ทันทีที่เขมิกามาถึงบ้านเธอรีบลงจากรถสิ่งแรกที่เธอสังเกตเห็นคือประตูไม้สักด้านหน้าทางเข้าตัวคฤหาสน์พังทลายไม่มีชิ้นดีเมื่อเดินขึ้นบันไดจะเข้ามาในตัวบ้านก็พบกับรอยเลือดในจุดต่าง ๆ
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เขมิกาเดินเข้าไปในตัวบ้านเลี้ยวไปในห้องรับแรกด้วยความเคยชิน เห็นไตรภพกำลังเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่จึงเข้าไปทักทาย
“เกิดอะไรขึ้นในบ้านนายเห็นอะไรผิดปกติบ้างไหม ?”
“ผิดปกติ ?ก็ไม่นะ มีอะไรหรอ”
ไตรภพตีหน้าซื่อแสร้งทำเป็นถามหญิงสาว หลังจากที่เขาจัดการความวุ่นวายเสร็จ เขาก็นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะตลาดยาและไวน์
“เดี๋ยวฉันมานะ”
เขมิกาไม่ได้สนใจไตรภพมากนักสิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือพ่อของเธอ เขมิการีบเดินขึ้นไปบนชั้นสองเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนใหญ่ห้องหนึ่งซึ่งในห้องกว้างขวางเป็นอย่างมากเปิดเข้ามาเป็นห้องรับแขก ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ ส่วนด้านขวาเป็นห้องนอน
“พ่อคะ”
ภาพในห้องนอนใหญ่บนเตียงไม้สักที่สั่งทำพิเศษออกแบบในลักษณะของเตียงไฟฟ้าเห็นร่างชายผอมแห้ง ใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนอมโรคนอนหลับสนิทใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ เขมิการีบเดินไปดูที่เครื่องวัดชีพจร
“ก็ปกตินิ แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของมีนาได้เดินเข้ามา ตอนนี้เธอเริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้วเมื่อเห็นเขมิกาอยู่ในห้องเธอจึงรีบปรี่เข้าไปหา
“เกิดอะไรขึ้นมีนาเล่าให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้”
มีนาตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขมิกาฟังหญิงสาวรับฟังด้วยสีหน้าหลากหลาย ทั้งตื่นเต้น ตกใจ แตกตื่นจนกระทั่งมีนาได้เล่าจบ
“เป็นไปได้ยังไงเขานี่นะสามารถจัดการพี่มกราได้ แถมยังสยบหน่วยรักษาความปลอดภัยอีกสิบคนเธอไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหม ?”
“ไม่ได้ล้อเล่นค่ะพี่เขมสามารถดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านได้”
มีนายื่นโทรศัพท์มือถือให้เขมิกาดูเมื่อเธอดูจบ เขมิกาเผลอปล่อยโทรศัพท์ตกพื้น รีบเดินออกจากห้องลงไปข้างล่างทันที
“ไตรภพนี่มันอะไรกัน นายทำร้ายคนของฉันทำไม”
จริงอยู่ที่เขมิกาค่อนข้างจะทึ่งในฝีมือการต่อสู้ของไตรภพแต่อีกใจหนึ่งของเธอก็โกรธไตรภพมาก ๆ ที่ทำร้ายคนของเธอโดยเฉพาะมกราและมีนาที่เปรียบเสมือนญาติแท้ ๆ ของเธอ ซึ่งโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ๆ
“ทำร้ายทำไมเธอไม่ไปถามคนของเธอเองหละ”
“ฉันถามนายดี ๆช่วยตอบฉันด้วย นายยังมีศักดิ์ศรีพอรึเปล่าถึงทำร้ายมีนาแบบนั้น เธอเป็นผู้หญิงนะ”
เขมิกาไม่ได้เปิดเสียงในโทรศัพท์มือถือเนื่องจากเธอตั้งสั่นอยู่จากการประชุมด่วนที่บริษัทในตอนเช้า ทำให้เขมิการับรู้ว่าในคลิปมีการพูดคุยอะไรกันสิ่งที่เธอรับไม่ได้คือไตรภพทำร้ายมีนาที่เป็นเหมือนน้องสาวของเธอ
“เฮอะธุระของฉันไม่ใช่เรื่องนี้ ? พ่อเธออยู่ไหน จะได้จัดการให้เสร็จฉันจะได้กลับบ้านสักที“
ไตรภพตอบเสียงนิ่งเรื่องราววุ่นวายแบบนี้เขาเองไม่ได้ใส่ใจจุดประสงค์ของเขาคือรักษาพ่อของเขมิกาเพื่อแลกเปลี่ยนกับโสมหิมะเท่านั้น
“มันจะมากเกินไปรึเปล่าถ้านายไม่ตอบก็เชิญกลับบ้านไปได้เลย”
เขมิกาตอนนี้อารมณ์ของเธอถึงจุดเดือดแล้วความคิดที่จะลองให้ไตรภพมารักษาพ่อของเธอถูกลบเลือนไปชั่วขณะนิสัยอารมณ์ร้อนดั้งเดิมของเธอเริ่มแสดงออกมาอีกครั้ง
ไตรภพไม่ได้ตอบเขมิกาเขาได้แผ่พลังลมปราณเพื่อสำรวจในบ้านหลังนี้พลังลมปราณลักษณ์มังกรสีม่วงปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้บ่มเพาะไม่อาจจะมองเห็นได้
‘รังสีกร่อนวิญญาณรุนแรงมาก’
ไตรภพสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีกร่อนวิญญาณอยู่บนชั้นสอง เขารู้จักพิษชนิดนี้ดี ‘พิษกร่อนวิญญาณ’ เป็นพิษระดับต่ำ จะทำให้ผู้ถูกพิษนอนไม่ได้สติตัวของพิษจะเข้ากัดกร่อนภายในร่างกายเรื่อย ๆ จนกระทั่งอวัยวะภายในแหลกสลายทั้งหมดจากนั้นจะเสียชีวิตลงทันที
ที่พิษกร่อนวิญญาณนี้ถูกจัดเป็นพิษลำดับต่ำเพราะแม้แต่ผู้บ่มเพาะขั้นเริ่มต้น(ชนชั้นสีม่วง) ก็สามารถสัมผัสถึงรังสีจากตัวผู้ถูกพิษได้ทันทีที่สัมผัสต่างจากพิษระดับกลาง หรือ สูงที่จะแฝงในร่างกายได้แนบเนียนกว่าจนไม่อาจจะรู้ได้ว่าถูกพิษ
“ฉันถามนายอยู่ว่าทำไมนายต้องทำร้ายคนของฉันด้วย!”
เขมิกาตวาดใส่หน้าของไตรภพทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งจากภวังค์ สายตาของไตรภพและเขมิกาสบตากันเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในนัยน์ตาอีกฝ่าย
“ทำไมไม่ถามคนของเธอเองมาถามอะไรฉัน ในเมื่อเธอตัดสินฉันไปแล้ว ต่อให้ฉันอธิบายอะไรไปเธอก็ไม่เชื่ออยู่ดี”
“ได้งั้นเชิญนายกลับไปเลย ส่วนเงิน ฉันจะโอนไปที่เลขบัญชีนายเดี๋ยวนี้”
เขมิกาเดินไปเปิดประตูห้องก่อนที่จะเชิญไตรภพให้ออกไป ไตรภพได้แต่ถอนหายใจเธออกไปนอกห้อง หันหลังกลับมาเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ชะงักไป
“ฉันไล่นายแล้วทำไมยังไม่ไปอีก โอย”
ขณะที่เขมิกากำลังจะไล่ไตรภพออกไปจู่ ๆ ชายหนุ่มได้อ้อมมาด้านหลังเธอ ผลักเธอเบา ๆแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอเซไปชนขอบประตูได้
“นอกจากนายจะทำร้ายน้องฉันแล้วนายยังกล้าทำร้ายฉันที่เป็นผู้หญิงอีก”
“พ่อของเธอเจอพิษร้ายแรงมากไม่อาจจะรักษาได้ด้วยการแพทย์แบบปกติ ในสามวันพ่อเธอจะเริ่มหายใจติดขัดอีกห้าวันอวัยวะภายในจะล้มเหลวทั้งหมด และวันที่เจ็ดจะเสียชีวิตทันที”
“ปากเสียออกไปเดี๋ยวนี้!!”
ไตรภพไม่ได้แก้ตัวอะไรเดินออกจากห้องนอนลงไปด้านล่างเมื่อมองซ้ายขวาไม่เห็นใครแล้วจึงใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างออกจากคฤหาสน์ของเขมิกา
ทางด้านเขมิกาหลังจากที่เธอไล่ไตรภพออกไปแล้วเธอนั่งลงบนโซฟาที่ห้องรับแขกชั้นหนึ่ง ห้องดูจะคับแคบไปถนัดตาจากการที่มีคนนั่งและยืนอยู่กว่าสิบคน
“ไหนบอกฉันมาสิว่ามันเรื่องอะไรกัน”
มกราสบตากับเขมิกาจริง ๆ แล้วแม้เขาจะเติบโตมาพร้อมกันกับหญิงสาวแต่ด้วยฐานะที่ต่างกันราวกับฟ้ากับดินเขามักจะระลึกไว้เสมอว่าไม่อาจเอื้อมทำให้เขมิกาต้องมัวหมองหากถามว่ามกราและมีนามาอยู่ที่บ้านเขมิกาได้อย่างไร ต้องย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน
มกราและมีนาเติบโตที่บ้านเด็กกำพร้าแถวอำเภออมก๋อย ซึ่งทุระกันดารมากแม้จะอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าแต่ก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีนักต้องอดมื้อกินมื้อเนื่องจบงบประมาณไม่เพียงพอ จนกระทั่งพ่อของเขมิกา ชื่อว่า ‘ชัชชาติ’ ได้พาครอบครัวรวมทั้งเขมิกามาทำบุญที่บ้านเด็กกำพร้า
เขาและน้องสาวได้แต่มองเขมิกาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาเด็กคนนั้นช่างมีทุกอย่างที่สมบูรณ์ ทั้งรูปลักษณ์ ฐานะทางบ้าน เสื้อผ้าหน้าผม ในเวลานั้นที่พวกเขากำลังกินอาหารมื้อที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในชีวิตชัชชาติได้ถูกมือปืนบุกเข้ามายิงถึงบ้านเด็กกำพร้า
มกราซึ่งอยู่ใกล้กับชัชชาติที่สุดตัดสินใจเอาตัวเข้าขวางกระสุน จนกระสุนฝังที่หัวไหล่ด้านขวาของเขา ก่อนที่โจรคนนั้นจะถูกควบคุมตัวไว้ได้
ชัชชาติรีบพามกราไปโรงพยาบาลหลังจากรักษาจนหายดีแล้ว เขาได้เอ่ยปากขอมกราและมีนาไปเลี้ยงดูที่บ้าน ในฐานะลูกหลานคนหนึ่งทั้งยังบริจาคเงินให้กับบ้านเด็กกำพร้าถึงห้าล้านบาท
ชีวิตของมกราและมีนาเปลี่ยนไปจากหลังมือเป็นหน้ามือฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ พวกเขาได้รับการศึกษาที่ดี สภาพแวดล้อมเดียวกันกับเขมิกาทำให้ทั้งสามคนเติบโตมาพร้อมกัน โดยมกราและมีนามักจะเรียกชัชชาติว่า ‘ลุง’ อยู่เสมอ เพราะพวกเขาไม่กล้าที่จะตีตนเท่าเขมิกาแม้ชัชชาติจะให้พวกเขาเรียกว่า ‘พ่อ’ ก็ตามที
จนกระทั่งเมื่อสองปีก่อนจู่ ๆ ชัชชาติก็ล้มป่วยลงคล้ายเป็นอัมพาตโดยไม่ทราบสาเหตุแม้จะเชิญหมอทั่วสารทิศมาก็ไม่สามารถที่จะรักษาได้ธุรกิจทุกอย่างของชัชชาติถูกส่งต่อมายังเขมิกาที่พึ่งจะเรียนจบอย่างไม่ทันตั้งตัว
มกราและมีนาอุทิศทั้งชีวิตเพื่อช่วยเขมิกาต่อสู้กับมรสุมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตโดยการเป็นมือขวาและมือซ้ายในการดำเนินการต่าง ๆ ทั้งเรื่องธุรกิจและการเมือง
การเมือง…ใช่แล้ว ชัชชาติ คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่หลังจากที่ถูกศาลสั่งให้กลายเป็นบุคคลไร้ความสามารถ ตำแหน่งก็ได้ว่างลงเขมิกาจึงอาสาที่จะลงสมัครรับเลือกต้องแทนผู้เป็นพ่อสานความฝันที่ชัชชาติได้อุทิศตัวเพื่อประชาชนมาทั้งชีวิต
“พี่มกราทำไมพี่ไม่พูดหละ”
เขมิกาหันไปหามกราผู้ที่เธอนับถือเสมือนเป็นพี่ชายคนหนึ่ง เธอเองไม่รู้สึกว่ามกราและมีนาเป็นแค่ลูกน้องเธอเลยแต่เปรียบเสมือนญาติคนหนึ่งที่เป็นทั้งพี่ชายและน้องสาวเธอมากกว่ายิ่งในสถานการณ์ตอนนี้ที่เธอไม่รู้จะไปพึ่งใครอีกต่างหาก
“พี่เขมคะคือว่า…”
“นี่จะไม่มีใครบอกฉันได้สักคนสินะได้ เปิดกล้องวงจรปิด ต่อที่โทรทัศน์ เปิดเสียงด้วย ฉันต้องการดู”
หน่วยรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งพยักหน้ารีบดำเนินการเปิดไฟล์จากกล้องวงจรปิดฉายไปยังโทรทัศน์ เพียงครู่เดียววิดีโอเหตุการณ์ที่เขมิกาได้ดูก่อนหน้าก็ได้ปรากฏขึ้นบนโทรทัศน์
“ลงไปได้แล้ว จะให้ฉันต้องเชิญแกหรือไง”
“นายไม่พอใจอะไรฉันรึเปล่า ?”
“ไม่พอใจ?แกคิดว่าแกวิเศษมาจากไหนถึงจะทำแบบนั้นได้ ”
“ฉันถามแก ทำไมแกไม่ตอบ แกเป็นใบ้ ?”
“อย่ามาถูกตัวฉัน”
“นายทำอะไรพี่ฉัน”
“พวกคุณแสดงกิริยามารยาทไม่ดีกับผมตั้งแต่ที่สถานีรถไฟทั้งยังพูดจาเหน็บแหนมอีก นอกจากนี้พี่ชายคุณพยายามจะกระชากแขนผม จะให้ผมอยู่นิ่งๆ งั้นหรอ”
คำพูดและการกระทำต่าง ๆถูกถ่ายทอดออกมาจนกระทั่งคลิปสิ้นสุดลง เขมิกาปารีโมททิ้งลุกขึ้นยืนหันหน้าไปทางมกรา
“พี่มกราทำแบบนี้ได้ยังไง เขาเป็นแขกของเขมนะแล้วมีนา เธอไปพูดจากับเขาแบบนั้นได้ยังไง นี่มัน..”
เขมิกาเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วตอนนี้อารมณ์โกรธของเธอสลายหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดต่อไตรภพและความไม่พอใจมกราและมีนา
“น้องเขม พี่แค่เป็นห่วงลุงเท่านั้น ไม่ใช่ว่าน้องเขมจะเอาใครก็ได้มารักษาคุณลุงนะที่ผ่านมาเราถูกหลอกไปตั้งเท่าไหร่”
มกราพูดออกมา เหตุการณ์ต่าง ๆที่เขมิกาใช้เงินจำนวนมหาศาลไปเชิญหมอเก่ง ๆ มารักษาหลงเชื่อคำพูดของมิจฉาชีพให้ซื้อเครื่องรางต่าง ๆนอกจากนี้ยังไปประมูลซื้อโสมหิมะราคาหลายร้อยล้านตามคำแนะนำของหมอเทวะที่เขียนจดหมายมาหาเธออีกต่างหาก(ตอนที่ 6)
แม้เขมิกาจะร่ำรวยจากทรัพย์สมบัติของพ่อเธอที่ทิ้งบริษัทเฟอร์นิเจอร์เอาไว้ให้ ทั้งยังมีเงินสดอีกนับพันล้านแต่ก็สมบัติเหล่านั้นก็ยังถูกแม่เลี้ยงผู้เป็นภรรยาของชัชชาติแบ่งออกไปครึ่งหนึ่งปัญหาภายในเรื่องบริษัทต้องคอยสู้รบตบมือยื้อแย่งกับแม่เลี้ยงทั้งปัญหาภายนอกที่ต้องเตรียมตัวลงเลือกตั้งแทนพ่อของเธอเรื่องราวเหล่านี้มกราและมีนาล้วนรู้ดีมาโดยตลอด
ยิ่งเรื่องราวล่าสุดที่เขมิกามีเงินอยู่แค่สามร้อยกว่าล้านกลับไปประมูลโสมหิมะราคาสามร้อยสิบล้านมานั้น เมื่อเขารู้ข่าวได้แต่โกรธเขมิกานั่นคือเงินที่จะใช้พยุงทั้งบริษัทและเงินก้อนสุดท้ายของเขมิกา เธอกลับไปหลงเชื่อยอมเอาเงินไปทิ้งโดยไม่คิดอะไรให้ถี่ถ้วน
“พี่เขมคะ นากับพี่มกรา แค่เป็นห่วงพี่เท่านั้นไม่อยากให้พี่ถูกหลอกอีก”
มีนาเดินเข้ามาใกล้เขมิกากอดผู้เป็นเหมือนพี่สาวพลางร้องไห้ออกมาเธอเองก็รู้สึกแย่ไม่แตกต่างกับเขมิกามากนักเพราะชัชชาติเองก็เปรียบเสมือนพ่อของเธอ และเธอก็รักเขมิกาเหมือนพี่สาวแท้ ๆ
“เฮ้อ”
เขมิกาถอนหายใจฟอดใหญ่ออกมาตอนนี้ในสมองเธออื้อไปหมด จะโทษมกราและมีนาอย่างเดียวก็ไม่ถูกเธอยอมรับว่าที่ผ่านมาได้ถูกหลอกไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องเกี่ยวกับการรักษาพ่อเธอ
“ฉันจะเล่าให้ฟังทั้งหมดแล้วกัน”
เขมิกาไม่ได้บอกเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับไตรภพให้มกราและมีนาฟังเพียงบอกแค่ให้ไปรับหมอที่จะมารักษาพ่อเธอเท่านั้น เขมิกาจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแต่ไม่ได้เล่าเรื่องที่ร้านปารีสสตาร์เพราะมันถือเป็นเรื่องน่าอับอาย
“โอนเงินค่าโสมมาให้สามร้อยสิบล้าน!ทั้งยังบอกว่าถ้ารักษาไม่ได้ จะไม่เอาเงินคืนอีกต่างหาก”
มกราอุทานออกมาเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากเขมิกาเขาเองในตอนนี้รู้สึกผิดกับไตรภพมากการกระทำของไตรภพไม่เรียกว่าสิบแปดมงกุฎหรือนักต้มตุ๋นได้เลยหากตั้งใจจะมาหลอกลวงจริง เขาจะโอนเงินให้เขมิกาทำไมตั้งสามร้อยสิบล้านบาท
“พี่เขม หนูขอโทษที่ทำเรื่องใหญ่ให้เสียหาย”
มีนาเองก็เริ่มรู้สึกผิดหากไตรภพทำอย่างที่เขมิกาว่าจริง บางทีเขาอาจจะรักษาชัชชาติได้ก็เป็นได้เขมิกาได้แต่มองไปนอกหน้าต่าง
“ช่างมันเถอะ คงเป็นโชคชะตาเราแค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็พอ ทุกคนกลับไปทำงานของตัวเองเถอะ”