“ เฮ้ รอด้วยดิ อย่าเดินเร็วนัก ” มาวินรีบไล่ตามมาติดๆ ถึงกระนั้นเหมยลี่ก็ยังไม่หยุด ส่งผลให้เด็กหนุ่มต้องวิ่งต่อ และเมื่อเข้าถึงตัว เขาก็เอื้อมมือไปคว้าแขนของเด็กสาว
“ นี่ หยุดก่อนได้มั้ย ”
ทันทีที่เหมยลี่ถูกฉุดรั้ง เธอก็หันกลับมามองนิ่งๆจนทำให้มาวินนึกกลัว และรีบชักมือกลับ
“ แฮะๆ ขอโทษจ้า ” มาวินพยายามปั้นหน้าให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด สองมือยกขึ้นฟ้าเป็นเชิงยอมแพ้
เด็กสาวยังคงมองมาวิน สีหน้าดูแน่วนิ่ง ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง
“ เฮือก.....น่ากลัวกว่าตอนสู้กับเจ้ากอริลลาและเจ้าหน้าผีซะอีก (หมายถึง กาสเซ่และโกส)”
ไม่นาน สถานการณ์ก็คลายตัว เด็กสาวเลิกสนใจ แล้วไปต่อ มาวินจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นก็เดินตามอย่างสงบ อันเป็นพฤติกรรมที่ค้านกับสัญชาติลิงของตนเองอย่างชัดเจน
เวลาผ่านไปหลายนาที มาวินก็รู้สึกคันปาก เพราะถึงยังไง ลิงย่อมเป็นลิง มันจะทิ้งสัญชาตญาณเดิมไปไม่ได้ จึงเอ่ยถามขึ้นมา
“ นี่ยัยโย่ง เราจะไปไหนกันเหรอ บอกหน่อยดิ ”
สิ้นคำ เหมยลี่ก็หยุดกะทันหัน เธอเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้หัวใจของมาวินแทบจะตกไปอยู่ตาตุ่ม ภายในรู้สึกร้อนรน
“ ตูทำอะไรผิดรึเปล่านะ ” แต่ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้ทำอะไร เหมยลี่ก็ตอบกลับมา โดยไม่หันมามอง
“ ไปดูการแข่ง ROD ไง นี่ก็ใกล้จะเริ่มแล้ว ”
พอได้ยินดังนั้น มาวินก็แทบหลงลืมทุกอย่าง ในหัวมีแต่ความตื่นเต้นผสมดีใจจนแทบจะกระโดดไปถึงดวงจันทร์ เขายิ้มกริ่มจนแก้มป่อง พร้อมตอบกลับมาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
“ เย้…..ไปกันเลย ชั้นอยากดูการแข่งเต็มแก่แล้ว ”
……………………..
สองหนุ่มสาวเดินลัดเลาะไปตามถนน มีผู้คนเดินสวนไปมาไม่ขาดสาย บ่งบอกถึงจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น
“ จะว่าไป ที่นี่ก็ดูคล้ายบ้านของชั้นแฮะ คนเยอะเป็นบ้า แถมยังแต่งตัวประหลาด อย่างกับหลุดมาจากโลกแฟนตาซี ฮะ ฮะ ฮะ ” มาวินเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนพูดพล่ามสลับหัวเราะ
เด็กสาวแอบชำเลืองมาวินด้วยหางตา จากนั้นก็หันไปมองทาง ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มชินกับความบ้าบอของอีกฝ่าย จึงไม่ถือสาหาความให้เสียเวลา แต่พอผ่านไปได้พักหนึ่ง ลิงหัวเขียวก็เอ่ยถาม
“ ว่าแต่ไอ้เกม ROD นี่มันเล่นยังไง เหมือนฟุตบอลในโลกของชั้นมั้ย”
พอเหมยลี่ได้ยินคำถาม เธอก็นึกสงสัย เนื่องจากเด็กหนุ่มชอบพูดคำว่า “โลกของชั้น” อยู่หลายครั้ง ทำให้เกิดความคิดที่ว่า…..
