จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก )

    บทที่53 ผลการประลองโอสถ

     

     

                จ้าวเทียนมองดูเวลาที่เหลืออยู่อย่างใช้ความคิด  ถ้าเขาใช้วิชาหลอมโอสถของแดนสวรรค์มันจะดึงดูดความสนใจมากเกินไป 

               

                จากที่ได้พูดคุยกับท่านตาในประเทศนี้มียอดฝีมือระดับเซียนอยู่มากกว่า 7 คน หากไปกระตุ้นความสนใจพวกนั้นเข้า คงมีจุดจบที่ไม่ดีนัก…

     

                ‘ เคล็ดหลอมโอสถของซูเหวินตัง…ฉันน่าจะดัดแปลงมันได้ ’

     

             

              ฟูววว

                จ้าวเทียนหงายมือขึ้น ปราณอันมหาศาลหมุนวนเห็นพายุลูกเล็กๆ  ส่วนผสมทุกอย่างถูกดึงดูดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

     

                ซ่า!

                สมุนไพรหลายสิบชนิด แตกสลายกลายเป็นอณูเล็กๆอย่างรวดเร็ว   มันถูกดึงดูดลงไปในเตาหลอมยาที่ตั้งอยู่ตรงหน้าจ้าวเทียนตามลำดับ

     

                ตลอดเวลาจ้าวเทียนไม่ได้ใช้มือสัมผัสส่วนผสมแม้แต่นิดเดียว  สร้างความสงสัยให้คนที่กำลังดูอยู่เป็นอย่างมาก

     

                “ นั่นเขาทำอะไรกัน…เทส่วนผสมลงไปมั่วๆแบบนั้นมันจะไม่เป็นไรเหรอ ”

              “ ฉันว่า…เดี๋ยวเตาหลอมยาจะต้องระเบิดแน่ๆเลย ”

              “ ไม่หรอก…เขาจัดการส่วนผสมแล้ว โดยใช้การควบคุมพลังปราณที่ละเอียดอ่อนมาก ”

     

                ซูเหวินตังที่ดูอยู่ก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที  คนอื่นอาจจะมองไม่ออก  แต่ด้วยระดับฝีมือของเขามีหรือจะไม่รู้  ส่วนผสมทั้งหมดถูกจัดการด้วยพลังปราณอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน

     

                ชายคนนี้มีฝีมือเหนือกว่าเขา…

     

     

                วูปป!

                เมื่อส่วนผสมทั้งหมดลงไปในเตาหลอมแล้วจ้าวเทียนก็นำฝามาปิดไว้  ตอนนี้เวลาเพิ่งผ่านไปแค่5 นาทีเท่านั้น

               

              ‘ ฉันไม่ควรให้ใครเห็นเพลิงหมื่นตะวันได้ง่ายๆ…เพราะมันคืออาวุธลับของฉันในยามต่อสู้เป็นตายกับศัตรู ’

               

                 ‘ งั้นใช้วิธีนี้ก็แล้วกัน…’

     

                แววตาของจ้าวเทียนเปล่งประกายสีทอง  เหมือนมีดวงอาทิตย์ดวงเล็กอยู่ในดวงตาของเขา  มันทอประกายเจิดจ้า จนทุกคนที่เห็นยังต้องหลบสายตา

     

                พรึ่บ!

                ภายในเตาหลอมได้มีดวงอาทิตย์ดวงจิ๋วกำเนิดขึ้น   มันได้ทำลายสิ่งตกค้างแล้วกลั่นหลอมเม็ดยาอย่างรวดเร็ว

     

     

                !!

     

                “ มันยืนทำอะไรอยู่…หรือว่ามันยอมแพ้ไปแล้ว ” อาเว่ยศิษย์คนโตของซูเหวินตังพูดขึ้นด้วยท่าทางอวดดี

               

                เขาเห็นจ้าวเทียนยืนเอามือไพล่หลังอยู่เฉยๆตรงหน้าเตาหลอมมาซักพักแล้ว  โดยที่ยังไม่เริ่มใช้เปลวเพลิงกลั่นเม็ดยาซักที

     

                “ นี่แกกำลังรอให้เวลาหมดใช่ไหม…แท้จริงแล้วแกไม่มีเพลิงหลอมโอสถสินะ  ไอ้พวกต้มตุ๋นเอ้ย ” อาเว่ยตะโกนขึ้นเสียงดัง

     

                เพี้ยะ!

     

                “ หุบปาก!...แกอย่าทำฉันขายหน้า ” ซูเหวินตังกัดฟันพูดด้วยความโกรธ  แม้ว่าเขาจะไม่สามรถบอกได้ว่าจ้าวเทียนกำลังทำอะไรอยู่

     

                แต่เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานความร้อนมหาศาลภายในเตาหลอมนั้น   มันเหนือกว่าเพลิงของเขามากอย่างเทียบไม่ติด

     

              ‘ ต่อให้ไม่สามารถเป็นสหาย…แต่ฉันต้องไม่เป็นศัตรูกับชายคนนี้ ’

     

             

              เมื่อเห็นว่าพลังความร้อนในเตาหลอมหายไปแล้ว กลิ่นหอมสดชื่นของเม็ดยาก็ฟุ้งกระจายออกมา  มันเป็นกลิ่นที่บริสุทธิ์มาก

               

                ซึ่งทำให้จิตใจสงบได้อย่างน่าประหลาด…

     

                “ ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบแล้ว…ฉันขอยอมแพ้  ฝีมือของฉันไม่อาจเทียบกับผู้อาวุโสได้เลย ” ซูเหวินตังเดินเข้าไปโค้งคารวะให้จ้าวเทียนอย่างนอบน้อม

     

                !!

