God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    ตอนที่ 128 ออกจากสวนสมุนไพรวิเศษ

                    ช่วงเวลาที่ใช้ไปในการหลอมโอสถนั้นจิตวิญญาณของซ่งไป่หลางได้ถูกใช้งานอย่างหนักซึ่งตรงกับเงื่อนไขเริ่มต้นของการเข้าสู่พลังขั้นรวมวิญญาณพอดี อย่างไรก็ตามห้วงวิญญาณของซ่งไป่หลางนั้นแตกต่างจากคนทั่วไปอยู่บ้างนั่นเพราะแกนหลักของห้วงวิญญาณในเวลานี้คือทะเลสาบที่กำเนิดจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์หนทางในการพัฒนาสู่ขั้นรวมวิญญาณของซ่งไป่หลางจึงแตกต่างจากคนอื่นเช่นกัน

                เซี่ยหยางก็เคยพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้บ้างหากซ่งไป่หลางสามารถพัฒนาขึ้นสู่ขั้นรวมวิญญาณได้ ระดับพลังของมันจะทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่งด้วยผลของพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ทว่าขณะเดียวกันวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ก็นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการทะลวงด่านจากขั้นเหนือมนุษย์ไปยังขั้นรวมวิญญาณ

                นั่นเพราะพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังจนเกินไปมีเพียงต้องอาศัยเวลาช่วยเหลือในการหลอมรวมวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นหนึ่งเดียวกับห้วงวิญญาณของซ่งไป่หลางอย่างแท้จริง

                การหลอมโอสถจิตวิญญาณเทวะกลับกลายเป็นตัวช่วยที่เหนือความคาดหมายประการหนึ่งทุกชั่วลมหายใจที่ทุ่มเทให้กับการปรุงโอสถจิตวิญญาณของซ่งไป่หลางก็ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มกำลังและเร่งเร้าให้เกิดการเติบโตพัฒนาขึ้นอย่างสุดความสามารถในที่สุดขั้นตอนที่ควรจะยุ่งยากที่สุดกลับดำเนินมาจนถึงจุดที่ใกล้จะบรรลุผลสำเร็จเต็มทีซ่งไป่หลางรู้สึกได้ว่าทันทีที่มันเสร็จสิ้นการปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะมันจะสามารถทะยานขึ้นสู่ขั้นรวมวิญญาณได้เช่นกัน

                ในที่สุดระยะเวลาอันยาวนานก็ได้สิ้นสุดลงเพลิงวิญญาณเยือกแข็งดับลงพร้อมกับกลิ่นอายหันหอมหวนที่แผ่พุ่งออกมาจากเตาหลอมโอสถหยิบยืมตะวันพร้อมกันนั้นร่างของซ่งไป่หลางก็ได้ระเบิดกลิ่นอายของพลังอันรุนแรงออกมากลิ่นอายนี้ทำให้รั่วอวี่ที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับตื่นตะลึง ‘เป็นไปไม่ได้ นี่คือพลังของขั้นรวมวิญญาณแน่หรือ’

                นางตระหนักได้ทันทีว่าพลังของซ่งไป่หลางเวลานี้ต่อให้เป็นราชันยุทธ์ขั้นห้าก็ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ให้แก่มันได้กลิ่นอายของพลังขั้นรวมวิญญาณอันเข้มข้นนั้นเป็นสิ่งที่นางไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน

                ภายใต้การระเบิดพลังครั้งนี้ โอสถสีทองคำเม็ดหนึ่งได้พวยพุ่งขึ้นมาจากเตาหลอมก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหายสาบสูญไปอย่างรวดเร็วซ่งไป่หลางลืมตาขึ้นสีหน้าเผยความยินดีและพึงพอใจอย่างยิ่ง ในที่สุดภารกิจของมันก็ลุล่วงแล้วโอสถจิตวิญญาณเทวะถูกปรุงสำเร็จและถูกส่งมอบให้แก่ต้นมหาพฤกษา ขณะเดียวกันยังได้รับผลพลอยได้คือระดับพลังที่ทะลวงถึงขั้นรวมวิญญาณ

