ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ลืมตาอย่างยากเย็นพร้อมด้วยอาการงัวเงียคล้ายคนหลับไม่เต็มอิ่มแต่ก็จำเป็ต้องลุกขึ้นมายลแสงสว่างยามเช้าก่อนพระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าออกมาเมื่อคืนหล่อนเป็คนสุดท้ายที่หลับตานอนมันไม่ใช่เื่ง่ายดายเลยที่จะข่มตาให้หลับในขณะที่มีความในใจอยู่เต็มอกวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินได้ประทับอยู่ในจิตใจของนางเสียแล้ว นี่อาจจะเป็รักแรกพบที่เคยเกิดขึ้นกับบุรุษสตรีหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้ว
การนั่งพินิจบุรุษทั้งคืนทำให้แม้แต่ยามหลับก็ฝันถึงเขาในความฝันพวกเขาได้เป็คู่สามีภรรยาที่รักกันยมทูตน้อยหานหนี่ว์เผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงความฝันที่สมบูรณ์พร้อมเมื่อคืนนี้ สายตากวาดมองไปรอบๆ กองไฟที่มอดดับไปแล้ว แต่ไม่พบเห็นผู้ใด แม้แต่ศิษย์พี่สนิทชิดเชื้อก็อันตรธานหายไปด้วยแต่หล่อนก็ยังได้กลิ่นควันไฟและเนื้อย่าง ยามเช้าที่หิวโหยเช่นนี้กลิ่นอาหารย่อมไม่อาจรอดพ้นจากนาสิกของผู้คนได้
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์เดินไปตามทิศทางที่ได้กลิ่นเพียงยี่สิบก้าวก็พบเจอกับบุคคลทั้งสามที่ตามหา วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินเงยหน้าส่งยิ้มให้กับนางสองมือของเขายังคงยุ่งอยู่กับการย่างกวางขนาดกลางตัวหนึ่งดูเหมือนมันใกล้จะสุกแล้วด้วย
หงลู่เสียนนั่งหลังตรงอยู่บนก้อนหินนางยังคงเงียบงันเ็าเช่นเดิมแต่ที่แปลกไปในวันนี้กลับมีดอกไม้สีแดงสดดอกหนึ่งทัดหูซ้ายซึ่งนั่นไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของยมทูตน้อยหานหนี่ว์ผู้เป็คู่กัดกันสายตาของนางจดจ้องอยู่ที่คนย่างเนื้อจำเป็หูเทียนฉินที่ยืนพิงต้นไม้ห่างไปออกสองก้าวก็เอาแต่จ้องมองการย่างเนื้อของเทพบุตรรูปงามตาไม่กะพริบเช่นกัน
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ส่งเสียงกระแอมคราหนึ่งสองสตรีที่หมกมุ่นอยู่กับการแอบมองบุรุษล้วนพากันสะดุ้งหันขวับมาทางเสียงไม่เหลือเค้าของความเ็าอันเป็บุคลิกของทั้งคู่
“กลิ่มหอมจังเลยไม่น่าเชื่อว่าท่านเทพวายุผู้โด่งดังจะมีฝีมือในการย่างเนื้อถึงเพียงนี้ตัวข้าในความฝันยังได้กลิ่มหอมของเนื้อย่างจนต้องตื่นจากนิทรามายังที่นี่ว่าแต่..ท่านใช้วิธีการใดจับมันมา”
“ฮาฮา พอดีข้าตื่นนอนพร้อมกับไก่ป่าจึงออกเดินเล่นตามป่าเขาเผอิญไปพบเจอกับเ้ากวางตัวนี้ข้าจึงเล่าเื่ชาวนาไถนาของเ้าให้มันฟังและให้มันตอบคำถาม โดยมีข้อแม้ว่าหากตอบผิดต้องเป็อาหารเช้าของพวกเราสุดท้ายมันตอบผิดเช่นเดียวกับข้า จึงสละชีวิตมาเป็เนื้อย่างให้กับพวกเราในตอนนี้”
