บทที่ 2 ตอนที่ 17 จตุรเทพ
ตูม!! ตูม!!
ราวกับอุกกาบาตที่กระแทกกับพื้นจะเกิดเสียงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของมาคัสและทาเคดะ ที่กระแทกไถลมากับพื้นจนเกิดเป็นสายทางยาว ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเคนจิเป็นอย่างมาก บนเรือนร่างของทั้งสองต่างปรากฏหยาดเลือดที่หลั่งไหลออกมาเป็นสาย ที่บาดเจ็บหนักสุดเป็นทาเคดะที่ท่อนแขนข้างหนึ่งบิดงอจนเสียรูป พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปรากฏครอบคลุมไปทั่วใบหน้า เมื่อเดลโลนเห็นดังนั้นก็ทะยานร่างเข้ามาหาทั้งสอง พร้อมกับร่ายเวทการรักษาทันที
“แฮะ! แฮะ!! มันแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งกว่าตอนที่ฉันเจอมันครั้งแรกซะอีก อั๊ก!!”
มาคัสกล่าวออกมาพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ก่อนจะทรุดเข่านั่งลงไปกับพื้น ราวกับว่าหมดสิ้นเรี่ยวแรง หากไม่ได้ดาบใหญ่ที่คอยเป็นเสาค้ำ ร่างของมาคัสคงลงไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่เบื้องล่างด้วยความเจ็บปวด เดลโลนร่ายเวทรักษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยอาการบาดเจ็บที่หนักหนาสาหัส จึงทำให้การรักษาเป็นไปอย่างล่าช้า ท่ามกลางการจ้องมองของชิงหลง
“เหอะ!! ที่แท้พวกเจ้าก็มีคนคอยรักษานี่เอง เช่นนั้นคงต้องกำจัดมันก่อน!!”
ชิงหลงทะยานลงมาจากฟากฟ้า ราวกับอุกกาบาตที่ทะยานร่วงหล่น เกิดเป็นเสียงดังฉีกกระชากห้วงอากาศ ท่ามกลางการจ้องมองของเดลโลนที่ตกตะลึง “ฮ่ากก!!!” เดลโลนเร่งพลังการรักษาอย่างบ้าคลั่ง มีเพียงแต่ต้องทุ่มพลังทั้งหมดที่มีเพื่อการรักษา เพื่อให้ทั้งสองคนนั้นฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
“ตาย!!!!!”
มังกรฟ้าชิงหลงอ้าปากที่ใหญ่โตของมัน ราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังจะกลืนกินเมืองทั้งเมืองให้จมหาย เขี้ยวของมันคมกริบดุจดั่งเคียวมัจจุราช ที่สามารถฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกละเอียดเป็นจุณ เดลโลนขบตาแน่นด้วยความหวาดกลัวจนฉี่แทบราด พร้อมกับเร่งพลังรักษาถึงขีดสุด จนเรือนร่างของเดลโลนเปล่งประกายเรืองแสงสีเขียวออกมา พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น
“จะตายก็ตายด้วยกันนี่แหละหัวหน้า!! ฮ่าก!!!!!!!”
มาคัสลอบมองเดลโลนด้วยความชื่นชม แม้สีหน้าของมันจะแสดงถึงความหวาดกลัวถึงที่สุด แต่ก็ไม่ทิ้งเพื่อนฝูงเพื่อเอาชีวิตรอด ทำให้เบ้าตาของมาคัสปรากฏหยาดน้ำใสที่คลออยู่เต็มเบ้าตา พลางนึกเสียใจที่ในอดีตนั้น ทำดีกับมันไม่เพียงพอ...
ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ คมเขี้ยวของมังกรชิงหลงกำลังจะถึงพวกเขาในไม่ช้า เป็นที่ประจักษ์ในสายตาว่าเดลโลนไม่สามารถรักษาพวกเขาได้ทันอย่าแน่นอน ในช่วงเวลาวิกฤตแห่งความเป็นความตาย ปรากฏร่างเงาที่พุ่งทะยานมาดุจดั่งสายฟ้าฟาด ยืนขวางหน้ามาคัสและพ้องเพื่อน ในสายตาของมาคัสนั้น เห็นเพียงแผ่นหลังของชายชราผอมบางหัวล้าน หนวดเคราสีขาวที่ยาวปลิวไหวไปตามสายลม
ในขณะที่มาคัสกำลังจะบอกกล่าว ให้ชายชราที่เบื้องหน้าหลบหนีออกไป ทันใดนั้น!! ร่างของชายชราก็ขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามขนาดใหญ่ จนฉีกกระชากเสื้อที่สวมใส่แหลกกระจุย ทิ้งคราบของชายชราในสายตาของมาคัสจนหมดสิ้น ในขณะนั้นเองที่ชายชรากำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกระดูกรัดจนดังลั่น ปรากฏแสงสีฟ้าสว่างเจิดจ้าปกคลุมไปทั่วที่ปลายหมัด ก่อนเงื้อมหมัดไปด้านหลังแล้วเปล่งเสียงออกมา
“หมัด....สะท้าน....ฟ้า....สิบเท่า!!!”
ทันใดนั้น! ดวงตาทั้งสองข้างของมังกรฟ้าชิงหลงพลันเบิกกว้างเท่าไข่ไดโนเสาร์ เมื่อได้เห็นชายชราที่มาปรากฏที่เบื้องหน้าพวกมาคัส มันพยายามอย่างหนักหน่วงเพื่อจะดึงร่างของมันกลับในทันที แต่ด้วยความรวดเร็วและทะยานลงมาจากที่สูง มันจึงไม่สามารถที่จะหยุดได้อย่างกะทันหัน จึงพยายามเบี่ยงไปอีกทิศทางหนึ่งด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แต่ไหนเลยจะรอดพ้นสายตาของชายชราที่จับจ้อง ทุกการกระทำของมังกรฟ้าชิงหลงล้วนช้าไปหนึ่งก้าว ชายชรากระทืบฝ่าเท้าสุดแรงจนพื้นเกิดแตกขยายเป็นวงกว้าง ดีดตัวเข้าหามังกรฟ้าชิงหลงด้วยความรวดเร็ว
“เปรี้ยงงง!!!!!!!!!”
“โฮก~~!!!!!!!!”
เป็นไปดังที่มังกรฟ้าชิงหลงปรารถนา ที่หมายมั่นจะพุ่งทะยานกลับขึ้นฟ้าไปอีกครั้ง แต่ผิดพลาดไปบางประการ ที่มันไม่ได้บินกลับไปด้วยกำลังของตนเอง แต่หากเป็นพลังจากพลังของหมัดสะท้านฟ้าสิบเท่า ส่งร่างของมันให้ปลิวหมุนขึ้นไปบนฟากฟ้าหลายตลบ พร้อมกับหยาดเลือดสีฟ้าที่สาดกระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะทรงตัวอยู่กับที่ได้ก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร พร้อมกับถลึงตามองชายแก่ที่อยู่เบื้องล่าง พร้อมกับเอ่ยกล่าวออกมาด้วยความเจ็บปวด
“แก~!! เจ้าเกนบุ!!!”
“โฮโฮโฮ!! กลัวจำชื่อบิดาไม่ได้หรือไง...ชิงหลง โอ้~ โอ้!! ไม่ร้องนะไม่ร้อง ฮ่าฮ่าฮ่า!!”
“โอหัง!! ตายซะเถอะ!! ลำนำเพลิงสีฟ้า!! ฮูม!!!!”
หลังจากชิงหลงกล่าวจบ ปรากฏเปลวเพลิงสีฟ้าอัดแน่นที่ช่องปาก ก่อนจะปลดปล่อยลำเพลิงสีฟ้าขนาดใหญ่ส่องสว่างไปทั่วผืนฟ้า ราวกับน้ำตกที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ พุ่งทะยานลงมาด้วยความรวดเร็ว ดวงตาของเกนบุพลันเบิกกว้าง ก่อนจะกางแขนทั้งสองข้างออกทันทีพร้อมกับสีหน้าที่จริงจัง ปรากฏเส้นเลือดปูดพองไปทั่วทั้งท่อนแขน ก่อนจะฟาดตบเข้าหากันจนเกิดเสียงดัง “ปัง!!” สนั่นลั่นไปทั่วบริเวณ
“กระดองพิทักษ์!!”
ทันทีที่เกนบุกล่าวขาน ปรากฏม่านเวทสีทองขนาดใหญ่ที่เบื้องหน้า มันรวมตัวกันกลายเป็นกระดองเต่าสีทองขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปทั่วน่านฟ้า และด้วยขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารของมัน แม้แต่เคนจิ เบียคโกะ และซูซาคุ ก็ได้รับการป้องกันไปด้วย
“เปรี้ยงงง~~~!!!”