“ หรือหมอนี่จะมาจากโลกอื่นจริงๆ ”
เหมยลี่คิดแบบนั้นได้ไม่นาน ก็สลัดทิ้งไป เพราะมันค่อนข้างเหลือเชื่อ สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าก็คือเด็กหนุ่มคนนี้เป็นพวกสติเฟื่องและหนักไปทางเพี้ยน ชอบจินตนาการไปต่างๆนาๆ เธอจึงเลือกตอบในประเด็นที่สมควร
“ ROD เล่นกันเป็นทีม แบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายละห้าคน แล้วก็มีตัวสำรองอีกสาม ”
“ โอ้โห อย่างกับฟุตซอลเลย แล้วแพ้ชนะกันยังไง ยิงบอลเข้าประตูเหรอ ” มาวินดูตื่นเต้น ทำให้รู้เลยว่าเขาเป็นคนที่ชื่นชอบการแข่งขันชนิดเข้าเส้น
เหมยลี่ขมวดคิ้วนิดนึง ภายในสมองพยายามขบคิดว่ามีกีฬาอะไรที่ใช้ลูกบอลในการเล่นบ้าง แต่เท่าที่นึกออกคือไม่มี ไม่นาน เธอจึงเลิกสนใจและอธิบายกติกาต่อไป
“ เราไม่ได้ยิงบอลเข้าประตู แต่แพ้ชนะกันด้วยการทำลายป้อมของอีกฝ่าย ”
“ ยะฮู้ แค่ฟังกติกาก็มันแล้ว แต่แบบนี้ต้องมีบวกกันด้วย ใช่มั้ย ” มาวินถามต่อ กายสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
“ บู๊กันกระจายเลยล่ะ ทุกคนต้องช่วยกันน็อคฝ่ายตรงข้าม แล้วค่อยตีป้อมเล็กตามทาง สุดท้ายก็ฝ่าเข้าไปพังป้อมใหญ่ของอีกฝ่าย ” เด็กสาวเริ่มอธิบายโดยละเอียด เพราะแท้จริงแล้ว เธอเองก็ชื่นชอบกีฬานี้อยู่ไม่น้อย
“ เยส สุดยอด แต่ก็นะ กีฬาแบบนี้มักจะมีตำแหน่งโน่นนี่นั่น อย่างฟุตบอลที่บ้านชั้นก็มีกองหน้า กองกลาง กองหลัง ประตู แล้ว ROD มีตำแหน่งอะไรบ้างล่ะ ” เด็กหนุ่มตบไม้ตบมือ ท่าทางชอบใจ
เหมยลี่เหลือบมองเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง ในใจนึกชมเชย เจ้าลิงหัวเขียวเป็นคนที่ละเอียดอ่อนใช้ได้ เพราะรู้จักถามถึงเรื่องที่สำคัญ เธอจึงยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเริ่มแถลง เพื่อคลายความสงสัย
“ ROD ก็มีหลายตำแหน่งเช่นแทงค์ อัสซัสซิน ไฟท์เตอร์ แครี่ เมจ ซัปพอร์ต ”
“ แล้วแต่ละตำแหน่งทำหน้าที่อะไรล่ะ ” เด็กหนุ่มยังสงสัยไม่เลิก ซึ่งเหมยลี่ก็ไม่เบื่อที่จะตอบ
“ แทงค์เป็นตำแหน่งที่รับการปะทะ คอยกันอีกฝ่ายไม่ให้บุกเข้ามา ”
“ พวกถึกสินะ แบบนี้ต้องตัวใหญ่แรงเยอะแน่ๆ” มาวินอ้าปากเหวอ ซึ่งเหมยลี่ก็พยักหน้ารับคำ จากนั้นก็อธิบายต่อ
“ ส่วนอัสซัสซินจะเน้นความเร็ว แอบเข้าไปเล่นงานอีกฝ่ายตอนเผลอ ”
“ ชั้นน่าจะเล่นตำแหน่งนี้ได้นะ” เด็กหนุ่มอุทานดัง เขาดูสนใจ
“ ส่วนไฟท์เตอร์ก็เป็นสายบู๊ระยะประชิดคล้ายแทงค์ แต่เน้นอัดอีกฝ่ายมากกว่ารับการโจมตี” เด็กสาวแจกแจง
“ โห….นี่มันตำแหน่งเธอชัดๆ ” เด็กหนุ่มร้องเหวอ
“ ใช่ ชั้นเล่นทีไร ได้เป็นไฟท์เตอร์ทุกที ” เด็กสาวตอบกลับเร็วจี๋ด้วยความลืมตัว ดูเหมือนเธอจะอินกับการเล่นพอสมควร
“ อ้าว.....เธอเคยเล่นเกมนี้ด้วยเหรอ ” มาวินถามกลับ สีหน้าดูงงๆ
เหมยลี่สะดุ้งนิดนึง เธอลืมตัวจนเผลอเล่าเรื่องราวบางส่วนในชีวิตออกมา จึงรีบแก้เกี้ยวด้วยการอธิบายกฎการแข่งต่อ
“ ต่อไปคือแครี่ พวกใช้อาวุธระยะไกล จะอยู่แนวหลังคอยยิงสนับสนุน”
“ ไม่ชอบตำแหน่งนี้แฮะ มันดูขี้ขลาดๆยังไงชอบกล ” มาวินบ่นงึมงำ
เด็กสาวยิ้มนิดๆ เธอรู้ดีว่าตำแหน่งนี้สำคัญกว่าที่มาวินประเมินไว้มาก แต่ก็ไม่ได้ชี้แจงให้เข้าใจ พร้อมกล่าวถึงตำแหน่งถัดไป
“ ส่วนเมจก็คล้ายแครี่ แต่ใช้เวทโจมตีแทนอาวุธ”
“ เฮ้อ…พวกขี้ขลาดอีกแล้ว ต่อไปเถอะ ” เด็กหนุ่มโบกมือ พร้อมตีหน้าเซ็ง
“ นายประมาทเกินไป ลืมแล้วเหรอ พวกนักสู้ระยะประชิดแบบเรามักแพ้ทางผู้ใช้เวทเสมอ ” เหมยลี่จำเป็นต้องแจงให้เข้าใจ ซึ่งหลังจากที่ได้ยิน มาวินก็หน้าถอดสี เพราะหวนนึกถึงความยากลำบากในการต่อสู้กับโกส (เนโครมันเซอร์ ผู้ควบคุมความตาย) จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ โอเค แล้วไอ้ตำแหน่งซับเพิร์ต มันคืออะไร ”
“ เขาเรียกว่าซัปพอร์ต นี่นายเคยพูดอะไรถูกบ้างมั้ยเนี่ย ” เด็กสาวทำตาเขียวใส่ ด้วยรู้สึกรำคาญที่มาวินมั่วทุกที
“ เออ น่านแหละ ไอ้ซับอะไรน่ะ ตกลงมันทำหน้าที่อะไร ” มาวินโบกมือไปมา ดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจความผิดพลาดของตัวเอง เด็กสาวเลยส่ายหัวด้วยความระอา จากนั้นก็เริ่มขยายความ
“ ซัปพอร์ตก็คอยช่วยคนอื่น ใช้ได้ทั้งอาวุธระยะไกลกับเวท แต่พลังโจมตีจะเบากว่าเมจหรือแครี่ ”
“ อ้าว งั้นเจ้าพวกนี้ก็กากน่ะซิ เหอ เหอ เหอ ” มาวินตัดสินโดยพลัน พร้อมหัวเราะเยาะตามสันดาน
“ ใครบอกล่ะ พวกนี้ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด แม้โจมตีไม่หนัก แต่ก็ทำให้ช้าหรืออ่อนแรงลง บางทีถึงขั้นสลบชั่วคราว เปิดช่องให้ผู้เล่นอื่นเข้ามาเล่นงาน ” เด็กสาวอธิบายช้าๆ เธอพยายามไม่ใส่ใจในท่าทางยียวนกวนบาทาของมาวิน ด้วยกลัวว่าตัวเองจะประสาทไปเสียก่อน
“ โห…ตัวป่วนของแท้เลยนะเนี่ย ” ดวงตาของเด็กหนุ่มลุกโพลง ดูเหมือนเขาจะเจอตำแหน่งที่ชอบแล้ว
“ อย่างนายก็พอจะเล่นตำแหน่งนี้ได้ ” เด็กสาวยิ้มมุมปาก พร้อมสนับสนุนความคิดของมาวิน
