เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ช่องว่าง

    จักรพรรดิทั้ง 4 ร่างกายสั่นเทาราวกับเด็กน้อยที่เห็นพยัคฆ์อยู่เบื้องหน้า ส่วนสมาชิกของแต่ละเผ่าที่ติดตามมาแน่นอนว่าพวกมันถูกพลังปริศนากดทับจนกระดูกหักไปเกือบทั่วทั้งร่าง แถมยังกระอักเลือดคำใหญ่

     

    "อ๊ากก!! นี่มันแรงกดดันอะไร!!!"

     

    "อั่ก! ได้โปรด ข้าไม่ไหวแล้ว ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยองค์จักรพรรดิ!!!" เสียงกรีดร้องโหยหวนเพราะความเจ็บปวดทรมานดังขึ้นไม่ขาด แต่ทว่าใครกันล่ะที่จะหาญกล้าช่วยเหลือพวกมันจากสถานการณ์อันโหดร้ายนี้

     

    แน่นอนว่าย่อมไม่มีอยู่แล้ว! เพราะแม้แต่องค์จักรพรรดิของพวกมันก็ยังขยับไม่ได้แม้แต่ครึ่งก้าว ใบหน้าซีดขาวเนื่องจากต้องงัดเอาพลังทั้งหมดมาต่อต้านแรงกดดัน ในใจเริ่มสั่นสะท้านไฉนเหตุการณ์มันถึงกลับตาลปัตรปานนี้ได้

     

    พลานุภาพสยบที่จักรพรรดินีแห่งราตรี ฮั่นเหมยหลิน ปลดปล่อยออกมา ทำไมมันถึงได้แข็งแกร่งยิ่งนัก อย่าบอกนะว่าพวกมันจะพ่ายแพ้และตายตกอยู่ที่นี่จริงๆตามคำประกาศกล่าวของนางเมื่อก่อนหน้านี้

     

    "อึก! ข้าไม่ยอมรับ ข้าไม่ยอมรับเด็ดขาด!!" จักรพรรดิทั้ง 4 กัดฟันเรียกอาวุธเซียนของตนเองออกมาด้วยพลังเฮือกสุดท้าย หมายจะทำลายแรงกดดัน

     

    "เปล่าประโยชน์ พวกเจ้าหนีไม่รอดหรอก" ฮั่นเหมยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่หวาดหวั่น ตบะพลังระดับเทพสวรรค์ไม่ใช่อะไรที่เซียนกับอาวุธเซียนจะต่อต้านได้

     

    ยิ่งเป็นตัวนางที่วิวัฒนาการกลายเป็นราชันมังกรภูตบรรกาลยิ่งแล้วใหญ่ เพราะพลังของนางมันแข็งแกร่งจนระดับเทพสวรรค์ทั่วไปเทียบไม่ติด

     

    ดังนั้น! นับตั้งแต่นางเริ่มลงมือปิดผนึกมิติ ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่มีสิทธ์ที่รอดชีวิตเว้นเสียแต่นางจะเมตตา

     

    "พลังขนาดนี้! อะ อย่าบอกนะว่าคือระดับเทพสวรรค์ในตำนาน!!!" ตื่นตระหนกจนแทบคลั่ง จักรพรรดินีแห่งแสง ถงเหยา เป็นคนแรกที่คาดเดาสถานการณ์ในเวลานี้ได้ ส่งผลให้เหล่าผู้คนไม่ว่าจะศัตรูหรือมิตรพากันแตกตื่นยกใหญ่เมื่อได้ยินเสียงของนาง

     

    "ปะ เป็นไปได้อย่างไรกัน" จักรพรรดิแห่งปฐพี เหวินเจียงนาน รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ตอนนี้พวกมันทุกคนรู้แล้วว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การปรากฏของสมบัติสวรรค์ แต่มันคือการทะลวงของเขตของ ฮั่นเหมยหลิน แห่งเผ่าภูตราตรี

     

    "ที่แท้นางก็กลายเป็นเทพสวรรค์แล้วนี่เอง" จักรพรรดินีแห่งวารีที่เฝ้าสังเกตุการณ์เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ

     

    "อึก! นางไม่ปล่อยพวกเราเอาไว้แน่ พวกเราจะทำอย่างไรดี" ทางด้านจักรพรรดิอัคคี เหยียนเซิน กัดฟันเอ่ยถามอย่างยากลำบาก

     

    "ร่วมมือกันสู้เพื่อหาทางหลบหนี!!" จักรพรรดิวายุ หลัวฟานอวี่ เอ่ยปากเสนอทางออกสุดท้าย จากนั้นจักรพรรดิทั้ง 4 ก็ตัดสินใจเผาไหม้แก่นโลหิตของตนเองเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด

     

    "หึ! ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายงั้นหรือ ตายซะ!" ฮั่นเหมยหลินมิใช่คนโง่งมจึงไม่มีทางปล่อยให้พวกมันได้สมหวัง เบื้องบนท้องฟ้าปรากฏเงาร่างของมังกรภูตบรรพกาลที่กำลังอ้าปากปลดปล่อยการโจมตีออกมา

     

    "ลมหายใจแห่งรัตติกาล" แสงสีม่วงอมดำพุ่งตัดผ่านท้องฟ้าตรงเข้าไปหาจักรพรรดิทั้ง 4 และกลุ่มคนที่มากับพวกมัน

     

    "บัดซบ!"

     

    "การป้องกันแห่งสรวงสวรรค์"

     

    "ระฆังทองคำ"

     

    จักรพรรดินีแห่งแสงและจักรพรรดิแห่งปฐพีกัดฟันใช้ทักษะป้องกันอย่างเต็มที่ ส่วนจักรพรรดิแห่งวายุและจักรพรรดิแห่งอัคคีบัดนี้กำลังรวบรวมพลังของตนเองทั้งหมดเพื่อโจมตีสวนกลับ

     

    "คมเขี้ยวแห่งวายุ"

     

    "ตราประทับวิญญาณอัคคีสีชาด"

     

    คลื่นการโจมตีสองสายพุ่งอ้อมลมหายใจแห่งรัตติกาลตรงเข้าหาองค์จักรพรรดินีแห่งราตรีราวกับถูกล็อกเป้าเอาไว้

     

    "ราชันมังกรภูตบรรพกาลป้องกาย!" เงาร่างมังกรภูตบรรพกาลสยายปีกกว้าง ก่อนจะห่อหุ่มร่างของฮั่นเหมยหลินป้องกันการโจมที่กำลังตรงเข้ามา

     

    "เปรี้ยง!"

     

    "หือ! บ้าน่า ป้องกันเอาไว้ได้ง่ายๆเลยเนี้ยนะ!!" จักรพรรดิทั้ง 4 ถึงทรุดตัวลงคุกเข่าเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่น่าสิ้นหวัง นี่คือความห่างชั้นของเซียนและเทพอย่างนั้นหรือ ทำไมช่องว่างมันถึงยิ่งใหญ่ขนาดนี้

     

    "จบสิ้นกันเสียที"พูดจบ! ฮั่นเหมยหลินก็ไม่รอรีผายมือไปด้านหน้า ราชันมังกรภูตบรรพกาลคำรามกู่ก้องฟ้า ก่อนจะกลายร่างกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงขนาดใหญ่คล้ายกับดวงจันทร์

     

    "จันทราม่วงกลืนกินสวรรค์"

     

    สิ้นคำ กลุ่มก้อนพลังงานนั้นก็พลันปลดปล่อยแรงดึงดูดมหาศาล ส่งผลให้เหล่าสมาชิกระดับเซียนเบิกนภาของฝั่งตรงข้ามพลันถูกดวงจันทร์สีม่วงกลืนกินโดยไร้หนทางต่อต้านหรือหลบหนี

     

    "ข้าคือจักรพรรดิ ข้าจะตายไม่ได้ อ๊ากก!!" จักรพรรดิแห่งอัคคีรวมไปถึงจักรพรรดิคนอื่นๆคำรามเสียงดังลั่น แต่ถึงกระนั้น! พวกมันก็มีจุดจบไม่ต่างอะไรจากสมาชิกเผ่าที่มันพามา

     

    ทำให้เบื้องบนท้องฟ้า หลงเหลือเพียงจักรพรรดิแห่งแสงซึ่งถูกฮั่นเหมยหลินสยบเอาไว้

     

    "แห๊กๆ เจ้าต้องการอะไร?" ถงเหยาหอกหายใจถี่กระชั้น

     

    ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งราตรีดวงตาฉายแววเหี้ยมหาญ "ข้าบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไงกันว่าจะเก็บเจ้าเอาไว้ทรมาน ให้สาสมกับโทษที่เจ้าทำร้ายชาวเมืองของข้า"

     

    ว่าแล้วฮั่นเหมยหลินก็ไม่รอช้า ซัดตราประทับทาสใส่อีกฝ่ายในทันที

     

    "อั่ก! ไม่! ไม่นะ! สังหารข้าเดี๋ยวนี้!!" ด้วยความที่อยู่ในจุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภูตแห่งแสงมาเนิ่นนาน มีหรือที่ถงเหยาจะจำยอมรับความอัปยศในฐานะทาสได้

     

    "หึหึ เจ้าไม่มีสิทธ์ตัดสินใจ พอดีเลย ข้าได้ข่าวว่าเจ้าหวงแหนพรหมจรรย์ของตนเองมากใช่หรือไม่........ข้าจะยกตัวเจ้าให้เป็นนางบำเรอหลานเขยของข้า ตอบแทนที่เขาช่วยเหลือข้าเอาไว้หลานอย่าง"

     

    "ไม่ ไม่นะ" จักรพรรดิแห่งแสงถึงกับใบหน้าซีดเผือดสิ้นหวัง เพราะในสายตาของผู้ยึดถือความบริสุทธิ์เช่นนาง โทษทัณฑ์นี้มันเลวร้ายยิ่งกว่าความตายเสียอีก