                ซ่งไป่หลางตระหนักได้อย่างชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงของตนเองการเชื่อมต่อกับพลังธาตุชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์แม้ก่อนหน้านี้จะใช้ออกได้ดั่งใจทว่าซ่งไป่หลางกลับรู้สึกมาตลอดว่าการใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของมันยังคงขาดบางสิ่งบางอย่างทำให้ไม่สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์ทว่าสิ่งที่ติดขัดนั้นในที่สุดก็หายไปแล้ว ราวกับว่าวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับห้วงวิญญาณของมันอย่างแท้จริง

                มิติสวนสมุนไพรวิเศษสั่นสะท้านเบาๆเป็นจังหวะรั่วอวี่ตระหนักได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับมิติแห่งนี้ รอยยิ้มสดใสพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางในที่สุดต้นมหาพฤกษาก็ได้รับการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว

                ดินแดนเทพพฤกษาเป็นดินแดนที่ดำรงอยู่ได้ด้วยพลังธาตุพฤกษาอันมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาจากการคงอยู่ของต้นมหาพฤกษาหากชีวิตของต้นมหาพฤกษาจบลง ดินแดนเทพพฤกษาก็จะดำเนินไปถึงจุดสิ้นสุดเช่นกัน แม้ว่าสุดท้ายนางจะมิใช่มนุษย์ทว่าดินแดนเทพพฤกษาก็ยังคงเป็นบ้านของนาง และต้นมหาพฤกษาก็คือที่มาของชีวิตของนาง

                “ภารกิจของพวกเราเสร็จสิ้นแล้วได้เวลาออกไปข้างนอกแล้วละ” ซ่งไป่หลางหันมาเอ่ยต่อรั่วอวี่

                หญิงสาวพยักหน้า นับตั้งแต่ที่ซ่งไป่หลางเริ่มปรุงโอสถนางก็ได้ส่งคนทั้งหมดที่เหลือของสำนักพงไพรกลับออกไปก่อนแล้วเวลานี้ในสวนสมุนไพรวิเศษจึงเหลือเพียงแค่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เท่านั้นในที่สุดทั้งสองคนก็จะได้ออกไปสู่โลกภายนอกอีกครั้ง

                “ผู้อาวุโสฉู่เย่ พวกเราทั้งสองคนขอตัวลาแล้ว” ซ่งไป่หลางเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

                เสียงถอนหายใจอันแก่ชราดังขึ้น “ข้าต้องขอขอบคุณเจ้าสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้แม้จะดูเหมือนว่าพวกเราสองฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ตอบแทน ทว่าสำหรับข้าแล้วมิมีสิ่งใดล้ำค่าเท่ากับต้นมหาพฤกษานี้อีก การที่เจ้าช่วยรักษาชีวิตของมันเอาไว้นับว่าข้าติดค้างเจ้าอยู่มากจริงๆ”

                แสงสีน้ำตาลอ่อนปรากฏขึ้นบนข้อมือของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เมื่อมันจางลงซ่งไป่หลางจึงพบว่าแสงสีน้ำตาลนั้นปกคลุมกำไลพฤกษาที่รั่วอวี่เคยมอบเอาไว้ให้ตน

                “ข้าได้เปลี่ยนแปลงสมบัตินั้นจากนี้ไปมันคือสมบัติวิเศษระดับสวรรค์น่าเสียดายที่พลังของข้ามิมากเพียงพอที่จะทำให้มันกลายเป็นสมบัติขั้นบรรพกาลได้” ฉู่เย่ทอดถอนใจ “กำไลพฤกษาสวรรค์ของพวกเจ้าทั้งสองล้วนมีพลังของข้าแฝงอยู่ในอนาคตพวกเจ้าทั้งสองล้วนมีโชคชะตาคาบเกี่ยวกันและจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังที่สุดอย่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์กำไลนี้จะช่วยให้พวกเจ้าสามารถรับรู้ถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้นต่อฝ่ายตรงข้ามขณะเดียวกันหากอยู่ในดินแดนเดียวกันพวกเจ้าก็จะสามารถติดต่อกันผ่านกำไลพฤกษาสวรรค์ได้ตลอดเวลาเช่นกัน”

