Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 40 ฝึกกองทัพ (2)

    ไตรภพยืนนิ่งด้วยความสง่างามท่ามกลางทหารทั้งสิบสี่คนที่นอนอยู่บนพื้นไม่สามารถลุกขึ้นได้ภาพของชายหนุ่มประทับเข้าไปในจิตใจของบรรดาทหารที่เหลือ

     

    “ทีนี้เข้าใจรึยังว่าพวกนายอ่อนแอแค่ไหน”

     

    ทหารที่เหลือต่างกำหมัดแน่นแม้จะไม่พอใจในคำพูดของไตรภพ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำแบบคนตรงหน้าได้มือที่กำไว้จึงสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว

     

    “ฉันถามว่าเข้าใจไหม!”

     

    “เข้าใจครับ”

     

    เสียงตะเบ็งออกมาพร้อมเพรียงกันของบรรดาทหารที่ยืนมองอยู่ไตรภพพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หยิบเม็ดยาที่อยู่ในขวดข้างกายซึ่งนับมาแล้วเพียงพอต่อจำนวนทหารในกองร้อยพิเศษ

     

    “พวกคุณทุกคนกินยานี้คนละหนึ่งเม็ดหลังจากนั้นพวกคุณต้องนั่งสมาธิ อดทนต่อความเจ็บปวด ปฏิบัติ”

     

    เหล่าทหารไม่กล้าที่จะชักช้าทหารที่ยืนอยู่หน้าสุดรีบเดินมารับขวดยาแล้วแจกจ่ายให้กับทหารทุกคนทหารทั้งสิบสี่คนที่นอนอยู่เริ่มลุกขึ้นมาได้แล้วจากนั้นจึงกินยาตามแล้วนั่งขัดสมาธิตามเพื่อนทุกคน

     

    “ถ้าพวกคุณอยากแข็งแกร่งต้องนั่งสมาธิจนถึงเที่ยงคืน ถ้าใครถอดใจ คุณเดินออกไปได้เลย”

     

    ไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธครูฝึกพวกเขาต่างเห็นถึงความแข็งแกร่งของไตรภพแล้ว เรื่องราวต่าง ๆ ที่เล่ามาวีรกรรมของครูฝึกนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องแต่งเติมพวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่ามันคือเรื่องจริง

     

    หลังจากกินยาเข้าไปสีหน้าของพวกเขาแต่ละคนล้วนแต่เจ็บปวด แต่ไม่มีใครลุกออกจากพื้นต่างอดทนนั่งสมาธิตามที่ครูฝึกบอก อดทนต่อร่างกายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง

     

    เวลาผ่านมาหลายชั่วโมงจนกระทั่งเที่ยงคืนไตรภพซึ่งนั่งสมาธิโคจรพลังเช่นกัน ลืมตาขึ้นมามองเหล่าทหารหน่วยรบพิเศษพวกเขาล้วนแต่ยังคงนั่งสมาธิอยู่ของเหลวที่เป็นสิ่งเน่าเสียได้ไหลออกมาจากร่างกายจนเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

     

    “ลืมตาได้”

     

    ทหารทุกคนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เวลาที่ผ่านไปหลายชั่วโมงเหมือนผ่านไปหลายปีความเจ็บปวดทางร่างกายยิ่งกว่าการอดทนต่อการฝึกรบพิเศษของทุกหลักสูตรพวกเขาต่างรู้สึกเหนียวตัวจากของเหลวที่เป็นเมือกสีดำ

     

    “พวกคุณทุกคนจงว่ายน้ำข้ามลำคลองล้างสิ่งสกปรกออกมาซะ”

     

    ไตรภพชี้ไปที่คลองด้านหลังของเขาคลองแห่งนี้มีความยาวประมาณห้ากิโลเมตร ทอดยาวไปจนถึงป่าอีกด้านหนึ่งติดเชิงเขา

     

    ทหารหน่วยรบพิเศษต่างกระโดดลงน้ำทันทีพวกเขาเคยว่ายน้ำที่คลองนี้แล้วจึงไม่น่าแปลกอะไร แต่ลึก ๆ ก็อดกังเวลาไม่ได้เพราะร่างกายที่ฝึกหนักตลอดทั้งวัน จะสามารถว่ายน้ำข้ามลำคลองห้ากิโลเมตรได้หรือ

     

