ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 77 : ขโมย

    เซี่ยซีหานพูดคุยกับถางเทียนเจี๋ยพี่ชายคนนี้ของเขาอยู่นาน จนถึงกับนั่งกินไปคุยกันไป และมันก็เกิดข้อสรุปดีๆ มากมาย


    ถางเทียนเจี๋ยที่เป็นตัวแทนผู้ปกครองป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวในปัจจุบัน เขายอมรับกลุ่มคนและเหล่าเด็กๆ เซี่ยซีหานชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของกลุ่มคนเช่นผู้แซ่กัว ในอนาคตพวกเขาสามารถเป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวได้ ด้วยการยกระดับยุทธภัณฑ์บางส่วนของป้อม ไปสู่สินค้าที่หรูหรา ถางเทียนเจี๋ยเห็นด้วยในสิ่งนี้


    นอกจากนั้น เซี่ยซีหานยังริเริ่มเรื่องการตั้งสถานศึกษา เอาอย่างน้อยๆ ที่สุด เซี่ยซีหานอยากให้เด็กๆ มีความรู้


    ตอนที่เด็กหญิงเดินเข้ามาในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ชายกักขฬะหลายคน มองพวกนางเหมือนว่า พวกนางจะมาเป็นโสเภณีคนใหม่ของที่นี่ในอนาคต สิ่งนี้ทำให้เซี่ยซีหานทำใจไม่ได้ เขาเกิดในโลกที่แตกต่าง


    เขาอยากเห็นเด็กหญิงจำนวนมากที่เขาช่วยมีชีวิตที่ดี


    ของดีหนึ่งอย่างของชายกักขฬะในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว พวกเขารู้ว่าสิ่งใดควรทำและสิ่งใดไม่ควรทำ นายป้อมถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่นเด็ดขาดในเรื่องพวกนี้มาก ในอดีตมีชายกักขฬะตัดสินใจขืนใจสตรีในป้อมแห่งนี้ มันไม่ใช่ครั้งเดียว แต่มีเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำๆ หลายครั้ง


    แต่ทุกครั้งที่ชายกักขฬะเหล่านั้นถูกจับตัว พวกเขาตาย และตายอย่างทรมานเพื่อเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นหลังว่าไม่ควรกระทำสิ่งนี้


    ดังนั้น นายช่างทั้งหลายและคนขุดเหมือง แม้พวกเขาจะมีปรารถนาที่ร้ายกาจต่อสตรี แต่พวกเขาก็รู้ตัวว่าพวกเขาควรเก็บเงินแล้วไปใช้กับสตรีที่พร้อมใจ ไม่ใช่กับสตรีที่มีเกียรติและไม่สมยอม ดังนั้น การพยายามจีบสาวในป้อมจึงมีให้เห็นบ่อยๆ พวกเขาต้องทุ่มเทเพื่อให้ได้ใจของพวกนาง


    --- ค่ำคืน ---


    "ขอบคุณมากที่พวกเจ้าช่วยข้าขนของ" นายทหารป้องกันคนหนึ่งพูดขึ้น กับเหล่าชายแซ่กัวและคนของพวกเขา


    กัวจงยิ้ม "นี่เป็นเรื่องที่พวกข้าควรทำ คุณชายเซี่ยได้ช่วยชีวิตของพวกเราและเด็กๆ การเบาแรงของคุณชายแม้เล็กน้อยก็เป็นสิ่งที่ดี และการขนของเหล่านี้ บุรุษอย่างพวกเราเหมาะที่สุด" พูดจบกัวจงทุบอกตัวเองเบาๆ ชายคนอื่นๆ ที่เซี่ยซีหานช่วยมา ก็ต่างยิ้มอย่างยินดี


    แต่มีชายคนหนึ่งดูต่างออกไป เขาจ้องมองไปที่ถุงหนังใหญ่จำนวนมาก และเขาก็สังเกตเห็นถุงเหล่านี้มีแต่เหรียญเหล็ก นอกจากนั้นบางส่วนยังเป็นเงินบูลนี่จำนวนมากอีก


    เงินบูลนี่จำนวนนี้มากพอ ที่จะทำให้ตัวเขามีชีวิตที่สบายไปตลอดชีวิต


    นอกจากนั้นในฐานะที่เขาก็เป็นผู้วิเศษระดับต่ำ เขามองเห็น 'รูน' ทักษะจำนวนมากในถุงหนังใบหนึ่ง สิ่งนี้อาจจะมีค่ามากกว่าเงินบูลนี่ทั้งหมดก็ได้ ถ้าหากเขาขโมยมันมาได้สักอันละก็ในตอนนี้...


    "เอาละพวกเรากลับกันเถอะ" เสียงของกัวจงแผดดัง


    และในเวลานั้นเอง ด้วยความโลภ ชายชื่อ 'หม่ายี่' เขาเอามือล่วงเข้าไปในถุงหนังและหยิบรูนทักษะ ซ่อนในแขนเสื้อตัวเองอย่างรวดเร็ว


    พวกคนแซ่กัวกำลังเดินจากไป แต่ในเวลานั้นเอง


    "พวกเจ้าหยุดก่อน" นายทหารแห่งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว คนหนึ่งพูดเสียงแข็ง และเขามองพวกกัวจงอย่างไม่เป็นมิตร


    กัวจงแปลกใจ เขารีบถามว่ามีปัญหาอะไร หรือมีงานอะไรให้พวกเขาช่วยอีก แน่นอนกัวจงไม่คิดว่าตัวเขาหรือพวกพ้องมีปัญหา เพราะพวกเขามาที่นี่ช่วยทำงานด้วยความตั้งใจดี


    แต่นายทหารคนนั้นกับเดินเข้าไปหา 'หม่ายี่' ในทันที


    "!!!ในแขนเสื้อเจ้า" เสียงที่ดังกังวานเรียกความสนใจของทุกคน


    พี่น้องแซ่กัวหันมองหม่ายี่อย่างประหลาดใจ หม่ายี่ตัวสั่น


    "เจ้าทำอะไร?" กัวจงถาม


    ร่างหม่ายี่สั่นระริกขึ้นเรื่อยๆ และไม่ต้องรอคำตอบ นายทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดีของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวก็จับมือหม่ายี่ได้ เขาตีด้วยสันดาบอย่างแรง ของที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อปรากฏหม่ายี่ปรากฏ ผลึกรูนขนาดเล็กชิ้นพอดีมือหล่นออกมาจากในแขนเสื้อของหม่ายี่


    "นี่คือสมบัติติดตัวของข้า" หม่ายี่พยายามแก้ตัวอย่างร้อนรน


    เพี้ยะ เขาถูกนายทหารของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวตบปากในทันที นี่คือทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดี เขาไม่ใช่ระดับสูง แต่เขามีสายตาที่เฉียบขาดและแหลมคม เขาไม่มีดาบตราไว้ที่อกซ้ายบนเกราะอ่อน แต่ด้วยการถูกฝึกโดยอาวุโสเหอหมิ่นอย่างเข้มข้นมาหลายปี ทักษะของเขาไม่ต่างจากนักรบหนึ่งดาบ หรืออาจจะใกล้เคียงนักรบสองดาบเลยด้วยซ้ำ


    ทหารของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเป็นแบบนี้แทบทุกคน พวกเขาดูธรรมดา แต่จริงๆ พวกเขามีความพิเศษในตัวเองซ่อนเอาไว้


    "เจ้าทำไปทำไมหม่ายี่" กัวจงถามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด ทั้งสองเคยร่วมงานกันในฐานะนักทำอัญมณี กัวจงคือระดับสูงของช่างอัญมณี ส่วนหม่ายีเป็นนายช่างธรรมดา แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ผูกพันและเป็นสหายกัน


    ลึกๆ กัวจงรู้ว่าหม่ายี่เป็นคนโลภ และเขาเคยขโมยอัญมณีเล็กๆ น้อยๆ แต่กัวจงไม่คิดว่าในเวลาแบบนี้ หม่ายียังจะมีความโลภได้อีก


    "นี่คือสมบัติติดตัวของข้าจริงๆ" หม่ายี่พยายามยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างน่าสมเพช


    "ข้าจะตัดมือของเจ้าตามกฎของป้อม" แต่ดูเหมือนคนของป้อมปราการจะไม่เชื่อเขาแม้แต่น้อย สิ่งนี่ทำให้หม่ายี่หนาวสั่น เขาดูน่าเวทนายิ่งกว่าเดิม เขาร้องไห้และกอดขาทหารของป้อม


    กัวจงรู้สึกว่าการตัดมือทันทีสิ่งนี้มันมากเกินไป เขาและพี่น้องเป็นคนจากตัวเมืองที่สุขสบายมาก่อน ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะไม่รู้จักกฎของป่าที่โหดร้าย นอกตัวเมืองที่ไม่ถูกคุ้มครองโดยอาณาจักรโดยตรง


    ป้อมปราการต่างๆ นอกกำแพงเมือง พวกเขาต้องเอาตัวรอดจากสัตว์ปีศาจด้วยตัวเอง การฝึกกองกำลังต้องมีความเด็ดขาด กฎต้องเป็นกฎ ไม่เช่นนั้น จะมีคนที่เต็มไปด้วยความโลภมากมายที่ทำตามด้านมืดของจิตใจตัวเอง


    "พี่ชายได้โปรดเมตตาด้วยเถอะ เขาแค่หลงผิดเท่านั้น" อีฝานนางร่วมอ้อนวอน นางรีบเดินไปหาทหารแห่งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว และยื่นเหรียญเหล็ก 500 เหรียญ ให้นายทหารของป้อมคนนั้น


