เมื่อทั้งสองพี่น้องเดินทางจากจวนตระกูลโอวหยางมาถึงโรงเตี๊ยมก็เกือบสิบโมงเช้าแล้ว
หลังจากต้วนจื่อทราบว่าต้วนเยว่เอ๋อร์ยอมคุกเข่าต่อหน้าโอวหยางลาเฟิงเพื่อขอเคล็ดวิชาฝึกตนเขาก็รู้สึกสับสนในใจอย่างบอกไม่ถูก
สตรีผู้นี้รักน้องชายคนนี้เกินไปแล้ว!
แม้ว่าน้องชายจะกลายเป็คนปัญญาอ่อนนางก็ไม่เคยทอดทิ้ง ทั้งยังคอยดูแลเอาใจใส่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยอมอดมื้อกินมื้อแต่ก็ไม่ยอมให้น้องชายอดอยาก
ยามที่อากาศหนาวเย็นนางยอมทนหนาวเหน็บเพื่อหาเงินซื้อเสื้อผ้าให้น้องชาย
เมื่อเผชิญหน้ากับอันตรายนางจะยืนอยู่เบื้องหน้าน้องชายเป็คนแรก คอยปกป้องคุ้มครอง
พี่สาวแสนดีเช่นนี้จะหาได้สักกี่คนบนโลก?
ต้วนจื่อรู้สึกซาบซึ้งใจในต้วนเยว่เอ๋อร์อย่างแท้จริง!
หากทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์กันทางสายเืหรือไม่ได้สนใจซึ่งศีลธรรมแล้วละก็ เขาคงอยากจะแต่งนางเป็ภรรยา
"ท่านพี่เื่วิชาฝึกตนท่านไม่ต้องกังวล ข้าจัดการเองได้ ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็คนปัญญาอ่อนและไม่ได้เป็คนไร้ค่าอีกต่อไป หลังจากนี้ท่านมีหน้าที่ตามข้าไปกินของอร่อยๆดื่มของดีๆ เท่านั้นก็พอ"
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นต้วนเยว่เอ๋อร์ก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งคิดว่าตนเองไม่ได้เลี้ยงดูน้องชายคนนี้มาเสียเปล่า
"เสี่ยวจื่อในเมื่อตอนนี้เ้าไม่เป็อะไรแล้ว ข้าก็สบายใจที่จะปล่อยให้เ้าอยู่คนเดียวสักทีเดี๋ยวข้าต้องไปหาใครคนหนึ่ง นางเป็สหายที่ดีของข้าข้ากับนางไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ข้าเพิ่งได้ข่าวว่านางอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีข้าเป็ห่วงนางจึงอยากจะไปดูสักหน่อย วันนี้ข้าคงไม่ได้กินอาหารเที่ยงกับเ้าเ้าจัดการตัวเองก็แล้วกัน"
ต้วนจื่อพยักหน้าเบาๆ"ไม่มีปัญหา ท่านพี่ต้องระวังตัวด้วย"
"ไม่ต้องห่วง ข้าดูแลตัวเองได้"ต้วนเยว่เอ๋อร์ขยิบตา จากนั้นก็เดินออกจากห้องพัก ออกจากโรงเตี๊ยมไป
ไม่นานหลังจากที่นางจากไปเสียงของระบบก็ดังขึ้นข้างหูของต้วนจื่อ
[ติ๊ง! ภารกิจเทียนซิ่ว ‘ชื่อเสียงระบือไกล’ ได้ถูกส่งมอบแล้ว]
[เนื้อหาภารกิจ:เดินทางไปยังตระกูลต้วนเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้และต้องได้ที่หนึ่งในการประเมิน]
[ภารกิจสำเร็จ:รับรางวัลหีบสมบัติสามกล่อง เปิดแล้วจะได้รับไอเทมแบบสุ่ม]
[ภารกิจล้มเหลว:ร่างกายถูกหักเป็สามท่อน แขวนประจานหน้าประตูจวนตระกูลต้วนอย่างน่าเวทนา]
.........
ต้วนจื่อขมวดคิ้ว
ภารกิจสำเร็จจะได้รับรางวัลหีบสมบัติสามกล่องรางวัลมากมายเช่นนี้ก็บ่งบอกเป็นัยว่าภารกิจนี้สุดหิน
และเมื่อพูดถึงการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลนี่คือการแข่งขันทดสอบขนาดใหญ่ที่ตระกูลต้วนและตระกูลโอวหยางร่วมกันจัดขึ้นเป็ประจำทุกปีเพื่อตรวจสอบการฝึกฝนของลูกหลานของทั้งสองตระกูลในเวลานั้นจะมีผู้คนจากหลายตระกูลมาชม อีกทั้งยังมีคนจากจวนเ้าเมืองมาเข้าร่วมเพื่อทำการประเมิน
สำหรับคนหนุ่มสาวของทั้งสองตระกูลนี่ไม่ได้เป็เพียงการประเมิน ทว่าเป็โอกาสที่จะแสดงความสามารถ แสดงคุณค่าและได้รับการสนับสนุน
หากใครสามารถติดสิบอันดับแรกในการประเมินครั้งนี้ได้นั่นหมายความว่าในอีกสามปีข้างหน้าพวกเขาจะได้รับการฝึกฝนจากทรัพยากรของทั้งตระกูลต้วนและตระกูลโอวหยางเส้นทางแห่งการฝึกตนจะก้าวหน้าไปอีกขั้น
ส่วนคนที่สามารถได้ที่หนึ่งในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลได้นั้นย่อมเป็อัจฉริยะฟ้าประทาน!
"เดิมทีข้าตั้งใจจะซ่อนพลังซุ่มพัฒนา แต่ดูท่าทางคงไม่มีโอกาสแล้ว" ต้วนจื่อถอนหายใจเบาๆอย่างจนใจ
หลักการดำเนินชีวิตของเขาคือการถ่อมตนในการใช้ชีวิต ทำงานอย่างเต็มที่แต่ตอนนี้ระบบ้าให้เขาทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม!
"พระพุทธองค์ตรัสว่าถึงระบบจะกลั่นแกล้งข้าสักเพียงใด ข้าก็จะปฏิบัติต่อนางดุจรักแรกพบภารกิจนั้นไซร้ราวกับการถูกบังคับ เมื่อไม่อาจขัดขืนก็จงน้อมรับนางด้วยความรื่นรมย์เถิด"
เมื่อคิดได้ดังนั้นต้วนจื่อก็เริ่มเคลื่อนไหว เดินทางไปยังตระกูลต้วน
.........
ใกล้เที่ยง ณ ลานฝึกยุทธ์ตระกูลต้วน
ั้แ่สองชั่วโมงก่อนหน้านี้สถานที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเหล่าคนหนุ่มสาวของตระกูลต้วนมาจับจองพื้นที่อย่างเนืองแน่น
พรุ่งนี้คือการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลประจำปีผู้ที่้าเข้าร่วมการประเมินจะต้องลงทะเบียนก่อนเที่ยงวันนี้มิเช่นนั้นจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการประเมิน
เมื่อมองไปรอบๆเหล่าลูกหลานต่างก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันสาบานว่าจะสร้างชื่อเสียงในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลครั้งนี้
ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่ดังเซ็งแซ่ผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งได้เดินทางมายังลานฝึกยุทธ์แห่งนี้
เขาถือปีกไก่ย่างไว้ในมือซ้ายมือขวาล้วงกระเป๋า เดินด้วยท่าทางเหยียดหยามและไม่แยแส
คนผู้นี้คือต้วนจื่อ
ทันทีที่เขาปรากฏตัวเขาก็ราวกับเทพธิดาเปลือยกายปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ดึงดูดสายตาจากทุกคน
ไม่มีใครที่ไม่หันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก
"ให้ตายสิไอ้ปัญญาอ่อนนั่นมาที่ลานฝึกยุทธ์ของตระกูลต้วนทำไม ไม่กลัวตายหรือไง?"
"เยี่ยมเลยข้ากำลังหาคนซ้อมมืออยู่พอดี ไอ้ปัญญาอ่อนนี่มาได้ถูกเวลาชะมัด!"
"ข้าได้ยินมาว่าพี่สาวของไอ้โง่นี่งดงามน่าเชยชมพรุ่งนี้ใครอยากจะไป ‘พิจารณา’ กับข้าบ้าง?"
.........
เสียงที่ไร้ซึ่งความเคารพและแฝงไว้ด้วยความเยาะเย้ยดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทุกคนต่างเยาะเย้ยต้วนจื่อโดยไม่ปิดบังและใช้สิ่งนี้สร้างความสุขให้ตัวเอง
ในตอนนี้ตระกูลต้วนถูกควบคุมโดยสมาชิกตระกูลสายรองการปฏิบัติต่อคนในสายตรงก็เหมือนกับหนูข้างถนน ทุกคนต่างรุมทึ้งและทำร้ายกันอย่างไร้ความปรานี
และต้วนจื่อในฐานะนายน้อยของสายตรงก็ย่อมเป็เป้าหมายแรก
การดูถูกและทุบตีต้วนจื่อล้วนเป็การแสดงความจงรักภักดีต่อเ้าบ้านคนปัจจุบันดังนั้นจึงไม่มีใครปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป
เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดที่ไร้สาระเ่าั้ต้วนจื่อกลับทำเป็ไม่ได้ยิน ไม่สนใจ
การใส่ใจกับตัวประกอบที่ไร้สมองคือความโง่เขลาเพราะคนพวกนี้จะดึงสติปัญญาของเ้าให้ต่ำลงไปอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาจากนั้นก็จะใช้ประสบการณ์มากมายของพวกเขาเอาชนะเ้า
ท่ามกลางสายตาของทุกคนต้วนจื่อใช้เวลาเพียงไม่นานเพื่อจัดการกับไก่ย่างในมือหลังจากใช้ผ้าเช็ดมือจนสะอาดแล้ว เขาก็เดินไปยังจุดลงทะเบียน และค่อยๆเอ่ยกับผู้าุโฝู ผู้ดูแลตระกูลต้วนและเป็ผู้จัดการที่รับผิดชอบเื่รายชื่อ"สวัสดีข้า้าลงทะเบียนเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลในวันพรุ่งนี้"
สิ้นเสียงของต้วนจื่อสถานที่แห่งนี้ก็เงียบสงบลง ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะอันดังลั่นจะะเิออกมา
"ไอ้ปัญญาอ่อนที่ไม่สามารถแม้แต่จะเอาชนะเด็กได้ยังคิดจะเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลอีกหรือ? ฮ่าๆๆข้าล่ะนับถือใจเ้าเลย!"
"คนโง่ไร้ความสามารถอย่างดีก็ทำแต่เื่โง่ๆ เฮ้อ พ่อแม่ของไอ้บ้านี่เป็ผู้ฝึกตนที่เก่งกาจแท้ๆแต่เหตุใดถึงได้ให้กำเนิดขยะเช่นนี้มาได้?"
"ไอ้ขยะน่ารังเกียจ รีบไสหัวไปซะ!"
.........
ผู้าุโฝูไม่ได้โต้แย้งคำพูดของลูกหลานเ่าั้เขาก็คิดเหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่ว่าการที่ต้วนจื่อมาลงทะเบียนเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลเป็เื่ที่ไร้สาระ
คนที่ไม่ใช่ผู้ฝึกตนคิดจะเข้าร่วมการแข่งขันของผู้ฝึกตนดูอย่างไรก็เหมือนกระต่ายอยากนอนในรังแมว... หากนี่ไม่ใช่การรนหาที่ตายแล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?
แต่ผู้าุโฝูก็เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี"ต้วนจื่อ กลับไปให้พี่สาวซื้อโอสถบำรุงสมองโง่ๆ ของเ้าเถอะอย่ามาทำตัวเช่นคนเขลาที่นี่อีกเลย"
"ฮ่าๆๆ ..." ทุกคนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
ต้วนจื่อขมวดคิ้วคิดจะกล่าวอะไรบางอย่างก็ได้ยินเสียงเยาะเย้ยดังมาจากที่ไกลๆ
"ขยะอันดับหนึ่งของตระกูลต้วนมาลงทะเบียนเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลข่าวนี้เผยแพร่ไปได้ไกลจริงๆ"
เห็นเพียงชายผมแดงเดินเข้ามาด้วยท่าทางหยามเหยียดเต็มทีข้างหลังเขาตามมาด้วยสตรีที่แต่งหน้าจัดจ้าน
ผู้นี้มีชื่อว่า ต้วนเตียวเป็หนึ่งในคนหนุ่มสาวที่โดดเด่นของตระกูลต้วน แม้เขาจะยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่ก็มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับห้าพร์รองลงมาจากต้วนอีและต้วนเอ้อร์
ขณะนี้เขามองไปยังต้วนจื่อด้วยสายตาที่ทั้งน่าสงสารและเห็นใจราวกับกำลังมองขอทานข้างถนนอย่างไรอย่างนั้น
ด้านหลังมีสตรีที่แต่งหน้าจัดจ้านกำลังส่ายหน้าและถอนหายใจเบาๆ "การประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลของตระกูลต้วนไม่ว่าจะตัวอะไรก็เข้าร่วมได้หรือไร?"
"คุณหนูลวี่ ท่านเข้าใจผิดแล้วคนของตระกูลต้วนที่้าเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลต้องมีพลังอย่างน้อยระดับขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสอง" ผู้าุโฝูลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยิ้มอย่างสุภาพให้กับสตรีที่แต่งหน้าจัดจ้าน
สตรีผู้นี้มีชื่อว่า ลวี่ฉาเปี่ยวเป็ลูกสาวของตระกูลชั้นกลางในเมืองจื่อหราน แม้จะยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่ก็มีพลังถึงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสี่ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากตระกูลลวี่ เมื่อเร็วๆ นี้นางได้หมั้นหมายกับต้วนเตียวแล้ว เมื่อบรรลุนิติภาวะทั้งสองก็จะแต่งงานกัน
"โอ้แล้วท่านคิดว่าเขามีคุณสมบัติหรือไม่?" ลวี่ฉาเปี่ยวชี้ไปที่ต้วนจื่อพลางยิ้มเยาะเย้ย
ผู้าุโฝูยังไม่ได้พูดอะไรต้วนจื่อก็กล่าวขึ้นก่อน "ข้อที่ 23 ในกฎของตระกูลต้วน นายน้อยแห่งตระกูลต้วนมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันใดๆรวมไปถึงการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูล"
"คิกๆ ..."
ลวี่ฉาเปี่ยวได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมา
ไม่ใช่แค่นาง ทว่าคนอื่นๆก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ต้วนเตียวเท้าคางไว้พลางกลั้นหัวเราะ"กฎของตระกูลต้วนมีข้อนี้อยู่จริง ส่วนเื่ ‘นายน้อยตระกูลต้วน’ นั้น...น่าเสียดายที่ไอ้ขยะสมองพิการอย่างเ้าไม่คู่ควรกับคำคำนี้!"
พูดจบ เขาก็มองไปที่ผู้าุโฝูแล้วส่งยิ้มให้อย่างมีเลศนัย
"ท่านว่าอย่างไร?"
ผู้าุโฝูอ้าปากกำลังจะคล้อยตามก็สบเข้ากับสายตาคมกริบของต้วนจื่อ จึงต้องหุบปากลง
"ตำแหน่งนายน้อยตระกูลต้วนคือตำแหน่งที่ผู้าุโสูงสุดหรือก็คือปู่ของข้าแต่งตั้งเมื่อปู่ของข้าซึ่งเป็ผู้ฝึกตนขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์อันดับต้นๆของเมืองจื่อหรานเป็ผู้กำหนดกฎเกณฑ์เ้าที่เป็ผู้ฝึกตนขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับห้าตัวเล็กๆ จะมีสิทธิ์อะไรมาวิพากษ์วิจารณ์?"
สีหน้าของต้วนเตียวเปลี่ยนไปทันที
เขาไม่เคยคิดเลยว่าต้วนจื่อจะมีฝีปากเช่นนี้ถึงกับยกผู้าุโสูงสุดมากดดันเขา
สุนัขรับใช้ของต้วนเตียวที่อยู่ข้างๆเห็นดังนั้น ก็รีบเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ "ผู้าุโสูงสุดหมดสติไปั้แ่สามปีที่แล้วปัจจุบันตระกูลต้วนอยู่ได้ด้วยเ้าบ้านคนใหม่เ้าซึ่งเป็หมาขยะที่ไม่สามารถฝึกตนได้ยังคิดว่าตระกูลต้วนเป็เหมือนเมื่อสามปีที่แล้วอีกหรือ? คิดอยากจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลช่างน่าขันเสียจริง!"
คนอื่นๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วยส่งเสียงโห่ไล่ให้ต้วนจื่อไสหัวออกจากตระกูลต้วน
"อย่างนั้นหรือ?" ต้วนจื่อสีหน้าไม่เปลี่ยน เขาเพียงหักข้อนิ้วแล้วก้าวเท้าออกมาก่อนจะโผล่มาอยู่ตรงหน้าสุนัขรับใช้ปากดีตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
รวดเร็วดุจสายฟ้าไม่มีใครตามการเคลื่อนไหวของเขาทัน
เมื่อได้สติต้วนจื่อก็ได้แตะฝ่ามือลงบนหน้าอกของเ้าสุนัขรับใช้
"ตูม..."
เพียงการโจมตีเดียว แรงลมก็พัดกระหน่ำ
เ้าสุนัขรับใช้ราวกับถูกก้อนหินขนาดั์กระแทกใส่จนกระเด็นออกไปห้าเมตรเขาร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา
ทั้งใดนั้นบรรยากาศพลันกลายเป็เงียบสงัด
ทุกคนเบิกตากว้างมองไปยังเ้าสุนัขรับใช้ที่นอนจมกองเือยู่ห่างออกไปห้าเมตรแล้วเบนสายตากลับมามองต้วนจื่อที่ยังคงอยู่ในท่าโจมตีด้วยความตกตะลึง
แค่การโจมตีเดียวก็ทำให้ผู้มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสองล้มลง?
ล้อ... ล้อเล่นกันอยู่หรือเปล่า?!
[ติ๊ง! ยินดีด้วยผู้ใช้ทำการพิสูจน์ความสามารถ + แสดงการตบหน้า + อวดความเก่งกาจปลดล็อกสามการแสดงรวด รับค่าเทียนซิ่ว +233!]
"ยังมีใครสงสัยในคุณสมบัติของข้าอีกไหม?"ต้วนจื่อกวาดสายตามองไปทั่วพื้นที่ ท่าทางราวกับผู้พิชิต
ดวงตาที่คมกริบคู่นั้นราวกับสามารถแช่แข็งทุกสิ่งให้เป็น้ำแข็งได้ในพริบตา
ในตอนนี้ทุกคนต่างหดคอลงราวกับนกกระทาไม่มีใครกล้าสบตากับต้วนจื่อแม้แต่คนเดียว...