                “พวกเจ้าไปเถอะ สวนสมุนไพรวิเศษแห่งนี้ได้ทำหน้าที่ของมันเสร็จสิ้นแล้วหลังจากนี้ไปด้วยภูมิปัญญาที่เจ้าได้รับถ่ายทอดไปและเมล็ดพันธุ์รวมถึงสมุนไพรล้ำค่าจำนวนมากที่พวกเจ้าเก็บเกี่ยวไปได้พวกมันทั้งหมดจะกลายเป็นรากฐานใหม่สำหรับสวนสมุนไพรแห่งใหม่ จงดูแลพวกมันให้ดีและจำไว้ว่าอนาคตของผู้ปรุงโอสถทั้งหลายล้วนขึ้นอยู่กับพวกเจ้าทั้งสองแล้ว”

                มิติสวนสมุนไพรวิเศษสั่นสะท้านเบาๆอีกครั้งก่อนที่ร่างของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่จะหายไปจากพื้นที่สวนสมุนไพรวิเศษ

                “รีบไปที่พื้นที่ประตูทิศใต้” เสียงตะโกนโวยวายดังขึ้นทันทีที่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ปรากฎตัวแม้ทั้งสองจะอยู่ในพื้นที่เขตส่วนกลางของสำนักพงไพรทว่าบรรยากาศแห่งความวุ่นวายและพลุกพล่านนั้นตลบอบอวลไปทั่วทั้งสำนักสีหน้าของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

                รั่วอวี่หลับตาลงก่อนที่จะใช้ประสาทสัมผัสของนางเชื่อมต่อเข้ากับต้นมหาพฤกษาเมื่อนางลืมตาขึ้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก “มีการปะทะที่รุนแรงบริเวณประตูทิศใต้ของสำนัก เป็นตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านจากดินแดนใต้สวรรค์”

                “ตระกูลเจิ้นและตระกูลว่าน” ซ่งไป่หลางพึมพำเบาๆมันไม่เคยได้ยินชื่อของสองตระกูลนี้มาก่อน

                “เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านได้เดินทางมายังดินแดนเทพพฤกษาโดยมีกำลังยอดฝีมือขั้นอนุเซียนสองคนและจักรพรรดิฟ้ามากกว่าสิบคนนอกจากนี้ยังมียอดฝีมือขั้นต่ำลงมาอีกรวมกันแล้วมากกว่าห้าร้อยคน พวกมันเปิดฉากบุกโจมตีสำนักพงไพรโดยไม่สนใจสิ่งใดแน่นอนว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ล้วนอยู่เบื้องหลัง” เสียงที่ซ่งไป่หลางคุ้นเคยดังขึ้น

                ดวงตาของซ่งไป่หลางแดงเล็กน้อย “ท่านอาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว”

                เสียงของเซี่ยหยางเต็มไปด้วยความอบอุ่นยินดี “เจ้าคือศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างแท้จริง ไป่หลางแม้ว่าข้าจะไม่ได้อยู่กับเจ้าในพื้นที่มิตินั้นทว่าข้ารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในห้วงวิญญาณของเจ้าได้อย่างชัดเจนอย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่เรายังมิอาจทดสอบพลังของเจ้าในตอนนี้ เจ้าจะต้องช่วยสำนักพงไพรยับยั้งการโจมตีของตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านเสีย”

                ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย “อาจารย์ เพียงแค่ตระกูลรับใช้สองตระกูลเป็นไปได้อย่างไรที่จะกดดันสำนักพงไพรของพวกเราได้โดยเฉพาะเมื่อสำนักพงไพรได้รับทรัพยากรมากมายจากสวนสมุนไพรวิเศษไป”

                “เฮอะ ตระกูลทั้งสองนี้ยังไม่ได้เป็นแม้กระทั่งตระกูลรับใช้ด้วยซ้ำอันที่จริงสาเหตุที่พวกมันทุ่มกำลังบุกโจมตีก็เพราะหวังที่จะแย่งชิงตำแหน่งตระกูลรับใช้จากตระกูลหั่วต่างหากสำหรับกองกำลังของพวกมัน ในสภาวะปกติย่อมไม่ครณามือของสำนักพงไพร ทว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์เองก็มิได้อยู่เฉยในตอนนี้ฟางเจี่ยลื่อเองก็ได้เข้าต่อสู้กับจวินเม่ยอย่างเต็มกำลังแล้ว มันยังได้รับสมบัติระดับบรรพกาลอีกชิ้นหนึ่งจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์มาด้วยนั่นทำให้จวินเม่ยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแก่มัน” เซี่ยหยางรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย

                อันที่จริงหากมิใช่เพราะอยู่ในสภาพวิญญาณเซี่ยหยางคงออกหน้ากำจัดฟางเจี่ยลื่อด้วยตนเองไปนานแล้ว น่าเสียดายที่พลังของมันมิอาจเทียบเคียงกับสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่อีกทั้งยังมีจุดอ่อนในฐานะที่อยู่ในสภาพวิญญาณอยู่มากมาย การปรากฏตัวของมันยังอาจกลายเป็นการดึงดูดการโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้นจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้อีกดังนั้นมันจึงต้องเฝ้าดูสงครามที่เกิดขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก

                เสียงของเซี่ยหยางเต็มไปด้วยความโกรธ “ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ ข้าไม่รู้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ใช้วิธีใดแต่มันกลับสามารถบงการเจ้าสำนักสระทิพย์และอนุเซียนของสำนักสระทิพย์ได้สำเร็จ ตอนที่ตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านบุกโจมตีสำนักสระทิพย์แสร้งเข้ามาทำทีคล้ายต้องการผูกมิตรและช่วยเหลือสำนักพงไพรผลักดันศัตรูจากต่างดินแดนทว่าอยู่ๆพวกมันกลับหักหลังและลงมือลอบทำร้ายผู้อาวุโสหลักสองในสามของสำนักพงไพรเวลานี้ตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บต้องต่อสู้อย่างยากลำบากต่ออนุเซียนฝ่ายตรงข้ามที่มีถึงสี่คน”

                “สำนักอื่นๆในดินแดนเทพพฤกษาเองก็ไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวเพียงแค่จับตาดูสงครามครั้งนี้จากที่ไกลๆเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าพวกมันมิสนใจที่จะต้านทานการรุกรานจากภายนอกอีกต่อไปแล้ว”

                “ที่แท้ก็มีเรื่องเช่นนี้” สีหน้าของซ่งไป่หลางมืดครึ้ม “รั่วอวี่ ข้าจะไปตรวจสอบสภาพของสงครามสักหน่อย”

                หญิงสาวพยักหน้า “เจ้าไปเถอะ ข้าสัมผัสได้ว่าอาจารย์ชางไป่เหอและอาจารย์อู๋เจ้อกำลังทำบางสิ่งบางอย่างกับค่ายกลทั่วทั้งสำนักข้าจะไปทางนั้นสักหน่อย”

                ความสามารถของรั่วอวี่ในเวลานี้เหมาะแก่การช่วยเหลือสำนักทั้งภาพรวมมากกว่าการเข้าไปอยู่ในสนามรบเพียงจุดเดียวซ่งไป่หลางเข้าใจเรื่องนี้เช่นกันดังนั้นจึงใช้อักขระเทวะต้นกำเนิดสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติพาร่างของตนเองไปยังประตูทิศใต้ในเสี้ยวพริบตา

