“แล้วเราจะไปกันวันไหนดีล่ะไป่ฉี” มู่ซื่อเฉิงถามถึงวันที่ไป่ฉีจะนัดไปเข้าค่ายฝึกฝนร่างกาย
“วันมะรืนนี้ทุกคนว่างรึเปล่า” ไป่ฉีถาม
“มันก็ว่างอยู่นะ ว่าแต่มันกระชั้นชิดเกินไปไหม” หัวหน้าห้องถาม
“พรุ่งนี้ฉันมีไปถ่ายรายการแอดเวนเจอร์ จากนั้นก็ว่าง 6 วัน วันถัดไปก็ต้องไปลองชุดสำหรับงานแฟชั่นโชว์ที่รับเอาไว้อีกครั้งน่ะ” เหตุผลของไป่ฉีทำให้ทุกคนเข้าใจ เพราะงานไป่ฉีค่อนข้างรัดตัวมากขึ้น ทำให้เขามีวันหยุดติดต่อกันน้อยลง
“เดี๋ยวฉันขอโทรหาพี่ต้ากวนก่อน ไม่รู้ว่าจะอนุญาตรึเปล่า” ต้าถงหยิบสมาร์ทโฟนของตนขึ้นมา เพื่อโทรหาพี่ชายของเขา
“ฉันด้วย” หลี่ซีหยาน โทรหาพ่อกับแม่เขาเช่นกัน
“งั้นฉันโทรบอกด้วยดีกว่า ถึงจะรู้ว่าพ่อกับแม่อนุญาตแน่นอน แค่อ้างชื่อพี่อ่ะนะ” ไป๋หู่กล่าว ก่อนจะกดโทรหาพ่อของเขาเหมือนกัน
“ฉันด้วย ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะอนุญาตรึเปล่า” หัวหน้าห้องดูหนักใจอยู่
“บอกว่าไปกับฉัน พ่อกับแม่ของฉัน แล้วก็ผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นผู้หญิงก็ไปด้วย มีรถบ้าน 2 คัน หัวหน้าห้องนอนกับพี่ชิงชิงก็ได้ ไม่มีปัญหาแน่นอน” ไป่ฉีกล่าว หัวหน้าห้องได้ยินแบบนั้นก็ไม่รอช้ากดโทรบอกพ่อกับแม่เรื่องจะไปเข้าค่ายกันในป่า ยังไม่ทันได้บอกรายละเอียด พวกท่านไม่อนุญาต ทำให้เธอคอตกไปเลย ไป่ฉีเลยคว้าสมาร์ทโฟนในมือเธอไปคุยสักพัก ก่อนจะยื่นมันคืนกลับมาให้เธอคุยอีกรอบ
“เอ๋ ได้เหรอคะ ขอบคุณมากค่ะ” หัวหน้าห้องกดวางสายไปแล้วหันมามองไป่ฉี
“นายไปพูดยังไงให้พ่อกับแม่ฉันอนุญาตเนี่ย ปกติไม่ยอมให้ฉันไปหรอกนะ” หัวหน้าห้องถาม
“นั่นสิ ขนาดฉันไปส่งที่บ้าน.....อุ๊บ อื้อ ๆ ๆ” ต้าถงเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หัวหน้าห้องเอามือปิดไว้แบบสุดชีวิต แล้วหันมาหัวเราะ แหะ ๆ ให้กับเพื่อน ๆ
“เห ไปมาหาสู่กันแล้วเหรอเนี่ย” มู่ซื่อเฉิงหรี่ตามองต้าถงกับหัวหน้าห้อง
“ไม่ใช่ซะหน่อย เหม่ยเอ๋อ เรียนพิเศษกลับดึกทุกวัน ฉันเลยรอเธอหน้าโรงเรียนกวดวิชาแล้วไปส่งเธอกลับบ้านน่ะ” ต้าถงกล่าว เขาเอานิ้วเกาแก้มแก้เขิน
“นะ...นั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก” หัวหน้าห้อง (เหมยเหม่ย) กล่าว ใบหน้าแดงน้อย ๆ ยิ่งทำให้เธอดูน่ารัก ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานเผลอจ้องนานไปหน่อย ต้าถงจึงเอาตัวเข้ามาบังหัวหน้าห้องทันที
“พวกนายอย่ามองแฟนคนอื่นแบบนี้เฟ้ย ไม่งั้นฉันเอาเรื่องแน่” ต้าถงหวงแฟนออกหน้าออกตาทันที
'หึ แค่ไป๋หู่กับซีหยาน คนใดคนหนึ่งลงมือ นายนั่นแหละที่จะเจ็บตัว' ไป่ฉีคิด
