอจึงไม่คิดที่จะถามถึง การเดินทางในคราวนี้พวกเขาสามารถจับสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬได้ซึ่งนั่นก็แปลว่าภารกิจของพวกเขาเสร็จสิ้นแล้ว!
แม้ว่าจะรู้สึกเสียดายที่ต้องสูญเสียสมบัติในการช่วยชีวิตไปแต่หากเทียบกับกำไรที่ได้รับแล้ว ผลลัพธ์ครั้งนี้นับว่าน่ายินดียิ่ง
เย่เทียนเดินทางกลับพร้อมกับหลิวชิงอี้และฉินจือซวนหลังจากการเคลื่อนย้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดทั้งสามก็กลับมาถึงเมืองฉินเฟิง ทันทีที่กลับมาถึงหลิวชิงอี้ก็มอบลูกแก้วศาสตร์ลับปราณป้องกันให้แก่เย่เทียน
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ สิ่งที่คุณต้องการถูกบันทึกไว้ในลูกแก้วนี้แล้วแต่คุณจะต้องฝึกฝนวิชานี้เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่สามารถส่งต่อให้ผู้อื่นหรือบอกผู้อื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้!”หลิวชิงอี้กล่าวย้ำอีกครั้ง
“ตกลง!”
เย่เทียนพยักหน้ารับเอาลูกแก้วไป
“เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน!”
เมื่อหลิวชิงอี้และฉินจือซวนจากไปเย่เทียนก็กลับไปที่บ้านพักของเขา
หลังจากกลับมาถึง
เย่เทียนก็ไม่ได้เลือกที่จะฝึกฝนศาสตร์ลับแต่เริ่มหลอมรวมพรสวรรค์ที่เขาเพิ่งคัดลอกมาก่อน
“หลอมรวมพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าก่อน!”
เย่เทียนเริ่มหลอมรวมพรสวรรค์ทันที
สิบนาทีผ่านไป พรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าก็หลอมรวมเสร็จสิ้นตอนนี้เย่เทียนมีพรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับความเร็วระดับพระเจ้าถึง 2 อย่างแล้ว
[พรสวรรค์ด้านความเร็วสูงสุด: ระดับพระเจ้า]
[พรสวรรค์ด้านความเร็วแสง:ระดับพระเจ้า]
และอย่างที่เย่เทียนคาดไว้หลังพรสวรรค์ด้านความเร็วสูงสุดและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงมีปุ่มผสานปรากฏขึ้น นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถผสานพรสวรรค์ทั้งสองเข้าด้วยกันได้
“ผสาน!”
เย่เทียนเริ่มผสานพรสวรรค์ทั้งสองเข้าด้วยกันในทันที
วินาทีต่อมาความเจ็บปวดที่ไม่อาจจะจินตนาการได้พลันปรากฏขึ้นราวกับว่าร่างกายของเขากำลังถูกทำลายโดยพลังที่น่าสะพรึงกลัว ทั่วทั้งร่างเขาเต็มไปด้วยเหงื่ออุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นานความเจ็บปวดค่อยๆลดลง ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่หลั่งไหลออกมา
“ตรวจสอบ!”
เย่เทียนมองไปที่หน้าต่างพรสวรรค์ของเขาในตอนนี้พรสวรรค์ด้านความเร็วสูงสุดระดับพระเจ้าและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าได้หายไปแล้วมันถูกแทนที่ด้วยพรสวรรค์อีกอย่างหนึ่งแทน
[พรสวรรค์ออโรรา: ระดับพระเจ้า]
มันเป็นพรสวรรค์ระดับพระเจ้าเหมือนเดิมแต่เมื่อเย่เทียนส่งจิตสำนึกของเขาไปตรวจสอบตราประทับพรสวรรค์ออโรรา เขาก็รู้ถึงความสามารถของมันในทันที
“เพิ่มความเร็ว 500 เท่า!”เมื่อรับรู้ข้อมูลพรสวรรค์ออโรรา เย่เทียนก็รู้สึกพอใจมาก
เมื่อเทียบกับพรสวรรค์ด้านความเร็วสูงสุดและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าก่อนหน้านี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพรสวรรค์ออโรรายอดเยี่ยมกว่ามาก
หลังจากพักผ่อนไปครึ่งวันเย่เทียนก็พร้อมที่จะหลอมรวมพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอม 30%
“หลอมรวมพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอม!”
ทันใดนั้นกระบวนการหลอมรวมก็เริ่มต้นขึ้น
เย่เทียนต้องอดทนต่อความเจ็บปวดที่เกิดจากการหลอมรวมพรสวรรค์อย่างเงียบๆและไม่นานกระบวนการหลอมรวมก็สิ้นสุด ในเวลานี้พรสวรรค์ด้านมิติของเย่เทียนก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
[พรสวรรค์ด้านมิติ: ระดับลึกลับปลอม (40%)]
พรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมได้กลายเป็น40% แล้ว พลังของมันเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก
เมื่อเขาศึกษาพรสวรรค์ด้านมิติอย่างละเอียดแล้วเขาก็จะสามารถใช้ทักษะบอลมิติได้
“การเดินทางครั้งนี้เราได้รับกำไรมหาศาลจริงๆ!”เย่เทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในห้อง
จากนั้นเขาก็หยิบลูกแก้วทักษะศาสตร์ลับปราณป้องกันขึ้นมาและเริ่มอ่านเนื้อหาของศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ 7 ดาว
หลังจากสาบานกับลูกแก้ว เนื้อหาทั้งหมดของศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ7 ดาวก็ปรากฏขึ้น
ฟูม!!!
ข้อมูลมากมายปรากฏออกมา
หลังจากนั้นไม่นานเย่เทียนก็เข้าใจศาสตร์ลับปราณป้องกันอย่างรวดเร็ว
“ศาสตร์ลับเต่าซวนหลิน!”
นี่คือชื่อของศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ7 ดาว มันเป็นการใช้พลังปราณสร้างเกราะเต่าซวนหลินขึ้นบนผิวของร่างกายเพื่อต่อต้านการโจมตีของศัตรูและเมื่อฝึกฝนมันไปจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ มันจะสามารถเพิ่มพลังป้องกันของเขาขึ้นได้ 14เท่า
ภายใต้สถานการณ์ปกติ เขาสามารถใช้พลังปราณเพื่อสร้างโล่ปราณที่สามารถช่วยเพิ่มพลังป้องกันได้เพียง1 เท่านั้น ซึ่งมันแทบจะไร้ประโยชน์
นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของศาสตร์ลับพลังปราณระดับ7 ดาว
ศาสตร์ลับปราณป้องกันไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ใดๆทุกคนสามารถฝึกฝนมันได้ ซึ่งแตกต่างกับทักษะดาบหรือทักษะที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ที่สอดคล้องกันกล่าวได้ว่าศาสตร์ลับพลังปราณนี้เหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทุกคน
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝึกฝนศาสตร์ลับปราณป้องกันได้มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิจำนวนมากที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะฝึกฝนให้มันไปถึงขั้นต้นได้
และถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนค่อนข้างนานแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่าที่จะฝึกฝน
อย่างไรก็ตามเย่เทียนมีพรสวรรค์ด้านความเข้าใจระดับสูงสุดที่ช่วยเพิ่มความเข้าใจของเขาขึ้นถึง20 เท่า ดังนั้นการฝึกฝนศาสตร์ลับเต่าซวนหลิน สำหรับเขาแล้วมันง่ายกว่าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆมาก
ดังนั้นเย่เทียนจึงเริ่มฝึกฝนอีกครั้ง!
เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการขัดเกลาร่างกายเพื่อจะทำลายขีดจำกัดของร่างกายอีกครั้งและแบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาทำความเข้าใจศาสตร์ลับเต่าซวนหลิน
ภายในระยะเวลาครึ่งเดือน เย่เทียนก็สามารถฝึกฝนศาสตร์ลับเต่าซวนหลินไปจนถึงขั้นต้นแต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงขั้นต้น มันก็สามารถช่วยเพิ่มพลังป้องกันให้แก่เขาได้ถึง 3เท่า
เวลาผ่านไปทีละน้อย
ในพริบตา 3 เดือนก็ผ่านไปเย่เทียนดูดซับหยดวารีระดับห้าเพื่อขัดเกลาร่างกายจนเกือบหมดแล้ว
และในวันนี้
ในที่สุดเย่เทียนก็รู้สึกถึงคอขวดของขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่13 หลังจากการเตรียมการบางอย่างเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มทะลวงคอขวดทันที
ตูม!!!
ภายใต้การโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดเย่เทียนก็ทะลวงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 13 ได้สำเร็จ
จากนั้นเย่เทียนก็กลืนหยดวารีระดับห้าทั้งหมดทันทีเขาดูดซับพลังปราณจากหยดวารีระดับห้าอย่างบ้าคลั่งเพื่อชดเชยพลังปราณที่สูญเสียไปในกระบวนการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
วันเวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป พลังปราณจากหยดวารีระดับห้าถูกดูดซับจนหมดและเย่เทียนก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและทำให้รากฐานของเขามั่นคง
“การทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่13 ทำให้ความแข็งแกร่งของเราเพิ่มขึ้นอีกครั้ง!” เย่เทียนพึมพำด้วยความยินดี
ยิ่งไปกว่านั้นศาสตร์ลับเต่าซวนหลินของเขาก็พัฒนาไปถึงขั้นสูงสุดแล้วด้วยทักษะเร่งเวลาและพรสวรรค์ด้านความเข้าใจ อีกไม่นานก็จะถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
หากไม่มีพรสวรรค์ด้านเวลาและพรสวรรค์ด้านความเข้าใจเขาคงจะไม่สามารถฝึกฝนศาสตร์ลับเต่าซวนหลินจนถึงขั้นสูงสุดได้ในระยะเวลาสั้นๆ เช่นนี้
ด้วยศาสตร์ลับเต่าซวนหลินและพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอม40% ความแข็งแกร่งของเย่เทียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในตอนนี้พลังต่อสู้ของเขาสมควรจะอยู่ในจักรพรรดิ9 ดารา ระดับ 2 ซึ่งเป็นรองแค่จักรพรรดิ 9 ดาวระดับ 1 เท่านั้น