เมื่อเพิ่มเมนูกุ้ง เมนูของของหวานอย่างบัวลอยที่เปิดตลาดของหวานไป ก็ตามติดด้วยเมนูที่ทำจากกะทิอีกหลายเมนูทั้งอาหารคาว หวาน ไม่ว่าจะต้มข่าไก่ แกงเขียวหวาน หรือของหวานอย่างกล้วยบวชชี ฟักทองแกงบวด โดยเมนูแต่ละวันจะมีทำสลับสับเปลี่ยนกันไป แรงงานที่บ้านจึงเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งช่วยงานที่ร้านข้าวแกงแม่นวล ทั้งช่วยงานสวนของตาล้วน ที่หนูนิลให้ช่วยเปิดหน้าดินของเราทั้งหมด รวมถึงเก็บก้อนหินออกจากที่ดินเพื่อเตรียมดูว่าใช้เพาะปลูกได้ไหม ซึ่งก็พบว่าจริงๆ แล้วดินบริเวณนั้นค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ แค่บำรุงอย่างสม่ำเสมอ พืชผัก ผลไม้ที่หนูนิลอยากปลูกเพิ่มนั้นต้องงอกงามดีแน่นอน
ระหว่างที่เตรียมตัวลงไปคลุกฝุ่นวางแผนงานไร่งานสวนแบบจริงจังโดยมีพี่รัญที่งดตามไปช่วยพ่อโชคมาเป็หัวเรือกับตาล้วนนั้นก็ต้องหยุดไว้ก่อน
จู่ๆ งานที่ร้านก็งอก กะทิบูดจ๊ะพี่จ๋า เนื่องด้วยตอนเปิดร้าน่แรกๆ เป็่ฤดูฝนที่อากาศดีและถัดมาก็เป็่ที่เรียกว่าฤดูหนาว ถึงไม่ได้หนาวมากถึงขนาดที่หิมะจะตกลงมาอย่างตอนเหนือนั้น แต่ก็ช่วยให้อาหารการกินที่ทำไว้ไม่บูดเสียเร็วนัก ถือว่าทำเช้าครั้งเดียวแล้วกินได้จนถึงเย็นกันเลย แต่ไม่ใช่กับฤดูร้อนแบบนี้ แถมของที่ทำจากกะทินั้นยิ่งเก็บได้ระยะสั้นกว่าเมนูอื่นอีก ฉะนั้นหลังจากทุกอย่างราบรื่นจนบ้านเรามีกินมีใช้แบบไม่น้อยหน้าใครเพราะร้านข้าวแกง งานก็เข้าพร้อมกับฤดูร้อนเหมือนกัน
แรกๆ ป้าอิ่มและอ้วนก็ไม่รู้ แต่ก็รู้สึกเพียงว่าแกงที่ขาย่สายๆ ของวันนั้น เหมือนกลิ่นจักเปลี่ยนไป รวมถึงของหวานอย่างบัวลอย ที่ลูกค้าเริ่มบ่นมาว่ามันมีรสเปรี้ยว รสชาติไม่เหมือนเดิมบ้าง ไม่อร่อยเหมือนเดิมบ้าง
จนวันนี้หนูนิลตามแม่นวลมาดูร้านข้าวแกงและเกิดอยากกินบัวลอยขึ้นมา
ตอนแรกได้กลิ่นก็เหมือนจะยังไม่แน่ใจ พอตักเข้าปากเท่านั้นแหละ กะทิบูดจริงไม่จกตา!
