หานลี่นั่งฟื้นฟูร่างกายของตนในซอกของถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่มิไกลจากจุดต่อสู้
" ไอ้แก่นั่นแข็งแกร่งยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
เขาเร่งใช้ยาสมานแผลโป๊ะเข้ากับาแของตนอย่างรวดเร็ว ทั้งเร่งกลืนโอสสีทองลงไป
" เอ วันนั้นมู่หยงเจี่ยบอกว่านี่คือโอสถ์ " หานลี่พึมพำ
" ทั้งวันนั้นเหล่าศิษย์ต่างทะลวงขั้นพลังได้ถึงสองขั้นย่อย " หานลี่พึมพำ
" แต่เหตุใดข้ากลืนลงไปแล้ว จึงมิมีสิ่งใดเลย นอกจากฟื้นฟูปราณพลังที่แห้งเหือด " หานลี่พึมพำ
หานลี่ครุ่นคิดไปถึงตำราฝึกยุทธที่เคยอ่าน
" ในตำราฝึกยุทธบอกว่า ผู้ฝึกยุทธคนใดที่ใช้ทรัพยากรมากกว่าคนอื่น ย่อมแสดงว่าผู้ฝึกยุทธคนนั้น มีศักยภาพเหนือกว่าคนอื่น "
" ทั้งในเื่พละกำลัง ความแข็งแกร่งของร่างกาย ในระดับขั้นพลังเดียวกันนั้นถือว่าเหนือสุด "
" ทั้งยังสามารถต่อสู้ข้ามระดับขั้นได้อีก แต่จะมากหรือน้อยก็ต้องดูที่ศักยภาพของคนผู้นั้น "
" แน่นอนว่าแข็งแกร่งสุด แต่ก็สิ้นเปลืองมากที่สุดเช่นกัน เพราะต้องใช้ทรัพยากมากกว่าปกติสองถึงสิบเท่า ของผู้ฝึกยุทธทั่วไป "
" ยิ่งแกร่งก็ยิ่งเปลือง " หานลี่พึมพำ
" ครานั้นที่สู้กับนักดาบเ่าั้ ชายตัวหัวหน้าอยู่ที่ขั้นหลอมรวมิญญาระดับแรก ข้าจึงสามารถจัดการได้ แต่พอเจอไอ้แก่นั้นที่อยู่ระดับเก้า "
" ยังดีที่รอดตาย " หานลี่พึมพำ
" แท้จริงแล้วข้าน่าจะตายไปแล้ว " หานลี่พึมพำ
" ป็นเพราะเหตุใดกัน " หานลี่ครุ่นคิด
" ภาพั " หานลี่พึมพำ แลเร่งนำภาพัออกมา
เขากางภาพัออก พลางกวาดสายตามองทั่ว สองตาของหานลี่พลันเบิกโพลง
เมื่อเป็ผู้ฝึกยุทธแล้ว สิ่งที่พบเห็นนั้นย่อมเป็สิ่งเดียวกับผู้ฝึกยุทธคนอื่นพบเห็น
ในคลองจักษุของหานลี่พบว่า เขาเห็นัทองใหญ่ั์ นอนขนดอยู่กลางฟ้าดิน
ร่างที่ใหญ่โตแผดพลังอันบ้าคลั่งแผดผลาญทั่วแดนดิน ทั้งปราณพลังลึกล้ำเกินใดต้าน ปะทุออกรายรอบร่าง
ทั้งกลิ่นอายสูงศักดิ์น่าคร้ามเกรงแผ่กำจายกดข่มสรรพชีวิน
" นี่คือัที่มู่หยงเจี่ยเอ่ยถึงเช่นนั้นรึ " หานลี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา
" กร้อบ " สองหมัดของหานลี่กำแน่น มองจ้องไปยังัั์
" นิมิตั " หานลี่พึมพำ
" หากภาพันี้ออกหลุดออกยังโลกภายนอก มิแคล้วว่าจะนำมาซึ่งาเป็แน่ " หานลี่พึมพำ
" เช่นนั้นแล้ว ข้าควรทำเช่นใด " หานลี่พึมพำ
" หากร่างของข้ามีสิ่งมหัศจรรย์จริงๆ ข้าควรจะใช้สิ่งมหัศจรรย์ในร่างของข้าทำสิ่งใดกับภาพันี่ดี " หานลี่พึมพำ
" รึจะฝังลงในร่างของข้า " หานลี่พึมพำ
" ไม่ " หานลี่สะบัดหน้าในทันใด
" ทำเป็ป้ายหยกห้อยคอ " หานลี่พึมพำ
" มิเข้าที " หานลี่ส่ายหน้าช้าๆ
" ไว้เช่นนี้ดีแล้ว ห่อหุ้มร่างป้องกันภัย " หานลี่เอ่ยออกมา
ว่าแล้วหานลี่นำภาพัมาห่อหุ้มร่างของตนไว้แลสวมเสื้อทับอีกชั้น
" น่าแปลก เมื่อครู่ถูกโจมตีอย่างหนัก แต่ภาพัมิเห็นออกมาช่วย ทั้งโลหิตของข้าก็ออกมากมายเช่นนั้น แต่ภาพักลับมิมีแม้นแต่รอยโลหิตที่แห้งกรัง " หานลี่พึมพำ
" มีแต่ปริศนา " หานลี่พึมพำ
หานลี่สลัดความคิดทิ้งไป แลเร่งปรับสมดุลร่างกาย
เวลาไหลผ่านไปจนรุ่งเช้าของอีกวัน
" อืม " หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น พลางกวาดมองทั่วร่าง
" กร้อบ " สองหมัดกำแน่น
" แข็งแกร่งกว่าขั้นแรกถึงสองเท่า " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
หานลี่หยัดกายลุกยืน พลางเก็บกวาดสิ่งของ " ไป " ชายหนุ่มทะยานร่างออกจากซอกหินอย่างรวดเร็ว
เขาพุ่งทะยานร่างเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มรั้งกายไว้ที่ขั้นบันไดผุพัง สองตามองช้อนไต่ไปตามความลาดชันของขั้นบันได
สองตาของหานลี่มองจ้องยังตำหนักหลังหนึ่งที่มีสภาพเหลือเพียงกึ่ง แต่ก็ยังดูดีกว่าทุกตำหนัก ที่เป็เพียงเศษซาก
" ไป " สองเท้าก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เพียงเท้าทั้งสองแตะลงยังบันไดขั้นแรก " อือ " ร่างของชายหนุ่มพลันสะท้าน
ราวกับว่ามีโลกาหนักสุดแสนทุ่มใส่หลังไหล่ทั้งสองข้าง ร่างของเขาสั่นไหวเพราะเพราะแรงกดดันมากมายมหาศาลกดทับ
" นี่มันอะไรกัน " หานลี่กัดกรามแน่น มองจ้องยังขั้นบันได
" เหตุใดจึงมีแรงกดดันหนักหน่วงเช่นนี้ " หานลี่พึมพำ
เขากำลังก้าวเท้าเหยียดถอยออกจากขั้นได
" ไอ้สาระเลวเจอเสียที " เสียงคุ้นหูดังขึ้นที่ด้านหลัง
หานลี่รู้ได้ในทันใดโดยที่มิต้องหันไปมอง " มีเพียงต้องไปต่อ " หานลี่พึมพำ
หานลี่สูดหายใจเข้าลึก พลางก้าวเท้าไปยังบันไดขั้นถัดไป
ชายหนุ่มครุ่นคิดว่าทุกก้าวที่ใช้ออกนั้นต้องสม่ำเสมอแลราบรื่น จึงจะตบตาชายชราได้
คิดได้เช่นนั้นจึงะเิพลังปราณลงไปยังขาทั้งสองข้าง แลก้าวเท้าเดินต่อไปอย่างปกติ
ในความปกตินั้น มันแฝงไว้ด้วยพลังที่ถูกแผดผลาญอย่างบ้าคลั่ง
ทุกก้าวมี่ใช้ออกต้องแบกรับน้ำหนักที่มากมายเหลือประมาณ ราวกับแบกโลกาไว้ทั้งใบ
แต่ละก้าวนั้นคือหนทางรอดชีวิต ชายหนุ่มมิอาจประหยัดทรัพยากรที่ตนมีได้
เขาเร่งกลืนโอสถสีทองลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อฟื้นพลังหนีห่างจากความตาย
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " ชายชราะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
" ถอยมิได้ มีเพียงเดินหน้าไปต่อ " ชายชราเอ่ยออกมา
ชายชราใช้สองมือไพล่หลัง แลเดินไปยังขั้นบันได เขาก้าวเดินอย่างเบาสบายราวกับว่ามิมีสิ่งใดเกิดขึ้น
แต่เมื่อชายชราเดินมาถึงขั้นที่ยี่สิบเขาจึงรับรู้ได้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
