The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์)

    ตอนที่ 47 เกมมหัศจรรย์

    “ เฮ้ รอด้วยดิ  อย่าเดินเร็วนัก ” มาวินรีบไล่ตามมาติดๆ  ถึงกระนั้นเหมยลี่ก็ยังไม่หยุด  ส่งผลให้เด็กหนุ่มต้องวิ่งต่อ  และเมื่อเข้าถึงตัว เขาก็เอื้อมมือไปคว้าแขนของเด็กสาว


    “ นี่  หยุดก่อนได้มั้ย ”


     

        ทันทีที่เหมยลี่ถูกฉุดรั้ง  เธอก็หันกลับมามองนิ่งๆจนทำให้มาวินนึกกลัว และรีบชักมือกลับ


    “ แฮะๆ ขอโทษจ้า ” มาวินพยายามปั้นหน้าให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด สองมือยกขึ้นฟ้าเป็นเชิงยอมแพ้


          

        เด็กสาวยังคงมองมาวิน  สีหน้าดูแน่วนิ่ง ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง 


    “ เฮือก.....น่ากลัวกว่าตอนสู้กับเจ้ากอริลลาและเจ้าหน้าผีซะอีก (หมายถึง กาสเซ่และโกส)”


             

       ไม่นาน  สถานการณ์ก็คลายตัว  เด็กสาวเลิกสนใจ  แล้วไปต่อ  มาวินจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นก็เดินตามอย่างสงบ  อันเป็นพฤติกรรมที่ค้านกับสัญชาติลิงของตนเองอย่างชัดเจน


     

         เวลาผ่านไปหลายนาที  มาวินก็รู้สึกคันปาก  เพราะถึงยังไง ลิงย่อมเป็นลิง  มันจะทิ้งสัญชาตญาณเดิมไปไม่ได้ จึงเอ่ยถามขึ้นมา


    “ นี่ยัยโย่ง เราจะไปไหนกันเหรอ  บอกหน่อยดิ ”


     

        สิ้นคำ  เหมยลี่ก็หยุดกะทันหัน  เธอเงียบอยู่ครู่หนึ่ง  ทำให้หัวใจของมาวินแทบจะตกไปอยู่ตาตุ่ม  ภายในรู้สึกร้อนรน


    “ ตูทำอะไรผิดรึเปล่านะ ” แต่ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้ทำอะไร  เหมยลี่ก็ตอบกลับมา  โดยไม่หันมามอง 


    “ ไปดูการแข่ง ROD ไง  นี่ก็ใกล้จะเริ่มแล้ว ”


     

         พอได้ยินดังนั้น มาวินก็แทบหลงลืมทุกอย่าง  ในหัวมีแต่ความตื่นเต้นผสมดีใจจนแทบจะกระโดดไปถึงดวงจันทร์ เขายิ้มกริ่มจนแก้มป่อง  พร้อมตอบกลับมาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ


    “ เย้…..ไปกันเลย  ชั้นอยากดูการแข่งเต็มแก่แล้ว ” 


    ……………………..


         สองหนุ่มสาวเดินลัดเลาะไปตามถนน มีผู้คนเดินสวนไปมาไม่ขาดสาย บ่งบอกถึงจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น


    “ จะว่าไป ที่นี่ก็ดูคล้ายบ้านของชั้นแฮะ  คนเยอะเป็นบ้า  แถมยังแต่งตัวประหลาด อย่างกับหลุดมาจากโลกแฟนตาซี  ฮะ  ฮะ  ฮะ ” มาวินเหลียวซ้ายแลขวา  ก่อนพูดพล่ามสลับหัวเราะ



         เด็กสาวแอบชำเลืองมาวินด้วยหางตา จากนั้นก็หันไปมองทาง  ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มชินกับความบ้าบอของอีกฝ่าย  จึงไม่ถือสาหาความให้เสียเวลา  แต่พอผ่านไปได้พักหนึ่ง ลิงหัวเขียวก็เอ่ยถาม


    “ ว่าแต่ไอ้เกม ROD นี่มันเล่นยังไง  เหมือนฟุตบอลในโลกของชั้นมั้ย”


     

        พอเหมยลี่ได้ยินคำถาม  เธอก็นึกสงสัย เนื่องจากเด็กหนุ่มชอบพูดคำว่า “โลกของชั้น” อยู่หลายครั้ง  ทำให้เกิดความคิดที่ว่า….. 