‘อื่อๆ ...” ได้แต่ส่งเสียงอื่อๆ หน้าตาเหยเก พร้อมทำไม้ทำมือขอกระทงใส่ของเปล่าที่มีอยู่แถวนั้น ก่อนจะคายสิ่งที่อยู่ในปากทิ้ง ขืนกลืนลงไปท้องไส้ปั่นป่วนแน่ๆ ยิ่งร่างเล็กจ้อยแบบหนูนิลแล้วยิ่งเจ็บป่วยง่าย พอคายเสร็จก็ขอน้ำมาบ้วนปากทันที
แม่นวลที่เห็นเื่ั้แ่ต้นและเป็คนยื่นน้ำให้ลูกบ้วนปาก ก็รอให้หนูนิลหายจากอาการนั้นเพื่อรอให้หนูน้อยอธิบายเหตุที่คายขนมทิ้ง
“แม่นวล คะหนมบูดจั๊บ กะทิจ๊ะ กะทิไม่จ้อบย้อน เหมือนนินไม่ชอบย้อนๆ” หนูนิลเอ่ยบอกแม่นวลโดยไม่ต้องให้แม่ถาม พร้อมใช้มือน้อยๆ โบกๆ พัดๆ ไปมาตรงหน้าที่มีเหงื่อเม็ดเล็กจับที่กรอบหน้า ตามไรผม เนื่องด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวนี่ให้แม่เห็น
แม่นวลหลังจากรู้ว่ากะทิเก็บไว้่อากาศร้อนไม่ได้นาน จะทำให้เสียเร็วได้ก็เข้าใจที่่นี้ลูกค้าหายไปเกินครึ่ง ตอนแรกนางคิดว่าลูกค้าอาจจะเบื่อแล้วจึงไม่ได้ร้อนใจอะไร หนูนิลก็คิดเมนูใหม่ๆ รอเพื่อนำออกมาขาย่หน้าร้อนโดยเฉพาะ เพื่อเรียกลูกค้าไว้อีกหลายเมนู แต่ไม่นึกว่าจะเป็เพราะเหตุนี้ ยังดีที่คนไม่เอาของมาปาที่ร้านหรือด่าเสียๆ หายๆ มีเพียงบ่นบ้าง แต่คงต้องเรียกความเชื่อใจลูกค้ากลับมาก่อน
“แม่ว่าจักเปิดเมนูข้าวแช่ ที่หนูนิลคิดไว้ไวกว่ากำหนดนะลูก และเพื่อตอบแทนและขอโทษลูกค้าแม่จักแถมขนมวุ้นที่เราจักทำด้วย เพื่อตอบแทนที่พวกเขายังไว้หน้าพวกเรา ที่ไม่ด่าว่าให้เจ็บช้ำน้ำใจนะหนูนิล”
แม่นวลบอกลูกให้รับรู้ พร้อมหันไปบอกป้าอิ่ม อ้วนและคนอื่นๆ ด้วยว่า หากคราวหน้ามีเื่อันใดที่ผิดปกติให้รีบแจ้งจักได้ช่วยกันแก้ไขได้ทันท่วงที
“แม่นวลจั๊บ แต่เมนูกะทิ นินนินว่า เยาขายแบบจ่งให้ตี่บ้างยูกค้าดีหยือไม่จั๊บ จะได้สกใหม่แน่นอน” หนูนิลว่าอาหารพวกนี้มันเป็เมนูที่อร่อยและคนชอบกันมาก หากทำสดใหม่จากที่บ้านและส่งให้ถึงที่ คนน่าจักชอบด้วยที่ได้ทานอาหารสดใหม่เลย และอนาคตเราก็ไม่จำเป็ต้องเช่าแผงขายข้าวแกงก็ได้ เปิดบ้านเป็ร้านอาหารหรือทำส่งแบบ delivery เท่านั้นก็พอ หากขายดีหนูนิลจักเพิ่มเมนูจากกะทิเพิ่มทั้ง ขนมจีนน้ำยาปู ต้มยำกุ้ง ที่ได้สูตรเครื่องแกงที่แม่นวลช่วยทำช่วยปรับจนรสชาติที่ใกล้เคียงกับหนูนิลเคยกินมาแล้วด้วย เชื่อว่าเมนูเหล่านี้ต้องสร้างกระแสได้อีกแน่นอน