                “ อะไรกัน…อาจารย์ทำไมถึง  ” อาเว่ยพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

     

                แม้แต่คนอื่นที่ดูอยู่ก็คิดไปในทางเดียวกัน  เพราะซูเหวินตังนั้นดูเหนือกว่ามากทำไมถึงยอมแพ้แบบนี้  อีกฝ่ายยังไม่เปิดเตาหลอมเลยด้วยซ้ำ

     

                “ คุณมองออกด้วยเหรอ  ”  จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม แม้เขาจะใช้วิธีหลอมของโลกมนุษย์ แต่ด้วยการควบคุมพลังปราณขั้นสุดยอดร่วมกับเพลิงหมื่นตะวัน  

               

                เม็ดยาที่อยู่ในเตานี้ คุณสมบัติอาจจะไม่เทียบเท่ากับที่เขาหลอมด้วยเคล็ดวิชาจากแดนสวรรค์   แต่มันก็เหนือกว่ายาในโลกมนุษย์ไปมาก

     

                “ เทคนิคการควบคุมของผู้อาวุโสเหนือกว่าฉันมาก…ฉันผิดเองที่ไปท้าทายผู้อาวุโสในตอนแรก  หากในภายหน้าผู้อาวุโสมีอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือจากฉัน  สามารถติดต่อฉันโดยตรงได้เลย” ซูเหวินตังฉวยโอกาสแลกเบอร์ติดต่อกับจ้าวเทียนไว้

     

                ตัวเขากว่าจะมาถึงจุดนี้ผ่านประสบการณ์มามากมาย  ไม่มีมิตรหรือศัตรูที่ถาวร มีแต่เรื่องผลประโยชน์เท่านั้นที่แท้จริง

               

                ชายที่อยู่ตรงหน้ามีความสามารถด้านการต่อสู้ขั้นสุดยอด  แถมยังเป็นปรมาจารย์เม็ดยาระดับสูง  ไม่ใช่คนที่เขาจะไปต่อต้านได้   

               

                หากผ่านไปไม่นานอีกฝ่ายสำเร็จเป็นเซียนขึ้นมา  เขาอาจจะต้องเป็นฝ่ายไปขอร้องให้ช่วยเหลือเสียด้วยซ้ำ

               

                ตอนนี้สิ่งที่สมควรทำที่สุดคือการแสดงความจริงใจให้อีกฝ่ายเห็นแล้วคบหาเป็นสหายกัน

               

     

                จ้าวเทียนพยักหน้าเบาๆ  แล้วแลกเบอร์ติดต่อกับซูเหวินตังเอาไว้  อีกฝ่ายเป็นถึงผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของตระกูลหลงถ้ามีคนผู้นี้คอยช่วยในอนาคต

               

                ซึ่งจะต้องมีประโยชน์กับพวกเขาแน่นอน…

               

                “ เอาล่ะ…งั้นเม็ดยาที่อยู่ในเตา พวกคุณเอาเข้าประมูลให้ด้วยนะ ” จ้าวเทียนหันไปบอกพิธีกร แล้วเดินจากไปกับพรรคพวกมาเฟียของเขา

     

               

                “ ในเมื่อจะเอาเข้าประมูล…งั้นก็ขอดูคุณสมบัติหน่อยเถอะ ” อาเว่ยพูดขึ้นอย่างถือดีเขารีบเดินไปเปิดฝาแล้วหยิบเอาเม็ดยาไปใส่เครื่องไท่หยาง01ทันที

     

                “ ไอ้เจ้าบ้า…แกทำอะไรลงไป ” ซูเหวินตังร้องขึ้นด้วยความโกรธ

               

                ตัวเขาอุตส่าห์วางแผนที่จะเอาเม็ดยานี่มาศึกษาเลยไม่อยากให้คนอื่นรู้คุณสมบัติของมัน เพื่อจะได้ไม่มีคู่แข่งตอนประมูลมากนัก

               

                แต่ไอ้ศิษย์ชั่วนี่ทำเรื่องดีๆของเขาพังหมดแล้ว…

     

                แวปป!

     

                ชื่อ_ยาหยวนตันดิน (พิเศษ)         เกรด  SSS

              ความบริสุทธิ์ของเม็ดยา     97%

              สรรพคุณ  เพิ่มโอกาสเป็นผู้เชี่ยวชาญ9 ส่วน

              คะแนนประเมิน      100 ( เกินขีดจำกัดของยาระดับดิน )

              ติดอันดับ               1

             

     

                !!

