ศิลาแห่งทวยเทพ

    บทที่34 ลาก่อนสหาย

    บทที่34 ลาก่อนสหาย

    บ้านสีขาวขนาดกลางที่ล้อมรอบไปด้วยพฤกษานานาพันธ์ที่ตั้งอยู่บนเขาภายในสำนักเหมันต์อัคคีที่กว้างขวางหนิงหยูได้พาพวกเดนมายังบ้านหลังดังกล่าว

    “หนิงหยู:ต่อไปนี้ที่นี้คือที่พักของพวกเจ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกข้าแล้วกันข้าพักอยู่ข้างๆภูเขาลูกนี้แหละ วันนี้พวกเจ้าพักผ่อนกันก่อนวันพรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปแนะนำให้รู้จักสถานที่สำคัญภายในสำนักเหมันต์อัคคี”

    “เดน:ขอบคุณท่านหนิงหยู”

    “หนิงหยู:เอาละข้าขอลาแล้วเจอกันพรุ่งนี้”

    หลังจากหนิงหยูกล่าวเสร็จเขาก็ออกจากบ้านไป พวกเดนเมื่อเห็นเขาออกไปจากที่นั้นแล้วก็หันมาคุยกับไอร่า

    “เดน:เจ้าจะกลับพฤกษาสวรรค์จริงเหรอ”

    “ไอร่า:แน่นอนข้ารอวันที่จะกลับตลอดเลยข้านะคิดถึงบ้านจะตายอยู่แล้ว”

    “ลู:เจ้าเองก็พักที่นี้อย่างนั้นรึ”

    “ไอร่า:ใช่แล้วถึงบรรยากาศที่นี้จะเหมือนกับพฤกษาสวรรค์แต่มันก็ไม่ใช่อยู่ดีข้าอยู่คนเดียวบนเขานี้มาตลอดเหงาจะตายอยู่แล้วเนี้ย”

    “ลู:ทำไมเจ้าไม่หาเพื่อนที่นี้ละ”

    “ไอร่า:ข้าเข้ากับพวกเขาไม่คอยได้นะข้าเลยพยายามแยกตัวมาฝึกคนเดียวบนเขานี่แหละ แต่ก็ดันมีพวกบ้าตามมารังควานอยู่เรื่อย เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะมาข้าจะพาไปห้องของพวกเจ้า”

    ไอร่าพาพวกเดนไปดูห้องของตัวเองพวกผู้ชายจะอยู่ชั้นแรกส่วนพวกผู้หญิงอยู่ชั้นสองของบ้าน ไป๋เป่าที่แยกตัวจากเจ้าสำนัก มาถึงก็เข้าไปหาไอลีนทันที

    “ไป๋เป่า:เป็นไงมั้งน้องหญิงเจ้าชอบที่นี้ไหม”

    “ไอลีน:อืมชอบสิที่นี้ช่างสวยงามยิ่งนักพี่หญิงจะพักกับพวกข้าที่นี้รึไม่”

    “ไป๋เป่า:แน่นอนอยู่แล้ว หลังจากมีการทดสอบของสำนักเหมันต์อัคคีสิ้นสุดลงข้าจะพาพวกเจ้าไปเที่ยวบ้านข้า”

    “ไอลีน:จริงรึพี่หญิง”

    เมื่อเดนเข้ามาภายในห้องเขาก็นำไข่ที่ฝากเจ้ามังกรไว้ออกมาดูและลูบมันอย่างเบามือขณะที่เขาลูบมันไข่นั้นก็ส่องแสงสว่างออกมา

    “เดน:อ๊ะ เกิดอะไรขึ้น”

    ไข่ที่ส่องแสงสว่างลอยตัวขึ้นมาและก็หายเข้าไปในมิติส่วนตัวของเดน ทำให้เขาต้องตกใจอย่างมาก มิติส่วนตัวของเขานั้นถ้าเขาไม่เปิดเอง ก็ไม่มีสิ่งไหนสามารถเข้าไปได้หรือว่าออกมาได้แต่ไข่ใบนี้กับแทรกตัวเข้าไปได้ทั้งๆที่เขาไม่ได้เปิด

