บทที่ 18 การต่อสู้จนตัวตายของไทสูจู้
เล่าเจี้ยงทอดสายตามองไป เห็นคนผู้นี้เป็ดั่งขุนเขาขนาดย่อมก็มิปาน
รูปร่างสูงเก้าฉื่อกว่า หน้าตาดุดัน ผมยาวยุ่งเหยิง ปากกว้างตากลม ไหล่กว้าง กำยำล่ำสัน
ในมือถือทวนใหญ่ที่ขึ้นสนิมไปแล้ว
เมื่อเพ่งมอง เสื้อผ้าทั่วร่างชำรุดเสียหายอย่างหนัก กล้ามเนื้ออันแข็งแรงไม่ค่อยปรากฏชัดเจน
เพียงแต่ทั่วร่างั้แ่หัวจรดเท้าเต็มไปด้วยคราบเื ไม่รู้ว่าาเ็หรือเป็เืของคนอื่น
“พยัคฆ์ตัวนี้พวกเ้าเป็คนฆ่าหรือ?”
คนผู้นี้เดินเข้ามาใกล้ มองธนูที่ทะลุผ่านลำคอ ก็เปิดปากถาม
เล่าเจี้ยงใ คนผู้นี้เสียงดังดุจฟ้าผ่า เขาอยู่ใกล้เกินไป จนแสบแก้วหูไปหมด
ไทสูจู้ถือหอกยาวไว้ในมือ และบังเล่าเจี้ยงไปอยู่ด้านหลัง
“พวกข้าฆ่าเอง!”
ไทสูจู้เป็คนมั่นใจและกล้าหาญ แต่ต้องยอมรับว่าเพิกเฉยชายร่างใหญ่ตรงหน้าไม่ได้
คนผู้นี้มีรูปร่างน่าทึ่งเกินไปจริง ๆ ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปสักนิด!
“เ้าคือเตียนอุยหรือ?”
ในระหว่างที่ไทสูจู้กำลังจดจ่อมากขึ้น เล่าเจี้ยงที่อยู่ด้านหลังกลับมีน้ำเสียงตื่นเต้น
“หืม เ้ารู้จักข้ารึ?”
เตียนอุยชำเลืองมองเล่าเจี้ยง ขมวดคิ้วมองชายสองคนที่สวมเสื้อผ้าไม่ธรรมดา
“พวกเ้ามาจากที่ใด แล้วเป็ใครกัน?”
ความเสียงดังของอีกฝ่ายทำให้ไทสูจู้นึกรำคาญมาก จึงตะคอกกลับเสียงดัง
“เรามาจากเมืองจี๋อู่ คนผู้นี้คือบุตรชายใต้เท้าเล่า เ้ากรมราชวงศ์…”
เล่าเจี้ยงรีบดึงคนของตัวเองไว้ เป็สัญญาณให้หยุดพูด ทว่าก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง
ไทสูจู้ยังเอ่ยไม่ทันจบ เตียนอุยพลันหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธ
“พวกขุนนางชั่ว ริอาจไล่ตามมาถึงนี่ ตายเสียเถิด!”
พูดจบก็ยกทวนใหญ่ในมือขึ้น กวัดแกว่งไปทางไทสูจู้
แย่แล้ว ต้องเข้าใจผิดแล้วแน่ เตียนอุยคิดว่าพวกเรามาจับเขา!
เล่าเจี้ยงกระวนกระวายอยู่ในใจ รีบอธิบายเสียงดัง
“ผู้กล้าเตียวช้าก่อน!”
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้มาจับเ้า!”
“พวกขุนนางชั่วช้าอย่างพวกเ้าไม่เคยมีสัจจะ!”
เตียนอุยไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย และทวนใหญ่ได้กวัดแกว่งไปทางไทสูจู้แล้ว
เสียง ‘ตึง!’ ดังก้องกังวาน
ทวนใหญ่ฟาดลงพื้น ทำให้พื้นยุบเป็หลุมขนาดเล็ก
ไทสูจู้หลบการโจมตี มองไปยังหลุมเล็กบนพื้น รู้สึกใมาก
หากหลบการโจมตีนี้ไม่ทัน เกรงว่าคงตายสถานเดียว!
ไอ้บ้านี่มีจิตอยากสังหารจริง ๆ ข้ามิอาจนั่งรอความตายได้!
เขาถือหอกชี้ไปที่เตียนอุย ก่อนก่นด่าเสียงดัง
“เ้าไอ้ชั้นต่ำไร้เหตุผล”
เตียนอุยหัวเราะเยาะออกมา ในแววตาทอแววดุดัน
“กับขุนนางชั่วอย่างพวกเ้าไม่จำเป็ต้องเอ่ยด้วยเหตุผล!”
สิ้นเสียงก็ยกทวนใหญ่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง
“ตายซะ!”
“กลัวเ้าตายแหละ!”
เมื่อเห็นว่าใช้คำพูดอธิบายไม่ได้ ไทสูจู้จึงทำได้เพียงรับการต่อสู้
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ในอากาศมีเสียงอาวุธปะทะกันไม่ขาดสาย
ทั้งสองออกกระบวนท่าอย่างดุดันอันตราย ทุก ๆ การโจมตีราวกับจะเอาชีวิตอีกฝ่าย
โดยเฉพาะเตียนอุย ทุกการโจมตีเอาแต่จะปลิดชีวิตไทสูจู้!
เมื่อปะทะกันสิบครั้ง ทั้งสองก็แยกจากกันชั่วคราว และสบสายตากัน
เตียนอุยหรี่ตาเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าไทสูจู้หาใช่คนไม่มีน้ำยา ก็ไม่กล้าดูแคลนอีก
สองมือของไทสูจู้กำและคลายไม่หยุด สีหน้ายิ่งแข็งกระด้าง
ไอ้บ้านี่แรงเยอะเกินไปแล้ว! ปะทะตรง ๆ มิได้อีกแล้ว!
ไทสูจู้มองสองมือของตัวเอง ในใจก็รู้สึกใ
สองมือของเขาเริ่มชาแล้ว หากยังปะทะตรง ๆ ต่อไป คนที่ตายต้องเป็ตัวเองแน่
หลังจากการคำรามของเตียนอุย ทั้งสองคนก็เข้าปะทะกันอีกครั้ง
เตียนอุยไม่มีกระบวนท่าอะไร แค่กวัดแกว่งทวนใหญ่ ฟาดฟันไปทางไทสูจู้
เขารู้แค่ฟันโดนหนึ่งครั้ง ก็จัดการคนที่อยู่ตรงหน้าได้แล้ว
ไทสูจู้หลบซ้ายทีขวาที ไม่ปะทะตรง ๆ อีก บางครั้งก็หลบก่อนสวนโจมตีเตียนอุยได้หนึ่งครั้ง
เป็เช่นนี้ ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ สู้กันไปมากกว่าห้าสิบครั้ง
เตียนอุยเริ่มร้อนรนขึ้นมา เดิมทีเขาาเ็อยู่แล้ว หากยังเป็แบบนี้ต่อไป เกรงว่าท่าจะไม่ดี
เขากวาดทวนออกไป ถือโอกาสตอนที่ไทสูจู้หลบ ล้วงของชิ้นหนึ่งออกมาจากเสื้อแล้วปาไปทางไทสูจู้
“อยากทำร้ายคนอื่นด้วยอาวุธลับ!”
เล่าเจี้ยงจ้องมองการต่อสู้มาโดยตลอด เห็นเตียนอุยเอามือล้วงเข้าไปในอก ก็ะโเสียงดังออกมา
ทว่ามันสายเกินไป ในขณะที่เล่าเจี้ยงะโ ทวนสั้นก็ถูกเขวี้ยงออกมาแล้ว
ไทสูจู้ได้ยินเล่าเจี้ยงะโ ก็โน้มตัวไปข้างหลังด้วยสัญชาตญาณ แต่กลับเอนมากเกินไปจนล้มลงกับพื้น
เตียนอุยเห็นเช่นนี้ก็ปีติยินดีอย่างมาก รีบยกทวนใหญ่ขึ้นมา กวัดแกว่งไปทางไทสูจู้ด้วยแววตาแข็งกร้าว
“ไม่คิดเลยว่าวันนี้ข้ากลับต้องมาตายที่นี่!”
ไทสูจู้หลับตาลง รอความตายมาเยือน
“ห้ามทำร้ายจืออี้!”