    "เจ้าทำให้ลำบากใจ" นายทหารพูดอย่างเสียไม่ได้ จำนวนเหรียญเหล็กในมือทำให้เขาลำบากใจ แม้เขาจะถูกฝึกไม่ให้เป็นโจร หรือขโมยของของเจ้านาย แต่ธรรมเนียมการรับของกำนัลนับว่าเป็นสิ่งที่พอรับได้ของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวแห่งนี้ เขาจะไม่ถูกตำหนิถ้าทุกอย่างอยู่ในกฎ เช่นนั้นเขาจึงเปิดช่องว่าง "ก็ได้ ข้าจะช่วยเขา เขาจะไม่ถูกข้าตัดมือ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ข้าส่งเรื่องให้คุณชายถางเทียนเจี๋ยตัดสินใจ ตอนนี้นายป้อมและผู้อาวุโสที่ดูแลกฎของบังคับในป้อมปราการแห่งนี้ไม่อยู่ ดังนั้น การตัดสินใจของคุณชายถางเทียนเจี๋ยจึงเป็นที่สุด ข้าจะแนะนำเจ้าอะไรบางอย่างหญิงร่างใหญ่ หากเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับนายช่างใหญ่ซีหาน ข้าแนะนำให้เจ้าไปข้อร้องนายช่างใหญ่ซีหาน และให้เขาไปพูดคุยกับคุณชายถางเทียนเจี๋ย นั่นจะทำให้ชายคนนี้ได้รับโทษสถานเบาสุด"


    "ขอบคุณพี่ชาย ขอบคุณ" อีฝานกล่าวอย่างนอบน้อม นางมองไปที่หม่ายีที่สั่นกลัว "ท่านลุงหม่ายี่ท่านไม่น่าทำแบบนี้ ครั้งนี้ข้าช่วยท่านได้ แต่ครั้งหน้าข้าอาจจะช่วยท่านไม่ได้ เงินเหล็กที่ข้ามีทั้งหมด ข้าได้เอามันไปช่วยท่านแล้ว" เงินจำนวน 500 เหรียญเหล็ก คือจำนวนเงินที่เซี่ยซีหานมอบให้อีฝาน เอาไว้ใช้จ่ายซื้อของกินให้เด็กๆ เมื่อมาถึงป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว แต่นางได้เอาไปใช่ช่วยหม่ายี


    สำหรับอีฝาน หม่ายีคือสหายของบิดาและมารดาของนางในอดีต นางรู้สึกว่านางไม่อยากเห็นชายคนนี้ตายหรือลำบาก


    "ขอบคุณ ขอบคุณเจ้ามากอีฝาน..." หม่ายีพูดอย่างจำใจ


    อีฝานได้แต่ยิ้มและบอกว่าจะช่วยหม่ายีอย่างถึงที่สุด เขาถูกคุมตัวไปขัง


    อีฝานรีบกับไปที่พักและไปหาเด็กหญิงจื้อเยว่ นางรู้ว่าเซี่ยซีหานเอ็นดูจื้อเยว่มาก นางพาจื้อเยว่ไปพบกับเซี่ยซีหานที่พึ่งกลับมาจากการพูดคุยกับพี่ชายถางเทียนเจี๋ย


    เมื่อได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น เซี่ยซีหานถึงกับปวดขมับเล็กๆ


    'ข้าช่วยมันให้มีชีวิต นอกจากนั้นยังมอบเนื้อย่างเกลือแสนอร่อยให้มัน เหมือนการมอบถ่านในหน้าหนาว แต่ไอ้บัดซบนี่ คิดจะปล้นเงินของข้า... ถึงข้าจะปล้นมันมาอีกทีก็เถอะ แต่เงินจำนวนนี้...' เซี่ยซีหานย้อนคิดไปถึงเหล่าสตรีที่ตายในค่ายโจรของนักรบสี่ดาบโหย่งเต๋อ มันไม่คิดจะใช้เงินจำนวนนี้ทั้งหมดเพื่อตัวเอง แต่จะเอาไว้มอบให้เด็กๆ ที่รอดชีวิตจากการขายมนุษย์


    เซี่ยซีหานตั้งใจจะสร้างบ้าน สถานศึกษาและมอบอาหารดีๆ ให้พวกเด็กๆ สิ่งนี้ต้องใช้เงิน


    แต่มีไอ้บัดซบต้องการปล้นมัน นี่ทำให้เซี่ยซีหานโกรธ


    "พี่ชายซีหานได้โปรด" จื้อเยว่เด็กหญิงกอดขาเซี่ยซีหานและมองเขาด้วยดวงตาใสแป๋ว


    เซี่ยซีหานเจ็บปวด เขามองจ้องอีฝานที่ตอนนี้ไม่กล้าสู้สายตาและนางพยายามทำตัวลีบเล็ก ก่อนนางจะยิ้มและจ้องมองเซี่ยซีหานด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน