สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 10 บทที่ 295 ข้ารอที่จะได้สู้กับเจ้า

        เทียบกันแล้ว ท่าทางของ 'หนึ่งดาบ' ยังคงเรียบเฉยและนิ่งสงบมาก

        เขายืนนิ่งอยู่กับที่ บนร่างของเขาไม่มีความผันผวนของคลื่นพลังใดๆ ปรากฏออกมา

        อันที่จริงแล้ว แม้แต่สายตาของเขายังไม่เหลือบมองหน้าคู่ต่อสู้เลยด้วยซ้ำเขายังคงจ้องไปที่ร่างสองร่างที่สวมฮู้ดสีดำที่ด้านล่างสนามประลองดาบโดยไม่ละสายตาคล้ายกับว่าเขากำลังครุ่นคิดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้อยู่

        “ไอ้ลูกสุนัข! ระหว่างสู้ยังจะแบ่งสมาธิไปสนใจอย่างอื่นอีก นี่เจ้าจะดูเบาข้าอยู่งั้นหรือ? ตายเสียเถอะ!”

        พลานิกตวาดออกมาด้วยความโมโห ร่างของเขากลายเป็นลำแสงพุ่งเข้ามาใกล้ 'หนึ่งดาบ' ดาบหนักในมือของเขาม้วนขึ้นสูงแรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากตัวดาบ เพียงพริบตา ระยะห่างยี่สิบเมตรก็ย่นเหลือเพียงหนึ่งเมตร

        ในขณะที่ปลายดาบอันแหลมคมจะแทงไปที่ระหว่างคิ้วของ 'หนึ่งดาบ' แรงลมที่รุนแรงก็พัดผ่านหน้าของเขาไปวูบหนึ่ง ทำให้ปอยผมที่ถูกหมัดด้วยเชือกอย่างหลวมๆ ของ 'หนึ่งดาบ' ปลิวไปด้านหลังตามแรงลม

        เป็นการโจมตีที่เฉียบคมมาก

        ซุนเฟยมองออกว่า นี่เป็นทักษะคลื่นพลังที่แข็งแกร่งมาก เพียงพริบตาก็เข้าประชิดร่างคู่ต่อสู้ได้ทันที

        พลานิกทุ่มพลังทั้งหมดกับการโจมตีครั้งนี้

        เมื่อเห็นปลายดาบกำลังจะแทงเข้ามาที่ระหว่างคิ้ว วินาทีนั้น 'หนึ่งดาบ' ก็ค่อยๆ ยกแขนขวาขึ้นมา การเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า แต่กลับทิ้งเงารางๆ ราวกับภูติผีไว้ในอากาศ

        แขนขวาของ 'หนึ่งดาบ' ยกขึ้นมา และเอื้อมไปแตะด้ามดาบขึ้นสนิมที่อยู่ด้านหลังของตัวเองอย่างช้าๆ

        ชิ้ง!

        วินาทีที่มือนั่นจับที่ด้ามดาบ คลื่นดาบสังหารสายหนึ่งก็แล่นออกมา

        ทันใดนั้น เปลวไฟสีแดงเพลิงที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศก็พลันหยุดชะงัก

        ดาบหนักในมือพลานิกที่ดูเหมือนจะผ่าท้องฟ้าออกจากกันได้ก็หยุดชะงักกลางอากาศ อีกแค่หนึ่งนิ้ว ปลายดาบก็จะแทงทะลุเข้าไปในระหว่างคิ้วของ 'หนึ่งดาบ' ถ้า 'หนึ่งดาบ' ผู้ที่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ในราชอาณาจักรคนนี้ได้ตายลงฉายาของเขาจากยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรรอร์ตี้พลานิกก็จะเปลี่ยนเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวารพลานิกทันที

        ถึงแม้จะห่างแค่หนึ่งนิ้ว แต่ก็ยากที่จะแทงผ่านเข้าไปได้

        “เจ้า…นี่...เป็นไปไม่ได้…” เลือดสายหนึ่งค่อยๆ ไหลทะลักออกมาจากมุมปากของพลานิก สีแดงฝาดที่เคยเป็นสีสันให้ใบหน้าของนักดาบผู้หล่อเหลาคนนี้ดูโดดเด่นพลันซีดเผือด ตอนนี้สีสันของชีวิตกำลังไหลทะลักออกจากร่างของเขาไปอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่อาจควบคุมได้

        “อั่ก…”

        มีเลือดไหลซึมออกมาจากหน้าอกของพลานิก พริบตาเดียวเขาก็กลายเป็นมนุษย์โลหิต ร่างของเขาเริ่มสั่นสะท้าน น้ำเสียงแผ่วเบาที่แฝงไปด้วยความไม่อยากเชื่อดังขึ้นมา“ข้าสวม...ร้อย….ชุดเกราะร้อยสงคราม...ดาบกระบี่ใดก็แทงไม่เข้า…แต่…คาดไม่ถึงว่า...ชัก…ยังไม่ชักดาบเจ้า…”

        “อย่างเจ้า ไม่มีค่าพอให้ข้าชักดาบหรอก”

        เมื่อ 'หนึ่งดาบ' พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินลงไปจากสนามประลองดาบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        เพียงเขายกมือขึ้นมาจับด้ามดาบเท่านั้นไม่ได้ชักดาบออกมาเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่กลับทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่คู่ต่อสู้เตรียมการเอาไว้อย่างง่ายดายความแข็งแกร่งแบบนี้ช่างน่ากลัว

        ตูม!

        เมื่อ 'หนึ่งดาบ' เดินไปได้สี่ก้าว บนสนามประลองดาบก็เกิดหมอกเลือดกระจายออกมา

        ร่างของพลานิก ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรรอร์ตี้พลันระเบิดออก ไม่ว่าจะชุดเกราะหรือเลือดเนื้อต่างกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ดาบหนักที่หนากว่าห้านิ้วร่วงลงมาปักพื้นจนเกิดเสียงดังซวบ จากนั้นเสียงเปรี๊ยะก็ดังขึ้นมาเบาๆ ดาบหนักที่สร้างขึ้นจากโลหะชั้นดีก็แยกออกเป็นสองส่วนทันทีตั้งแต่ด้ามดาบไปจนถึงปลายดาบ

        คลื่นดาบที่ 'หนึ่งดาบ' ใช้เมื่อครู่นี้สามารถผ่าดาบหนักให้กลายเป็นสองส่วนได้ในพริบตาแต่เพราะคลื่นดาบที่เร็วเกินไปจนเหมือนลำแสงวิ่งผ่าน ทำให้ตัวดาบทั้งสองส่วนยังคงยึดติดกันแน่นดังนั้น เมื่อดาบยักษ์ร่วงลงสู่พื้น ดาบก็แยกออกจากกันตามรอยตัดทันที

        ซุนเฟยหลับตาลง ในหัวของเขายังคงนึกถึงคลื่นดาบที่ 'หนึ่งดาบ' ปล่อยออกมาเมื่อครู่

        ความรู้สึกเดียวที่มีคือ...เร็ว!

        เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

        ในบรรดาฝูงชนทั้งหมด มีเพียงซุนเฟยเท่านั้นที่มองเห็นการต่อสู้ทั้งหมดระหว่างสองฝ่ายอย่างชัดเจน

        ในจังหวะที่ 'หนึ่งดาบ' จับที่ด้ามดาบเขาชักดาบขึ้นสนิมออกมาแค่ครึ่งเดียวอย่างรวดเร็ว คลื่นดาบสายหนึ่งถูกยิงออกมาจากดาบขึ้นสนิมคลื่นดาบตัดผ่านปลายดาบในมือของพลานิกที่จ่อหน้านอกจากจะผ่าดาบหนักเหล็กกล้าได้แล้ว ยังตัดผ่าร่างของพลานิกได้อีกด้วยถึงแม้ว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรรอร์ตี้จะสวมชุดเกราะร้อยสงครามที่สามารถต้านทานการโจมตีของคลื่นพลังและอาวุธต่างๆได้ดี แต่มันกลับไม่อาจต้านทานคลื่นดาบของ 'หนึ่งดาบ' ได้

        คลื่นดาบนั่น ธรรมดามาก

        จะคนหรือดาบ ภายนอกไม่มีส่วนไหนที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจมีเพียงแสงสว่างเป็นประกายที่พอถูๆ ไถๆ มองได้ แต่อย่างไรก็ตามพลังทำลายของมันกลับทรงอำนาจมาก ไม่มีสิ่งใดที่ไม่สามารถตัดผ่านได้

        ซุนเฟยจำลองสถานการณ์ขึ้นมาในหัว หากเป็นตัวเองจะสามารถต้านทานมันได้หรือไม่ ผลสรุปในตอนท้ายคือไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะรับคลื่นดาบนั่นได้

        คนน่ากลัว

        ดาบน่ากลัว

        คลื่นดาบก็น่ากลัว

        ซุนเฟยอดที่จะสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินพวกวีรบุรุษในใต้หล้าของที่นี่ต่ำเกินไป

        “ข้ารอที่จะได้สู้กับเจ้า!” บนสนามประลองดาบ จู่ๆ 'หนึ่งดาบ' ก็หยุดเดินขึ้นมากะทันหันและพูดประโยคนี้ออกมา 'หนึ่งดาบ' ก้มมองลงมาที่ด้านล่าง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของคนคนหนึ่ง ทันใดนั้นแขนของเขาก็ขยับอย่างว่องไว คลื่นดาบสายหนึ่งที่ไร้ซึ่งจิตสังหารก็ถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว

        ติ้ง!

        ฝ่ามือข้างหนึ่งถูกยื่นออกมาคว้าคลื่นดาบไว้

        ทันทีที่คลื่นดาบกับฝ่ามือปะทะกันก็เกิดเสียงใสกังวานราวกับโลหะกระทบกันดังขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่คลื่นดาบจะถูกฝ่ามือนั่นบดขยี้จนแตกกระจายคามือจากนั้นคลื่นดาบก็สลายไปอย่างไร้ร่องรอยซุนเฟยชักมือกลับมาดึงหมวกคลุมหัวของตัวเองลงพลางยิ้มน้อยๆ “อยากท้าประลองกับข้า? รอให้เจ้ามีคุณสมบัติเข้ารอบการแข่งขันการจัดอันดับให้ได้เสียก่อนเถอะแล้วค่อยมาพูด!”

        “เอ๋? นั่นคือ… 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' ราชาแซมบอร์ด?” บางคนที่จำหน้าซุนเฟยได้ก็ร้องอุทานออกมาอย่างตื่นตกใจ

        เดิมทีคนส่วนใหญ่ต่างรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ด้วยนิสัยหยิ่งยโสของ 'หนึ่งดาบ' ไม่มีทางที่เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มท้าทายใครก่อนและยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่ามีคนใช้มือเปล่าๆกำคลื่นดาบที่ 'หนึ่งดาบ' ยิงออกมาจนแตกกระจาย

        แต่ทันทีที่พวกเขาได้ยินใครบางคนอุทานประโยคนี้ออกมาแต่ละคนต่างเข้าใจทันทีว่าทำไม

        ที่แท้คนที่สวมฮู้ดสีดำและยืนดูการต่อสู้อยู่ข้างๆ ตัวเองอย่างเงียบๆเมื่อครู่นี้ก็คือ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' ราชาแซมบอร์ด บุรุษที่สั่นคลอนตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบแห่งคนนั้นนั่นเอง

        สมแล้วที่เป็น 'หมัดเดียวสังหารฟ้า'

        สามารถทำลายคลื่นดาบของ 'หนึ่งดาบ' ได้ด้วยมือข้างเดียวทุกคนก็รู้แล้วว่าความแข็งแกร่งของราชาแซมบอร์ดมีมากขนาดไหน

        หลังจากที่ราชาแซมบอร์ดแสดงความแข็งแกร่งที่น่าทึ่งออกมาหลายคนก็คาดเดาว่า ไม่ช้าก็เร็ว การต่อสู้ระหว่างเขากับ 'หนึ่งดาบ' จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…นี่คือโชคชะตาของนักรบ

        ดูเหมือนว่า การพบหน้ากันในครั้งนี้จะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการต่อสู้ที่ใครหลายๆ คนต่างคาดการณ์และเฝ้ารอ ในที่สุดก็ใกล้จะมาถึงแล้ว

        ในเมื่อสถานะของตัวเองถูก 'หนึ่งดาบ' เปิดเผยแล้วจะอยู่สังเกตการณ์ต่อก็ถูกคนอื่นเอาแต่จ้องมาไม่หยุด เหมือนตัวเองเป็นหมีแพนด้าที่หาดูได้ยาก เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย บวกกับการที่ได้เห็นทักษะดาบลึกลับของ 'หนึ่งดาบ' นั่นเท่ากับว่าเขาได้บรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้วอยู่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นซุนเฟยจึงจูงมือแองเจล่าเดินออกจากกลุ่มฝูงชนทันทีผู้ชมทุกคนที่อยู่รอบๆ พากันมองร่างของทั้งสองคนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสงสัยในขณะเดียวกันก็รีบเปิดทางให้กับพวกเขาสองคน

        ร่างที่สวมฮู้ดสีดำทั้งสองคนต่างเดินจากไปอย่างช้าๆ ไม่รู้ทำไม แค่พวกเขากะพริบตาสองสามครั้ง ร่างของคนที่สวมฮู้ดสีดำก็หายไปจากคลองจักษุของทุกคนเสียแล้วดวงตาของแต่ละคนเบิกกว้างเท่าไข่ห่านพวกเขาพยายามมองหารอบๆ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ

        บนสนามประลองดาบ 'หนึ่งดาบ' เห็นซุนเฟยกับใครอีกคนกลืนหายไปในฝูงชนสีหน้าของเขาก็ขรึมลงเขาหันหน้าไปกวาดสายตามองนักรบทุกคนในเขตที่พักของอาณาจักรรอร์ตี้ไม่มีนักรบคนไหนกล้าสบตากับเขาแม้แต่คนเดียว

        ความเป็นไปได้และข้อได้เปรียบที่อาณาจักรรอร์ตี้เพียรพยายามสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากก็หายไปในพริบตาราวกับหิมะที่โดนแสงอาทิตย์แผดเผาจนละลาย

        ในการแข่งขันแบบเดี่ยว อาณาจักรเม็ตซ์สามารถเอาชนะไปได้สองรอบติดกันความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถพลิกโฉมความพ่ายแพ้สู่ชัยชนะด้วยซ้ำ

        ในการแข่งขันแบบกลุ่ม คนส่วนใหญ่ต่างคาดไม่ถึงว่า 'หนึ่งดาบ' จะยอมลงมาบัญชาการกองกำลังด้วยตัวเองขวัญกำลังใจของเหล่านักรบทั้งสี่สิบเก้าคนจากอาณาจักรเม็ตซ์ก็ทะยานถึงขีดสุดพวกเขาทำตามคำบัญชาของ 'หนึ่งดาบ' อย่างฮึกเหิมและโจมตีกองกำลังอาณาจักรรอร์ตี้จนแตกพ่าย สามารถคว้าชัยชนะมาได้ทั้งสี่รอบ

        จบการแข่งขัน อาณาจักรเม็ตซ์สามารถก้าวเข้าสู่สิบสองลำดับแรกของเขตสงครามภาคตะวันตก

        วันเวลาที่ 'หนึ่งดาบ' กับ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' จะได้พบกันในสนามประลองใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

        ……

        ……

        เมื่อออกมาจากสนามประลองดาบของอาณาจักรรอร์ตี้กับอาณาจักรเม็ตซ์ ซุนเฟยเห็นว่าเวลายังเช้าอยู่จึงตัดสินใจเดินดูข้าวของต่างๆ ต่อนี่เป็นครั้งแรกที่ซุนเฟยกับแองเจล่าออกมากันแค่สองคนพวกเขาจูงมือเดินเล่นอย่างสนุกสนานไม่เร่งรีบบนท้องถนนจะเห็นพวกพ่อค้าแม่ค้ากำลังตะโกนเรียกลูกข้าและผู้คนมากมายสัญจรไปทั่วแองเจล่าชอบบรรยากาศความคึกคักแบบนี้นางจึงลากซุนเฟยเดินเล่นไปทั่วถนนอย่างตื่นเต้นทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อกันระหว่างทางอย่างมีความสุข

        แองเจล่ารู้จุดประสงค์ที่ซุนเฟยพาออกมาในวันนี้ดีดังนั้นนางจึงไม่โลภเที่ยวเล่นมาก หลังจากที่เดินเล่นในเขตตลาดได้สักพัก นางก็ดึงมือซุนเฟยเดินเข้าไปยังเขตสงครามตะวันออก ตอนนี้การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด

        “ฮ่าๆๆๆ พวกมดแมลงที่กล้าท้าทายข้า…” เสียงแสบแก้วหูและโอหังดังออกมาจากสนามประลองดาบซุนเฟยและแองเจล่าพากันเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาเห็นชายคนหนึ่งสวมชุดเกราะหรูหราสีเงินยืนเอามือเท้าเอวตัวเองบนสนามประลองตรงข้ามกับเขา มีร่างของนักรบคนหนึ่งล้มลงอยู่ที่พื้นที่ลำคอของเขาเป็นแผลเหวอะหวะและมีเลือดทะลักออกมาไม่หยุด

        “พวกเจ้าจงฟังข้าให้ดี ไม่ว่าจะเป็นราชาแซมบอร์ดหรือ 'หนึ่งดาบ' ข้าจะใช้นิ้วของข้าบดขยี้พวกมันให้ตายคามือคนที่กล้าท้าทายข้าไม่เคยรอดเลยสักตัว เป้าหมายของข้าคือนักรบอันดับหนึ่งของราชอาณาจักร!” เด็กหนุ่มในชุดเกราะหรูหรายืนอยู่บนสนามประลองดาบประกาศออกมาเสียงดังฟังชัดเขาไม่ปกปิดความคิดบ้าๆ ของตัวเองเลยสักนิด

        “ใช้นิ้วสังหารราชาแซมบอร์ดกับ 'หนึ่งดาบ' เนี่ยนะ? เจ้านั่นมันพูดโม้เกินไปหรือเปล่า ใครบ้างที่ไม่รู้ตำนานของพวกเขา? นี่มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมา?” ฝูงชนที่อยู่ด้านล่างสนามประลองดาบพากันหัวเราะเยาะออกมาอย่างเหยียดหยาม

        --------------------------