1
บรรยากาศอาหารค่ำวันนี้ของของบ้านดำรงภักดีอึมครึมผิดปกติ ชายทั้งสี่คนรับประทานอาหารกันเงียบๆนอกจากเสียงช้อนส้อมแล้วก็ไม่มีเสียงใดอีก ไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ของชายทั้งสี่บนโต๊ะย่ำแย่หากแต่เป็เพราะว่าศักดิธรหัวหน้าครอบครัวมีสีหน้ามืดมน อารมณ์หดหู่
ศักดิธรเลยวัยครึ่งร้อยไปหลายปีแล้วเขารับราชการทหารมาทั้งชีวิต ดูแลรักษาสุขภาพเป็อย่างดี เส้นผมแซมสีขาวไม่มากทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบวันก่อนทำให้ชายผู้แข็งแกร่งคนนี้ชราลงไปหลายสิบปีในพริบตา
ลูกชายทั้งสี่คนของเขานอกจากคนเล็กที่ไปเรียนต่อต่างประเทศยังไม่กลับมาเวลานี้นั่งอยู่ที่โต๊ะทั้งหมดพวกเขามองตากันไปมา ต่างคนต่างไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพ่อของพวกเขาซึมเศร้าเพราะคนรักจากไป พวกเขาที่เป็ลูกจะปลอบใจอย่างไร
สุดท้ายเป็ศักดิธรที่เอ่ยขึ้นมาก่อน
เขาประกาศความคิดของผ่านการตัดสินใจมาแล้วของตนเองโดยไม่ปรึกษาใคร"น้าหลิวของพวกลูกไม่อยู่แล้ว ลูกสาวคนเดียวของเธอยังเล็กอยู่อีกสองวันพ่อจะให้คนรับเธอมาที่นี่เธอจะอาศัยอยู่ที่บ้านเราจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ"
บดินทร์ลูกชายคนโตและมารุต ลูกชายคนรองชำเลืองมองกัน
เตโชดมลูกชายคนที่สามเอ่ยถามขึ้น "เธอไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นเหรอ?"
"ไม่มีแม่เธอเป็ลูกสาวคนเดียว ตายายเธอเสียไปนานแล้วญาติคนอื่นก็ไม่ได้ติดต่อกันนานจนไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ไหนกันแล้ว"ศักดิธรหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ"พ่อสัญญากับน้าหลิวไว้ว่าจะดูแลลูกสาวเธอเป็อย่างดีให้เธอจากไปอย่างสงบไม่ต้องมีห่วง"
มารุตและเตโชดมหันไปมองพี่ชายคนโตบดิทร์มีไหล่กว้างเอวสอบ รูปร่างสูงใหญ่แข็งแรงเหมือนผู้เป็พ่อสมัยหนุ่มๆเขาเอ่ยขึ้นว่า "โอเค งั้นก็ให้เธออยู่ที่บ้านเรา เลี้ยงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไม่ทำให้บ้านเราจนลงหรอก"
อารมณ์ของศักดิธรดูเหมือนจะดีขึ้นแต่ก็ดูเหมือนจะแย่ลงพวกลูกๆคาดเดาความรู้สึกของผู้เป็พ่อไม่ออก เขาถอนหายใจยาวๆแล้ววางช้อนลง "พวกลูกกินกันต่อเถอะ"
"พ่อกินข้าวเพิ่มอีก…" มารุต ลูกชายคนรองโน้มน้าว