    “ หรือหมอนี่จะมาจากโลกอื่นจริงๆ ”


     

         เหมยลี่คิดแบบนั้นได้ไม่นาน ก็สลัดทิ้งไป  เพราะมันค่อนข้างเหลือเชื่อ สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าก็คือเด็กหนุ่มคนนี้เป็นพวกสติเฟื่องและหนักไปทางเพี้ยน ชอบจินตนาการไปต่างๆนาๆ  เธอจึงเลือกตอบในประเด็นที่สมควร


    “ ROD เล่นกันเป็นทีม แบ่งเป็นสองฝ่าย  ฝ่ายละห้าคน  แล้วก็มีตัวสำรองอีกสาม ” 


    “ โอ้โห  อย่างกับฟุตซอลเลย  แล้วแพ้ชนะกันยังไง ยิงบอลเข้าประตูเหรอ ” มาวินดูตื่นเต้น  ทำให้รู้เลยว่าเขาเป็นคนที่ชื่นชอบการแข่งขันชนิดเข้าเส้น


     

         เหมยลี่ขมวดคิ้วนิดนึง ภายในสมองพยายามขบคิดว่ามีกีฬาอะไรที่ใช้ลูกบอลในการเล่นบ้าง  แต่เท่าที่นึกออกคือไม่มี ไม่นาน  เธอจึงเลิกสนใจและอธิบายกติกาต่อไป


    “ เราไม่ได้ยิงบอลเข้าประตู  แต่แพ้ชนะกันด้วยการทำลายป้อมของอีกฝ่าย ” 


    “ ยะฮู้  แค่ฟังกติกาก็มันแล้ว  แต่แบบนี้ต้องมีบวกกันด้วย  ใช่มั้ย ” มาวินถามต่อ  กายสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น 


    “ บู๊กันกระจายเลยล่ะ ทุกคนต้องช่วยกันน็อคฝ่ายตรงข้าม แล้วค่อยตีป้อมเล็กตามทาง  สุดท้ายก็ฝ่าเข้าไปพังป้อมใหญ่ของอีกฝ่าย ” เด็กสาวเริ่มอธิบายโดยละเอียด  เพราะแท้จริงแล้ว  เธอเองก็ชื่นชอบกีฬานี้อยู่ไม่น้อย 


    “ เยส  สุดยอด  แต่ก็นะ กีฬาแบบนี้มักจะมีตำแหน่งโน่นนี่นั่น  อย่างฟุตบอลที่บ้านชั้นก็มีกองหน้า  กองกลาง  กองหลัง  ประตู แล้ว ROD มีตำแหน่งอะไรบ้างล่ะ ” เด็กหนุ่มตบไม้ตบมือ  ท่าทางชอบใจ



        เหมยลี่เหลือบมองเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง  ในใจนึกชมเชย  เจ้าลิงหัวเขียวเป็นคนที่ละเอียดอ่อนใช้ได้  เพราะรู้จักถามถึงเรื่องที่สำคัญ  เธอจึงยิ้มน้อยๆ  ก่อนจะเริ่มแถลง  เพื่อคลายความสงสัย


    “ ROD ก็มีหลายตำแหน่งเช่นแทงค์  อัสซัสซิน  ไฟท์เตอร์  แครี่  เมจ  ซัปพอร์ต ” 


    “ แล้วแต่ละตำแหน่งทำหน้าที่อะไรล่ะ ” เด็กหนุ่มยังสงสัยไม่เลิก  ซึ่งเหมยลี่ก็ไม่เบื่อที่จะตอบ


    “ แทงค์เป็นตำแหน่งที่รับการปะทะ  คอยกันอีกฝ่ายไม่ให้บุกเข้ามา ” 


    “ พวกถึกสินะ แบบนี้ต้องตัวใหญ่แรงเยอะแน่ๆ” มาวินอ้าปากเหวอ  ซึ่งเหมยลี่ก็พยักหน้ารับคำ  จากนั้นก็อธิบายต่อ 


    “ ส่วนอัสซัสซินจะเน้นความเร็ว  แอบเข้าไปเล่นงานอีกฝ่ายตอนเผลอ ” 


