เกมส์โลกเวทมนตร์​ (Magic Earth Online)

    ตอนที่ 37 ค่ายทหารโบราณ 3

         “ไคเซอร์ ทำไม่เจ้ามาอยู่ที่นี่รู้ไหมแม่เจ้าเป็นห่วงมาก จนไม่สบาย ไปกับเรากลับบ้านกัน”ลมหนาวก้าวไปข้างหน้าเพื่อชักชวนเด็กน้อยลูกของเรย่า


         โดยไม่คาดคิดเด็กชาย NPC ตัวเล็ก ๆดึงดาบไม้ขนาดพอดีตัวออกมา แล้วชี้ไปที่ลมหนาวแล้วจ้องมองไปที่หลิวหยางด้วยดวงตาสีแดงเลือด “พวกเจ้าคนเลว จะไม่กลับไปกับพวกเจ้า”


          ทำพูดและการกระทำของเด็กน้อย NPC นั้นทำเอาหลิวหยางและลมหนาวประหลาดใจแล้วทั้งสองก็มองหน้ากันเพราะทำอะไรไม่ถูกหลังจากผ่านไประยะหนึ่งหลิวหยางจึงตัดสินใจพูดขึ้น


          “พวกข้าทำอะไรผิด”


          “พวกเจ้าทำร้ายท่านผู้บัญชาการท่านเป็นครูของข้าสอนทักษะต่าง ๆ กับข้ามากมาย แล้วยังเล่าเรื่องราวต่าง ๆให้กับข้า ข้ามีความสุขมากเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ แต่พวกเจ้า พวกเจ้าคนเลว”


           เมื่อได่ลองพูดคุยดู หลิวหยางก็พบว่าเด็ก NPC นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องบางอย่างกับวิญญาณหลงทางนั้นเขาต้องทำอะไรสักอย่างและทางเลือกมีเพียงหลอกเด็กเท่านั้น


         “ไคเซอร์ ความจริงแล้วผู้บัญชาการนั้นไม่ตายง่ายๆ หรอก ท่านเป็นพาลาดินที่ยิ่งใหญ่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการทดสอบพวกข้าเท่านั้น เขาแค่ไม่อยุ่ที่นี้ไม่นานก็กลับมา”


          เมื่อได้ยินหลิวหยางอธิบาย ไคเซอร์ก็ทำตาโตและมองหลิวหยางด้วยความใสซื่อ “จริงเหรอ”


          หลิวหยางนั้นกำลังจะตอบ ก็ได้ยินเสียงเย็นๆ ข้างหลังเขา “ไคเซอร์มันจริง ลุงไม่ได้มีปัญหาอะไร”


          หลิวหยาง และลมหนาว หันหลังกลับไปด้วยความตกใจเพราะเสียงเย็น ๆ ที่เขาได้ยินคือเสียงของวิญญาณหลงทางซึ่งพวกเข้าต่อสู้อย่างหนักเมื่อสิบยี่สิบนาทีก่อน


          “บอสคืนชีพ”หลิวหยางนั้นเหงื่อตกและมองลมหนาวซึ่งตกใจไม่ต่างกันกว่าจะฆ่าได้ใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้กลับฟื้นขึ้นมาง่าย ๆแต่เมื่อสังเกตุอีกทีหนึ่ง บนหัวของ วิญญาณหลงทางนั้น มีสัญลักษณ์ NPC ที่กลายเป็นสีเขียวแล้วแสดงว่าเป็นมิตร ถ้าเป็นสีส้ม เหรือสีแดงนั่นค่อยน่ากังวล


          เด็กน้อย NPC วิ่งไปหาวิญญาณหลงทางอย่างรวดเร็ว“คุณลุงผู้บัญชาการ ข้ากลัวแทบตาย คิดว่าพวกเขาฆ่าท่านแล้ว ถ้าพวกเขาฆ่าท่านจริง ๆวันหนึ่งข้าจะแก้แค้นให้ท่านเมื่อข้าแข็งแกร่งแล้ว”


         เด็กชายนั้นถือดาบไม้ในมือแน่นพยายามแสดงออกคล้ายว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว


        “ไคเซอร์ เจ้าตัวน้อยเจ้าต้องจำไว้อย่าแสดงดาบของเจ้าต่อหน้ามิตรสหายของเจ้าดาบแห่งแสงสว่างนั้นมีเพื่อปกป้องมิตรสหายของเจ้าจากการบาดเจ็บและข้าเพียงทดสอบพวกเขาเท่านั้น”


         “อย่าแสดงดาบของเจ้ากับเพื่อนร่วมชาติจงใช้ดาบเพื่อป้องผู้รุกราน ข้าทราบท่านลุง” เด็กน้อย NPC ตอบและพยักหน้าอย่างเคร่งเครียดกับการฟังคำสอน