การขออนุญาตผู้ปกครองเพื่อนของไป่ฉีทุกคน ได้รับอนุญาตทั้งหมด ต้าถงได้โทรคุยกับกลุ่มเพื่อนของตน และบอกว่าทางกลุ่มเพื่อนของเขาก็จะไปเข้าค่ายด้วย เมื่อได้จำนวนคนที่แน่นอนแล้วไป่ฉีก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับได้
หลังจากทุกคนกลับไปหมดแล้ว ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานยังคงอยู่เพื่อรอคุยเรื่องย้ายไปอยู่บ้านที่ไป่ฉีซื้อไว้ไม่ไกลจากโรงเรียนนี้มากนัก ขณะที่กำลังคุยถึงวันที่จะย้ายไปอยู่บ้านหลังนั้นก็มีเสียงทักไป่ฉีมาจากด้านหลัง
“ไม่เจอกันนานนะไป่ฉี” เสียงที่ไป่ฉีไม่ได้ยินมาเสียนานดังขึ้นมาจากข้างหลังของเขา ไป่ฉีจึงหันไปทางทิศนั้น ก็เห็นอี้หานเดินออกมาจากตัวอาคารเรียนที่ใช้สอบสัมภาษณ์
“นายก็มาสอบเข้าที่นี่ด้วยเหรอ ผลเป็นยังไงบ้าง” ไป่ฉีพูดคุยกับอี้หานตามปกติ เพราะเรื่องบาดหมางระหว่างเขากับอี้หานไม่ได้ร้ายแรงมาก มันก็แค่ความเข้าใจผิด
“อย่างฉันมันต้องผ่านอยู่แล้ว” อี้หานไหวไหล่เล็กน้อย เขายังคงมาดกวนประสาทไว้ได้เหมือนเดิม
“อ๊ะ นายใช่ลูกศิษย์ของเหลาเหล่ารึเปล่า” ไป๋หู่ถาม
“ไม่ใช่” อี้หานตอบ
“เอ๋ ข้อมูลฉันผิดเหรอเนี่ย” ไป๋หู่อดแปลกใจไม่ได้ เขาเคยคุยกับไป่ฉีเรื่องอี้หานครั้งนึง ก็เลยรู้ว่าอี้หานไปเป็นศิษย์ของเหลาเหล่า
“นายไม่ได้อยู่ในสำนักเหลาเหล่าแล้วเหรอ” หลี่ซีหยานถาม
“ฉันไม่ใช่ศิษย์ของเหล่าเอ๋อ แต่เป็นผัวตะหาก” อี้หานพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
ไป่ฉีที่ได้ยินก็ตาเบิกกว้าง เขาไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ส่วนหลี่ซีหยานกับไป๋หู่ปากอ้าตาโตเมื่อได้ยินสิ่งที่อี้หานพูดเมื่อกี้ อี้หานที่เห็นแบบนั้นอดหงุดหงิดไม่ได้ แต่ก็มีเสียงคนคนหนึ่งพูดขึ้น เสียงนี้ทำให้อี้หานที่หงุดหงิดอารมณ์ดีขึ้นทันที
“ใช่แล้ว หานหาน เป็นสามีฉันเอง มีปัญหาอะไรไหมคุณชายไป๋ คุณชายหลี่” ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาทางพวกไป่ฉี เขามีรูปร่างราวกับนายแบบ ผิวพรรณเรียบเนียนราวหยกเนื้อดี เพียงแต่ว่า ไอ้ท่าเดินเหมือนคนเพิ่งโดน.... มานั่นมันขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกเหลือเกิน
“เหล่าเอ๋อ บอกแล้วว่าไม่ต้องมา มันจะลำบากเปล่า ๆ” อี้หานเข้าไปอุ้มชายหนุ่มคนนั้นในท่าอุ้มเจ้าหญิง สายตาหวานของทั้งคู่จ้องกันและกัน บรรยากาศสีชมพูลอยออกมารอบ ๆ ทั้งคู่
“เหลาเหล่า สินะ” ไป่ฉีทำหน้าแหยง ๆ เขาคิดว่าเหลาเหล่าดูหนุ่มขึ้นมาก หรือจะไปทำสิ่งที่คนในโลกนี้เรียกว่าศัลยกรรมกันนะ
“จะอ้วก เลี่ยนเกิน” ไป๋หู่หันหน้าไปทางอื่น
“ฉันควรจะดีใจสินะ ที่จากนี้ไม่ต้องระวังตัวแล้ว” หลี่ซีหยานกล่าว สีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่เวลาที่เขานึกถึงเหลาเหล่าสมัยก่อน
“ไป่ฉี จากนี้ไปนายกับฉันเรามาแข่งกัน ไม่ว่าการเรียนหรือกีฬา ตกลงไหม” อี้หานกล่าว
“แข่งกันเพื่ออะไรล่ะ” ไป่ฉีถาม
“เพื่อให้ฉันได้ผลักดันพัฒนาตัวเองยิ่งขึ้นไปอีก” อี้หานตอบ
“เข้าใจแล้ว นายต้องการใช้ฉันเป็นเป้าหมายสินะ เอาสิ ถ้ามันทำให้นายเป็นชายที่มีความสามารถพอที่จะดูแลคนในอ้อมแขนนายตอนนี้ได้” ไป่ฉีตอบตกลง
“ขอบใจ เป็นอันว่าตกลงแล้วนะ ขอตัวก่อน” อี้หานยิ้มก่อนจะเตรียมพาเหลาเหล่ากลับ
“หานหาน ทำไมรีบกลับล่ะ นาน ๆ ฉันจะได้เจอหนุ่มแซบหลายคนแบบนี้ ให้ฉันได้แทะ เอ้ย ได้ดูเป็นอาหารตาหน่อยนะ” เหลาเหล่าอ้อนอี้หาน ส่งสายตาอ้อนวอน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาแสดงความหึงหวง จากอี้หาน ทำให้เหลาเหล่ารีบหุบปากทันที
“ผมยังป้อนไส้กรอกชีสให้ไม่อิ่มสินะครับ งั้นกลับไปผมจะให้คุณกินจนไม่อยากไปกินไส้กรอกชีสของใครอีกเลยดีไหมเหล่าเอ๋อ” อี้หานยิ้ม แต่ในดวงตาของเขาไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลย
“ไม่นะหานหาน ที่ทำเมื่อวานยังระบมอยู่เลย ไม่เอานะ ม่ายยยยย” เหลาเหล่าร้องโอดครวญ พยายามจะดิ้น แต่พอโดนอี้หานบดจูบไปทีเดียว ร่างกายของเหลาเหล่าก็อ่อนยวบราวกับคนไม่มีแรงทันที
พวกไป่ฉีได้แต่มองอี้หานอุ้มเหลาเหล่าไป ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือสงสารเหลาเหล่าดี ชื่อเสียงของเหลาเหล่าคือพวกที่ชอบลองลิ้มชิมรสเด็กหนุ่มที่เข้ามาเป็นลูกศิษย์ หรือชายหนุ่มหน้าตาดีที่ตนเองพบเจอ แต่ใครจะคิดว่าลูกศิษย์อย่างอี้หานจะจัดการเหลาเหล่าซะอยู่หมัดแบบนี้
“ซีหยาน ไป๋หู่ พวกเหลาเหล่าไปตั้งนานแล้ว เอามือที่ปิดก้นออกดีกว่าไหม มันดูตลก” ไป่ฉีกล่าว ทำให้คนทั้ง 2 คน รีบเอามือที่ปิดก้นออกทันที
“โธ่ พี่ไป่ฉี ไม่เห็นสายตาที่เหลาเหล่ามองมาทางพวกเราเหรอ ถึงพลังปราณจะไม่สูง แต่จิตประสงค์ต่อประตูหลังมันรุนแรงกว่าจิตสังหารที่ผมเคยเจอซะอีก” ไป๋หู่กล่าว
“นายยังดี ฉันนี้เคยเกือบเสียครั้งแรกให้ไอ้เฒ่านั่นมาแล้ว ดีที่ตอนนั้นมีคนมาช่วย แต่มันก็ยังเป็นแผลใจอยู่จนถึงทุกวันนี้” หลี่ซีหยานกล่าว
“พวกนายเลิกกังวลได้แล้ว เหลาเหล่าคงไม่สามารถไปทำรุ่มร่ามกับใครได้อีก สามีเขาหึงซะขนาดนั้น” ไป่ฉีกล่าว ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานพยักหน้าก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“หลังจากนี้จะให้ผมย้ายมาอยู่ที่บ้านของพี่ตอนไหนอ่ะ” ไป๋หู่ถาม
“สิ้นเดือนนี้ก็ได้ ฉันจะได้ใช้นายให้ขนของที่บ้านฉันด้วย” ไป่ฉีกล่าว
“ได้ครับ ผมจะทำถวายหัวเลย” ไป๋หู่กล่าว
“ได้ ฉันจะย้ายไปช่วงสิ้นเดือนตามที่นายบอกแล้วกัน เสร็จเรื่องแล้วฉันขอตัวกลับก่อนนะ” หลี่ซีหยานกล่าวก่อนจะเดินแยกออกไป
“ผมเองก็ต้องกลับเหมือนกัน ไปก่อนนะพี่” ไป๋หู่กล่าวลาแล้วก็วิ่งจากไป
ส่วนไป่ฉีก็กลับเช่นกัน เมื่อมาถึงห้องเช่า เขาเริ่มไล่รายการสิ่งของที่ต้องใช้ทันที พ่อกับแม่ของไป่ฉีที่รู้เรื่องค่ายฝึกฝนร่างกายก็ดูกระตือรือร้น เพราะพวกเขาไม่ได้ไปเที่ยวป่านานมากแล้วตั้งแต่.......จนทำให้แม่ของไป่ฉีตั้งท้องไป่ฉีขึ้นมา จึงรีบจัดของใช้กับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าทันที
“พี่ชิงชิง รบกวนติดต่อเช่ารถบ้านสัก 2 คันพร้อมคนขับผู้หญิงให้ได้ไหมครับ เช่าสัก 6 วัน” ไป่ฉีกล่าว พร้อมกับยื่นแผนที่ที่เขาวงไว้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่จะไปกัน
“ได้ เดี๋ยวพี่ติดต่อให้ วันมะรืนนี้ใช่ไหม” เมิ่งชิงชิงถาม
“ครับ วันมะรืนนี้” ไป่ฉีตอบ
“ไอ้ลูกชาย รายการซื้อของเยอะเลย พ่อกับแม่อยากจะออกไปข้างนอกพอดีเดี๋ยวจะไปซื้อให้” ไป่ชิงหยุนยื่นมือมาฉกเอากระดาษรายการสิ่งของที่ต้องซื้อไป โดยไม่รอให้ลูกชายของเขาได้พูดอะไรสักคำ
“คุณพ่อกับคุณแม่ ใช้รถหนูก็ได้ค่ะ” เมิ่งชิงชิงรีบเสนอตัวทันที
“แล้วเรื่องรถบ้านติดต่อเสร็จแล้วเหรอจ๊ะ” ไป่เหลียนฮวาถาม
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ไป่ฉี ฉันออกเงินค่ามัดจำไปก่อนแล้วนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว ไม่นานก็มีข้อความแจ้งมาว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีของเธอ
“โอนให้แล้วครับ เป็นค่ารถทั้งหมดเลย ฝากพี่จ่ายให้ด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ควักเงินไวไปไหมนายน่ะ” เมิ่งชิงชิงถอนหายใจกับการใช้จ่ายเงินของไป่ฉี แม้ไป่ฉีจะเป็นคนที่ซื้อเฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้น แต่เรื่องอาหารสำหรับไปฝากทีมงาน หรืออาหารแต่ละมื้อของเธอที่ต้องกินข้างนอก ไป่ฉีจ่ายมันโดยไม่ตระหนี่แม้แต่น้อย ลึก ๆ เธอก็เกรงใจ แต่ความเกรงใจก็สู้ความงกของเธอไม่ได้อยู่ดี
“จัดการให้จบเป็นเรื่อง ๆ ไป จะได้ทำอย่างอื่นต่อไงครับ” ไป่ฉีกล่าว
“งั้นฉันไปเตรียมรถก่อนนะ เดี๋ยวคุณพ่อกับคุณแม่ตามมานะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวจบก็ออกไปจากห้องไปทันที
“พ่อ เดี๋ยวผมจัดของเสร็จจะออกไปทำธุระหน่อย อาจจะกลับดึกนะครับ ไม่ต้องรอ เข้านอนได้เลย” ไป่ฉีกล่าว
“ได้ แต่อย่าให้รู้นะว่าแอบไปเดทกับสาวคนอื่นนอกจากหนูชิงชิง ไม่งั้นพ่อเอาแกตายแน่” ไป่ชิงหยุนพูดขู่ไป่ฉี
“ไม่มีหรอกน่า ถ้ามีผมมีไปนานแล้ว” ไป่ฉีกล่าว ส่วนพ่อกับแม่ของเขาก็เปลี่ยนชุดและออกไปจากห้องแล้ว
‘ไม่มีใครอยู่แล้ว เราออกไปเตรียมสถานที่ดีกว่า’ ไป่ฉีลุกขึ้นแล้วเปิดประตูมิติไปยังภูเขาที่เป็นที่ตั้งของถ้ำที่เขาใช้เป็นห้องฝึกฝนและปลูกสมุนไพร
มาถึงก็ไม่รอช้า เขาเริ่มสร้างอาคมเขตแดนขึ้นมาทันที ในระหว่างที่พวกเขาใช้พื้นที่ในภูเขานี้อยู่ สัตว์นักล่าหรือสัตว์มีพิษที่สามารถทำอันตรายคนได้จะถูกเขตอาคมผลักดันออกไป คนที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเขาจะไม่สามารถเข้ามาที่ภูเขาลูกนี้ได้ เวลาภายในเขตอาคมนั้นจะเดินเร็วกว่าภายนอกหลายเท่า แต่พระอาทิตย์ในเขตแดนจะขึ้นช้าตกช้า เพื่อบิดเบือนเวลาของพวกเพื่อน ๆ และพ่อกับแม่ของเขา นอกจากนี้เขายังสร้างอาคมเพื่อบิดเบือนความทรงจำด้านเวลาและนาฬิกาที่เข้ามาอยู่ในเขตแดนอีกด้วย
ระยะเวลาเดินทางจากเมืองที่ไป่ฉีอยู่มาถึงที่ภูเขาลูกนี้ประมาณครึ่งวัน กลับอีกครึ่งวัน ดังนั้นช่วงเวลา 5 วันภายนอกจะเทียบเท่ากับ 50 วันในเขตแดน เรื่องอาหารการกินนั้นไป่ฉีจะกลับไปเตรียมอีกที โดยจะทำการผสานอาหารลมปราณขั้นสูงลงไปในของสดที่ซื้อมา ซึ่งมันจะทำให้คนกินอิ่มนาน และมีพลังงานมากพอที่จะรับการฝึกนรกจากเขาได้โดยไม่รู้สึกหิว
กว่าทุกอย่างจะเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาถึง 5 ทุ่มกว่าแล้ว ไป่ฉีจึงกลับไปที่ห้องเช่า เมื่อเขาเปิดเข้าไปก็พบว่าเมิ่งชิงชิงนั่งจัดของที่ซื้อมาอยู่ สีหน้าเธอดูหนักใจมากทีเดียว แถมยังมีกล่องโฟมกับน้ำแข็งจำนวนมากกองอยู่เต็มไปหมด
“พี่ชิงชิง กลุ้มใจเรื่องอะไรเหรอครับ” ไป่ฉีถาม
“ก็ของสดที่นายจดมาน่ะสิ มันเยอะจนใส่ตู้ไม่หมดน่ะ ต้องขนมาตั้ง 2 เที่ยว นี่พี่ออกไปซื้อกล่องโฟมกับน้ำแข็งอีกรอบเพื่อเอามาแช่พวกมัน ส่วนคุณพ่อกับคุณแม่ของนายฉันให้ท่านไปนอนแล้วล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“พี่ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง” ไป่ฉีกล่าว
“ได้ ๆ งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะ” เมิ่งชิงชิงเห็นว่าไป่ฉีจะทำต่อ เธอจึงลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูเพื่อเข้าไปอาบน้ำ
หลังจากเมิ่งชิงชิงเดินเข้าไปแล้ว ไป่ฉีใช้พลังปราณหยิบจับและแยกของสดเก็บเข้ากล่องโฟมพร้อมกับน้ำแข็ง เขาลงอักขระลมปราณ [คงสภาพ] ไว้ที่กล่องทุกใบ เพื่อให้น้ำแข็งไม่ละลายและของสดยังคงสภาพเหมือนตอนที่ซื้อมา ไม่งั้นพรุ่งนี้พี่ชิงชิงต้องมาเทน้ำออก แล้วใส่น้ำแข็งใหม่อีกรอบหนึ่ง
เขาทำทุกอย่างทำเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ไป่ฉีเห็นว่าเมิ่งชิงชิงยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ เขาก็ยกยิ้มขึ้น ก่อนจะถอดเสื้อผ้าตัวเองออกแล้วนุ่งผ้าขนหนูเดินไปที่ห้องน้ำ
_______________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
