รูปแอบถ่ายของสกายและไอดินที่อยู่ด้วยกันที่คอนโดว่อนไปทั่วโลกโซเชียล จนกระทั่งเมื่อถึงงานอีเว้นท์ที่ทั้งคู่มาร่วมงานเดียวกันพอดี พี่เคธี่ในฐานะผู้จัดการส่วนตัวของสกาย หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอ่านข่าวฉาวที่เกิดขึ้น ภาพที่ทั้งคู่โอบไหล่กันเข้าไปในคอนโดของสกายแพร่ไปทั่ว เคธี่วางมือถือลงที่โต๊ะและหันมาทำหน้าอ่อนอกอ่อนใจให้กับทั้งคู่
“สกาย ไอดิน พวกเธอนี่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังบ้างเลย เนี่ยดูสิ นักข่าวมารอสัมภาษณ์กันเต็มไปหมด อีว้งอีเว้นท์อะไรวันนี้ไม่ได้สนใจกันเลย รอแต่จะเผือกเื่ภาพหลุด”
“ผมขอโทษครับพี่เคธี่ แต่มัน…”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอธิบายเื่ของเราสองคนให้พี่ฟัง เตรียมตัวตอบคำถามนักข่าวให้ดีๆ ก็พอ ทั้งคู่เลย”
สกายและไอดินถูกรุมล้อมไปด้วยนักข่าวบันเทิงมากมายที่พยายามถามถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่
“มีคนเห็นว่าไอดินไปที่คอนโดของสกายและออกมาตอนดึก เื่นี้จริงไหมคะ แล้วทั้งคู่ไปทำอะไรกันที่คอนโดกันสองต่อสองคะ”
นักข่าวยิงคำถามอย่างตรงประเด็น ไอดินแหงนหน้าไปมองสกายเพื่อให้อีกฝ่ายเป็คนตอบคำถามนี้ ซึ่งน่าจะดีกว่า
“คืนนั้นผมชวนไอดินไปดูบอลที่ห้องครับ ไม่ได้มีอะไร พอบอลจบไอดินก็กลับคอนโดของเขา แค่นั้นเองครับ”
“ทั้งสองคนไม่ได้เป็อะไรกันใช่ไหมคะ”
“เราเป็พี่เป็น้องกันครับ เราชอบดูบอลเหมือนกันครับ แมนๆ คุยกันเลย ใช่ไหมน้องชาย”
พูดจบก็ยกมือขึ้นมากอดคอไอดิน ที่ทำได้เพียงยิ้มให้ เมื่อสกาย้าตอบแบบนี้ เขาก็คงไม่ต้องตอบอะไรต่อ ประเด็นข่าวนี้มันจะได้จบๆ ไป
พี่เคธี่ที่เป็ผู้จัดการส่วนตัวของสกาย ในขณะที่เธอกำลังขับรถพาสกายไปพบกับผู้ใหญ่ในวงการเพลง เธอนั้นได้ฝากฝังเขาเอาไว้กับค่ายเพลงั์ใหญ่ระดับประเทศ เพราะสกายนั้นมีความใฝ่ฝันที่จะเป็ศิลปินนักร้องให้ได้ แต่เมื่อเห็นสถานการณ์เป็แบบนี้ก็จำเป็ต้องพูดคุยกับนักแสดงที่เธอดูแลอยู่
“สกาย พี่ไม่รู้หรอกนะว่าสถานะของเธอกับไอดินเป็อะไรกัน แต่ยังไงพี่ก็อยากเตือนให้เธอวางตัวให้ดีกว่านี้นะ กระแสคู่จิ้นระหว่างเธอทั้งสอง ไม่นานมันก็จะหมดลง ถ้าขืนเธอมีข่าวฉาวมากๆ มันจะส่งผลต่องานในวันข้างหน้า”
“ผมกับไอดินเราเป็พี่น้องกันครับ”
เคธี่ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนที่จะหันมาบอก
“พี่ก็เป็กระเทย พี่เข้าใจดีว่าเื่ของจิตใจมันบังคับกันไม่ได้ พี่รู้จักกับสกายมาั้แ่เด็ก แม่ของสกายก็ฝากฝังให้พี่ดูแล พี่แค่เป็ห่วงเื่ผลกระทบกับสกายนะ ชีวิตจริงเราก็ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่ใจ้า และตอนนี้เธอกำลังจะไปทดสอบเพื่อเป็ศิลปินตามที่เธอฝันเอาไว้ พี่อยากให้ภาพลักษณ์เธอดี”
ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงบริษัท KS entertainment บริษัทค่ายเพลงั์ใหญ่ระดับประเทศ ทางผู้บริหารของค่ายอยากได้สกายที่ตอนนี้กำลังมีชื่อเสียงมาเป็ศิลปินในค่าย แต่ด้วยมาตรฐานของค่ายเพลงอันดับหนึ่งแล้ว สกายก็ต้องเข้ารับการทดสอบและฝึกฝนเหมือนศิลปินคนอื่น
เคธี่เดินนำสกายไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์และแจ้งว่ามาพบคุณโรม โปรดิวเซอร์ใหญ่ตามนัด ฝ่ายประชาสัมพันธ์เช็คคิวงานแล้วจึงให้เคธี่ไปพบกับคุณโรมที่ห้องอัด เขาคือโปรดิวเซอร์มือหนึ่งของค่ายและวันนี้จะมาทำการทดสอบสกายว่าดีพอที่จะเป็ศิลปินของค่ายเคเอส เอนเตอร์เทนเม้นท์ได้หรือไม่
“สวัสดีค่า พี่โรม” พี่เคธี่เอ่ยทักทายทันที สกายจึงยกมือสวัสดีตาม
“อ้าว มาแล้วเหรอ มาๆ เรากำลังรออยู่เลย”
นอกจากสกายแล้วก็ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในห้องนั้น เธอเองก็มาทดสอบด้วยในวันนี้
“นี่น้องนีญ่า มาทดสอบวันนี้เหมือนกัน” คุณโรมแนะนำ นีญ่ายกมือสวัสดีทั้งเคธี่และสกาย
“สวัสดีค่ะพี่เคธี่ สวัสดีค่ะสกาย เราน่าจะอายุเท่ากันนะคะ”
“สวัสดีครับ”
โดยปกติแล้วการคัดตัวศิลปินฝึกหัดจะเป็หน้าที่ของผู้ช่วยคุณโรม แต่ก็จะมีบางครั้งที่คุณโรมลงมือคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งก็จะเป็ผลดีต่อตัวสกายเอง เพราะศิลปินคนไหนที่ผ่านมือของโปรดิวเซอร์ใหญ่ รับรองว่าจะต้องประสบความสำเร็จ
สกายรวมถึงนีญ่าได้รับการทดสอบ ทั้งการร้องเพลงและการเต้นเบื้องต้น ซึ่งทั้งคู่ก็ทำได้เป็ที่น่าพอใจ ทำให้ทางค่ายพิจารณาเซ็นสัญญาให้สกายมาเป็ศิลปินฝึกหัด รวมทั้งนีญ่าก็ผ่านการทดสอบเช่นกัน ต่อจากนี้ทั้งคู่ต้องมาเข้ารับการฝึกฝนเพื่อเป็ศิลปินเต็มตัว
สกายเข้ามาสู่วงการบันเทิงจากการเป็นักแสดง แต่ตอนนี้เขามีโอกาสเป็ศิลปินตามที่ฝันไว้ั้แ่เด็ก ดังนั้นเขาจะทุ่มเทกับมันให้ถึงที่สุด
เคธี่ขับรถไปส่งสกายที่คอนโด และย้ำเื่เดิมกับเขาก่อนที่จะจากกัน
“สกาย อย่าลืมเื่ที่พี่เตือนนะ ตอนนี้เธอกำลังมีโอกาสจะได้เป็ศิลปินกับค่ายอันดับหนึ่งของประเทศ อย่าให้เื่ส่วนตัวมาทำลายมันลงได้”
สกายเข้าไปในลิฟท์และกดหมายเลขชั้นบนสุดอันเป็ชั้นที่ห้องของเขาตั้งอยู่ ลิฟท์ค่อยๆ เลื่อนขึ้นอย่างช้าๆ ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดออก เขาก็เดินไปตามทางจนถึงห้องพักของตัวเอง เขาเปิดประตูห้องพักและทิ้งตัวลงบนโซฟาริมระเบียง ความฝันที่เขาจะได้เป็ศิลปินอยู่แค่เอื้อม แต่ดูเหมือนความรักจะห่างเขาออกไปทีละเล็กละน้อย และเขาอาจจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู และกดรับสายนั้น
“ว่ายังไงไอดิน”
“พี่สกายกลับถึงคอนโดรึยังครับ”
“ถึงแล้ว”
“ผมไปหาได้ไหม”
น้ำเสียงนั้นแม้จะทำให้สกายรู้สึกดี แต่เขาจำต้องปฏิเสธ เพราะไม่แน่ว่าอาจจะมีนักข่าวแอบอยู่แถวนี้ก็เป็ได้
“วันนี้พี่เหนื่อยมากเลย ขอโทษด้วยนะ”
“โอเคครับ พักผ่อนเยอะๆ นะ ผมเป็ห่วงพี่นะครับ”
สายถูกวางลง สายตาที่เหม่อมองออกไปภายนอกหน้าต่างระคนไปด้วยความสับสนมากมายว่าควรทำอย่างไรต่อไป
ไอดินเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า วันนี้เขาและสกายคงไม่ได้พบกัน แต่ก็เข้าใจว่าตอนนี้สกายกำลังมีชื่อเสียง ทำให้มีงานไม่เว้นแต่ละวัน ทุกความเคลื่อนไหวกลายเป็ที่จับตามอง ซึ่งมันทำให้รู้สึกว่ามีกำแพงบางอย่างมากั้นกลางความสัมพันธ์ของเขาและสกาย และดูเหมือนกำแพงนั้นจะสูงขึ้นทุกวัน
“เฮ้ยไอดิน มาทำอะไรอยู่นี่วะ”
แม็กซ์เดินมาแล้วนั่งลงข้างๆ
“เปล่าก็ไม่ได้ทำอะไร”
“เออดี งั้นไปดูหนังกันไหม ว่างว่ะ ไม่รู้จะทำอะไร”
ไหนๆ ก็ไม่ได้เจอสกายแล้ว ก็ไปดูหนังก็คงแก้เบื่อได้ดีอยู่ ไอดินจึงตอบตกลง
“แล้วไอ้จูนล่ะ ไม่ไปด้วยกันเหรอ”
“จูนมันติดซ้อมดนตรี เห็นว่าจะไปประกวดวงดนตรีอะไรของมันก็ไม่รู้”
“ประกวดวงดนตรี ไม่เห็นจูนบอกอะไรกูเลย”
“่นี้จูนมันคงเห็นว่ามึงคงงานยุ่งมั้ง มันก็เลยไม่ได้บอก เดี๋ยวมันก็คงบอกมึงเองแหละ เอาไว้ค่อยไปเชียร์ตอนวันประกวดก็ได้”
ไอดินและแม็กซ์จึงเดินไปที่หน้ามหาวิทยาลัยเพื่อรอรถประจำทางสายที่จะผ่านไปยังห้างสรรพสินค้า อันเป็ที่ตั้งของโรงหนังที่จะไปดูในวันนี้ รถประจำทางกรุงเทพก็มักไม่ค่อยมีที่นั่งว่างเป็ปกติ ทำให้ทั้งสองต้องยืนไปตลอดทาง ด้วยความคับแคบของรถแม็กซ์จึงยืนชิดกับอีกฝ่ายที่ด้านหลัง แผงอกของแม็กซ์แนบชิดไปกับแผ่นหลังของไอดิน จนอีกฝ่ายหันมามอง
“โทษทีเพื่อน คนมันเยอะ กูไม่ได้ตั้งใจเบียดมึงนะ”
“กูก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่หว่า อะไรของมึง”
“เออๆ”