         วิญญาณหลงทางนั้นยิ้มพอใจเขาคล้ายจะพยายามลูกหัวเด็กน้อย NPC ผมสีบรอนด์ แต่มันก็ผ่านไปในอากาศเพราะเขาเป็นเพียงร่างวิญญาณเท่านั้นเด็กน้อยนั้นไม่รู้เลยว่าคุยอยู่กับร่างวิญญาณมาตลอด


         “เจ้าเก่งมา เป็นเด็กดี แล้วกลับไปกับพวกเขา”วิญญาณหลงทางนั้นพูดด้วยเสียงที่เศร้าหมองกว่าเดิม เพราะนานแล้วที่เขาจะต้องเหงาแล้วมีเด็กชายเข้ามาทำให้เขามีความสุขมากขึ้น แต่แล้วเด็กน้อยนั้นก็ต้องจากไปไม่ว่ายังไงก็ตามวิญญาณนั้นไม่อาจอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตได้อยู่แล้วเขาจึงต้องทำใจ


         “ขอบคุณท่านผู้บัญชาการ” หลิวหยางพูดและถอนหายใจเขาไม่รู้จะเรียกวิญญาณหลงทางนี้ว่าอะไรเขาจึงเรียกตามเด็กน้อย NPC


         “ข้าเชื่อใจเจ้าได้หรือไม่”วิญญาณหลงทางนั้นมองหลิวหยางด้วยความคาดหวัง


         หลิวหยางประหลาดใจเล็กน้อยเขาคิดว่ามันน่าจะจบแล้ว และได้เวลาพาเด็กน้อยกลับบ้านแต่ดูเหมือนภารกิจจะยังไม่เสร็จสิ้น เมื่อนึกถึงความต่อเนื่องของภารกิจซ่อนเร้นหลิวหยางก็แอบยินดีเล็กน้อย


         “ด้วยศักศรีแห่งเทพสงครามและศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของข้าข้านั้นย่อมไม่ผิดคำพูดอย่างแน่นอน”


         “มันดีมากข้าหวังจะเจ้าจะทำตามคำที่ได้พูดไว้”


         Ting “ท่านได้รับภารกิจซ่อนเร้นฝึกฝนนักรบตัวน้อย ยอมรับหรือไม่”


         ได้ยิน ระบบแจ้งหลิวหยางก็ยอมรับโดยตรง


          “ขอบคุณเจ้ามากความสามารถของเจ้าในการต่อสู้นั้นเยี่ยมยอดมาก”พูดเสร็จแล้ววิญญาณหลงทางนั้นก็จางหายไป


          “เอาละข้าเปิดหีบสมบัติแล้วเราก็ไปกัน”หลิวหยางเดินไปที่หีบสมบัติเขาคาดหวังมากเพราะนี่คือภารกิจซ่อนเร้นและสมบัตินี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจแน่นอน


         Ting “ได้รับ ขลุ่ยเรียกม้ายุนิคอร์น(สัตว์ขี่)(ม่วง) : ม้ารักของพาลาดินอันทรงพลัง หลังจากใช้แล้วท่านจะได้รับม้ายูนิคอนความเร็วเดินทาง +100% ความเร็วเดินบนน้ำ +60%”

          Ting “ได้รับ เหรียญสร้างกิลด์ : ลงทะเบียนก่อสร้างกิลด์ได้ที่สมาคมนักผจญภัย”

          Ting “ได้รับ  อานม้า(อุปกรณ์พิเศษ) : ติดตั้งสัตว์เลี้ยงเพิ่มความสามารถในการขี่”

          Ting “ได้รับไข่กริฟฟ่อน(ม่วง) : เมื่อฟักแล้วจะได้รับสัตว์ขี่กริฟฟ่อน”

           Ting “ได้รับเหรียญทอง200 เหรียญ”


          หลิวหยางรู้สึกจนด้วยคำพูด แล้วถอนหายใจด้วยความผิดหวังเพราะสิ่งที่ได้นั้นดูไม่มีประโยชน์อะไรกับชิวิตสักอย่างสำหรับเขาแต่ถ้าคนอื่นรู้ความคิดของเขานั้นคงต้องกระโดดถีบสองขาเข้ายอดอกเขาอย่างแน่นอนผู้คนมากมายต่างฝันถึงการขี่นกบนท้องฟ้า ขี้ม้ายูนิค่อนที่ขาวบริสุทธิ์ใครบ้างไม่อยากได้ แต่หลิวหยางกลับถอนหายใจ


          หลิวหยางเลือกติดตั้งอานม้าไปที่พิกกี้เพื่อทดสอบผลปรากฏว่ามันติดตั้งได้จริง หมูน้อยของเขามีอานม้าอยู่ข้างหลังด้านหน้าอานม้านั้นมีที่จับ เบาะนั่งนั้นเป็นเบาะยาวสามารถนั่งได้สองคนแต่คนอยู่ข้างหลังนั้นไม่ได้มีที่จับหลิวหยางนึกภาพแล้วคงไม่มีใครขึ้นยี่กับเขาเพราะต้องกลัวหล่นแน่นอน


           “นี่ของน้องสาวคนสวย”หลิวอย่างทำการแลกเปลี่ยนขลุ่ยสัตว์เลี้ยงกับลมหนาว พร้อมกับเหรียญทอง 100เหรียญ สำหรับเหรีญกิลด์นั้นเขาไม่แน่ใจราคาอะไรมากนักได้แต่เก็บไว้ก่อน


          “อ่า ข้าเขาแค่ม้ายูนิคอนข้าคิดว่ามันเหมาะกับข้าเนอะพี่ชาย ส่วนเหรียญทองหรือของอื่น ๆ ข้าไม่เอา”ลมหนาวพูดด้วยรอยยิ้มสดใส นางดีใจมาก ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้ขี่ยูนิคอร์นมาก่อนทั้งโลกนี้คงมีแต่หลิวหยางที่เห็นว่าเป็นม้ายูนิคอนแล้วผิดหวัง


           ลมหนาวเป่าขลุ่ยเรียกยูนิคอร์นมาทันทีม้าสีขาวสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ สะอาด มีเขาสีขาวเงาวับ แผงคอขนสีขาวนุ่มสลวยตานั้นเป็นสีฟ้าน้ำทะเล มีปีกสีขาวเล็ก ๆด้านหลังนั้นมีอานม้าขนาดนั่งได้สองคนแบบเดียวกับที่หลิวหยางติดตั้งให้กับพิกกี้ส่วนหางนั้นมีขนยาวสลวยเหมือนแส้


           หลิวหยางนั้นรู้สึกเฉย ๆส่วนลมหนาวนั้นลูกเนื้อตัวยูนิคอร์นไปทั่วเหมือนางได้ของเล่นใหม่ความรู้สึกกลัวผีก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น มีแต่ตาแวววาวด้วยความปิติยินดี  ของสวยงามนั้นย่อมเหมาะกับผู้หญิงผู้ชายนั้นย่อมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้มากนัก ผู้ชายเพียงสบู่ก้อนเดียวก็อาบน้ำแต่งตัวออกบ้านได้แต่ผู้หญิงนั้นต้องมีอย่างน้อยสิบอย่างจึงออกบ้านได้จึงไม่แปลกที่หลิวหยางนั้นไม่ได้สนใจมากนัก


           “ไคเซอร์มาๆ ไปกับข้า” ลมหนาวเรียกไคเซอรให้ขึ้นขี่ยูนิคอร์นด้วยกันไคเซอร์นั้นกังวลเล็กน้อย แต่เมื่อได้จับมือลมหนาวแล้วก็รู้สึกอุ่นใจทั้งสองจึงขึ้นอานม้าด้วยกัน โดยไคเซอร์นั้นเกาะเอวของลมหนาวแน่นอยุ่ข้างหลัง


           “อ่า มันเป็นอย่างนี้” หลิวหยางนึกภาพออกทันทีถ้าเขาเป็นคนขี่ลมหนาวนั้นต้องเกาะหลังเขาเหมือนซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วถ้ามันวิ่งเร็ว มีหยุดบ้างโดดบ้าง ทั้งสองก็จะแนบชิดกัน “อุบ่ะข้าพลาด”


           “พี่ชายข้าวผัด ท่านก็ขี่หมูของท่านเราพาไคเซอร์กลับบ้านกันก่อนเถอะ”


           “หลิวหยางเรียกกรีนกลับ แล้วขี้นขี่หมูน้อยคุโรบุต๊ะของเขา”


           แม้ว่าเส้นทางนั้นยากลำบากอยู่บ้างโดยเฉพาะบันไดที่ผุพัง แต่ยูนิคอร์น กับพิกกี้ทั้งสองก็ไม่ได้มีปัญหาการเดินทางมากนัก โดยเฉพาะยูนิคอร์นมันปราดเปรียวและตัวเบามาก แต่พิกกี้นั้นต่างเล็กน้อยมันมีเหยียบพลาดบ้างลงน้ำหนักเท้าเกินทำให้พื้นพังบ้าง “นี่ละวิถีลูกผู้ชาย ถถถ”