                อาเว่ยตอนนี้ยืนอ้าปากค้างไปแล้ว  จนถึงตอนนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจความคิดของอาจารย์ตัวเอง   เขามองกลับไปหาซูเหวินตังด้วยแววตาสำนึกผิด

               

                     เกิดความโกลาหลขึ้นในงานประมูลทันที

                “ นั่นมัน…ฉันต้องการมัน  ใครอย่ามาแย่งนะเว้ย”

              “ โอกาส9 ส่วน…และความบริสุทธิ์ 97%  นี่หมายความว่ามันการันตีการยกระดับเป็นผู้เชี่ยวชาญแน่นอน  ทั้งยังแทบจะไม่มีผลเสียหรือสิ่งตกค้าง”

              “ ลูกของฉันต้องได้กินมัน…พวกนายอย่าหวัง ”

     

                พวกจ้าวเทียนเดินขึ้นมาที่ชั้น3 เพื่อกลับไปที่ห้อง VIP8 โดยไม่ได้สนใจความวุ่นวายด้านล่างแม้แต่น้อย

     

                “รอเดี๋ยวครับ…คุณโฮ่ว ” จ้าวหยุนปิงเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มจริงใจ  หวังเจี้ยนเฟยได้เอาเทปที่บันทึกบทสนทนาดักฟังให้เขาตรวจสอบแล้ว

               

                ซึ่งมันทำให้เขาตัดสินใจได้ในทันที  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องเชิญคุณโฮ่วไปที่ตระกูลจ้าวให้ได้  เขาพร้อมจะเสนอผลประโยชน์ให้อีกฝ่ายอย่างเต็มที่  มันต้องเหนือกว่าตระกูลเล็กๆแบบตระกูลลี่แน่นอน

     

                “ เข้าไปคุยกันด้านในเถอะ  ” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย

     

                จ้าวหยุนปิงนั้นอัธยาศัยดีมาก  เขาสามารถทำให้คนอื่นเกิดความผ่อนคลายและสนิทสนมกันได้โดยง่าย   ในการพูดคุยครั้งนี้จ้าวเทียนแทบจะไม่ต้องถามอะไรเลย

     

                เพราะเมื่อเขาเห็นว่าพวกจ้าวเทียนแสดงความต้องการที่จะทำธุรกิจด้านโอสถกับตระกูลเขา  

               

                จ้าวหยุนปิงเลยบอกข้อมูลขุมกำลังของตระกูลจ้าวให้พังอย่างละเอียดเพื่อแสดงความจริงใจและพยายามเชื้อเชิญให้มาเข้าร่วมกับตระกูลของเขา

               

                นอกจากเรื่องแผนการลับที่วางไว้กับตระกูลหลงกับเรื่องของหน่วยรบพิเศษแล้ว  ตระกูลจ้าวมีปรมาจารย์กี่คน ผู้เชี่ยวชาญกี่คนจ้าวเทียนได้รับรู้จนหมดสิ้น 

     

                “ ตามนี้นะครับ…อีก 1 สัปดาห์ผมจะรอต้อนรับคุณโฮ่วที่ปักกิ่งด้วยตัวเองเลยครับ” จ้าวหยุนปิงพูดทิ้งท้ายไว้  ก่อนจะออกจากห้องไปด้วยความดีใจ

     

                “ พวกนายพูดได้แล้วล่ะ…เครื่องดักฟังถูกเก็บกลับไปหมดแล้ว ” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

     

                “ น้องจ้าว…เราจะสามารถเชื่อสิ่งที่เขาพูดได้หรือเปล่า” ลี่หวูเฉินถามขึ้นด้วยความกังวล

     

                “ ไม่ต้องห่วงครับ…ขณะที่จ้าวหยุนปิงพูดจังหวะการเต้นของหัวใจปกติดีทุกอย่าง  แถมในครั้งนี้พวกเขาเป็นฝ่ายเข้ามาเอง   เขาย่อมต้องตรวจสอบเราจนแน่ใจแล้วถึงจะเลือกเข้ามาติดต่อด้วย ” จ้าวเทียนตอบด้วยความมั่นใจ

     

               

                “ พี่จ้าว…พี่รู้ไหมเงินทั้งหมดที่พี่ได้รับจากงานประมูลครั้งนี้มันมากกว่า 3,000ล้านหยวนแล้วนะครับ ” เฉินจิ้งพูดขึ้นอย่างดีใจ  

               

                แค่ยาจากการประลองโอสถของจ้าวเทียนก็ถูกประมูลไปด้วยราคาถึง500ล้านแล้ว  ซึ่งผู้ที่ประมูลได้ก็คือซูเหวินตังเอง 

     

                “ เอาเถอะก็ไม่ต่างจากที่ฉันคาดการไว้เท่าไหร่…ตอนนี้ก็เหลือแต่ประมูลเคล็ดวิชาในตำนานแล้ว ” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

     

     

                “ ไหนดูซิ…พวกแกมีอะไรมาแลกกับฉันบ้าง ”



    คล้ายกับเรื่องจุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก ) ที่คุณอ่าน