เมื่อไปถึงโรงหนังและทำการเลือกเื่ที่จะดูได้แล้ว ไอดินก็เดินไปที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติเพื่อเลือกที่นั่ง
“เฮ้ย แม็กซ์ นั่งตรงไหนดีวะ”
พูดจบก็หันหน้ากลับไป เป็จังหวะเดียวกันกับแม็กซ์ที่โน้มใบหน้าเข้าไปเพื่อดูที่หน้าจอซื้อตั๋วพอดี ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเพียงแค่ลมหายใจัั ปลายจมูกโด่งเป็สันของไอดินััที่ปลายจมูกของอีกฝ่าย สายตาของทั้งสองประสานกันชั่วขณะหนึ่ง
“มองหน้าทำไมวะ เลือกที่นั่งสิโว้ย” ไอดินหันหน้ากลับและชี้ไปที่หน้าจอซื้อตั๋ว
“เออๆ เอาตรงนี้ก็ได้ เห็นจอหนังชัดดี”
แม็กซ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อครู่นี้เกือบจะเผลอแสดงความรู้สึกออกไปมากกว่านี้แล้ว เขาพยายามควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็ปกติ
“เดี๋ยวกูไปซื้อน้ำก่อน” แม็กซ์รีบเดินออกมาจากสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจสั่นไหวทันที
ทางด้านจูนนั้นซ้อมดนตรีเสร็จพอดี เธอเดินออกมาจากห้องซ้อม ร่างเล็กๆ เดินออกมาพร้อมกับเพื่อนร่วมวงหญิงล้วน ทั้งหมดมารวมตัวกันเพื่อสมัครเข้าประกวดวงดนตรีระดับประเทศ จูนนั้นรับหน้าที่เป็นักร้องนำของวง ส่วนสมาชิกคนอื่นประกอบไปด้วยมินนี่ เป็มือกีตาร์ เบลเป็มือเบสและมุกเป็มือกลอง
“เพลงที่มึงแต่งแม่งเจ๋งดีวะจูน” มินนี่พูดพลางสะพายกระเป๋าใส่กีตาร์ขึ้นพาดบ่า
“ยังแต่งไม่เสร็จดีเลย เดี๋ยวต้องปรับอีกหน่อยว่ะ”
“มึงแต่งเพลงแบบนี้ แสดงว่ากำลังอินเลิฟอยู่แน่ๆ ใครวะบอกหน่อยดิ”
“ไม่มีโว้ย ไม่มี” จูนปฏิเสธ แต่ก็อมยิ้มด้วยความเขินอาย
กระดาษเขียนเนื้อเพลงที่ถืออยู่ในมือ มันคือเพลงที่เธอแต่งให้ผู้ชายคนหนึ่ง เนื้อหาคือเพื่อนแอบรักเพื่อน ซึ่งเพื่อนคนนั้นที่จูนแอบรักก็คือไอดินนั่นเอง
ค่ำคืนวันนั้นหลังจากที่กำลังจะปิดไฟนอน ไอดินก็ส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายดังเช่นที่เคยทำมา แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะรับรู้ได้ถึงความไม่เหมือนเดิมของอีกฝ่ายผ่านตัวอักษรได้
CHAT
ไอดิน : พี่สกายนอนรึยัง
นายท้องฟ้า : ยัง
แม้แต่แชทก็ยังอยู่ในความเงียบ
นายท้องฟ้า : พี่ขอโทษนะ
ไอดิน : ขอโทษเื่อะไรครับ
นายท้องฟ้า : ก็เื่ที่พี่ตอบนักข่าวไปแบบนั้นไง ว่าเราเป็พี่น้องกัน ไอดินเข้าใจพี่นะ
ไอดิน : ครับ ผมเข้าใจพี่
ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะพิมพ์อะไรต่อ เพราะดูเหมือนว่าทั้งสองจะคิดไม่ค่อยตรงกันอีกแล้ว