เช้าวันรุ่งขึ้นไป่ฉีขึ้นรถทีเมิ่งชิงชิงขับมารับไปโรงเรียน ระหว่าางทางเมิ่งชิงชิงเริ่มอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรายการให้ไป่ฉีฟังระหว่างทางไปโรงเรียน
“นายต้องจำไว้นะ รายการแอดเวนเจอร์ เป็นรายการที่มีเงินรางวัลตั้งแต่ 1 พันถึง 1 ล้านหยวน ที่บอกแบบนั้นเพราะรายการนี้เป็นรายการเกมโชว์ที่จะให้ผู้เข้าแข่งขันผ่านด่านทั้ง 5 ด่าน ประกอบด้วยด่านไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ มีเวลาในการผ่านด่าน 10 นาที โดยทุก ๆ 1 นาทีที่เหลือ ทางรายการจะจ่ายให้ 1 แสนหยวน แต่ตั้งแต่ทำรายการมาแม้ทุกคนใช้เวลาไปจนหมดก็ไม่สามารถผ่านด่านน้ำไปได้สักคน ส่วนเงินที่แต่ละคนจะได้นั้นจะได้จากการสุ่มหยิบลูกบอลที่อยู่ในจุดรับรางวัลของแต่ละด่าน ที่นั่นจะมีลูกบอลจำนวนมากอยู่รวมกัน (เหมือนลูกบอลที่ออกสลากกินแบ่งฯ นะครับ เราจะไม่สามารถเห็นเลขข้างในได้) และมีกฎห้ามไม่ให้เปิดออกดูอีกด้วยไม่งั้นถือว่าผิดกฎ หากมองภายนอกไม่มีทางรู้เลยว่าข้างในจะมีจำนวนเงินเท่าไหร่ ถ้ามัวแต่ลังเลก็จะเสียเวลา ฉันขอบอกเลยว่าเป็นรายการที่ได้เงินรางวัลยากรายการหนึ่ง แต่เรตติงกลับสูงมาก นอกจากนี้ยังเป็นรายการถ่ายทอดสดอีกด้วย โดยลูกบอลรางวัลในแต่ละด่านนั้น จะมี 1 ลูกที่มีเงินรางวัลสูงถึง 2 แสนหยวน หากสามารถผ่าน 5 ด่านและลูกบอลที่หยิบเป็น 2 แสนหยวนทั้งหมด นายถึงจะได้เงินรางวัล 1 ล้านหยวน” เมิ่งชิงชิงร่ายรายละเอียดรายการให้ไป่ฉีฟัง
“นั่นแหละครับ ผมยังคงยืนยันคำเดิมว่ารายการที่ผมไปออกจะต้องมีเรตติงสูงที่สุดเท่าที่รายการเคยทำมาเลย” ไป่ฉีกล่าว
“อย่าโม้ไปหน่อยเลย ถึงฉันจะรู้ว่านายแข็งแรงก็เถอะ แต่ว่าด่านแต่ละสัปดาห์จะไม่เหมือนกัน มีการเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“มันไม่ได้เปลี่ยนหรอกครับ ทั้ง 5 ด่านนั้นจะมีรูปแบบด่านหลัก ๆ ด่านละ 5 รูปแบบ อย่างเช่นด่านดินมี 5 รูปแบบ ทางรายการก็แค่นำ 5 แบบของธาตุดินมาสลับด่านย่อยซึ่งกันและกัน มันก็จะมีรูปแบบเพิ่มขึ้นได้อีกหลายร้อยรูปแบบเลยครับ เรื่องนั้นคงต้องทำใจอย่างเดียว” ไป่ฉีกล่าว
“เข้าใจก็ดีแล้ว อ่ะนี่ใบลากิจ ทางบริษัทออกมาให้แล้ว เอาไปยื่นให้อาจารย์ประจำชั้นนายด้วยล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวพร้อมกับหยิบซองจดหมายข้างตัวให้กับไป่ฉี ไป่ฉีรับมาแล้วพับเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อทันที
“ผมมองว่าความยากมันอยู่ตรงที่การตัดสินใจหยิบลูกบอลรางวัลมากกว่า ผมสังเกตเห็นว่าหลายคนใช้เวลาในการเลือกนานพอสมควร ถึงบางคนจะเลือกหยิบอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่ง่ายเลย อย่างด่านไฟ รอบ ๆ พื้นที่วางลูกบอลมีแต่เปลวไฟล้อมรอบ อากาศร้อนขนาดนั้นผมว่าเป็นใครก็ไม่อยากอยู่นานหรอกครับ มันหายใจลำบาก แถมยังร้อนอีกด้วย ลูกบอลรางวัลเท่าที่ผมดูรายการย้อนหลังแล้ว มันมีเงินรางวัลในลูกบอลตั้งแต่ 1 หยวนถึง 1 แสนหยวน ส่วน 2 แสนหยวนจะมีเพียงลูกเดียวจากลูกบอลนับร้อยลูก ผู้เข้าแข่งขันที่ได้เงินรางวัลเยอะสุดได้ไปแค่ 256,031 หยวน เพราะเขาดันโชคดีหยิบบอล 2 แสนขึ้นมาได้ แต่นั่นมันก็นานมากแล้ว” ไป่ฉีวิเคราะห์ให้เมิ่งชิงชิงฟัง
หลังจากที่ไป่ฉีถึงโรงเรียนแล้ว เขาเดินมาที่ห้องและได้ทักทายเพื่อน ๆ ในห้อง ทุกคนต่างยินดีกับไป่ฉีที่สามารถผ่านรอบคัดเลือกจนเป็นตัวแทนของเมืองหลวงได้ในรายการราชานักกิน ไป่ฉีไม่ได้แปลกใจที่เพื่อน ๆ ในห้องส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเขาแข่งเสร็จไปแล้ว เพราะเทปรายการเพิ่งฉายถึงตอนที่เขาสามารถคว้าตำแหน่งตัวแทนของเมืองหลวงได้ ไป่ฉีไม่ได้บอกว่าเขาเป็นแชมป์ด้วยสัญญาที่เซ็นไว้กับทางรายการ
“ไงสหายไป่ เดี๋ยวนี้ดังขึ้นทุกวันแล้วนะ” มู่ซื่อเฉิงยังคงติดนิสัยเข้ามากอดคอเขาเหมือนเดิม
“คนเราก็ต้องมีความก้าวหน้าบ้างสิ ฉันอยากให้พ่อกับแม่สบายน่ะ” ไป่ฉีกล่าว
“ไป่ฉี ฉันตัดสินใจเข้าที่มิดการ์ดนะ ชมรมบาสที่นั่นน่าสนใจดี แต่เพราะมัวแต่ทำตัวเหลวแหลกมาจนถึงตอนที่นายช่วยพวกฉันเอาไว้ ผลงานด้านกีฬาก็ไม่มีสักอย่าง หากจะเข้าด้วยโควต้านักกีฬาคงจะไม่ได้ มีทางเดียวคือต้องทำเกรดให้ถึง เลยอยากให้นายช่วยติวให้หน่อย” ต้าถงกล่าว
“ได้สิ นายจะติวด้วยไหมซื่อเฉิง” ไป่ฉีถาม
“ของมันแน่อยู่แล้ว” มู่ซื่อเฉิงตอบ
“งั้นขอพวกเราร่วมวงด้วยสิ” หัวหน้าห้องเดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มผู้หญิงที่เป็นกลุ่มเด็กเรียน แต่ไป่ฉีสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างจากพวกเธอ ปกติพวกของหัวหน้าห้องจะใส่แว่นหนา ผมฟู ๆ ยุ่ง ๆ วันนี้กลับหวีผมเรียบร้อย บางคนดัดเป็นลอนหน่อย ๆ ดูน่ารักทีเดียว
“พวกเธอดูเปลี่ยนไปนะ” ไป่ฉีทักขึ้น
“งะ...งั้นเหรอ คือช่วงที่นายไม่อยู่พวกฉันกับพวกต้าถงมีข้อแลกเปลี่ยนกันนิดหน่อยน่ะ” หัวหน้าห้องกล่าว
“ยังไงเหรอ” ไป่ฉีถาม เขามีท่าทีสนใจในข้อแลกเปลี่ยนของทั้ง 2 กลุ่ม
“พวกฉันติวหนังสือให้พวกเขา ส่วนพวกเขาก็ช่วยพวกฉันปรับบุคลิกภาพการแต่งตัว ทรงผม แล้วก็การแต่งหน้าน่ะ ต้าถงแนะนำช่างแต่งหน้ามืออาชีพที่เขารู้จักให้ด้วย พวกเราก็เลยไปเรียนแต่งหน้ากันมา” หัวหน้าห้องกล่าว
“เห งั้นเหรอเนี่ย” ไป่ฉีรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ต้าถงไม่เห็นเคยบอกว่าเขารู้จักช่างแต่งหน้ามืออาชีพด้วย
“เห็นฝีมือพวกฉันไหมล่ะ นอกจากนี้พวกเรายังพาสาว ๆ ไปเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยนะ ดูนี่สิ” ต้าถงหยิบสมาร์ทโฟนแล้วเปิดรูปที่พวกเขาถ่ายกลุ่มของหัวหน้าห้องตอนลองเสื้อแบบต่าง ๆ ในร้านเสื้อเอาไว้
“เอ๋ ต้าถง นายอย่าเอาให้ไป่ฉีดูสิมันน่าอายนะ” หัวหน้าห้องกล่าว
“ไม่เห็นน่าอายเลย” ต้าถงกล่าวพร้อมกับหน้าขึ้นสี เขามองไปทางอื่นพร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้หัวหน้าห้องถึงกับหน้าแดง
“นะ...น่ารักดีออก” เท่านั้นแหละหัวหน้าห้องถึงกับหน้าแดงไปถึงใบหูเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่หัวหน้าห้องแต่ทั้งกลุ่มต้าถงกับกลุ่มของหัวหน้าห้องต่างก็หน้าขึ้นสีเหมือนกันหมด
“สรุป คบกันอยู่สินะ ทั้ง 2 กลุ่มเลย” มู่ซื่อเฉิงพูดทำลายบรรยากาศทันที จากนั้นทั้ง 2 กลุ่มต่างก็ปฏิเสธกันพัลวัน แต่ไป่ฉีพอจะดูออกว่าสาว ๆ เริ่มที่จะมองพวกต้าถงใหม่แล้ว สายตาที่พวกเธอมองต้าถง เหมือนกับที่ไป๋กุ้ยอิงมองเขา ใช่แล้วพวกเธอกำลังมีความรัก เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่มีใครกล้าพูดเท่านั้น
“เอาล่ะ จบเรื่องแล้ว มาติวหนังสือกันดีกว่า หัวหน้า ผมฝากพวกต้าถงด้วยนะครับ พรุ่งนี้มีต้องไปถ่ายรายการอีกรายการหนึ่ง” ไป่ฉีกล่าว
“เอ๋ ไป่ฉีนายจะไปถ่ายรายการอีกแล้วเหรอ” มู่ซื่อเฉิงถาม
“ใช่ แถมวันศุกร์นี้ฉันมีถ่ายละครด้วย” ไป่ฉีกล่าว
การพูดคุยในช่วงเช้าพร้อมกับติวหนังสือเป็นไปอย่างสนุกสนาน ไป่ฉีคิดว่าดีแล้วที่ตัวเองได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ในช่วงวัยรุ่น ในโลกเดิมตอนอายุเท่านี้เขาถูกเหล่าอาจารย์ส่งเข้าสำนักให้ฝึกฝนการเข้าสังคม มันทำให้เขาพบการแก่งแย่งชิงดีกันภายใน แถมยังมีการแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายอีกด้วย ตอนนั้นยังโชคดีที่เขาสามารถทำให้คนในสำนักกลับมาสามัคคีกันได้ แต่เขาก็รู้ว่ามีหลายคนเข้าหาเขาเพื่อหวังผลประโยชน์จำนวนมาก
ช่วงเย็นเมิ่งชิงชิงก็มารับไป่ฉีไปที่ศูนย์ฝึกอบรมของ LSA ซึ่งในคลาสเรียนของอาจารย์หลิว ไป่ฉียังคงทำให้อาจารย์หลิวต้องแปลกใจ เพราะทุกครั้งที่เข้าเรียน ไป่ฉีแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทุกครั้งที่เขาเข้าเรียน หลังเลิกคลาสอาจารย์หลิวได้เรียกให้ไป่ฉีอยู่คุยกับเขาก่อน
“อาจารย์หลิวมีอะไรรึเปล่าครับ” ไป่ฉีถาม
“ไป่ฉี หากเธอเข้าเรียนอีก 2-3 คลาสที่เหลือ ฉันก็ไม่มีอะไรจะสอนเธอแล้วนะ ที่เหลือเธอต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว จำเอาไว้ การแสดงไม่มีวันเรียนจบ ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต หากเธอหยุดเรียนรู้ คนอื่นจะเอาบทของเธอไป” อาจารย์หลิวกล่าวเตือนไป่ฉี
“ผมเข้าใจแล้วครับอาจารย์หลิว” ไป่ฉีตอบ
“หลังจากผ่านคลาสของฉัน เธอวางแผนจะเรียนอะไรต่อรึเปล่า การเป็นดาราเธอไม่ควรมีความสามารถด้านเดียวนะ” อาจารย์หลิวกล่าว
“ที่จริงตอนนี้ผมอยากเรียนทำอาหารน่ะครับ แต่ที่ศูนย์ของ LSA ไม่มีเปิดสอนด้วย ส่วนอีกอย่างที่ผมอยากเรียนคือดนตรี การร้องกับการเต้น ผมกะว่าจะลงเรียนดนตรีก่อน เพราะมันน่าจะเป็นพื้นฐานของการร้องกับการเต้น” ไป่ฉีกล่าว
“งั้นเหรอ ถ้างั้นฉันแนะนำให้เธอบอกผู้จัดการของเธอให้ยื่นเรื่องขออบรมความรู้ภาคทฤษฎีของดนตรีก่อน แน่นอนว่าเป็นคลาสระยะยาวกินเวลานานเลยล่ะ” อาจารย์หลิวแนะนำ
