เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

เล่มที่ 6 ตอนที่ 179 ขัดแย้ง

        นามอาเฟิ่ง?

        นามนี้เขาจำมันไว้แล้ว

        สิ่งสำคัญที่กระดาษแผ่นนั้นห่อเอาไว้มิใช่ขนมที่ทำขึ้นมาแต่เป็นอย่างอื่น

        ของเหล่านี้มีเพียงเขาที่รู้ว่า แม้มันจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่นก็ไม่เป็นไร

        ที่ยิ่งไปกว่านั้นเจตนาของแม่นางน้อยเขาก็ได้รับมันแล้ว

        เจตนาของแม่นางน้อยหวานล้ำกว่าของหวานเป็นหมื่นเท่าทว่าหากมิใช่สถานการณ์อย่างในวันนี้ เขาก็คงไม่เต็มใจมอบขนมห่อนั้นให้กับทหารรักษาการณ์หนุ่มที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นบุรุษเสเพลอย่างแน่นอน

        ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นอายุยังน้อย เช่นนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจเขา

        ยามนี้ความคิดของเหล่าชายหนุ่มมีความหุนหันพลันแล่นอยู่ไม่มากก็น้อยดูเหมือนว่าจะมีความชมชอบในตัวเยี่ยนเจาเจา ทว่าก็ไม่ได้ทำเรื่องโดดเด่นอะไรนอกจากดูแลเยี่ยนเจาเจาเป็นอย่างดีเขาจึงรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรที่ไม่ดี

        เพียงแต่เขารู้แล้วว่าเยี่ยนเจาเจาเริ่มโตแล้วผู้คนที่จ้องแตงในสวนของเขาตาเป็นมันก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ

        ทว่าเขารู้ดี ผู้คนมองไปก็เท่านั้น ก็แค่การหยุดชื่นชมสำหรับเขานั้นถือว่าใจกว้างมากแล้ว แต่หากมีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้ามาเขาก็จะตัดมือของคนผู้นั้นทิ้งไป

        มาหนึ่งคนก็ฆ่าหนึ่งคนมาเป็นคู่ก็สังหารเป็นคู่

        หมอหนุ่มสะพายหีบยาและเดินจากไปช้าๆ

        อีกด้านหนึ่ง หัวหน้าหนุ่มได้ข่าวมาว่าในกลุ่มของพวกเขามีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนทรยศเขาจึงรีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งผู้มีอำนาจเหนือกว่าทันที

        เขานั่งรถม้าทั้งคืน เหนื่อยล้ามาตลอดหนึ่งคืนในที่สุดก็มาถึงสถานที่ที่นายท่านพักชั่วคราวในยามรุ่งสาง

        สถานที่แห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สงบและสวยงามแม้จะเป็นที่พักชั่วคราวแต่ก็ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี คานของศาลามีการแกะสลัก ยามที่แสงค่อยๆสว่างขึ้นก็จะยิ่งเผยความงดงามออกมา ทุกอย่างล้วนสะดวกสบายและผ่อนคลาย

        น่าเสียดายที่สำหรับหัวหน้าหนุ่มยามนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะชื่นชมทิวทัศน์เหล่านี้แม้แต่น้อยสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาก็คือการนำเรื่องคนทรยศมารายงานนายท่าน

        ยามนี้ยังไม่ถึงเวลาตื่นนอนของเหล่านายท่านทว่าตลอดทางเขาเดินมาพร้อมเสียงกระหืดกระหอบทั้งยังบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องรายงาน ทหารรักษาการณ์ของนายท่านจึงมิได้รั้งเอาไว้เพียงส่งคนไปปลุกนายท่านให้ตื่น และให้หัวหน้าหนุ่มออกไปรอที่ห้องโถงด้านนอกสักครู่

        ไม่นานนายท่านก็มาถึง

        นายท่านผู้นี้ก็คือคนที่คุยเรื่องราวต่างๆกับอาเฟิ่งในกระท่อมหลังน้อยกลางป่าคนนั้น

        การถูกรบกวนความฝันยามรุ่งเช้าทำให้ผู้คนรู้สึกโมโหไม่น้อยสีหน้าของนายท่านจึงมิน่ามองเท่าไร แต่ยังสามารถสงบจิตสงบใจลงได้

        “มีสิ่งใด? เหตุใดต้องรีบร้อนเช่นนี้”

        นายท่านเอ่ยถาม

        เขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ ด้านข้างมีสาวใช้หน้าตาน่ารักถือถ้วยชาหอมเข้ามาเพื่อให้เขาบ้วนปาก

        “นายท่านในจวนของพวกเรามีคนทรยศ มีคนวางยาเยี่ยนเจาเจาขอรับ!”

        “ว่าอย่างไรนะ!”ใบหน้าของนายท่านพลันเคร่งขรึม

        เขาวางถ้วยชาที่อยู่ในมือลงด้านข้าง แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังมากขึ้น “มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกัน เจ้าบอกข้า... บอกข้ามาให้ละเอียด!”

        หัวหน้าหนุ่มรายงานเรื่องพิษประหลาดที่เยี่ยนเจาเจาโดนอย่างละเอียดด้วยความเหนื่อยหอบ

        “มีผู้ถอนพิษได้หรือไม่?”

        นายท่านเคยอ่านผ่านๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของคนที่เดินทางผ่านเมืองเจียงหูเมื่อได้ยินเรื่อง “พิษเจ็ดราตรี”ก็มีปฏิกิริยาโต้ตอบทันที

        ยาชนิดนี้มิใช่ยาที่ถูกแต่งขึ้นแต่เป็นยาที่มีอยู่จริงในเมืองเจียงหู เป็นยาที่ทำให้ผู้ที่ได้ยินถึงกับหวาดกลัวทั้งยังสามารถสังหารคนได้โดยไร้ร่องรอย

        พิษชนิดนี้หากไม่ถูกถอนพิษได้ทันเวลาผ่านไปเจ็ดวันผู้ที่โดนพิษก็จะตายด้วยอาการรุนแรง หากถึงเวลานั้นแผนการของพวกเขาก็จะพังไม่เป็นท่า

        ความเอื่อยเฉื่อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนายท่านทว่าน้ำเสียงยังคงสงบเช่นเดิม เขารู้สึกว่าเรื่องนี้จะต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีแน่นอน

        “มีขอรับพิษนี้ถูกพบและถอนพิษโดยหมอที่เป็นศิษย์ของสำนักโอสถที่พวกเราจับตัวมาเมื่อครั้งก่อน”

        หัวหน้าหนุ่มตอบ

        “เช่นนั้นก็ไว้ชีวิตเขาเสียบอกให้เขาถอนพิษในร่างกายให้กับแม่นาง จะให้ชีวิตของแม่นางได้รับอันตรายไม่ได้เด็ดขาด!”

        นายท่านขมวดคิ้วพร้อมกล่าวอีกครั้ง “เจ้าบอกว่าในคนของพวกเรามีคนทรยศเจ้าได้ตรวจสอบแล้วหรือยัง?”

        หัวหน้าหนุ่มแบกรับความกดดันที่ส่งผ่านแววตาของนายท่านไม่ไหวเขาใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อบนใบหน้าพร้อมเอ่ยว่า “เริ่มทำการตรวจสอบแล้วขอรับ พอรู้ว่าในหมู่พวกเรามีคนทรยศก็ได้จับกุมคนผู้นั้นทันทีสิ่งที่ต้องตรวจสอบจะต้องตรวจสอบให้ได้”

        “อืม” นายท่านตบไหล่เขาแล้วกล่าว “หากเป็นไปได้ก็พาตัวแม่นางมาให้เร็วที่สุดทันทีที่พิษของนางถูกถอนก็ให้คนพาตัวมาที่นี่โดยเร็ว จะให้อยู่นานกว่านี้ไม่ได้เด็ดขาด”

        “ขอรับ!” หัวหน้าหนุ่มกำหมัดแน่น จากนั้นก็หันหลังกลับและจากไปอย่างรีบร้อน

        เพียงพริบตาเดียวเรื่องราวก็วุ่นวายขึ้นมา

        กล่าวตามหลักการแล้วศัตรูที่สำคัญที่สุดของเขายามนี้ก็คือฮ่องเต้หญิงและองค์หญิงทั้งสองคนล้วนมีความสามารถ แต่พวกนางย่อมมิอาจนำผู้ที่เป็นแก้วตาดวงใจของตนมาล้อเล่นอย่างแน่นอนวางยาพิษเยี่ยนเจาเจาเช่นนี้ สำหรับพวกนางแล้วมีประโยชน์ใดหรือ?

        ทว่านายท่านรู้ความจริงแล้วเขามิได้มีฮ่องเต้หญิงเป็นศัตรูเพียงคนเดียว

        ก่อนหน้านี้เขายังมีข้อสงสัยมากมาย แต่เพราะไม่มีหลักฐานจึงทำได้เพียงปล่อยผ่านไปสำหรับเรื่องนั้นในยามนี้ มิว่าอย่างไรก็คิดว่าเขากับคนผู้นั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น

        หากเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการกระทำของคนผู้นั้นเช่นนั้นก็เกรงว่าจะมีบางเรื่องที่เปลี่ยนไปจนรู้สึกปวดหัวขึ้นมาได้

        ทว่าอย่างน้อยครั้งนี้ก็เผยช่องโหว่ออกมาแล้วเขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสสร้างการป้องกัน

        “ไป ไปเชิญอาเฟิ่งมา”

        นายท่านบ่นพึมพำอยู่คนเดียวสักพักใหญ่สีหน้ายิ่งดูก็ยิ่งมิน่ามอง ในที่สุดเขาก็เอ่ยสั่งให้คนไปเชิญตัวอาเฟิ่งมาดูเหมือนจะมีบางอย่างที่ต้องการปรึกษากับเขา

        อาเฟิ่งเป็นที่ปรึกษาของเขาแต่ระหว่างพวกเขามีระดับชั้นที่ต่างกัน อีกฝ่ายจึงมิอาจอยู่ร่วมจวนกับเขาได้ซึ่งที่พักอยู่ห่างจากเขาออกไปไม่ไกล

        ระยะทางเพียงสั้นๆแต่ดูเหมือนนายท่านจะมิอาจอดทนไหว ในตอนที่อาเฟิ่งเดินเข้ามา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปจนน่าเกลียดยิ่ง

        อาเฟิ่งเหลือบมองใบหน้าของนายท่าน ทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าผู้เป็นนายคงเจอกับเรื่องน่ารำคาญใจโดยไม่ทันตั้งตัว

        แม้ว่าเขาจะเพิ่งมาทำงานกับนายท่านได้มินานแต่เขารู้ดีว่านิสัยปกติของนายท่านใช่ว่าเลวร้าย อีกประเดี๋ยวในตอนที่ต้องรับมือกับเขาก็แค่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นถึงจะถูก

        “มีเรื่องใดหรือขอรับนายท่าน?”

        อาเฟิ่งยังคงสวมชุดคลุมยาวที่มีหมวกบนศีรษะตามปกตินายท่านเองก็เห็นมันจนชินตา เขารู้ว่าอาเฟิ่งมีเหตุผลบางอย่างจึงต้องสวมเสื้อคลุมยาวและหมวกเพื่อปกปิดตัวตนของตัวเองแต่วันนี้ตอนนี้พอมองเห็นก็รู้สึกเหมือนว่ามันเกินไปสักหน่อย

        รู้สึกว่าเขามิได้ใจกว้างมากพอ และในใจก็ยังเกิดอาการขุ่นเคืองอยู่บ้างเล็กน้อย

        แต่สำหรับที่ปรึกษาผู้มีความสามารถทั้งยังภักดีต่อตนการคิดเล็กคิดน้อยจึงไม่ใช่ที่ควรจะคุ้นชิน นายท่านขมวดคิ้วและเล่าเรื่องที่หัวหน้าหนุ่มรายงานเมื่อสักครู่ให้เขาฟังทั้งหมด

        อาเฟิ่งได้ยินเช่นนั้น น้ำเสียงที่เขากล่าวออกมาก็มีความประหลาดใจแฝงอยู่ “มิน่าจะเป็นเช่นนั้น คนของพวกเราทั้งหมดล้วนสนิทสนมรู้จักกันเป็นอย่างดีเช่นนั้นแล้วจะเอาเวลาไหนมาลงมือได้ล่ะขอรับ?”

        นายท่านมิได้เอ่ยว่าถูกหรือผิดสายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่กระถางต้นไม้ที่อยู่ด้านข้างราวกับกำลังมองต้นไม้อยู่ ทว่าแต่จิตใจกลับมิได้จดจ่ออยู่ที่มันเลยสักนิด

        อาเฟิ่งรู้ว่าเรื่องที่เขาพูดน่าจะเป็นเรื่องที่ผิดไปเสียแล้วดังนั้นจึงนำเรื่องที่อยู่ในหัวกลับมาคิดใหม่อีกรอบ เนิ่นนานกว่าจะรู้สึกได้ว่าความคิดของตนนั้นถูกต้องแล้ว

        ประการแรก ไม่ว่าคนทรยศที่ว่านั้นจะเป็นคนจากฝั่งไหนเมื่อมองจากในมุมมองของเขา เรื่องนั้นมันไม่ได้มีความสำคัญเท่าไรนัก

        นอกเหนือจากนี้เมื่อมองคนที่ถูกเลือกให้เป็นผู้ติดตามของเขาถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนที่ฉลาดเฉลียวและมีวรยุทธ์ที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขาทุกคนล้วนภักดีและเพื่อเป็นการรับรองว่าแผนการต่อไปจะสามารถดำเนินได้ จวนที่เยี่ยนเจาเจาพักอยู่ตอนนี้จึงมีทหารอารักขาพร้อมอาวุธครบมือ

        อาเฟิ่งมิอาจพูดได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนถังเหล็กที่ป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกไปได้แต่ก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าสถานที่แห่งนี้ถูกคนของนายท่านทำให้อยู่ภายใต้กฎเหล็กได้แล้วผู้ที่สามารถเข้าไปอยู่ข้างกายเยี่ยนเจาเจาเดิมทีที่มีน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยเข้าไปอีก

        ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องโจมตีเยี่ยนเจาเจาในตอนนี้การมีคนทรยศอยู่เดิมทีก็ไม่ได้สร้างประโยชน์ใด แล้วเหตุใดถึงต้องทำเช่นนั้นด้วยเล่า?

        หากต้องการลงมือกับเยี่ยนเจาเจา ในระหว่างทางที่ลักพาตัวเยี่ยนเจาเจามามีโอกาสมากมายนับหมื่นนับพันที่สามารถลงมือได้ แม้แต่การใช้มีดแทงไปที่หน้าอกของเยี่ยนเจาเจาเพื่อให้ตายในทันทีก็ยังเป็นวิธีที่ดีกว่าการวางยาพิษเยี่ยนเจาเจาเช่นในตอนนี้มาก

        การใช้มีดสังหารเยี่ยนเจาเจายังมีความแปลกประหลาดน้อยกว่าการวางยาพิษระหว่างทางที่ส่งตัวนางเป็นอย่างยิ่งเมื่อลองมองจากมุมมองของฝ่ายตรงข้าม นี่เป็นสิ่งที่มิคุ้มค่าเลยสักนิด

        ลงมือภายในจวน เพียงปิดประตูจวนลงคนทรยศผู้นั้นก็จะไม่มีหนทางหลบหนีไปได้แล้ว แม้จะมีปีกก็ยังยากที่จะบินหนี

        คนอยู่ในมือของพวกเขา พิษก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ทว่ามันก็ไม่คุ้มค่ากับการสูญเสียเอาเสียเลย

        นอกจากนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่ฮ่องเต้หญิงและองค์หญิงจะลงมือกับเยี่ยนเจาเจาหลังจากที่แยกคู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของตนออกจากกัน ดูเหมือนจะมีคนที่มีความเป็นไปได้อยู่แค่ไม่กี่คนแล้ว

        แต่ในไม่กี่คนนี้ หากมิได้มีแรงจูงใจในการลงมือย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงมือ หรือไม่ก็ไม่มีกำลังพอที่จะลงมือ

        การลงมือโดยไม่มีเป้าหมายนี้ เหตุใดถึงได้ลงมือกับเยี่ยนเจาเจากัน?

        ที่ยิ่งไปกว่านั้น การที่อาเฟิ่งเดินทางมาถึงวันนี้ได้ก็เป็นเพราะทักษะการมองอย่างทะลุปรุโปร่งเขามองเห็นอันตรายที่อยู่กับเยี่ยนเจาเจา แม้จะไม่มีหลักฐานที่สามารถจับต้องได้อาเฟิ่งก็ยังรู้สึกได้ว่าการโดนพิษในครั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เยี่ยนเจาเจาวางแผนและทำการแสดงแม้ด้วยความเฉลียวฉลาดของนาง การสร้างเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาจะถือว่าเป็นเรื่องทั่วไปก็ตาม

        แต่ความหมายของการทำเช่นนี้มันเพื่อสิ่งใดเล่าเขาใช้เวลาคิดอยู่นานก็ยังคงมิเข้าใจ

        แต่แม้ว่าเขาจะยังคิดไม่ออกอาเฟิ่งก็ยังคิดว่าแนวโน้มที่จะมีคนทรยศปรากฏขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้น้อยมากมันจะต้องมีคนชักใยอยู่ในที่มืดเป็นแน่

        แต่เมื่อดูปฏิกิริยาของนายท่านยามนี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่เห็นด้วยกับความคิดของตน มีความเป็นไปได้ว่าในใจอาจจะมีเป้าหมายที่สงสัยอยู่แล้ว

        เป้าหมายที่สงสัยนั้น...

        เขาเหลือบมองสีหน้าของนายท่านอย่างระมัดระวังดูเหมือนว่าเขาจะมีการคาดเดาในใจอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่กล้าพูดออกมา... นายท่านไม่ชอบให้ผู้อื่นมาเดาความคิดในใจตน

        เช่นนั้นอาเฟิ่งจึงกล่าวออกมาสองสามคำอย่างคล้อยตาม

        “เจ้าเองก็สงสัยว่าเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นทว่าคนที่ข้าสงสัยมิใช่เขา แต่เป็นคนผู้นี้”

        ท่าทีของนายท่านดูผ่อนคลายลง เขาจุ่มนิ้วมือลงในถ้วยชาและเขียนตัวอักษรสองตัวลงบนโต๊ะ

        แววตาของอาเฟิ่งจดจ้องอยู่ที่ตัวอักษรสองตัวนั้นและมันทำให้เขาผงะไปครู่หนึ่ง

        ท่านผู้นี้เป็นพันธมิตรที่ภักดีต่อนายท่านเสมอมาหลายครั้งที่เขาต่อสู้เพื่อนายท่าน ถึงแม้จะรู้ดีว่าในใจของคนผู้นี้มีแผนการอะไรแต่เขาในตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะทำให้แผนการนั้นปรากฏออกมาทั้งยังไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะวางแผนการเช่นนั้นด้วย

        มิเช่นนั้นตำแหน่งนายท่านในปัจจุบันก็คงมิใช่เขาที่นั่งแต่เป็นท่านผู้นั้นแทนไปแล้ว

        เหตุใดนายท่านถึงได้สงสัยท่านผู้นั้นเล่า?

        ท่านผู้นั้น... ช่างมีความกล้าหาญและบ้าบิ่นจริงๆ

คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
2.36M 891
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

นิยาย รัก
635K 1371
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

นิยาย รัก
421K 828
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
169K 382