เซียนกระบี่ต้านสวรรค์ (Sword Saint: Resisting Heaven)

    ตอนที่ 42 วสันต์ฤดูของเทพธิดาเหมันต์

    ตอนที่ 42: วสันต์ฤดูของเทพธิดาเหมันต์ 


    ความรู้สึกแรกที่กลับมาสู่ห้วงสำนึกของเฟิงอี้ คือ ความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกลงไปถึงไขกระดูก ตามมาด้วยความ ปวดร้าวระบม ไปทั่วร่าง และ ความอ่อนเพลียอย่างสุดขีดที่ให้ความรู้สึกว่างเปล่าอยู่ภายใน มันลึกซึ้งและกัดกินยิ่งกว่าความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้หรือการใช้พลังปราณจนหมดสิ้น

    เขาลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพแรกที่เห็นคือเพดานศิลาดำสนิทของทางเดินอันมืดมิด ที่มีเพียงแสงสีครามจางๆ จากอักขระโบราณส่องสว่างเพียงริบหรี่ เขาค่อยๆ หันศีรษะอย่างยากลำบาก... เงาร่างในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนยืนนิ่งอยู่ข้างๆ นางไม่ได้มองมาที่เขา แต่กำลังจ้องลึกเข้าไปในความมืดเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เข็มทิศผลึกน้ำแข็งในมือนางส่องแสงสีฟ้าสั่นระริก

    "เมี้ยว?" เสียงร้องเล็กๆ ดังขึ้นข้างหู เสี่ยวหู่คงรู้สึกได้ว่าเขาเริ่มฟื้นสติ มันขยับเข้ามาใกล้ ใช้จมูกเล็กๆ ดุนแก้มเขาเบาๆ อย่างห่วงใย

    "ข้า... ไม่เป็นไร..." เฟิงอี้กระซิบเสียงแหบพร่า ยกมือที่ยังสั่นเล็กน้อยลูบหัวคู่หูตัวน้อย เขามองไปรอบๆ นี่คือทางเดินลับที่ดูเก่าแก่และลึกลับยิ่งกว่าส่วนที่ผ่านมา

    "ตื่นแล้วรึ?" ไป๋เซี่ยซินเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง เสียงยังคงราบเรียบ แต่เฟิงอี้รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดจางๆ ที่แฝงอยู่ "ดี... ยืนพักตรงนี้ครู่หนึ่ง ปรับลมหายใจ ข้าสัมผัสได้ถึง กลิ่นอาย อันตรายบางอย่างอยู่เบื้องหน้า" นางกล่าวจบ ก็คลายกระแสไอเย็นที่เคยพยุงเขาลงเล็กน้อย ทำให้เฟิงอี้ต้องรีบยันตัวเองกับผนังศิลาเพื่อทรงตัว

    "แค่ก..." เฟิงอี้ไอออกมาเล็กน้อย พยายามปรับลมหายใจที่ติดขัด เขามองแผ่นหลังของนาง ก่อนจะลองโคจรพลังภายในอย่างเงียบๆ พลัง ปราณกระบี่ ที่เคยเหือดแห้ง ฟื้นคืนมาเล็กน้อยจากฤทธิ์โอสถ "หยกเย็นคืนชีพ" แต่เมื่อเขาพยายามโคจรมันตามเคล็ดวิชา 【สังสารวัฏดับสูญก่อเกิด】 เขาก็สัมผัสได้ถึงอักษร "断命" ที่เต้นตุบๆ อยู่ในทะเลจิต มันแผ่ ไอเย็นเยียบและความรู้สึก "สะบั้น" ออกมา ทำให้ ปราณกระบี่ ของเขารู้สึก คมกล้าขึ้น แต่ก็ควบคุมได้ยากยิ่งกว่าเดิม และความรู้สึก "ว่างเปล่าภายใน" ราวกับถูกสูบเอาบางสิ่งบางอย่างออกไป ก็ยังคงปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเบาบางกว่าตอนที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองอย่างรวดเร็วก็ตาม

    'พลังฟื้นฟู... เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร... ทั้งสองอย่างนี้มันกินอะไรเป็นต้นทุนกันแน่?' เขายังคงหาคำตอบไม่ได้ แต่ความรู้สึกว่าต้องหาทาง "ชดเชย" สิ่งที่เสียไปนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น

    เขาลอบสังเกตรูปลักษณ์ของไป๋เซี่ยซินอีกครั้ง... ผิวขาวผ่อง... ดวงตาสีฟ้าล้ำลึก... ทุกอย่างดูอ่อนเยาว์ราวสตรีวัยแรกแย้ม แต่กลิ่นอายโบราณและความรู้ที่นางแสดงออกมานั้น กลับบ่งบอกถึงกาลเวลาอันยาวนาน... ความคิดซุกซนและความอยากรู้อยากเห็นผุดขึ้นมา เขาสูดหายใจลึก กล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูสบายๆ ที่สุด:

    "แม่นาง..." เขาเรียก พลางสังเกตปฏิกิริยา (นางเพียงหันหางตามามองเล็กน้อย) "...ดูท่านยังเยาว์วัยและงดงามราวเทพธิดาแรกแย้ม แต่กลับมีความรู้ลึกล้ำและพลังอำนาจปานบรรพกาลเช่นนี้... มิทราบว่าท่าน เทพธิดาเหมันต์ องค์นี้... ได้ ย่างเท้าท่องไปในโลกหล้า มาแล้วกี่วสันต์ฤดูแล้วหรือขอรับ?"

    สิ้นคำถามนั้น! บรรยากาศรอบตัวพลัน เย็นยะเยียบลงหลายส่วนทันที! ไอเย็นที่เคยกดทับอยู่แล้วยิ่ง หนาแน่นขึ้น จนเฟิงอี้รู้สึกเหมือนเลือดในกายจะหยุดไหล!

    ไป๋เซี่ยซินหันขวับกลับมาเผชิญหน้าเขาเต็มตัว! ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความ ประหลาดใจอย่างสุดขีด! พวงแก้มขาวผ่องราวหิมะนั้น ดูเหมือนจะมีสีเลือดฝาดจางๆ วาบขึ้นมาเพียงชั่วพริบตาก่อนจะถูกไอเย็นยะเยือกกดทับลงไปทันที!

    "ไร้-มา-รา-ยาท!!!" นางกัดฟันเน้นทีละคำ เสียงกดต่ำแฝง ไอสังหารเย็นเยียบ! "คำถามไม่สมควร! อายุของสตรีหาใช่สิ่งที่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเจ้าจะมาล่วงเกิน! สนใจลมหายใจที่เหลืออยู่ของตัวเองเถิด ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนแล้วผนึกเจ้าไว้ในศิลาน้ำแข็งนี้ไปชั่วนิรันดร์!" ไอเย็นรอบกายนางปะทุออกมาอย่างรุนแรง!

    เฟิงอี้รีบยกมือทำท่าขออภัย "โอ้! ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ขออภัยท่านเทพธิดาอย่างสูง! ข้าน้อยเพียงแค่ชื่นชมในความงามอันเป็นนิรันดร์ของท่านเท่านั้น! โปรดอภัยให้ผู้เยาว์ที่ปากพล่อยด้วยเถิดขอรับ!" เขาลอบยิ้มในใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ชัดเจนกว่าครั้งก่อนๆ

    ไป๋เซี่ยซินจ้องมองเขาเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่แล้วนางก็ขมวดคิ้ว หันขวับไปยังความมืดเบื้องหน้า! เข็มทิศในมือนางสั่นสะท้านอีกครั้ง!

    "เงียบปากแล้วเตรียมตัวซะ" นางกล่าวเสียงเย็นชา แต่แฝงความตึงเครียด "ไอชั่วร้ายที่ข้าสัมผัสได้ก่อนหน้า... พวกมันมาถึงแล้ว!"

    สิ้นคำพูด! เสียงลมหวีดหวิวอันโหยหวน ที่ฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องทรมานดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า! พร้อมกับ เงามืดหลายสาย ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้เสียงราวกับภูตผี! ปรากฏขึ้นจากผนังศิลาดำทั้งสองข้างทาง! "เศษซากเงาทมิฬ (冥影残骸 - Míng Yǐng Cánhái)" เหล่านั้น กำลังพุ่งตรงมายังพวกเขา!

    *** จบตอนที่ 42 ***

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่ต้านสวรรค์ (Sword Saint: Resisting Heaven) ที่คุณอ่าน