อาทิตย์ถัดมาคนทั้งบ้านของออกพันโชคจึงมาที่ร้านกันหมด เพื่อช่วยรับรองลูกค้าสำหรับการเปิดตัวเมนูใหม่ที่ค่อนข้างมีพิธีรีตองในการกินอย่าง ‘ข้าวแช่’ เพราะต้องอธิบายวิธีกินให้ลูกค้าและขอโทษลูกค้าไปในตัวด้วยกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ คนเป็เ้านายควรมาด้วยตนเองนั้นเอง รวมถึงแจ้งลูกค้าถึงการสั่งอาหารไปกินที่บ้านได้ โดยสามารถลงชื่อไว้หากมาซื้อที่ร้านว่า้าเมนูใดบ้าง เวลารับของคือวันถัดไปตั้งยามเช้าถึงเย็น สามารถระบุเวลาที่้ารับได้เลย แต่ต้องขอให้จ่ายมัดจำไว้สักหนึ่งส่วนด้วย ซึ่งก็มีผู้ตอบรับอยู่บ้าง
และลูกค้าที่ดีอย่างแม่นิ่มก็ประเดิมการสั่งอาหารให้ไปส่งที่บ้านออกพระไกรเดชผู้เป็พี่ชายเช่นกัน เนื่องด้วยกลับมาเยี่ยมบ้านรอบนี้จักอยู่สัก 4-5 วันเลยทีเดียว
วันแรกของการเริ่มส่งอาหารที่หนูนิลเรียก delivery ตามบ้านนั้นประเดิมด้วย 5 บ้านนั้นคือบ้านแม่นิ่ม (เรือนออกพระไกรเดช) ที่สั่ง 5 เมนูด้วยกันคือ ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวานไก่ กุ้งทอดซอส (มะขาม) ต้มข่าไก่ และเมนูข้าวแช่ ที่คนติดใจั้แ่เมื่อวานที่เป็วันเปิดเมนูใหม่ จึงอยากให้หลานๆ และพี่ชาย พี่สะใภ้ได้ชิมด้วย ส่วนอีก 4 เรือนนั้นเป็ออกหมื่นและออกขุนกรมพระคลังสินค้าซึ่งเป็เ้านายและเพื่อนรุ่นพี่ของพ่อโชค รวมถึงของเถ้าแก่ร้านขายผ้าและท่านหมอคงซึ่งเป็ท่านหมอที่รักษาหนูนิลนั้นเอง
วันนี้มี 4 ใน 5 เรือนที่ติดแม่น้ำพ่อโชคจึงอาสาพายเรือไปส่งแม่นวลที่จักลองไปส่งของให้ลูกค้าเองโดยมีหนูนิลและพี่ทับทิมไปด้วย
ยกเว้นร้านเถ้าแก่ร้านผ้าที่ให้นายมิ่งช่วยป้าอิ่มและอ้วนถือของไปส่งที่ร้าน เนื่องด้วยเรือเถ้าแก่คือร้านขายผ้านั้นเอง โดยด้านล่างเป็ร้านขายผ้า ้าเป็ที่อยู่อาศัย
เรือนแรกเป็ออกหมื่นคุณลุงเพื่อนรุ่นพี่พ่อโชค ที่สั่งต้มยำกุ้ง ข้าวแช่ และฟักทองแกงบวด พอคนเห็นของที่นำมาส่งและแพ็กเกจจิ้งที่หนูนิลเรียกนั้นก็รู้สึกทึ่งในความคิดสร้างสรรค์ที่คนสามารถนำใบตองใบจากหรือแม้แต่กะลามะพร้าวก็ดัดแปลงอย่างสวยงามเพื่อนำมาใส่ของให้ลูกค้า เพราะแบบนั้นจึงไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนภาชนะใส่อาหารกัน แน่นอนว่าหนูนิลคิดต้นทุนและเพิ่มไปแล้วในราคาอาหาร ทั้งค่าแพ็กเกจจิ้งและค่าเสียเวลาในการส่งของ แม้อาหารจักแพงขึ้นนิดหน่อย แต่แน่นอนว่าหนูนิลก็มีรายการของแถมให้ลูกค้าได้เลือกเพิ่มหากซื้อครบตามจำนวน เช่น แกง 3 หรือ 5 อย่างแถมของหวานหรือของทานเล่น ซึ่งลูกค้าเลือกได้ตามที่ทางร้านทำขึ้นในวันนั้น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกได้รับของเพิ่มขึ้นจากการสั่ง delivery นั้นเอง
เรือนแต่ละหลังของคนที่สั่งอาหารอยู่ไม่ไกลกันถัดกันไปเพียง 2-3 โค้งน้ำ จักมีก็แต่เรือนของออกพระไกรเดช ที่อยู่ไกลมาสักหน่อย โดยอยู่เกือบจะถึงท่าพระราชวังแล้ว เนื่องด้วยตำแหน่งและหน้าที่ที่ต้องสนองพระเดชพระคุณอย่างทันท่วงที ศักดินาที่ได้จึงได้ที่ดีๆ และใกล้พระราชวังเช่นนี้