ทั้งสองเดินไปตามทาง เพื่อมุ่งสู่สนามแข่ง ระหว่างนั้นมาวินได้เอ่ยถาม
“ เอ่อ ทีมอะไรซักอย่างที่เป็นแชมป์นั่น เก่งมั้ย ”
เด็กสาวมองหน้ามาวินนิ่งๆประมาณว่าไปอยู่ไหนมา ถึงไม่รู้เรื่องนี้ ครู่หนึ่งก็ตอบกลับเบาๆ ท่าทางเครียดนิดๆ
“ ทีมราสมาจากแคว้นเยอมาเนีย เมื่อต้นปีเพิ่งคว้าแชมป์ RODWorld Cup เป็นสมัยที่แปดติดต่อกัน ”
“ โห…..เก่งสุดๆเลยดิ ท่าทางจะดังกันทั้งทีม ” เด็กหนุ่มดูตื่นเต้น
“ ใช่ สุดยอดทั้งทีม แต่ที่น่าดูสุดคือแทงค์ที่ชื่อแมกซ์ เพราะเขาทั้งแข็งแกร่งและทนทาน แถมสูงกว่าสองเมตร เวลายืนขวางอยู่แนวหน้า แทบไม่มีใครผ่านได้ ” เด็กสาวอธิบายยาวเหยียด ท่าทางจะนิยมชมชอบผู้ที่ถูกกล่าวถึงอยู่ไม่น้อย
“ ตัวใหญ่อย่างกะยักษ์เลย ชั้นน่าจะสูงแค่ราวนมของหมอนั่น บรื้อ.....น่ากลัวเป็นบ้า ” เมื่อจินตนาการไปถึงตอนที่เจอกับแทงค์ชื่อดัง ใบหน้าของมาวินก็ขาวซีดในทันที
เหมยลี่ไม่กล่าวคำใด เธอเดินไปยังสนามแข่ง ROD ที่อยู่ใจกลางเมือง การนำทางต่อเนื่องแบบไม่ติดขัด บ่งบอกถึงความชำนาญในเส้นทางได้เป็นอย่างดี ไม่นาน ทั้งสองก็ถึงที่หมาย
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือโคลอสเซียมทรงกลมขนาดใหญ่ กะคร่าวๆน่าจะกว้างประมาณสองสนามฟุตบอลต่อกัน ส่วนความสูงคงใกล้เคียงกับตึก 6 ชั้น สนามแห่งนี้ถูกสร้างด้วยหินปูนเนื้อหยาบสีหม่น มีประตูทางเข้าหลายสิบ ผู้คนจำนวนมหาศาลเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อเตรียมเข้าไปชมการแข่งนัดอุ่นเครื่องระหว่างทีมแชมป์โลกและทีมประจำเมือง
ทั่วบริเวณมีรถเข็นขายของเกือบร้อยคอยให้บริการ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่มประจำการอีกนับสิบ ถึงกระนั้นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของฝูงชน
“ ว้าว...คนดูเยอะเป็นบ้า อย่างกับตอนบอลทีมชาติเตะในโลกชั้นเลย ” มาวินเหลียวมองรอบข้าง ท่าทางตื่นเต้น ทว่าเหมยลี่กลับไม่ใส่ใจกับคำพูดเพี้ยนๆของเด็กหนุ่ม เพราะอยากเข้าไปดูกีฬายอดนิยมเต็มแก่
“ เข้าไปดูกันเถอะ เจ้าลิงหัวเขียว ” เด็กสาวร้องบอก ท่าทางดูตื่นๆ ทำให้มาวินนึกงง เพราะเขาไม่เคยเห็นโมเมนต์นี้ของเพื่อนร่วมทาง
ทั้งสองต่อคิวซื้อบัตร จากนั้นก็ไหลตามฝูงชนที่แห่กันผ่านประตู เพื่อไปชมเกมนัดหยุดโลก เมื่อเข้าสู่ภายใน เด็กหนุ่มก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง เพราะสิ่งได้เห็นก็คือภาพบรรยากาศของโคลอสเซียม