ผู้เป็พ่อส่ายหน้าเดินออกจากห้องไป
ลูกชายทั้งสามคนหันมาสบตากันต่างคนต่างเห็นแววหนักใจในแววตาของอีกฝ่าย
ในสายตาของคนนอกมักจะคิดว่าครองบครัวที่ร่ำรวยและมีอำนาจผู้เป็ลูกชายจะต้องเกลียดชังภรรยาน้อยหรือคนรักลับๆของผู้เป็พ่อแต่สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นในบ้านดำรงภักดีพวกลูกชายต่างรู้ดีว่าพ่อของพวกเขาทำได้ดีมากแล้วจริงๆนับั้แ่แม่ของพวกเขาเสียไปเมื่อสิบห้าปีก่อน พ่อของพวกเขาอายุแค่สามสิบเก้าปีเขายังเป็หนุ่มฮอตเนื้อหอมในกองทัพ มีผู้หญิงหลายคนอยากแต่งงานใหม่กับเขา
เวลานั้นบดินทร์ลูกชายคนโตอายุสิบสี่ปีมารุตลูกชายคนรองอายุสิบสองปี เตโชดมอายุสิบปี และอรรณพลูกชายคนเล็กอายุแปดปีลูกชายทั้งสี่คนของเขาอายุห่างกันสองปี เขาใคร่ครวญเื่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงและพิจารณาเื่ความขัดแย้งเื่ผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นอยู่นานก็ตัดสินใจเป็โสด
แน่นอนว่าผู้ชายอย่างเขาจะขาดผู้หญิงไม่ได้แต่ไม่ว่าเขาจะซื้อกินเป็ครั้งคราวหรือเลี้ยงดูอย่างลับๆ เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงพวกนั้นส่งผลกระทบถึงลูกชายของเขาได้ตอนนั้นลูกชายของเขายังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่านอกจากแก้ปัญหาเื่ความ้าทางเพศแล้วผู้ชายที่แข็งแกร่งอย่างพ่อของพวกเขายัง้าคนอยู่เคียงข้างด้วย
ศักดิธรใช้ชีวิตโสดมาห้าปีจนกระทั่งได้เจอผู้หญิงที่เจอลลิษาเมื่อสิบปีก่อน วันนั้นฝนตกหนัก ถนนลื่นไฟข้างทางก็ติดๆดับๆ รถของเขาเสียหลักพุ่งเข้าชนรถของเธออย่างจังเขารีบโทรแจ้งรถพยาบาลทันทีในรถคันนั้นนอกจากเธอที่เป็คนขับแล้วยังมีเด็กหญิงวัยห้าขวบอีกคนหนึ่ง
เขายืนรออยู่นอกห้องฉุกเฉินเด็กหญิงไม่ได้รับาเ็หนักนอกจากรอยถลอกเพราะเธอนั่งอยู่ในคาร์ซีทเด็กหญิงตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเขาเลี้ยงบุตรชายมาสี่คนแต่กลับไม่รู้ว่าจะปลอบใจเด็กหญิงวัยห้าขวบซึ่งยังสูงไม่ถึงเอวเขาอย่างไรดีเด็กหญิงนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เขาเดินเข้าไปนั่งยองๆอยู่ด้านหน้าเธอทำเสียงสองเอ่ยกับเด็กหญิง
"หนูอายุเท่าไหร่แล้ว?"
"ฮะ..ฮึก…หะ..ห้าขวบ"
"คนขับรถเป็อะไรกับหนู?"
"มะ…แม่หนู"
"พ่อหนูอยู่ที่ไหน?"
เด็กหญิงเช็ดน้ำตาป้อยๆ "พ่อหนู…ตายแล้ว"
เด็กน้อยที่น่าสงสาร
เด็กหญิงคนนั้นผล็อยหลับไปบนตักของเขาเมื่อลลิษาถูกเข็นออกจากห้องฉุกเฉิน เธอยังไม่ฟื้นจากยาสลบเขาจัดให้เธอพักอยู่ในห้องพิเศษจ้างพยาบาลพิเศษไว้คอยดูแลเธอยามที่เขาวางเด็กหญิงลงที่โชฟา เด็กหญิงสะดุ้งตื่น เธอจับแขนเสื้อเขาพลางเอ่ยถามว่า"แม่หนูอยู่ไหน แม่หนูตายแล้วเหรอ"
เขาชี้ไปที่เตียงที่อยู่ข้างๆ"แม่ของหนูสบายดี เธอกำลังหลับอยู่ หนูอย่างส่งเสียงดังรบกวนเธอ"เด็กหญิงพยักหน้างึกงัก มองไปทางมารดาด้วยสายตาห่วงใย
เขาอดลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูไม่ได้เขาย้ายสายตาไปที่ผู้หญิงบนเตียง เวลานี้เขาถึงเพิ่งได้เห็นใบหน้าเธอชัดเธอมีใบหน้าที่สวยมาก เส้นผมดำยาว คิ้วได้รูปรับกับจมูกโด่ง ผิวขาวซีดเพราะเสียเืมากไม่รู้ว่าดวงตานั้นยามที่ลืมตาขึ้นมาจะมีเสน่ห์ชวนหลงใหลมากแค่ไหน
ศักดิธรฝากเด็กไว้กับพยาบาลแล้วออกจากโรงพยาบาลไป
ถึงแม้ว่าร่างกายเขาจะไม่ได้รับาเ็ทว่ารถของเขาเสียหายไม่น้อย เขาโทรเรียกให้คนขับรถที่บ้านมารับ ระหว่างทางกลับบ้านเขาครุ่นคิดถึงเื่การแต่งงานเป็ครั้งแรกในรอบห้าปีผู้หญิงที่จะมาเป็ภรรยาของเขาได้ต้องเป็อย่างภรรยาเก่าของเขามีแต่ผู้หญิงที่เข้มแข็งอย่างภรรยาที่ตายไปแล้วของเขาเท่านั้นถึงจะดูแลบ้านและลูกๆของเขาเวลาที่เขาไม่อยู่ได้
วันต่อมาเขาไปเยี่ยมผู้หญิงคนนั้นที่โรงพยาบาลเขาเตรียมเงินค่าทำขวัญไปส่วนหนึ่งเขาถามจากเด็กน้อยเมื่อวานได้ความว่าเธอเป็แม่เลี้ยงเดี่ยว หาเลี้ยงลูกสาวคนเดียวเธอาเ็ไม่ได้ทำงาน ไม่มีใครดูแลลูกสาว
เขาเพิกเฉยต่อป้าย'ห้ามสูบบุหรี่' จุดบุหรี่เอนพิงผนังพลางเอ่ยถามเธอ"คุณจะเอายังไงต่อไป?"
"ฉันโทรไปแจ้งที่ทำงานแล้วค่ะคงต้องพักรักษาตัวอยู่หนึ่งเดือน" เธอทำงานเป็ครูสอนดนตรีสากลในสถาบันสอนดนตรีแห่งหนึ่ง
"คุณไม่ต้องห่วงเื่ค่ารักษาพยาบาลผมจะเป็คนรับผิดชอบเอง"
"ฉันไม่ห่วงเื่นั้นหรอกค่ะฉันห่วงแต่ลูกสาว…"เธอหันไปมองเด็กน้อยที่กำลังเล่นกับตุ๊กตาหมีของโรงพยาบาลอยู่"ที่บ้านฉันไม่มีใคร ลูกสาวของฉันยังต้องไปโรงเรียน"
สายตาของศักดิธรเลื่อนไปที่ตัวเด็กน้อย"เื่นั้นผมจะดูแลเอง"
เธอหันกลับมามองเขาเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ มุมหนึ่งของหัวใจเขาหวั่นไหว
"ที่บ้านผมมีพี่เลี้ยงผมจะรับเธอไปอยู่ที่บ้านก่อนรอจนคุณออกจากโรงพยาบาล ผมจะให้คนมาเธอมาส่งบ้าน"
เธอมีสีหน้าลำบากใจขึ้นมา"เื่นี้ไม่ดีมั้งคะ"
ศักดิธรไม่ใช่คนที่ยอมให้คนอื่นปฏิเสธได้"หรือว่าระหว่างที่คุณอยู่ในโรงพยาบาลคุณจะให้ลูกคุณไม่ต้องไปโรงเรียน"เธอพูดไรไม่ออก เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง
"ก็ได้ค่ะ ขอบคุณคุณมากนะคะ"
เธอก้มหัวลงเผยให้ต้นคอขาวนวลขับเน้นให้เธอดูเปราะบาง น่าทะนุถนอมมากยิ่งขึ้น
เวลานั้นลลิษาไม่รู้เลยว่าเธอได้กลายเป็ 'นกในกรง' ของเขาไปแล้ว