“มีการแบ่งเป็นคลาสเหมือนการแสดงไหมครับ” ไป่ฉีถาม
“มีการแบ่งเป็นภาคทฤษฎีกับปฏิบัติน่ะ ปกติพวกที่เป็นเด็กฝึกในบริษัทจะเรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติไปพร้อมกัน เพราะพวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนคนทั่วไป แต่อยู่ในโรงเรียนที่ทาง LSA เปิดขึ้นเพื่อความสะดวกในการศึกษาของดาราเด็กและดาราวัยรุ่นในสังกัดน่ะ” อาจารย์หลิวกล่าว
“ครับ ผมขอบคุณสำหรับข้อมูลและคำแนะนำครับอาจารย์หลิว” ไป่ฉีกล่าว
“ไม่เป็นไร เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้แหละ ฉันไปก่อนล่ะ” อาจารย์หลิวเดินออกจากห้องไป
ไป่ฉีเดินลงมาหาเมิ่งชิงชิงที่รอเขาอยู่ข้างล่าง และได้บอกเรื่องที่อาจารย์หลิวแนะนำให้เขายื่นเรื่องขอเรียนคลาสดนตรีภาคทฤษฎีไว้ก่อน ซึ่งเมิ่งชิงชิงก็ไม่ได้ว่าอะไร ดีซะอีกหากไป่ฉีมีความสามารถมากขึ้น เธอก็สามารถรับงานได้หลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย
เมิ่งชิงชิงพาไป่ฉีมาส่งที่อะพาร์ตเมนต์ ก่อนจะขับรถออกไป ส่วนไป่ฉีเดินเข้าไปในห้อง หลังจัดการกิจวัตรของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็รอเวลาให้พ่อกับแม่ของเขาหลับ เพื่อไปยังถ้ำที่เขาปลูกสมุนไพรเอาไว้
ถ้ำที่ไป่ฉีใช้ปลูกสมุนไพร
“อืม สมุนไพรโตได้ดี แต่ยังไม่เร็วพอ วันนี้ต้องทะลวงระดับให้ได้ อุตส่าห์ได้ปราณจากนางมารปิงโหย่วมาทั้งที แต่ว่าสกปรกชะมัด ปราณพวกนี้ ถ้าทำให้บริสุทธิ์ก่อนคงทำได้อย่างมากก็แค่บรรลุระดับจักรพรรดิล่ะนะ” ไป่ฉีเริ่มนั่งขัดสมาธิทันที เขานำกระบี่กลืนดารามาวางไว้บนตักของเขา และเริ่มทำให้ปราณที่ถูกเก็บไว้ในดาบนั้นบริสุทธิ์สำหรับการดูดซับ ก่อนจะดูดซับเข้าไปในตันเถียนของเขา
เวลาล่วงเลยจนถึงตี 3 ไป่ฉีสามารถทะลวงขั้นพลังปราณถึงชั้นราชันย์ได้สำเร็จ แม้พลังปราณในกระบี่กลืนดารายังคงเหลืออีกมาก แต่เขาก็ต้องหยุดเอาไว้ก่อนเพราะเวลาไม่เอื้อต่อการทะลวงสู่ชั้นปราณถัดไป
แต่อาจเป็นเพราะพลังปราณที่ไป่ฉีดูดซับคราวนี้มีพลังปราณหยางจากชายหนุ่มจำนวนมาก ทำให้ร่างกายของเขาร้อนขึ้นอย่างมาก เขาจึงรีบไปยังน้ำตกกลางป่าเพื่อแช่ตัวและดูดซับปราณหยินที่แฝงอยู่ในน้ำเพื่อปรับสมดุลพลังปราณในร่างกาย
“หืม” หลังปรับสมดุลพลังเรียบร้อย ไป่ฉีพบว่าร่างกายของเขามีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ความแข็งแกร่งของร่างกายเขาตอนนี้สามารถรับการโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชันย์ด้วยกันได้โดยไม่ต้องใช้พลังปราณมาคุ้มกันแม้แต่น้อย สำหรับไป่ฉีแล้วนี่มันน่าทึ่งมาก
“หรือจะเป็นเพราะพลังหยางที่แฝงอยู่ในปราณของนางมารปิงโหย่วกันนะ คงต้องหาคนมาทดลองดูซะแล้ว” ไป่ฉียิ้ม พร้อมกับขึ้นจากน้ำ และมุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อเตรียมตัวสำหรับถ่ายรายการ แอดเวนเจอร์
__________________________________
อ่านกันไปยาว ๆ เลยครับ ^^