    แต่เมื่อพวกเขาว่ายน้ำเรื่อยๆ กลับรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ร่างกายที่เคยหนักอึ้งต่างเบาลงเหมือนกับการเดินช้า ๆ ในน้ำ ทั้งความเร็วของการว่ายน้ำยังเร็วกว่าเดิมถึงสิบเท่า

     

    เมื่อทุกคนว่ายน้ำมาอีกฝั่งหนึ่งไตรภพได้รออยู่ก่อนแล้วมองทหารตรงหน้าที่เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบด้วยความพึงพอใจในผลลัพธ์

     

    “ตอนนี้พวกคุณลองสำรวจร่างกายตัวเองดู”

     

    ทหารเหล่านั้นรีบสำรวจร่างกายตามที่ครูฝึกบอกพวกมันต่างตกตะลึงในการพัฒนาของร่างกายที่ก้าวกระโดด

     

    “ขะขั้นปรับร่างกาย ระดับ 3”

     

    “ขั้นปรับร่างกายระดับ 3 !!!”

     

    “ขะขั้นปรับร่างกาย ระดับ 4 !!!”

     

    ทหารทั้งหมดต่างอุทานออกมาเมื่อสำรวจร่างกายตนเองค่าเฉลี่ยของพวกเขาส่วนมากจะอยู่ในระดับที่ 1 – 2 แต่กลับสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับที่ 3 – 4 ได้ในคืนเดียวโดยเฉพาะพันโทนนทกรซึ่งเป็นหัวหน้าของกองร้อยพิเศษสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับที่ 6 ได้ หลังจากติดค้างมาที่ระดับ 4 อย่างเนิ่นนาน

     

    ความแข็งแกร่งระดับนี้ของกองร้อยพิเศษเรียกได้ว่าสูงกว่ากองทัพจังหวัดอื่นสามารถต่อกรได้กับกองทัพจังหวัดเชียงใหม่ที่เข้มแข็งที่สุดเลยทีเดียว ทั้ง ๆที่เมื่อก่อน กองทัพจังหวัดน่านรั้งอันดับสุดท้ายมาโดยตลอด

     

    “ต่อไปนี้ผมจะสอนเพลงหมัดให้พวกคุณเพลงหมัดนี้ชื่อว่าเพลงหมัดสี่ทิศ ต้องอาศัยความชำนาญและการฝึกฝน มีทั้งหมด 4 กระบวนท่าผมจะให้แต่ละกลุ่มฝึกแค่กระบวนท่าเดียว เช่น กลุ่มที่หนึ่งฝึกกระบวนท่าที่หนึ่งกลุ่มที่สองฝึกกระบวนท่าที่สอง”

     

    “พวกคุณต้องฝึกตั้งแต่บัดนี้จนถึงเที่ยงวันของอีกวันแต่ละกลุ่มจับตาดูผมให้ดี กลุ่มที่หนึ่ง นี่คือกระบวนท่าแรก”

     

    ไตรภพแสดงกระบวนท่าเพลงหมัดสี่ทิศให้บรรดาทหารกองร้อยพิเศษดูจนครบทั้งสี่กระบวนท่าจากนั้นจึงให้แต่ละกลุ่มแยกกันฝึกฝน

     

    เหตุผลที่ไตรภพใช้วิธีฝึกแบบนั้นเพราะจะทำให้แต่ละกลุ่มเกิดความชำนาญในกระบวนท่านั้นๆ วิธีนี้จะสอนได้ดีกว่าให้ฝึกเลยทั้งสี่กระบวนท่า

     

    ระยะเวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงวันทหารทั้งหมดต่างตั้งใจฝึกฝนจนค่อนข้างที่จะชำนาญ แม้พวกเขาจะไม่ได้นอนตลอดทั้งคืนแต่ก็ไม่มีใครปริปากบ่น ไตรภพยืนมองพวกเขาซ้อมกระบวนท่าด้วยสายตาชื่นชม

     

    “ต่อไปนี้ขอให้ทุกกลุ่มต้องประลองฝีมือกันวนเวียนจนครบทั้งหมด หลังจากนั้นพวกคุณต้องถ่ายทอดกระบวนท่าในกลุ่มของคุณให้กับกลุ่มอื่นในเดือนหน้าผมจะมาดูความก้าวหน้า การฝึกครั้งแรกเป็นอันเสร็จสิ้น เลิกฝึกได้!!!”