หนูนิลที่เห็นแม่นวลชี้ให้เห็นเรือนคุณลุงออกพระไกรเดช ก็ถึงกับตาโต ถึงจะทำตาโตได้ไม่เท่ากับความใหญ่โตของเรือนได้ก็ตาม ตาโต อ้าปากหวอ จนแม่นวลต้องช่วยดันคางลูกรักให้รักษากริยา เพื่อไว้หน้าพ่อแม่บ้าง เนื่องด้วยใกล้ถึงท่าเรือนออกพระท่านแล้ว
เมื่อมาถึงก็มีบ่าวที่ได้รับคำสั่งไว้แล้วว่าจักมีคนมาส่งอาหาร เดิมทีคนก็ไม่เข้าใจว่าใครจักมาเยี่ยมเยือน แต่คุณนิ่มก็บอกว่าเป็การซื้ออาหารแบบส่งถึงที่ โดยทั้งคุณออกพระไกรและบ่าวก็ฟังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่คนก็มาช่วยรับที่ท่าน้ำตามหน้าที่นั้นเอง
“นำอาหารมาส่งเ้าค่ะ จากร้านข้าวแกงแม่นวลจ๊ะ” แม่ทับทิม สาวน้อยของบ้านทำหน้าที่ผู้ช่วยแม่นวลได้อย่างดีเยี่ยม รีบเอ่ยแจ้งถึงวัตถุประสงค์ที่มาทันที
“ขอรับคุณหนู เชิญขึ้นเรือนก่อนขอรับ คุณนิ่มท่านให้เชิญขึ้นเรือนหากมีคนมาส่งของขอรับ” บ่าวชายเข้ามาช่วยพ่อโชคดึงเรือเข้าท่าและนำเชือกไปผูกคล้องเสาท่าน้ำเรียบร้อย
ทั้งพ่อโชคและแม่นวลก็ได้แต่มองสบตากัน ก่อนจักพาลูกๆ เดินตามบ่าวไปอย่างเสียไม่ได้ เนื่องด้วยคนแจ้งแล้วก็ไม่รอให้ได้ปฏิเสธกันเลย
“พ่อโชคจ๋า เยาจ้างเรืองเย็กๆ แบบน้างบ้างไหมจั๊บ นินนินไว้เล่งกะปี่ๆ ละให้แม่นวลไว้ทำอาหางขายจั๊บ” หนูนิลที่ถูกพ่อโชคอุ้มอยู่ เห็นเรือนหลังเล็กๆ หลายหลังถัดออกไปจากเรือนใหญ่ของออกพระแบบมีทางเชื่อมกันไปที่เรือนใหญ่ก็อยากได้แบบนั้นไว้เล่นกับพี่ๆ และอีกส่วนก็ทำเป็เรือนครัวให้แม่นวลไว้ใช้ทำอาหารขายโดยเฉพาะ เพราะตอนนี้ครัวด้านหลังเรือนนั้นดูแคบเกินไปสำหรับการทำอาหารหม้อใหญ่แล้ว
“ดีเหมือนกันนะพี่โชค จักได้เป็สัดส่วน ตอนนี้ในครัวแคบลงไปถนัดตาเลยจ๊ะ” แม่นวลที่จับจูงมือพี่ทับทิมอยู่เอ่ยอย่างเห็นดีเห็นงามกับลูกน้อย เนื่องด้วยตอนนี้เื่เงินทองนั้นพวกเขาพอมีกิน มีเก็บ สามารถต่อเติมเรือนเพื่อใช้สอยเพิ่มเติมได้ มิได้เดือดร้อนอันใด
“ได้สิ เดี๋ยวพี่จักให้นายช่างที่รู้จักช่วยดู ช่วยหาช่างมาทำให้” พ่อโชคผู้มิเคยขัดใจลูกเมีย แถมเรือนหลังเล็กนั้นจักได้แยกจากเรือนนอนให้เป็สัดส่วน บวกกับได้ใช้สอยเพิ่มเบี้ยเพิ่มเงินให้ครอบครัว พ่อโชคยิ่งเต็มใจยิ่ง
พูดคุยกันมาเรื่อยๆ ก็มาถึงยังเรือนรับรองที่แม่นิ่มรออยู่กับหลายชายที่วันนี้กลับมาจากการซ้อมดาบซ้อมธนูไวกว่าปกติ
“อานิ่มขอรับ นั้นผู้ที่อานิ่มบอกคุณพ่อว่าขายอาหารแบบใหม่ที่จักมาส่งให้ถึงเรือนหรือขอรับ”