    “ ชั้นน่าจะเล่นตำแหน่งนี้ได้นะ” เด็กหนุ่มอุทานดัง  เขาดูสนใจ 


    “ ส่วนไฟท์เตอร์ก็เป็นสายบู๊ระยะประชิดคล้ายแทงค์ แต่เน้นอัดอีกฝ่ายมากกว่ารับการโจมตี” เด็กสาวแจกแจง 


    “ โห….นี่มันตำแหน่งเธอชัดๆ ” เด็กหนุ่มร้องเหวอ 


    “ ใช่ ชั้นเล่นทีไร  ได้เป็นไฟท์เตอร์ทุกที ” เด็กสาวตอบกลับเร็วจี๋ด้วยความลืมตัว ดูเหมือนเธอจะอินกับการเล่นพอสมควร


    “ อ้าว.....เธอเคยเล่นเกมนี้ด้วยเหรอ ” มาวินถามกลับ  สีหน้าดูงงๆ


     

        เหมยลี่สะดุ้งนิดนึง  เธอลืมตัวจนเผลอเล่าเรื่องราวบางส่วนในชีวิตออกมา จึงรีบแก้เกี้ยวด้วยการอธิบายกฎการแข่งต่อ


    “ ต่อไปคือแครี่  พวกใช้อาวุธระยะไกล  จะอยู่แนวหลังคอยยิงสนับสนุน” 


    “ ไม่ชอบตำแหน่งนี้แฮะ มันดูขี้ขลาดๆยังไงชอบกล ” มาวินบ่นงึมงำ



         เด็กสาวยิ้มนิดๆ เธอรู้ดีว่าตำแหน่งนี้สำคัญกว่าที่มาวินประเมินไว้มาก แต่ก็ไม่ได้ชี้แจงให้เข้าใจ  พร้อมกล่าวถึงตำแหน่งถัดไป 


    “ ส่วนเมจก็คล้ายแครี่  แต่ใช้เวทโจมตีแทนอาวุธ” 


    “ เฮ้อ…พวกขี้ขลาดอีกแล้ว  ต่อไปเถอะ ” เด็กหนุ่มโบกมือ  พร้อมตีหน้าเซ็ง 


    “ นายประมาทเกินไป ลืมแล้วเหรอ  พวกนักสู้ระยะประชิดแบบเรามักแพ้ทางผู้ใช้เวทเสมอ ” เหมยลี่จำเป็นต้องแจงให้เข้าใจ  ซึ่งหลังจากที่ได้ยิน  มาวินก็หน้าถอดสี  เพราะหวนนึกถึงความยากลำบากในการต่อสู้กับโกส (เนโครมันเซอร์ ผู้ควบคุมความตาย) จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง


    “ โอเค แล้วไอ้ตำแหน่งซับเพิร์ต  มันคืออะไร ” 


    “ เขาเรียกว่าซัปพอร์ต  นี่นายเคยพูดอะไรถูกบ้างมั้ยเนี่ย ” เด็กสาวทำตาเขียวใส่  ด้วยรู้สึกรำคาญที่มาวินมั่วทุกที 


    “ เออ  น่านแหละ  ไอ้ซับอะไรน่ะ  ตกลงมันทำหน้าที่อะไร ” มาวินโบกมือไปมา  ดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจความผิดพลาดของตัวเอง  เด็กสาวเลยส่ายหัวด้วยความระอา  จากนั้นก็เริ่มขยายความ 


    “ ซัปพอร์ตก็คอยช่วยคนอื่น  ใช้ได้ทั้งอาวุธระยะไกลกับเวท  แต่พลังโจมตีจะเบากว่าเมจหรือแครี่ ” 


    “ อ้าว  งั้นเจ้าพวกนี้ก็กากน่ะซิ  เหอ  เหอ  เหอ ” มาวินตัดสินโดยพลัน  พร้อมหัวเราะเยาะตามสันดาน


    “ ใครบอกล่ะ  พวกนี้ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด  แม้โจมตีไม่หนัก แต่ก็ทำให้ช้าหรืออ่อนแรงลง  บางทีถึงขั้นสลบชั่วคราว  เปิดช่องให้ผู้เล่นอื่นเข้ามาเล่นงาน ” เด็กสาวอธิบายช้าๆ  เธอพยายามไม่ใส่ใจในท่าทางยียวนกวนบาทาของมาวิน  ด้วยกลัวว่าตัวเองจะประสาทไปเสียก่อน


    “ โห…ตัวป่วนของแท้เลยนะเนี่ย ” ดวงตาของเด็กหนุ่มลุกโพลง  ดูเหมือนเขาจะเจอตำแหน่งที่ชอบแล้ว 


    “ อย่างนายก็พอจะเล่นตำแหน่งนี้ได้ ” เด็กสาวยิ้มมุมปาก  พร้อมสนับสนุนความคิดของมาวิน



        ทั้งสองเดินไปตามทาง  เพื่อมุ่งสู่สนามแข่ง  ระหว่างนั้นมาวินได้เอ่ยถาม


    “ เอ่อ  ทีมอะไรซักอย่างที่เป็นแชมป์นั่น  เก่งมั้ย ”


      

        เด็กสาวมองหน้ามาวินนิ่งๆประมาณว่าไปอยู่ไหนมา  ถึงไม่รู้เรื่องนี้  ครู่หนึ่งก็ตอบกลับเบาๆ  ท่าทางเครียดนิดๆ 


    “ ทีมราสมาจากแคว้นเยอมาเนีย เมื่อต้นปีเพิ่งคว้าแชมป์ RODWorld Cup เป็นสมัยที่แปดติดต่อกัน ” 


    “ โห…..เก่งสุดๆเลยดิ  ท่าทางจะดังกันทั้งทีม ” เด็กหนุ่มดูตื่นเต้น 


    “ ใช่  สุดยอดทั้งทีม  แต่ที่น่าดูสุดคือแทงค์ที่ชื่อแมกซ์ เพราะเขาทั้งแข็งแกร่งและทนทาน  แถมสูงกว่าสองเมตร เวลายืนขวางอยู่แนวหน้า  แทบไม่มีใครผ่านได้ ” เด็กสาวอธิบายยาวเหยียด  ท่าทางจะนิยมชมชอบผู้ที่ถูกกล่าวถึงอยู่ไม่น้อย 


    “ ตัวใหญ่อย่างกะยักษ์เลย  ชั้นน่าจะสูงแค่ราวนมของหมอนั่น  บรื้อ.....น่ากลัวเป็นบ้า ” เมื่อจินตนาการไปถึงตอนที่เจอกับแทงค์ชื่อดัง  ใบหน้าของมาวินก็ขาวซีดในทันที



        เหมยลี่ไม่กล่าวคำใด  เธอเดินไปยังสนามแข่ง ROD ที่อยู่ใจกลางเมือง  การนำทางต่อเนื่องแบบไม่ติดขัด  บ่งบอกถึงความชำนาญในเส้นทางได้เป็นอย่างดี  ไม่นาน ทั้งสองก็ถึงที่หมาย


      

         สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือโคลอสเซียมทรงกลมขนาดใหญ่ กะคร่าวๆน่าจะกว้างประมาณสองสนามฟุตบอลต่อกัน ส่วนความสูงคงใกล้เคียงกับตึก 6 ชั้น  สนามแห่งนี้ถูกสร้างด้วยหินปูนเนื้อหยาบสีหม่น  มีประตูทางเข้าหลายสิบ  ผู้คนจำนวนมหาศาลเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อเตรียมเข้าไปชมการแข่งนัดอุ่นเครื่องระหว่างทีมแชมป์โลกและทีมประจำเมือง


     

        ทั่วบริเวณมีรถเข็นขายของเกือบร้อยคอยให้บริการ  นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่มประจำการอีกนับสิบ ถึงกระนั้นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของฝูงชน  


    “ ว้าว...คนดูเยอะเป็นบ้า  อย่างกับตอนบอลทีมชาติเตะในโลกชั้นเลย ” มาวินเหลียวมองรอบข้าง  ท่าทางตื่นเต้น  ทว่าเหมยลี่กลับไม่ใส่ใจกับคำพูดเพี้ยนๆของเด็กหนุ่ม เพราะอยากเข้าไปดูกีฬายอดนิยมเต็มแก่  


    “ เข้าไปดูกันเถอะ เจ้าลิงหัวเขียว ” เด็กสาวร้องบอก  ท่าทางดูตื่นๆ  ทำให้มาวินนึกงง  เพราะเขาไม่เคยเห็นโมเมนต์นี้ของเพื่อนร่วมทาง



        ทั้งสองต่อคิวซื้อบัตร  จากนั้นก็ไหลตามฝูงชนที่แห่กันผ่านประตู  เพื่อไปชมเกมนัดหยุดโลก  เมื่อเข้าสู่ภายใน เด็กหนุ่มก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง  เพราะสิ่งได้เห็นก็คือภาพบรรยากาศของโคลอสเซียม



         อัฒจันทร์ถูกออกแบบเป็นรูปทรงกลม  มีทางเดินเล็กๆวางซ้อนกันหลายร้อยชั้น อันดูไม่ผิดไปจากขั้นบันได  เมื่อสังเกตก็พบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่มีผู้คนจับจอง  ประเมินด้วยสายตาน่าจะไม่ต่ำกว่า 30,000 คน


      

         เด็กหนุ่มมองไปที่ชั้นล่างสุด เขารู้ทันทีว่านั่นคือลานประลอง  แต่รูปทรงกลับเป็นวงรีและมีขนาดใหญ่กว่าสนามฟุตบอลเล็กน้อย ในนั้นถูกตีเป็นสามเลน  ตรงกลางเป็นทางยาว  ส่วนเลนซ้ายและขวาตีวงโค้งติดขอบสนาม  แต่ละเลนกว้างประมาณรถม้าวิ่งเรียงกันได้สามคัน  สิ่งที่คั่นกลางระหว่างถนนคือป่าไม้รกครึ้มที่มีช่องว่างให้เดินผ่านไปได้ เพื่อข้ามจากเลนหนึ่งไปยังอีกเลนหนึ่ง


    “ สนามบ้าอะไรเนี่ย เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น ” มาวินอุทานดัง  ส่วนเด็กสาวได้แต่ยืนอมยิ้ม  ดวงตาเหลือบมองไปรอบๆ  เพื่อหาที่นั่ง



        หลังจากทั้งสองนั่งประจำที่  ก็พบว่ามีผู้เข้าชมมากขึ้น ในตอนนี้แทบจะเต็มความจุของสนามแล้ว 


    “ คนดูเยอะมาก สมกับเป็นการแข่งของทีมแชมป์จริงๆ ” ขนทั่วกายของมาวินเริ่มลุกชูชัน


    “ แน่นอน ทีมราสไปแข่งที่ไหน  ไม่มีที่ว่างอยู่แล้ว  เพราะพวกเขาคือแชมป์ไร้พ่าย ” เด็กสาวตอบกลับเร็วปรื้อจนผิดวิสัย  ระหว่างนั้นเอง  เสียงประกาศของชายหนุ่มก็ดังกังวานจนทุกคนในโคลอสเซียมได้ยิน  


    “ สวัสดีทุกท่าน ผมคืออาเธอร์ โดแนล  ทำหน้าที่บรรยายเกมการแข่งนัดหยุดโลก ระหว่างมัฟฟิน ทีมประจำเมืองอันเป็นที่รักของเรา ”


     

         สิ้นคำประกาศ  ก็มีเสียงตบมือแปะๆพอเป็นพิธีไม่ให้น่าเกลียด นอกจากนี้  ยังมีเสียงกรีดร้องที่แผ่วเบา(ถ้าตั้งใจฟัง)


     

          นายอาเธอร์ โดแนล ผู้บรรยายเสียงหล่อเว้นช่วงไปอึดใจหนึ่ง  ก่อนประกาศชื่อทีมเยือน 


    “ ส่วนทีมเยือนจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากราส.....แชมป์ผู้ไร้พ่าย ”


     

           พอประกาศเสร็จ  ก็ปรากฏเสียงตบมือดังสนั่นจนมาวินรู้สึกว่าพื้นดินกำลังสะเทือน เสียงกรีดร้องและเอะอะโวยวายดังไม่ได้ศัพท์ดูโกลาหล  ราวกับโลกจะแตก 


    “ กรี๊ด…..เฮ…..ราส….. ”


     

        เสียงของผู้ชมดังนานและต่อเนื่อง  มันดูยิ่งใหญ่ รุนแรง  และบ้าคลั่งจนมาวินแทบนั่งไม่ติด เขาพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้พลุกพล่าน  แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้  จึงลุกขึ้นยืน  พร้อมตะโกนดัง


    “ ราสจะแน่ซักแค่ไหนกัน เก่งจริงมาเจอกับชั้นสิฟะ ”



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์) ที่คุณอ่าน