อัฒจันทร์ถูกออกแบบเป็นรูปทรงกลม มีทางเดินเล็กๆวางซ้อนกันหลายร้อยชั้น อันดูไม่ผิดไปจากขั้นบันได เมื่อสังเกตก็พบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่มีผู้คนจับจอง ประเมินด้วยสายตาน่าจะไม่ต่ำกว่า 30,000 คน
เด็กหนุ่มมองไปที่ชั้นล่างสุด เขารู้ทันทีว่านั่นคือลานประลอง แต่รูปทรงกลับเป็นวงรีและมีขนาดใหญ่กว่าสนามฟุตบอลเล็กน้อย ในนั้นถูกตีเป็นสามเลน ตรงกลางเป็นทางยาว ส่วนเลนซ้ายและขวาตีวงโค้งติดขอบสนาม แต่ละเลนกว้างประมาณรถม้าวิ่งเรียงกันได้สามคัน สิ่งที่คั่นกลางระหว่างถนนคือป่าไม้รกครึ้มที่มีช่องว่างให้เดินผ่านไปได้ เพื่อข้ามจากเลนหนึ่งไปยังอีกเลนหนึ่ง
“ สนามบ้าอะไรเนี่ย เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น ” มาวินอุทานดัง ส่วนเด็กสาวได้แต่ยืนอมยิ้ม ดวงตาเหลือบมองไปรอบๆ เพื่อหาที่นั่ง
หลังจากทั้งสองนั่งประจำที่ ก็พบว่ามีผู้เข้าชมมากขึ้น ในตอนนี้แทบจะเต็มความจุของสนามแล้ว
“ คนดูเยอะมาก สมกับเป็นการแข่งของทีมแชมป์จริงๆ ” ขนทั่วกายของมาวินเริ่มลุกชูชัน
“ แน่นอน ทีมราสไปแข่งที่ไหน ไม่มีที่ว่างอยู่แล้ว เพราะพวกเขาคือแชมป์ไร้พ่าย ” เด็กสาวตอบกลับเร็วปรื้อจนผิดวิสัย ระหว่างนั้นเอง เสียงประกาศของชายหนุ่มก็ดังกังวานจนทุกคนในโคลอสเซียมได้ยิน
“ สวัสดีทุกท่าน ผมคืออาเธอร์ โดแนล ทำหน้าที่บรรยายเกมการแข่งนัดหยุดโลก ระหว่างมัฟฟิน ทีมประจำเมืองอันเป็นที่รักของเรา ”
สิ้นคำประกาศ ก็มีเสียงตบมือแปะๆพอเป็นพิธีไม่ให้น่าเกลียด นอกจากนี้ ยังมีเสียงกรีดร้องที่แผ่วเบา(ถ้าตั้งใจฟัง)
นายอาเธอร์ โดแนล ผู้บรรยายเสียงหล่อเว้นช่วงไปอึดใจหนึ่ง ก่อนประกาศชื่อทีมเยือน
“ ส่วนทีมเยือนจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากราส.....แชมป์ผู้ไร้พ่าย ”
พอประกาศเสร็จ ก็ปรากฏเสียงตบมือดังสนั่นจนมาวินรู้สึกว่าพื้นดินกำลังสะเทือน เสียงกรีดร้องและเอะอะโวยวายดังไม่ได้ศัพท์ดูโกลาหล ราวกับโลกจะแตก
“ กรี๊ด…..เฮ…..ราส….. ”
เสียงของผู้ชมดังนานและต่อเนื่อง มันดูยิ่งใหญ่ รุนแรง และบ้าคลั่งจนมาวินแทบนั่งไม่ติด เขาพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้พลุกพล่าน แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ จึงลุกขึ้นยืน พร้อมตะโกนดัง
“ ราสจะแน่ซักแค่ไหนกัน เก่งจริงมาเจอกับชั้นสิฟะ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