สิ้นเสียงวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินยมทูตน้อยหานหนี่ว์หัวร่อเสียงดังสดใส หงลู่เสียนเอามือปิดปากหัวเราะออกมาเบา ๆแม้แต่หูเทียนฉินที่เ็าเงียบขรึมยังหัวร่อออกมาอย่างลืมตัวคารมของเทพหนุ่มที่อยู่มานานกว่าหนึ่งร้อยสิบแปดปีผู้นี้คมคายไม่เบาถึงกับทำให้โฉมสะคราญสามนางบังเกิดระลอกคลื่นภายในหัวใจ หรือว่าคำเล่าลือที่ผ่านมาจะเป็เื่เท็จบุรุษเทพผู้นี้ไม่ได้ครองตัวเป็โสดดังที่เล่าลือกัน
“ถ้ามันตอบคำถามถูกเช้านี้พวกเราคงได้กินแต่ผลหมากรากไม้แล้ว โชคดีที่เ้ากวางตัวนี้ฉลาดน้อยกว่าข้าเมื่อเป็เช่นนี้แสดงว่าข้ามีส่วนในการจับกวางได้ เพราะเป็เ้าของเื่เล่าและคิดคำถามขึ้นมาข้าต้องมีสิทธิ์เลือกกินก่อนคนอื่นสินะ”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ว่าวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินจะคารมคมคายเช่นไร แต่ก็ยังกลอกกลิ้งไม่เท่ากับนางอยู่ดี
“ศิษย์พี่หงเช้านี่ท่านแลดูร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงกลางหิมะไม่ทราบว่าทุกวันหลังตื่นนอนท่านจะต้องเด็ดดอกไม้แดงหนึ่งดอกมาทัดหูเสมอใช่หรือไม่โอ ที่ตำหนักของท่านคงมีสวนดอกไม้แดงหลายสิบไร่ ถ้ามีโอกาสพาข้าไปชมดูเป็ขวัญตาสักครั้งได้หรือไม่”
“หุบปากของเ้าไปเสียหากยังปากมากไม่รู้จักกาลเทศะข้าจะให้เ้าได้พบเห็นใบไม้ใบหญ้าสีแดงที่เกิดจากโลหิตของตนเอง”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์แกล้งทำเป็หวาดกลัวะโโลดเต้นไปหลบอยู่หลังวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินนั่นกลับทำให้หงลู่เสียนโกรธแค้นยิ่งกว่าเดิมหญิงสาวผู้นี้เจตนาก่อกวนยั่วโมโหตนเองเพื่อการใด หรือว่านางมีจุดประสงค์แอบแฝง
หรือว่านางตกหลุมรักวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินเช่นเดียวกับตนเอง?
หงลู่เสียนลอบกำหมัดแน่นการแย่งชิงกระบี่บนยอดเขาเทียมฟ้าสามารถอ่อนข้อยอมความได้แต่การแย่งชิงบุรุษในฝันนั้นไม่สามารถอ่อนข้อยอมแพ้ได้
“สุกแล้วสุกหมดทั้งตัวแล้ว อาหารเช้าพร้อมแล้วทุกคน”
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินใช้กระบี่สุรางคนางค์สับเนื้อกวางลงบนใบตองที่วางทับซ้อนกันหลายชั้นจากนั้นก็นั่งลงหยิบน่องข้างหนึ่งมาแทะกินอย่างเอร็ดอร่อยหงลู่เสียนกลับเป็คนแรกที่เดินเข้ามานั่งลงข้างเขานางก็ลงมือกินอย่างเชื่องช้าและประณีต แม้ในยามกินสตรีผู้นี้ยังรักษาภาพลักษณ์ได้ดีเยี่ยม
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมหล่อนย่อมเข้าใจพฤติกรรมของของหงลู่เสียนแต่นางเองก็มีใจให้เทพวายุผู้นี้ไม่น้อยเช่นกัน จึงต้องลงมือแข่งขันเพื่อได้ใจบุรุษมาแม้ว่าในการแย่งชิงกระบี่ตนเองจะพลาดท่าเสียที แต่ในสนามรักหล่อนมั่นใจว่าจะต้องเป็ผู้ชนะอย่างแน่นอน
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์จงใจนั่งลงข้างวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินทำให้หูเทียนฉินที่มาทีหลังเป็คนเดียวที่ไม่ได้นั่งติดกับบุรุษแต่คล้ายกับว่านางไม่ได้สนใจในเื่นี้ ใบหน้าเ็าของเ้าตัวบ่งบอกเช่นนั้น
“ท่านวายุเทพรู้หรือไม่ว่าส่วนที่อร่อยที่สุดกวางคือส่วนไหน?”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ถามพร้อมกับหยิบเนื้อขึ้นมาชิ้นหนึ่งลงมือกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจสายตาอาฆาตคู่หนึ่งที่จ้องมองมา หล่อนรู้สึกดียิ่งที่สามารถยั่วเย้าคู่แข่งได้สำเร็จ
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินฉีกเนื้อกวางชิ้นหนึ่งส่งให้กับหญิงสาว กล่าวว่า
“ก็ต้องเป็เนื้อส่วนสะโพกบนอยู่แล้วพวกเราเหล่าเทพมักจะนำเนื้อสดส่วนนี้มาหมักกับเครื่องเทศแล้วนำไปเผาบนแผ่นหินที่วางอยู่บนถ่านแดงร้อนแรงเมื่อเนื้อครึ่งสุกครึ่งดิบก็เอามาหั่นเป็ชิ้น เนื้อกวางร้อน ๆโรยด้วยเกลือละเอียด หอมกรุ่น นุ่มลิ้น เคี้ยวนุ่มหนึบ รสเด็ดเหลือหลาย”
“ท่านต้องทำให้ข้ากินสักครั้ง”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์พูดพร้อมกับรับชิ้นเนื้อนั้นมากินอย่างยินดีนี่เป็มือเช้าที่อร่อยและดูเป็กันเองที่สุดแล้ว ก่อนหน้านี้นางต้องฝืนกินข้าวคนเดียวตลอดมาระแวดระวังเพราะเดินทางเพียงผู้เดียว ไม่มีคนรู้ใจเช่นนี้มาก่อน ทั้งศิษย์พี่วายุเทพผู้อ่อนโยน รวมไปถึงศัตรูของหัวใจผู้เ็าปานน้ำแข็ง ทุกคนล้วนไม่ประสงค์ปองร้ายต่อกัน
“ท่านเซียวจะเดินทางไปไหนต่อจากนี้”
หูเทียนฉินที่เงียบงันมาตลอดเอ่ยปากถามอีกสองคนที่หลือต่างก็ต้องงการรับฟังคำตอบเช่นกัน จึงสงบปากคำรอฟังคำตอบจากวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวิน
“ตอนแรกข้าคิดจะเดินทางกลับตำหนักวายุคะนองแต่พอคิดไปคิดมาก็เปลี่ยนความตั้งใจอยากเดินทางข้ามแม่น้ำไปเยือนแดนมนุษย์ ค้นหายอดฝีมือสำนักเกริกฟ้าเพื่อมอบดาบวายุสลาตันให้แก่ผู้สืบทอดที่คู่ควรแต่ก็ยังลังเลอยู่ว่าควรไปส่งแม่นางหงที่ตำหนักสุรางคนางค์ก่อนดีหรือไม่ข้ารู้สึกไม่ค่อยวางใจที่จะให้นางพกดาบสุรางคนางค์เดินทางเพียงคนเดียวพรรคมารมียอดฝีมือลึกลับมากมาย เกรงว่าพวกมันจะยังไม่วางมือจากกระบี่เล่มนี้รอคอยโอกาสแย่งชิงไป”
หงลู่เสียนส่งเสียงอุทานในลำคอหล่อนแทบไม่เชื่อหูของตนเอง พึงทราบว่านางเพิ่งรู้จักกับวายุเทพแค่เพียงครึ่งวันหนึ่งคืนเขากลับเป็ห่วงความปลอดภัยของตนเองถึงเพียงนี้ ความรักที่แอบซ่อนอยู่ภายในรุ่มร้อนพลุ่งพล่านกว่าเดิม
“ตำหนักสุรางคนางค์ของเทพสุรางคนางค์จวงฟางเซียนใช่หรือไม่?ข้า้าเดินทางไปด้วย นี่เป็ครั้งแรกที่ได้ข้ามแม่น้ำมาดินแดนเทพหากไม่ได้ท่องเที่ยวให้หนำใจก็คล้ายมาเสียเที่ยวรอบหนึ่ง ศิษย์พี่หง...หวังว่าท่านจะไม่ขัดข้องในความปรารถนาของข้านะข้าขอสัญญาเลยว่าจะไม่พูดจาให้ท่านขุ่นเคืองอีก”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปหล่อนเมื่อหมายปองบุรุษตรงหน้าย่อมไม่ให้เขาได้มี่เวลาพลอดรักกับหญิงอื่นด้วยความเฉลียวฉลาดหล่อนยังมัดมือชกหงลู่เสียนไม่ให้คัดค้านการร่วมทางของตนเอง
หงลู่เสียนลอบด่าทอในใจการเดินทางครั้งนี้แม้จะเป็การเดินทางไปยังถิ่นฐานของตนเองแต่ผู้นำคณะเดินทางกลับเป็วายุเทพเซียวเหล่งเหวินการตัดสินใจย่อมเป็ตกเป็ของเขา สิ่งที่ทำได้ตอนนี้มีเพียงฝืนยิ้มรับทุกความเป็ไป
“หากเ้าชอบร่อนเร่เดินทางเช่นเดียวกับข้าก็เดินทางไปยังตำหนักสุรางคนางค์ด้วยกันเลยบางทีเสียงหัวเราะของเ้าอาจทำให้ความหนาวเหน็บระหว่างทางน้อยลงได้บ้าง”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ลุกขึ้นโห่ร้องพร้อมกับปรบมือเสียงดังคล้ายกันเด็กหญิงผู้หนึ่งได้ของเล่นที่ถูกใจ หูเทียนฉินได้แต่ส่ายหัวไปมาด้วยความหนักใจทันใดนั้นหล่อนก็เห็นบุรุษผมแดงผู้หนึ่งเดินเข้ามาใกล้พวกเขา มันสวมใส่เสื้อขนสัตว์หนาผืนหนึ่งสายตาของคนผู้นี้จับจ้องอยู่ที่วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินคนเดียว
“คารวะท่านวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินข้าจูเฟยหลงจากสำนักอัคคีนำสารของสุริยะเทพิหวั่งมาถ่ายทอดแก่ท่าน ขอโปรดอนุญาต”
“ฮาฮา มิต้องมากมารยาทถึงเพียงนั้น ปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามสบาย ข้าวายุเทพเท้าติดดินมือเปื้อนฝุ่นมาแต่ไหนแต่ไรไม่ถือขนบค่ำครึพรรค์นั้น...ถ่ายทอดวาจามา”
จูเฟยหลงเงยหน้ามองฟ้าปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามสบาย คล้ายกำลังเลียนแบบท่าทางของเ้าของคำพูดอย่างสุริยะเทพิหวั่งอยู่
“อีกสามวันวายุและอัคคีกระชับความสัมพันธ์ด้วยเชิงดาบยลฤทธานุภาพวายุสลาตันและอัคคีพิโรธ ท่านิฝากคำพูดมาเพียงเท่านี้”
“ฮาฮา เป็คำขอประลองยุทธ์ที่งดงาม กลับไปบอกสุริยะเทพิหวั่งว่าวายุคะนองรอคอยอัคคีเผาผลาญณ เนินหมื่นศพ”
จูเฟยหลงก้มหัวคำนับคราหนึ่งก็หันหลังเดินจากไปคนผู้นี้ไม่วอกแวกลังเลแม้แต่น้อย สตรีโฉมสะคราญทั้งสามคนล้วนไม่อยู่ในสายตาของมันจิตใจที่หนักแน่นเช่นนี้ทำให้วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินลอบชื่นชมในใจ มีแต่คนแน่วแน่ในเชิงยุทธ์จึงจะสามารถก้าวขึ้นไปเป็ยอดฝีมือที่แท้จริงได้เมื่อนานมาแล้วเขาเองก็เป็เช่นนี้เหมือนกัน
“กินต่อเถอะการประลองในอีกสามวันข้างหน้า ข้าอนุญาตให้พวกเ้าเป็สักขีพยาน”
สตรีทั้งสามส่งเสียงเฮออกมาพร้อมกันโดยเฉพาะยมทูตน้อยหานหนี่ว์ที่ถึงกับกระโดโลดเต้นจนเกือบจะเหยียบย่ำอาหารมื้อเช้าของพวกเขา
พึงทราบว่าการประลองของสุดยอดฝีมือระดับเจ็ดยอดยุทธ์แดนเทพแทบจะไม่ให้คนนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวมาก่อนแต่คราครั้งนี้พวกเขากลับได้รับโอกาสชมดูอยู่ด้านข้าง เป็ธรรมดาที่จะเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่
สารท้าประลองถูกส่งมาและคำตอบรับถึงส่งคืนไปแล้วอีกสามวันการประลองที่สะท้านฟ้าดินจะเกิดขึ้น สองทวยเทพที่เป็สุดยอดฝีมือจะใช้สองศัสตราเทพประลองกันณ เนินหมื่นศพ
หากถูกป่าวประกาศออกไปชาวยุทธ์นับหมื่นต้องเดินทางมา
แต่คงเป็ไปไม่ได้การประลองของเหล่าเทพเป็ความลับเสมอมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน