บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 17 จับโยนออกไป

            เห็นหมัดของเสิ่นเยวี่ยถูกเนี่ยหลีบังคับให้คลายออกอีกทั้งใบหน้าของเขานั้นดูเจ็บปวดยิ่งนัก พรรคพวกของเสิ่นเยวี่ยงุนงง


            “เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยเสิ่นเยวี่ย?”

            พวกเขาจ้องมองเสิ่นเยวี่ยด้วยความงุนงงในความคิดของพวกเขา หากเสิ่นเยวี่ยจะให้บทเรียนกับเนี่ยหลี นับว่าทำได้อย่างง่ายดายแต่ว่าเหตุใด สีหน้าของเสิ่นเยวี่ยจึงดูเจ็บปวดนัก? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

            ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกไม่แปลกใจนักกับภาพที่เห็นตรงหน้าพวกเขาดูสงบยิ่ง ตั้งแต่พวกเขาได้ฝึกเคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีสอนให้ วิทยายุทธ์ของพวกเขาก็ก้าวหน้าขึ้นเป็นอันมากแม้พลังวิญญาณยังไม่ถึงร้อยจุด กำลังของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            เคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีฝึกฝนจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าของพวกเขาอย่างแน่นอนไม่ทราบว่าเนี่ยหลีก้าวขึ้นไปถึงระดับใดแล้ว ทว่าแค่หยุดยั้งเสิ่นเยวี่ยก็นับว่าเหลือพอ!

            สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือเวลานี้เนี่ยหลีฝึกพลังปราณได้ช้ากว่าพวกเขาหรือไม่แม้กำลังกายก็ยังด้อยกว่า ทว่าด้วยความรู้อันกว้างขวางจากชาติที่แล้ว ต่อให้กลายเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีวิชายุทธ์อันใดคิดเล่นงานเสิ่นเยวี่ยนับว่ามีเหลือเฟือ

            เนี่ยหลียิ้มอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ชื่อของจื่ออวิ๋นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าคิดจะเรียกก็เรียกได้ หากคราวหน้าข้ารู้ว่าเจ้าแอบตามจื่ออวิ๋นอีกเมื่อข้าพบเจ้า ข้าก็จะตีเจ้า!” เนี่ยหลีผู้เกิดใหม่จะไม่ยอมให้ผู้ใดมีความคิดไม่ดีกับเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นอันขาด!ชีวิตร่วมเป็นร่วมตายที่พวกเขาประสบ รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อกัน ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าขยะเสิ่นเยวี่ยผู้นี้จะเข้าใจได้

            “เป็นไปไม่ได้ ข้าจะพ่ายแพ้ได้อย่างไร!”เสิ่นเยวี่ยไม่ยอมรับความจริง อย่างไรก็ตามยังคิดไม่ถึงว่าจะพ่ายแพ้น้ำมือของเนี่ยหลีได้สีหน้าก็เริ่มชั่วร้ายขึ้น “เป็นเจ้าบังคับข้าเองนะ!”

            พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยเริ่มปะทุขึ้นมาเกลียวพลังวิญญาณเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย โจมตีเข้าใส่เนี่ยหลี

            แม้เขายังไม่ได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูร เสิ่นเยวี่ยก็สามารถใช้พลังจิตเข้าโจมตีอาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลีได้

            พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยมีถึงเจ็ดสิบแปดจุดแล้วและพลังวิญญาณของเนี่ยหลีเมื่อห้าวันก่อนก็เพิ่งมีแค่ห้าจุด ทว่าเวลานี้มีถึงสามสิบจุดแล้ว

            พลังวิญญาณของเนี่ยหลียังมีไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเสิ่นเยวี่ย!

            “ดูท่าจะไม่ดีแล้ว เนี่ยหลีเพิ่งฝึกพลังวิญญาณเมื่อสองวันก่อนพลังวิญญาณของเขาคงสู้เสิ่นเยวี่ยไม่ได้” ตู้เจ๋อสีหน้าแปรเปลี่ยนทว่าเขายังอยู่ห่างจากเนี่ยหลีไม่น้อย ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีพรรคพวกอีกหกคนของเสิ่นเยวี่ยคอยขวางทางอยู่ผู้ติดตามเหล่านั้นอยู่ในระดับทองแดงแล้ว ดังนั้นตู้เจ๋อและพวกจึงไม่อาจเข้าใกล้เนี่ยหลีได้

            เสิ่นเยวี่ยโคจรอาณาเขตวิญญาณจนถึงขีดสุดพลังวิญญาณแผ่พุ่งออกไปยังทิศทางของเนี่ยหลี

            “ฮ่าๆ พลังวิญญาณอ่อนด้อยถึงเพียงนี้ยังกล้ามาทำตัวโอหังต่อหน้าข้า!” เสิ่นเยวี่ยรู้สึกว่าพลังวิญญาณของเนี่ยหลีอ่อนแอนักและด้วยพลังวิญญาณของเขา ย่อมสามารถบดขยี้เนี่ยหลีได้อย่างง่ายดาย!

            “น่าขำ!” เนี่ยหลีส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา ในชีวิตชาติที่แล้ว เขาเคยท้าท้ายผู้ควบคุมจิตอสูรที่เก่งกาจมาแล้วมากมายและยังมีสัตว์อสูรทรงพลังนับไม่ถ้วน ผู้ควบคุมจิตอสูรและสัตว์อสูรเหล่านั้นล้วนมีพลังวิญญาณกล้าแกร่งสามารถควบคุมพลังวิญญาณได้จนถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว

            แม้ในชีวิตนี้พลังวิญญาณของเนี่ยหลียังคงอ่อนด้อยทว่าประสบการณ์การต่อสู้เป็นตายจากชาติที่แล้วยังคงอยู่ ความสามารถในการควบคุมพลังวิญญาณก็ยังคงอยู่แม้มีพลังวิญญาณแค่สามสิบจุด ต่อให้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงที่แท้จริงผู้หนึ่งก็ยังเทียบเขาไม่ได้!

            วิธีใช้พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยทั้งหยาบคายทั้งไม่ได้เรื่องรู้จักแต่โจมตีอาณาเขตวิญญาณของศัตรู ในสายตาของเนี่ยหลี วิธีควบคุมพลังวิญญาณเช่นนี้ช่างไม่แตกต่างจากพวกคนเถื่อน

            พลังวิญญาณมิได้มีไว้ใช้งานเช่น!

            ในสายตาของเนี่ยหลี เสิ่นเยวี่ยมีจุดอ่อนอยู่เต็มตัวหากเนี่ยหลีพอใจ แค่หายใจเสิ่นเยวี่ยก็คงกลายเป็นศพนอนตายอยู่บนพื้นแล้ว! เพียงแต่ว่าเมืองกวงฮุยไม่อนุญาตให้ฆ่าคนยิ่งไปกว่านั้น อยู่ในสถานที่เช่นโรงเรียนเซิ่งหลันนี้ ยิ่งไม่อาจฆ่าคนได้

            เนี่ยหลีคร้านเกินกว่าจะฆ่าเสิ่นเยวี่ย เพราะในสายตาของเนี่ยหลีเสิ่นเยวี่ยไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยต่อเขาเลยแม้แต่น้อย!

            พยัคฆ์ตัวหนึ่งจะคิดว่าไก่เป็นภัยต่อมันได้อย่างไร?

            น่าขำที่มีบางคนไม่รู้จักประมาณตน เสิ่นเยวี่ยรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนเปรียบเหมือนมีดที่ทำลายต้นไผ่สีหน้าปลื้มปริ่ม เขาแทบจะจินตนาการถึงความเจ็บปวดของเนี่ยหลีได้แล้ว

            ชั่วขณะที่พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยกำลังจะโจมตีเข้าใส่อาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลีพลังวิญญาณของเนี่ยหลีบีบอัดตัวลงจนกลายเป็นเข็มเล็กๆ เล่มหนึ่ง โจมตีเข้าใส่อาณาเขตวิญญาณของเสิ่นเยวี่ย

            จุดเดียวทะลวงฝ่า!

            พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยมีลักษณะกระจายตัวออกไปส่วนพลังวิญญาณของเนี่ยหลีถูกบีบอัดจนกลายเป็นเข็มเล็กๆ เล่มหนึ่ง แม้เนี่ยหลีจะใช้พลังวิญญาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระแทกใส่พลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยได้แล้ว

            “อา!” เสิ่นเยวี่ยร้องเสียงหลงออกมาทันทีราวกับหมูถูกเชือด เมื่อพลังวิญญาณของเนี่ยหลีพุ่งจู่โจมออกไปพลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยก็พ่ายแพ้ พลังวิญญาณของเนี่ยหลีโจมตีเข้าใส่อาณาเขตวิญญาณของเสิ่นเยวี่ย

            อาณาเขตวิญญาณบังเกิดความเจ็บปวดอย่างแรงเหงื่อเม็ดใหญ่ของเสิ่นเยวี่ยเริ่มไหลออกมาไม่หยุด อ้าปากพะงาบๆ หอบหายใจ ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก

            วิญญาณของเขาสั่นสะเทือน จิตของเขากำลังตกใจสุดขีดสายตาของเสิ่นเยวี่ยค่อยๆ เลือนราง และเนี่ยหลีตรงหน้าก็กลายเป็นภูเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่ง!ทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายไม่อาจต้านทานได้! สายตาเนี่ยหลีเย็นชา ทำให้เขารู้สึกหนาวยะเยือกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ

            สายตาของเนี่ยหลีดุจดังใบมีดคมที่ถูกปลดปล่อยออกมาในชีวิตชาติที่แล้วเขามีประสบการณ์การต่อสู้เป็นตายมานับไม่ถ้วน จำนวนยอดฝีมือที่ต้องตกอยู่ใต้เงื้อมมือของเขาก็มีนับไม่หวาดำม่ไหวเมื่อกลับมาเกิดใหม่ จิตวิญญาณของเนี่ยหลียังคงแข็งแกร่งและเยือกเย็น รังสีที่น่าสะพรึงกลัวปานนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เด็กเช่นเสิ่นเยวี่ยจะต้านทานได้

            เสิ่นเยวี่ยหวาดกลัวยิ่งนัก เป้ากางเกงเย็นชื้นขึ้นที่แท้หวาดกลัวจนปัสสาวะราดออกมา

            “เกิดอะไรขึ้น? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ผู้ติดตามระดับทองแดงหนึ่งดาวของเสิ่นเยวี่ยสองสามคนทำหน้าสับสนสงสัย

            พวกเขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังวิญญาณของเสิ่นเยวี่ยแข็งแกร่งกว่าเนี่ยหลีและเห็นได้ชัดว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ เหตุใดสุดท้ายอาณาเขตวิญญาณจึงถูกจู่โจมเอาได้? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

            การลงมือของเนี่ยหลีรวดเร็วเกินไป พวกเขาต่างรับมือไม่ทัน!

            “ฉี่ราดเสียแล้ว เหม็นชะมัดขยะเช่นเจ้า กลับกล้ามาข่มขู่ข้า ข้าไม่อยากเสียเวลากับเจ้าแล้ว ไปให้พ้น ต่อไปก็อยู่ให้ห่างจากข้าเอาไว้"เนี่ยหลีดึงเสิ่นเยวี่ยให้ลุกขึ้นมา ร่างของเสิ่นเยวี่ยถูกเนี่ยหลีใช้มือข้างเดียวยกขึ้นจากพื้นเขาพลิกมือคราวเดียวก็โยนเสิ่นเยวี่ยออกไปด้านนอก

            ตูม!

            เสิ่นเยวี่ยถูกโยนออกไปนอกหน้าต่าง ร่วงใส่พื้นดังสนั่นฝุ่นดินกระจุยกระจายขึ้นมา

            “นายน้อย!”

             “นายน้อย!”

            ผู้ติดตามของเสิ่นเยวี่ยรีบรุดวิ่งออกไป เจ็ดแขนแปดขาช่วยพยุงเสิ่นเยวี่ยลุกขึ้นพวกเขาเหลือบเห็นกางเกงของเสิ่นเยวี่ยเปียกชื้น

            “รีบพาข้าไปเร็วเข้า!”นัยน์ตาของเสิ่นเยวี่ยแข็งทื่อ เขายังคงหวาดกลัวยิ่งนัก เป้ากางเกงร้อนผ่าวๆ

            ผู้ติดตามของเสิ่นเยวี่ยรีบประคองพาเขาจากไป

            นักเรียนหลายคนในห้องสมุดที่รู้จักทั้งเนี่ยหลีและเสิ่นเยวี่ยต่างพากันทำอะไรไม่ถูกเนี่ยหลีเพียงใช้มือข้างเดียวก็ดึงเสิ่นเยวี่ยขึ้นมาจากพื้น อีกทั้งยังโยนมันออกไปนอกหน้าต่างได้นี่ฝันไปหรือไม่?

            ในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้น พรสวรรค์ของเนี่ยหลีไม่อาจเทียบเสิ่นเยวี่ยอย่างเห็นได้ชัดทุกคนคิดว่าเนี่ยหลีคงต้องถูกสั่งสอนอย่างแน่นอน แต่เหตุใดคนที่ได้รับบทเรียนกลับมิใช่เนี่ยหลีทว่าเป็นเสิ่นเยวี่ย!

            กระทั่งผู้คนมากมายก็ยังไม่เห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นของทั้งสองฝ่ายแต่เสิ่นเยวี่ยกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้ว นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้

            “ฮ่าๆ เสิ่นเยวี่ยกลัวจนฉี่ราดเห็นได้ชัดว่าอาณาเขตวิญญาณของเขาคงต้องฉีกขาด หรือพลังวิญญาณของเนี่ยหลีจะแข็งแกร่งกว่าเสิ่นเยวี่ยอย่างนั้นหรือ?”

            “พูดกันว่าเนี่ยหลีท้าพนันกับอาจารย์เสิ่นซิ่วเอาไว้!หากเขาเลื่อนขึ้นถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวได้ภายในเวลาสองเดือน อาจารย์เสิ่นซิ่วคงจะต้องลาออกที่แท้เนี่ยหลีมีความมั่นใจมานานแล้ว!”

            “เนี่ยหลีมีอาณาเขตวิญญาณแค่สีแดงเขาก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”

            นักเรียนในห้องสมุดต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้

            เนี่ยหลีกับตู้เจ๋อ ลู่เพียว และพวกสบตากันตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกต่างมีใบหน้าแดงก่ำ ต่างรู้สึกตื่นเต้นดีใจ วันนี้ได้สั่งสอนบทเรียนให้แก่เสิ่นเยวี่ยช่างน่ายินดีเหลือเกิน ก่อนหน้านี้ในชั้นเรียนเสิ่นเยวี่ยมักไม่เห็นทุกคนอยู่ในสายตาพวกเขาไม่ชอบเสิ่นเยวี่ยมานานมากแล้ว!

            เหตุการณ์ในห้องสมุดสะเทือนเลื่อนลั่นไปในหมู่นักเรียนแต่ก็ไม่มีผลใหญ่โตกับโรงเรียนขนาดใหญ่เช่นโรงเรียนเซิ่งหลันนัก ไม่นานเรื่องนี้ก็สงบไปเนี่ยหลีและพวกยังคงฝึกตนอย่างหนัก

            ห้องทำงานของเสิ่นซิ่ว

            “เจ้าพูดว่าอะไรนะ?เจ้าถูกเนี่ยหลีจับโยนออกมาจากห้องสมุดอย่างนั้นรึ?” เสิ่นซิ่วใบหน้าสงบ “พละกำลังของเจ้ามีหกสิบสามจุดแล้วและพลังวิญญาณก็มีถึงเจ็ดสิบแปดจุด หรือว่าเนี่ยหลีจะนำหน้าเจ้าไปแล้ว?”