     

    ทหารทั้งหมดต่างแสดงความเคารพชายหนุ่มด้วยความพร้อมเพรียงในใจของพวกเขาต่างบูชาครูฝึกหนุ่มคนใหม่นี้สุดหัวใจ พวกเขาต่างมีความหวังขึ้นมาในใจรอวันที่จะประลองระหว่างกองทัพจังหวัดในอีกสองเดือนไม่ได้

     

    ไตรภพขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับมายังกองทัพจังหวัดซึ่งพลตรีมนูญได้ยืนรออยู่แล้ว พวกเขาทั้งสองคนต่างขึ้นรถไปยังห้องทำงานของนายพล

     

    “ตอนนี้พลังของฉันค่อนข้างเสถียรแล้วต้องขอบใจเธอมาก”

     

    พลตรีมนูญกล่าวขอบคุณไตรภพตอนนี้พลังยุทธ์ของเขาอยู่ในขั้นปรับร่างกาย ระดับที่  9 แล้ว หลังจากที่ติดอยู่ในระดับที่ 7 มาเนิ่นนาน ในขณะที่บรรดานายพลต่าง ๆของกองทัพจังหวัดในภาคเหนือต่างอยู่ในระดับที่ 8

     

    “แต่ระดับของฉันก็ยังคงอ่อนด้อยกว่าพลตรีมรุพลแห่งกองทัพจังหวัดเชียงใหม่อยู่ดีในแต่ก่อนระดับของฉันและเขาแตกต่างกันเพียงแค่หนึ่งขั้น แต่จู่ ๆในงานประลองรอบที่แล้ว เขามีพลังยุทธ์ระดับที่สิบ สร้างความแตกตื่นให้ทุกคนในงาน”

     

    “แล้วเดิมเขาอยู่ในระดับเท่าไร?”

     

    “เดิมทีตอนนั้นฉันอยู่ในระดับที่7เขาอยู่ระดับที่ 8 เพียงหนึ่งปีเขากลับขึ้นมาถึงระดับที่ 10หากฉันเดาไม่ผิด เรื่องนี้ต้องเกี่ยวโยงกับบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถอย่างแน่นอน”

     

    ไตรภพครุ่นคิดตามที่พลตรีมนูญบอกหากฝึกปกติแล้วไม่มีทางที่จะทะลวงสองระดับได้ภายในหนึ่งปีโดยไม่พึ่งตัวยาดูเหมือนเจ้าของบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถจะต้องเป็นผู้บ่มเพาะหรือผู้ปรุงยาเช่นเดียวกับเขาแน่นอน

     

    “แล้วเรื่องงานประมูลคุณมีข้อมูลอะไรบ้างไหม”

     

    “งานประมูลจะจัดขึ้นวันอาทิตย์ต้นเดือนหน้าฉันเอาบัตรเข้างานมาให้เธอแล้ว รับไปสิ”

     

    พลตรีมนูญส่งบัตรสีทองที่เขียนไว้ว่าง‘VIP9’ ให้กับไตรภพเป็นตัวเลขที่แสดงถึงลำดับของกองทัพจังหวัดในงานประลองนั่นเอง

     

    “แล้วของที่จะมาประมูลหละครับพอจะมีข้อมูลบ้างไหม”

     

    “ก็มีพวกวัตถุโบราณหลายชิ้นอยู่นะพวกคนรวยมีอำนาจชอบเก็บสะสมกันไว้ แต่ที่เป็นไฮไลท์คงเป็นโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีจำนวนสามต้น”

     

    “สะ สามต้น !!!”

     

    ไตรภพอุทานด้วยความตกใจนี่ไม่ใช่โสมหิมะอายุพันปีที่จะทำให้เขาสามารถบ่มเพาะจากลมปราณชนชั้นสีม่วงขั้นที่หนึ่งไปจนถึงลมปราณชนชั้นสีม่วงขั้นที่สิบได้ในคืนเดียวหรอกหรือ

     

    “ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์จริงๆ บรรดาเศรษฐีต่างมุ่งหวังที่จะซื้อมันเพื่อปรุงยาอายุวัฒนะฉันไม่อยากคิดเลยว่าราคาจะจบลงเท่าไหร่ เห็นว่าจะเปิดประมูลที่สองร้อยล้านบาท”

     

    “สองร้อยล้านบาท!”