เล่าเจี้ยงเห็นไทสูจู้ล้มลง ก็รู้สึกกระวนกระวาย
เขาไม่สนใจอะไรมาก ถือดาบยาวพุ่งเข้ามาฟาดฟันเตียนอุย
เล่าเจี้ยงวิ่งเสริมเอาแรง จากนั้นพุ่งบินไป โดยใช้แรงทั้งหมดที่มีฟาดฟันเตียนอุย
เตียนอุยไม่กล้าเอาชีวิตมาแลกกับชีวิต ทวนใหญ่พลันเปลี่ยนทิศ กวัดแกว่งไปหาเล่าเจี้ยงพร้อมคำรามอย่างดุดัน
“ข้าจะจัดการเ้าก่อน!”
“ย้าก!”
เล่าเจี้ยงคุมสติมั่น พลางคำรามพร้อมรับทวนใหญ่ของเตียนอุย
เคร้ง!
เสียงปะทะดังก้อง
เตียนอุยถูกเล่าเจี้ยงโจมตีจนถอยร่นไปสามก้าว มือซ้ายจับแขนขวาที่สั่นเทาไว้แน่น พร้อมั์ตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ฝ่ายเล่าเจี้ยง ดาบยาวถูกเตียนอุยฟันหัก ตัวคนก็กระเด็นลอยไปปะทะเข้ากับต้นไม้ คุณชายร่วงลงพื้นไม่รู้เป็ตาย!
“คุณชาย!”
ไทสูจู้ะโ ในใจร้อนรนอย่างมาก
เขารู้กำลังของเตียนอุยแจ่มแจ้ง เกรงว่าจะรอดยาก!
เมื่อนึกถึงคำกำชับที่มารดาฝากฝังไว้ก่อนจากลากัน ไทสูจู้พลันตาแดงก่ำ จับจ้องเตียนอุยด้วยสายตาวาวโรจน์
“ไอ้โจรชั่ว! ข้าจะเอาชีวิตเ้า!”
ไทสูจู้จับหอกยาวขึ้นมาพุ่งเข้าใส่เตียนอุย ในใจมีเพียงความคิดเดียว
ฆ่าเขาเสีย!
เมื่อเห็นชายทรงพลังคลุ้มคลั่งขึ้นมา ความหวาดกลัวก็พรั่งพรูขึ้นมาในใจของเตียนอุย
การโจมตีเมื่อครู่ดูเหมือนเล่าเจี้ยงแพ้อย่างราบคาบ ทว่าความจริงเตียนอุยก็าเ็ไม่น้อย
แม้วรยุทธ์ของเล่าเจี้ยงจะย่ำแย่ แต่กลับมีทรงพลังมาก
เมื่อโจมตีด้วยแรงทั้งหมดที่มีก็ทำเอาแขนเตียนอุยชาจนไร้เรี่ยวแรง เ็ปรวดร้าวยิ่งนัก
เตียนอุยยิ่งสู้ก็ยิ่งตื่นตระหนก คนตรงหน้าเขาต่อสู้อย่างสิ้นหวัง โรมรันเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต
ผู้ใช้ทวนในตอนนี้ทำได้แค่ปัดป้อง ไม่มีแรงจะต่อสู้กลับแล้ว
เกรงว่าวันนี้ต้องจบชีวิตที่นี่…
เตียนอุยรู้สึกเศร้าขึ้นมา
เขาต่อสู้กับเสือร้าย จากนั้นก็ปะทะกับไทสูจู้ไปหลายครั้ง จึงถึงขีดจำกัดตั้งนานแล้ว
การโจมตีด้วยแรงทั้งหมดของเล่าเจี้ยงยิ่งซ้ำร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงยิ่งแย่ลงไปอีก
หลังจากผ่านการปะทะมาสามสิบกว่าครั้ง กำลังของเตียนอุยก็ถึงขีดจำกัดแล้ว มือที่ถือทวนใหญ่มิอาจกวัดแกว่งได้แล้ว และเปลี่ยนเป็หนักอึ้งมาก
ไทสูจู้คว้าโอกาสนี้ หันหัวหอกไป เขวี้ยงใส่อาวุธของเตียนอุยทันที
จากนั้นก็ะโทะยานตัว ถีบเตียนอุยล้มลงกับพื้น พลิกข้อมือ ก่อนจะแทงหอกยาวตรงไปที่หัวใจของอีกฝ่ายทันที
เตียนอุยมองปลายหอกที่เข้าใกล้ตรงหน้า ก็อดไม่ได้ที่จะปิดเปลือกตาลง
ในใจมีเพียงสองคำ…
ฉิบหาย