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว พื้นแผ่นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง เกิดเป็นลมมรสุมที่บ้าระห่ำ พัดพาสิ่งต่างๆ ให้ปลิวกระเด็น สายอัสนีฟาดฟันอย่างเกรี้ยวกราด เข้าปะทะม่านป้องกันของเกนบุอย่างต่อเนื่อง ก้อนหินและเนินเขาที่อยู่ใกล้เคียง ต่างแหลกสลายกลายเป็นฝุ่นผงภายในพริบตา ความรุนแรงของลำนำเพลิงสีฟ้ายังไม่จบสิ้น มันกดดันม่านป้องกันของเกนบุอย่างช้าๆ จนเข่าข้างหนึ่งของเกนบุทรุดนั่งไปกับพื้น จนพื้นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเกิดเป็นแอ่งหลุมขนาดใหญ่ ในขณะนั้นเองที่ริมฝีปากของเกนบุก็ปรากฏหยาดเลือดหลั่งรินออกมา
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชิงหลง เมื่อเห็นเกนบุที่กำลังจะพลาดท่าในอีกไม่ช้า ถึงแม้จะมีพลังป้องกันมากมายเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพลังของมันได้อย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้น! ดวงตาสีแดงก่ำของมังกรฟ้าชิงหลงฉายแววอำมหิต มันดูดซับพลังสายอัสนีที่ฟาดฟันอยู่บนฟากฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ลำนำเพลิงสีฟ้าของมันผสานพลังเข้ากับสายอัสนี ยิ่งทวีความรุนแรงมหาศาล
“ตายซะเถอะเกนบุ!!”
“ลืมข้าแล้วหรือไง? ชิงหลง!! กรงเล็บพยัคฆ์คำรน!!”
“เปรี้ยงง!!! ฉับ!!”
ในขณะที่เกนบุกำลังพลาดท่าเสียทีอยู่นั้น เบียคโกะก็ปรากฏกายขึ้นที่ด้านข้างด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับฟาดฝ่ากรงเล็บเข้าหามังกรฟ้าชิงหลงในทันที เกิดเป็นกรงเล็บสายลมสามสายที่ฉีกกระชากมวลอากาศ จึงทำให้มันหยุดปล่อยคลื่นพลังแล้วเบี่ยงหัวหลบในทันที แม้ชิงหลงจะเบี่ยงตัวหลบทันท่วงที แต่ก็ยังช้าไปหนึ่งก้าว จนหนวดข้างหนึ่งของมันขาดสะบั้นหลุดลอยออกไป
“เบียคโกะ! เจ้า!! เจ้ากล้าทรยศเทพมังกรทองโอริวยังงั้นรึ?”
มังกรฟ้าชิงหลงจ้องมองเบียคโกะด้วยความโกรธเคือง เนื่องจากเบียคโกะให้ความช่วยเหลือ มันจึงพลาดโอกาสที่จะได้สังหารเกนบุ ในขณะนั้นเอง! ที่มันรู้สึกถึงความร้อนที่พวยพุ่งมาจากด้านหลัง เมื่อหันหน้าไปจ้องดู ดวงตาของมันก็พลันเบิกกว้าง เมื่อปรากฏลูกไฟขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นในม่านตา
“ตูม!!!!!”
“โฮกก~!!!”
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของชิงหลงปลิวทะยานออกไปตามแรงระเบิด ก่อนจะไปกระแทกกับภูเขาขนาดใหญ่ จนภูเขาลูกนั้นต้องถล่มลงมาไม่เหลือซาก บนร่างกายของมันนั้นปรากฏกลุ่มควันดำที่เกิดจากการถูกเผาไหม้ ล่องลอยไปทั่วทั้งเรือนร่าง เมื่อจ้องมองไปยังต้นสายพลังด้วยความเจ็บปวด ก็ปรากฏร่างของซูซาคุที่กางสยายปีกเพลิงปกปิดแผ่นฟ้า ทำให้ชิงหลงขู่คำรามออกมาทันที
“โฮก!! พวกแกทั้งหมดต้องตาย!!!!!!!”
มาคัสจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก การต่อสู้ของสี่จตุรเทพเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าเขาจะจินตนาการได้ ในขณะนั้นเองที่มาคัสก็เหลือบมองไปเดลโลน ที่กำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยล้า แล้วเอ่ยกล่าวออกมาอย่างบางเบา
“ขอบใจนายมากเดลโลน ที่ไม่ทิ้งพวกฉันแล้วหนีรอดไปคนเดียว”
“แหม~!! หัวหน้าอย่างกะว่าพวกท่านตายแล้ว มันจะปล่อยผมไปอย่างงั้นแหละ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือว่า...ในขณะที่ผมร่ายเวทรักษาอยู่อ่ะนะ...ผมขยับตัวไม่ได้ตั้งหาก...”
“...”