     

    ไตรภพเหงื่อตกด้วยความเครียดเงินจำนวนมหาศาลจะไปหาจากไหนกัน เงินในบัญชีก็มีอยู่แค่ล้านกว่าบาทเท่านั้น

     

    ‘จริงสิจักรภพมีเงินสดอยู่หนึ่งพันสามร้อยล้านบาท’

     

    ไตรภพนึกถึงวันที่จักรภพพูดถึงทรัพย์สินและเงินสดของแก๊งเชิ้ตดำด้วยเงินทุนขนาดนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแย่งชิงโสมหิมะพันปีมาให้ได้

     

    “เธอสนใจงานประมูลด้วย?”

     

    “มีบางอย่างที่ผมต้องการครับ”

     

    “อะอย่าบอกนะว่า โสมหิมะ”

     

    ไตรภพพยักหน้าตอบพลตรีมนูญเกิดคำถามมากมายในใจ ราคาการประมูลเปิดที่สองร้อยล้านบาทชายหนุ่มมีเงินมากขนาดนั้นเชียวหรือ

     

    “เรื่องเงินฉันไม่อาจจะช่วยเธอได้แต่ถ้าเธอมีอะไรให้ฉันช่วยเรื่องอื่น บอกฉันแล้วกัน”

     

    พลตรีมนูญได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการทหารใจซื่อมือสะอาดเงินในบัญชีของเขาล้วนมาจากเงินเดือนของราชการทั้งสิ้นไม่เหมือนกับนายพลจังหวัดอื่น ต่างทำตัวไม่ผิดกับพันเอกเสถียรที่โกงเงินกองทัพรวมถึงรีดไถธุรกิจสีเทาในจังหวัด

     

    “ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ”

     

    “เรื่องเล็กน้อยฉันหวังว่าจะได้เห็นเธอนำกองร้อยพิเศษไปประลองในอีกสองเดือนข้างหน้า”

     

    “แล้วเจอกันเดือนหน้าครับผมจะมาฝึกให้อีกครั้ง”

     

    หลังจากร่ำลาพลตรีมนูญแล้วไตรภพจึงขับรถกลับบ้านทันที เขาใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่โทรหาจักรภพเพื่อสอบถาม

     

    “ภัตตาคารไปถึงไหนแล้ว”

     

    “ไม่เกินสองอาทิตย์ครับบอสเสร็จทันสิบห้าวันแน่นอน”

     

    “เงินที่ใช้ลงทุนไปเท่าไหร่?”

     

    “หลังจากที่ผมเข้ามาคุมเองโดยให้บริษัทก่อสร้างทำใช้งบประมาณหลังละยี่สิบล้านบาท ทั้งหมดสิบห้าหลังเป็นจำนวนเงินสามร้อยล้านบาทครับบอส”

     

    จักรภพแจกแจงค่าใช้จ่ายให้ไตรภพฟังเงินคงเหลืออยู่ประมาณหนึ่งพันล้านบาทไตรภพจึงบอกวัตถุประสงค์ที่จะไปงานประมูลให้กับจักรภพฟัง

     

    “ไม่มีปัญหาครับบอสแล้วจะให้ผมไปด้วยไหมครับ”

     

     

    “ไม่ต้องโอนเงินมาให้ฉันก็พอ”

     

    “ครับบอสว่าแต่ผมได้ข่าวว่าบอสจะเรียกรวมสมาชิกจริงหรือครับ”

     

    จักรภพเอ่ยถามไตรภพเขาเองได้ยินมาจากลูกน้องที่ทำงานในร้านครัวช่อผกาว่าหลังจากเสร็จการก่อสร้างแล้วให้หาสถานที่ในการฝึก

     

    “อืม ฉันพูดเองฉันต้องการฝึกสมาชิกของภัตตาคารให้เข้มแข็ง อย่างน้อยต้องก้าวเข้าสู่ระดับของผู้ฝึกยุทธ์ทุกคน”

     

    “ขะขอบคุณครับบอส”

     

    จักรภพเอ่ยเสียงสั่นบรรดาลูกน้องของมันนอกจากปรีชาแล้ว ไม่มีใครสามารถบรรลุเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้เลยแต่นี่โอกาสที่พันปีจะมีสักครั้งกำลังจะมาถึงแก๊งเชิ้ตดำในอดีตภายใต้การนำของไตรภพ จะกลายเป็นกองกำลังผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้มแข็งที่สุดในประวัติศาสตร์

     

    หลังจบบทสนทนายอดเงินจำนวนหนึ่งพันล้านถูกโอนเข้าสู่บัญชีของไตรภพชายหนุ่มมองยอดเงินด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

     

    “ไม่ว่าอย่างไรต้องเอามาให้ได้!”

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องEmperor of the Immortal God ที่คุณอ่าน