    “เดน:เจ้าไข่บ้านี่เข้าไปข้างในมิติของข้าได้ยังไงกัน”

    เดนรีบเปิดมิติตามเข้าไป ภายในมิติของเดนนั้นเหมือนกับโลกใบหนึ่งมีทั้งภูเขาแม่น้ำ ท้องฟ้า พืชพันธ์ต่างๆแต่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆสิ่งของที่เขาใส่เข้ามาจะถูกส่งไปยังคลังสมบัติภายในปราสาทหลังใหญ่กลางลานกว้างที่รายล้อมไปด้วยพฤกษาที่มีแม่น้ำไหลผ่าน

    เมื่อเดนตามเข้ามาจึงเข้าไปภายในปราสาทนั้นทันทีเขาพบว่าไข่นั้นลอยไปอยู่บนบัลลังก์สีขาวกลางห้องโถงขนาดใหญ่นั้น

    “เดน:ไอ้ไข่บ้านี่ออกมานะจะมาอาศัยที่นี้ไม่ได้”

    เดนขึ้นไปจะจับมันแต่ไข่ใบนั้นกับบินหลบเขาต้องทำให้เขาไล่จับอยู่นานแต่ก็ไม่สามารถจับมันได้

    “เดน:ไอ้เจ้าไข่ใบนี้มันอะไรกันพอจะจับมันได้กลับหายไปชะดื้อๆ”

    พอเดนหยุดไล่ตามมันก็กลับไปอยู่บนบัลลังก์ตามเดิม

    “เดน:เออ ก็ได้วะอยู่ไปเลยอย่าออกมานะ เกิดให้ข้าจับได้ละก็จะเอาไปต้มกินชะเลยไอ้ไข่บ้านี้”

    เดนเลิกล้มไล่จับมันพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจอย่างมากที่เขาไล่จับมันไม่ได้เขาออกมาจากมิติของเขากลับมานั่งบนเตียงและขบคิดเรื่องไข่ใบนั้น

    พวกลู ไอร่า กันนาร์ที่อยู่โถงรับแขกกำลังพูดคุยกันอยู่ก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนมาจากข้างนอกบ้าน

    “เห้ ไอ้บ้าไอร่าอยู่ไหมออกมาชะดีๆ”

    เมื่อไอร่าได้ยินเสียงเรียกจึงบ่นขึ้นมา

    “ไอร่า:ไอ้เจ้าพวกบ้านั้นมาอีกแล้วรึข้าละเบื่อจริงๆ”

    “ลู:ใครกันรึมาหาเจ้า”

    “ไอร่า:ก็แค่ไอ้พวกตัวน่ารำคาญที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้”

    ลูและกันนาร์ทำหน้างงกับคำกล่าวของไอร่า

    “ไอร่า:ถ้าพวกเจ้าอยากรู้ก็ตามข้าออกไปดูสิ”

    พวกเขาทั้งสามจึงออกไปข้างนอก ลูและกันนาร์เมื่อออกมาก็พบชายหนุ่มร่างอ้วนสามคนที่มีหน้าตาคล้ายๆกันสวมใส่ชุดลวดรายเปลวเพลิงและเกร็ดหิมะ

    “ไอร่า:ไงพวกเจ้าจะมาเจ็บตัวอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ”

    “สามอ้วน:หึ ข้าแค่ประมาทเจ้าเล็กน้อยแค่นั้นเองวันนี้แหละพวกเราชนะแน่”

    ไอร่าโบกมือไล่พวกเขา

    “ไอร่า:ไปๆวันนี้ข้าไม่ว่างไม่เห็นรึว่าข้ามีแขกมานะ”

    สามอ้วนหันไปมองลูและกันนาร์และคำนับทั้งสองและเอ่ยขึ้น

    “ท่านทั้งสองขออภัยที่พวกข้าต้องมา

    รบกวนในตอนนี้แต่พวกข้าได้ยินข่าวมาว่าไอ้บ้าตรงนั้นนะจะกลับไปยังม่านหมอกพฤกษาแล้ว พวกข้าจึงรีบมาตัดสินกับเจ้านั้นอีกครั้ง”

    ไอร่าส่ายหัวของเขาและเอามือทั้งสองท้าวเอวไว้

    “ไอร่า:เอาละไหนๆข้าก็จะกลับไปแล้วเอาเป็นว่าพวกเจ้าเข้ามาทั้งสามเลยละกัน”

    เมื่อทั้งสามได้ยินจึงเอ่ยขึ้นมา

    “นี่เจ้ากำลังดูถูกพวกข้าอยู่อย่างนั้นรึ”

    “ไอร่า:ข้าจะกลับแล้วไม่อยากเสียเวลาพวกเจ้ารีบๆเข้ามาทั้งหมดนั้นละ”

    “ดีงั้นเตรียมตัวรับความพ่ายแพ้ไปชะไอ้บ้าไอร่า”

    เจ้าอ้วนทั้งสามชักกระบี่ที่ตนถือมาออกจากฝักแล้วทะยานไปยังไอร่าแล้วตะโกนออกมา

    “สามประสานกระบี่อัคคีเยือกแข็ง”

    ปลายกระบี่ทั้งสามเกิดเปลวเพลิงสีฟ้าขึ้นมาและพุ่งไปทางไอร่า ไอร่ายกมือทั้งสองขึ้นวาดเป็นวงกลมเกิดวงเวทย์สีขาวส่องแสงขึ้นเมื่อลูเห็นจึงกล่าวขึ้น

    “ลู:นั้นธาตุแสงนี่ไอร่าคือผู้ใช้ธาตุแสงหรอกเหรอเนี่ย”

    “ไอร่า:เทวฑูตเทพพิทักษ์”

    กลุ่มแสงออกมาจากวงเวทย์ของไอร่าและกลายร่างเป็นเทวฑูตที่มีปีกสองปีกถือดาบกับโล่ขึ้นมาสองตนเข้าปะทะกับเปลวเพลิงเยือกแข็งของทั้งสามจนเกิดเสียงดังสนั่น จนพวกที่อยู่ภายในบ้านต้องออกมาดู

    “ไอลีน:เกิดอะไรขึ้นกันนะ”

    นางถามขึ้นทันทีที่ออกมาพ้นตัวบ้าน

    “ลู:อ๋อ พวกเขาประลองฝีมือกันนะ”

    เปลวเพลิงเยือกแข็งของทั้งสามสลายหายไปกระบี่ของทั้งสามหลุดจากมือปลิวกระเด็นไปด้านหลัง เทวฑูตแสงเข้าโจมตีทั้งสามจนกระเด็นล้มกลิ้งไปบนพื้น ไอร่าสลายเทวฑูตให้หายไปทันทีที่เห็นพวกเขาล้มลงไป

    “ไอร่า:พอใจพวกเจ้าละยังละเจ้าพวกพี่น้องตระกูลซู่”

    ทั้งสามลุกขึ้นปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าจนฟุ่ง

    กระจายหนึ่งในนั้นเอ่ยออกมา

    “หึ ก็ได้พวกข้ายอมแพ้แต่อย่าคิดว่าเจ้าจะเหนือกว่าพวกข้าไปตลอดละพวกข้าจะฝึกให้นักและเมื่อแข็งแกร่งขึ้นพวกข้าจะไปหาเจ้าที่พฤกษาสวรรค์เพื่อตัดสินอีกครั้งแน่”

    “ไอร่า:นี่พวกเจ้ายังคิดจะตามไปรังควานข้าอีกอย่างนั้นรึ”

    “เอ้านี่รับไปถือว่าเป็นของขวัญลาจาก จากพวกข้า”

    หนึ่งในสามคนโยนถุงบางอย่างให้กับไอร่าเขารับมันไว้เมื่อเปิดดู เขาถึงกับเบิกตากว้าง

    “ไอร่า:โสมทองทะลวงจุด ไอ้พวกบ้าเอาของล้ำค่าที่พวกเจ้าอุตสาได้มาจากหอคอยมายามาให้กับข้าทำไม ข้าไม่สามารถใช้มันได้หรอกนะพวกเจ้าก็น่าจะรู้”