ครั้นจะหันหลังกลับก็มิทันเสียแล้ว
" อั้ก " โลหิตสดๆพ่นพรวดออกอาบย้อมทั่วร่างเยี่ยวย่นในทันใด
" ไอ้สาระเลวกล้าบังอาจหลอกลวงข้าเช่นนั้นรึ " ชายชราร้องะโออกมาอย่างบ้าคลั่ง
" อือ " ชายชรากัดกรามแน่น เมื่อถูกแรงกดดันหน่วงหนักกดทับทั่วร่าง
" ข้าจะฆ่าเ้า " ชายชราร้องออกสุดเสียง พลางก้าวเท้าไต่บันไดอย่างรวดเร็ว
แต่ก็มาได้เพียงสามขั้นพลันแรงกดดันหนักหน่วงเพิ่มพูนเป็เท่าตัว
" อ่อค " โลหิตสดๆไหลทะลักออกมาอีกครา ร่างชราโซเซมองจ้องยังแผ่นหลังของชายหนุ่ม
" ไอ้ชั่ว " ชายชราร้องะโออกมา
เพลิงโทสะพุ่งพล่านผลาญเผา จิตสังหารแผ่กำจายพุ่งทะยานออก
ั์ตาแดงด่ำ มองจ้องยังแผ่นหลังเบื้องหน้าอย่างอาฆาต
" ไอ้แก่อย่าช้า ข้ารออยู่ " หานลี่ร้องออกไป
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " หานลี่ะเิเสียงหัวเราะดังลั่น
" อ่อค " โลหิตพ่นพรวดมิน้อยหน้าชายชรา ร่างของชายหนุ่มถึงกับโซเซไปมา
แต่กระนั้นเขาก็ยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างมิหยุดยั้ง " อีกสิบก้าว "
หานลี่พึมพำ สองตามองจ้องยังยอดเขาเล็ก เสียงหอบหายใจหน่วงหนักดังขึ้น
เหงื่อกาฬพร่างพรายไหลหลั่งอาบย้อมทั่วร่างจนเปียกชุ่ม ทั้งหยาดเหงื่อแลหยดโลหิตปนเปกันยุ่งเหยิง
" กร้อบ " เสียงกระดูกหักดังลั่นทั่วเนินเขา
" อ้ากกก " ชายชราะเิเสียงร้องออกมาอย่างสุดแสนเ็ป
" ตุบ " ร่างชราทรุดฮวบลงยังขั้นบันได เพราะมิอาจฝืนรั้งแรงกดทับมหาศาลได้อีก
" อ่อค " โลหิตสดๆไหลทะลักออกจากาแทั่วร่าง
สองตาฝ้าฟางมองจ้องยังชายหนุ่มที่เดินไปถึงยอดเขา ในใจให้สุดแสนเสียดายที่มิอาจข้ามผ่านกำแพงใหญ่ได้
" ไอ้หนู หากเ้าช่วยเหลือข้า ข้าสัญญาข้าจะยินยอมเป็ทาส คอยรับใช้เ้า " เสียงแหบแห้งดังขึ้น
" อย่าเลย ข้ามิชื่นชอบคนรับใช้ที่เป็บุรุษ " หานลี่เอ่ยออกมา
" ตุบ " สองเท้าของหานลี่แตะลงยังยอดเขา
" เฮ้อ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง ทั้งยังหอบใจอย่างหนักจนตัวโยน
" ตุบ " หานลี่ทิ้งร่างลงนั่งยังพื้น พลางกลืนโอสถสีทองลงไป
" ครืนน " ปราณพลังที่เหือดแห้งทั่วร่างพลันถูกเติมเต็มไปสามส่วน
" สามส่วนก็ยังดี " หานลี่พึมพำ แลเร่งฟื้นฟูร่างกาย
หานลี่มองจ้องยังชายชราที่นอนนิ่งอยู่บนบันไดขั้นที่ห้าสิบ
" สัญญาณชีวิตลดต่ำลงแล้ว คงอีกมินาน " หานลี่พึมพำ
" ฟู่ว " หานลี่เป่าปากออกมาอย่างแรง พลางหยัดกายลุกยืน
หานลี่เดินเข้าหาตำหนักที่อยู่บนยอดเขา พลางเดินเข้าไปในตำหนักที่หลือเพียงกึ่ง
สองตาของเขากวาดมองทั่วครึ่งตำหนัก พลันหัวคิ้วของหานลี่กระตุก
สองตามองจ้องยังแผ่นจารึกทรงสูงยอดแหลม เขาเพ่งมองยังแผ่นจารึกที่ลางเลือนเพราะกาลเวลา
" เคล็ดวิชา ผลาญสุริยัน "