            เสิ่นเยวี่ยครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ทว่ายังมีความหวาดกลัวค้างอยู่ในใจ รังสีสังหารที่ประสบยังฝังลึกเป็นรอยอยู่ในหัวใจของเขาทุกครั้งที่คิดถึงก็ยังคงหวาดผวาไม่หาย และอาณาเขตวิญญาณก็ถูกกระทบกระเทือน อย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนจึงจะสงบลงได้เกรงว่าความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเขาคงต้องช้าลง

            “ท่านน้า เนี่ยหลีผู้นี้รู้จักเวทมนตร์พละกำลังของมันอ่อนด้อยกว่าข้าอยู่เห็นๆ แต่พอมันจับข้อมือข้า ทั้งแขนของข้าก็หมดเรี่ยวแรงพลังวิญญาณของข้าก็แข็งแกร่งกว่ามันอยู่เห็นชัดๆ แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด พลังวิญญาณของข้าจึงพังทลายลงในทันทีที่สัมผัสกับจิตของมัน”เสิ่นเยวี่ยย้อนทบทวนเหตุการณ์ เขายังเต็มไปด้วยความสงสัย กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดเขาจึงพ่ายแพ้!

            ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยเขียวคล้ำ โกรธจนหน้าแทบสั่นเขากลัวจนปัสสาวะราด สิ่งนี้น่าอับอายเกินไปแล้ว!

            เนี่ยหลี ข้ากับเจ้าคงไม่จบเพียงเท่านี้แน่!สองหมัดเสิ่นเยวี่ยกำแน่น ความเกลียดชังนี้ไม่อาจอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันได้!

            “มันมีกำลังและพลังวิญญาณเท่าไหร่กัน?”เสิ่นซิ่วใบหน้าบึ้งตึง นางย่อมไม่ลืมข้อพนันระหว่างตนกับเนี่ยหลี หากเนี่ยหลีเลื่อนขึ้นถึงระดับทองแดงได้ภายในเวลาสองเดือนเช่นนั้นนางก็ต้องลาออก!

            “กำลังของมันอย่างมากก็แค่สามสิบจุดพลังวิญญาณของมันประมาณแล้วก็ไม่เกินสิบจุด!” เสิ่นเยวี่ยกล่าวตามความรู้สึก

            “ไม่ได้เรื่อง เจ้ายังแพ้อีกหรือ?”เสิ่นซิ่วทำเสียงฮึขึ้นจมูก

            เสิ่นเยวี่ยอ้าปากคิดเถียง ทว่าเขาได้แต่หุบปากลงด้วยความคับข้องใจเขาไม่เคยคิดว่าตนจะพ่ายแพ้ พลังวิญญาณของเนี่ยหลีอ่อนแอนัก แต่มันยังเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดายและยังทะลวงฝ่าพลังวิญญาณของเขาได้!

            “บางทีเจ้านั่นอาจจะเชี่ยวชาญในการควบคุมพละกำลังและพลังวิญญาณของมัน!”เสิ่นซิ่วยังคงเป็นคนที่ผ่านโลกมาบ้าง นางคาดเดา “มีบางคน แม้พลังวิญญาณอ่อนด้อย แต่สามารถควบคุมได้อย่างยอดเยี่ยม พวกมันสามารถใช้ความอ่อนแอเอาชนะความแข็งแกร่งอย่างไรก็ตาม หากมันคิดจะเลื่อนขึ้นถึงระดับทองแดงได้ภายในเวลาสองเดือน ก็ไม่ง่ายดายปานนั้น!”เสิ่นซิ่วทำเสียงพึมพำ

            “ใช่แล้ว” เสิ่นเยวี่ยพยักหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลีกับเยี่ยจื่ออวิ๋นทำให้เขาบังเกิดความรู้สึกเหมือนถูกคุกคามอย่างยิ่งเขาหวังว่าเนี่ยหลีผู้นั้นจะรีบออกไปเสียให้พ้นๆ จากโรงเรียนแห่งนี้!