    “นั้นนะเป็นของล้ำค่าที่สุดของพวกข้าและพวกเราตกลงกันแล้วว่าจะมอบให้กับเจ้า”

    ชายที่ดูเหมือนจะอายุน้อยที่สุดในกลุ่มของทั้งสามเริ่มมีน้ำตาคลอเป้าตาเลยนำแขนปาดน้ำตาออกและเอ่ยออกมา

    “นี่เจ้าจะกลับไปจริงๆงั้นรึที่นี้พวกข้าจะไปหาเรื่องทะเลาะกับใครกันละ”

    เมื่อทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างเห็นเช่นนั้นก็พากับตบไปที่บ่าของเขา เมื่อไอร่าเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ตกตะลึง

    “ไอร่า:นี่พวกเจ้า”

    ลูเดินเข้ามาหยุดข้างกายไอร่า

    “ลู:เจ้าก็มีสหายที่ดีนี่นาดูนั้นสิพวกเขานะตั้งใจมาลาเจ้ามากกว่ามาหาเรื่องนะ”

    ไอร่าที่ทำสีหน้างงงวยย้อนนึกถึงอดีตเมื่อครั้งที่มาถึงพวกเจ้าอ้วนทั้งสามนั้นก็เข้ามาหาเรื่องเขาตลอดแต่ก็โดนสั่งสอนไปแต่ก็ไม่เคยจะเข็ด กลับมาคอยท้าสู้อยู่เป็นประจำจนทำให้เขาไม่มีเวลาให้รู้สึกเหงาจริงๆมีครั้งหนึ่งที่ไอร่าเห็นเจ้าอ้วนทั้งสามโกรธอย่างมากและได้ทำร้ายกลุ่มคนที่คอยว่าร้ายไอร่าหลับหลังแต่เขาไม่คิดว่าพวกเจ้าอ้วนจะโกรธแทนเขากลับคิดไปว่าพวกเจ้าอ้วนแค่หาเรื่องท้าสู้คนอื่นไปทั่วแค่นั้นเองในตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าทั้งสามนั้นพยายามจะเข้ามาทักทายและคบเขาเป็นสหายแต่ไม่รู้จะเจ้ามาทักยังไงเลยต้องคอยหาเรื่องท้าสู้กับเขาอยู่เป็นประจำ ไอร่าที่ยืนอยู่นิ่งหลังจากได้ยินคำกล่าวของลูก็ได้เอ่ยออกมา

    “ไอร่า:นี่เจ้าอ้วนทั้งสามพวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้างละข้าจะจำเอาไว้ว่าพวกเจ้านะคือคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจของข้าเมื่อข้ากลับไปแล้วข้าจะได้นำไปบอกเล่าแก่อาจารย์ของข้าได้”

    “ในที่สุดก็ยอมที่จะถามชื่อพวกข้าแล้วสินะไอ้บ้านี่”

    “ข้าพี่ใหญ่แห่งสามพี่น้องตระกูลซู่ ซู่หรง”

    “ข้าคน ซู่หนวน”

    “ขะ..ข้าน้องเล็ก ซู่ผิง”

    “ไอร่า:ข้าจะจำเอาไว้และรอพวกเจ้าในการประลองครั้งหน้า เอ้านี้รับไป”

    ไอร่าโยนห่อของบางอย่างไปทางสามพี่น้อง เมื่อทั้งสามเปิดออกดูในห่อนั้นมีของสี่อย่างด้วยกัน

    “ซู่หรง:นี่มันยาผลึกเลือดนี่ เจ้าได้มาจากหอคอยมายางั้นสินะของล้ำค่าขนาดนี้พวกเรารับไว้ไม่ได้หรอกนะ เอาคืนไป”

    ในขณะซู่หรงยะโยนคืนนั้นไอร่าก็เอ่ยออกมา

    “ไอร่า:ถ้าเจ้าไม่รับแสดงว่าเจ้าไม่รับไมตรีเชกเช่นสหายกับข้า ข้าก็จะคืนโสมทองคำคืนแก่เจ้าเช่นกัน”

    ซู่หรงเงื้อมือค้างไว้เมื่อได้ยินไอร่ากล่าวออกมา

    “ซู่หรง:นี่เจ้ายอมรับพวกเราเป็นสหายของเจ้าแล้วอย่างนั้นเหรอ”

    “ไอร่า:แน่นอนสิไอ้บ้าสามตัวเอ๊ยข้านะตั้งแต่มาที่นี้ก็รู้จักแค่พวกเจ้าเท่านั้นนี่นาไว้ข้าจะรอพวกเจ้าที่ม่านหมอกพฤกษาเมื่อพวกเจ้าพร้อมก็ไปเจอกับข้าได้”

    ไอร่ากล่าวพร้อมยิ้มไปทางพวกเขาทั้งสาม เจ้าอ้วนคนน้องยิ่งร้องไห้นักกว่าเก่าเมื่อได้ฟัง ลูยิ้มออกมามองไปทางพวกเขา

    “ลู:นี่พวกเจ้านะไว้วันหลังก็มาท้าข้าสู้บางนะข้าจะมาอยู่ที่นี้แทนเขานะ”

    ทั้งสามมองลูและพยักหน้าตอบกลับไปและเดินมาหยุดเบื้องหน้าไอร่า

    “ซู่หรง:นี่ไอ้ลูกกลมๆนี่มันคืออะไร”

    เขายื่นหินกลมที่อยู่บนฝ่ามือของเขาไปให้ไอร่าดู

    “ไอร่า:หินสื่อสารไงละพวกเจ้าไม่รู้จักอย่างนั้นเหรอ”

    “ซู่หรง:หินสื่อสารที่เหมือนกับยันต์สื่อสารนั้นนะเหรอ”

    “ไอร่า:อืมใช้แล้วแต่หินนี่นะจะติดต่อได้ดีกว่าไกลกว่ายันต์ที่พวกเจ้าใช้ละกัน”

    “ซู่หรง:เจ้าจะออกเดินทางเมื่อไร”

    “ไอร่า:พรุ่งนี้ตอนเช้าตรู่ และวันนี้จะมีงานเลี้ยงส่งข้าและเลี้ยงต้อนรับพวกเขาจัดโดยข้าเองคืนนี้พวกเจ้าจะอยู่ร่วมด้วยไหมละ”

    ทั้งสามพยักหน้าตอบกลับทันที ผู้คนที่ยืนมองทั้งสี่ต่างยิ้มออกมาและพอตกกลางคืนงานเลี้ยงเล็กๆก็เกิดขึ้นภายในบ้านบนเขานั้นพวกเขาต่างพูดคุยถึงเรื่องต่างๆแลกเปลี่ยนกันจนเกือบถึงเที่ยงคืนจึงแยกย้ายกันไป ไอร่าและสามพี่น้องตระกูลซู่บอกลากันเป็นคนสุดท้ายก่อนที่เจ้าอ้วนทั้งสามจะหันหลังเดินลงเขาไป ไอร่าก็เอ่ยขึ้นมา

    “ไอร่า:ลาก่อนสหายหวังว่าจะได้พบพวกเจ้าอีกนะ”

    เจ้าอ้วนคนน้องร้องไห้ออกมาอีกครั้งพวกพี่ของเขาเตะไปที่ก้นของน้องชาย

    “ซู่หรง:เจ้าจะร้องทำไมยังไงก็ต้องได้เจอกันอีกอยู่แล้วเราต้องแข็งแกร่งขึ้นจนทำให้ไอ้บ้านี้ตกใจกลัวไปเลย”

    น้องชายของเขาบาดน้ำตาอืมข้าจะฝึกให้นักจนทำให้ไอ้บ้าไอร่าร้องไห้ให้ดูทั้งสามหันกลับไปหาไอร่าและพูดพร้อมกัน

    “ลาก่อนสหายแล้วพบกันใหม่”

    (ตอนนี้ถ้าผู้อ่าน อ่านแล้วงงก็ขอโทษด้วยนะครับกำลังเบลอจากฤทธิ์ยาแก้หวัดอย่างมากเลย)

    คล้ายกับเรื่องศิลาแห่งทวยเทพ ที่คุณอ่าน