                “ฮี่ๆ สำนักพงไพรที่เป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งของดินแดนเทพพฤกษาที่แท้กลับมีดีแค่นี้เองเวลานี้เจ้าสำนักของพวกเจ้าถูกรั้งไว้โดยผู้อาวุโสฟาง ผู้อาวุโสหลักที่เป็นยอดฝีมือขั้นอนุเซียนก็ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงจนเหลือเพียงคนเดียวที่ยังพอสู้ไหวคิดว่าค่ายกลของพวกเจ้าจะสามารถถ่วงรั้งเอาไว้ได้นานเพียงใดกัน” จักรพรรดิฟ้าของตระกูลเจิ้นเอ่ยเย้ยหยันเมื่อมองสภาพอันน่าสมเพชของสำนักพงไพร

                ผู้อาวุโสมู่แห่งหอการค้ามีสีหน้ามืดดำและเผยโทสะออกมาทว่ามันมิกล้าเคลื่อนไหวอย่างบุ่มบ่ามเนื่องจากต้องควบคุมค่ายกลปกป้องสำนักมิให้ศัตรูบุกทะลวงเข้ามาได้เวลานี้อนุเซียนของตระกูลเจิ้น ตระกูลว่าน รวมถึงสองอนุเซียนของสำนักสระทิพย์ล้วนอยู่ในสภาวะพักฟื้นหลังการต่อสู้แม้พวกมันจะใช้วิธีลอบทำร้ายและกลุ้มรุมแต่ก็ยังได้รับผลตอบแทนที่ร้ายแรงไม่น้อยเช่นกัน

                หากสำนักพงไพรฝืนเปิดศึกเวลานี้ก็จะต้องเผชิญหน้ากับอนุเซียนทั้งสี่ที่อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์นักแต่ถึงจะไม่สมบูรณ์อนุเซียนก็ยังทรงพลังมากเกินไป จักรพรรดิฟ้าสิบคนร่วมมือกันยังมิอาจต้านทานได้สำเร็จ

                ฝ่ายของผู้บุกรุกเองก็ไม่เสี่ยงเช่นกันหากพวกมันฝืนโจมตีต่อไปแม้จะมีอนุเซียนถึงสี่คน แต่ด้วยลูกไม้และค่ายกลที่สำนักพงไพรมีเกรงว่าจะกลายเป็นการแลกที่ได้ไม่คุ้มเสีย ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจจะต้องมีการเสียสละชีวิตของอนุเซียนไปสักคนแน่นอนว่าไม่มีขั้วอำนาจใดยินยอมเสี่ยงสูญเสียอนุเซียนของพวกมันไป

                ดังนั้นสถานการณ์ที่เคยดุเดือดจึงกลับมาสงบเป็นการชั่วคราวสำนักพงไพรหลบอยู่ด้านหลังค่ายกลขณะที่ฝ่ายบุกรุกพยายามจู่โจมทำลายค่ายกลอย่างบ้าคลั่งภายใต้การนำของจักรพรรดิฟ้าทั้งสองฝ่าย

                “ไฉ่เอ๋อ เจ้าควรเข้าไปหลบที่ส่วนกลางของสำนัก แม้ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ยอดพฤกษาทว่าระดับพลังของเจ้าตอนนี้นับว่าอ่อนแอนักเมื่อเทียบกับศิษย์พี่คนอื่นๆตำแหน่งของเจ้าจะกลายเป็นเหยื่อชั้นดีที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามจำนวนมากบุกเข้ามารุมสังหารเจ้าเป็นอันดับแรก” หยุนป้อเอ่ยด้วยความกังวล

                ว่านไฉ่เอ๋อส่ายหน้า “ข้ามิมีทางหลบซ่อนขณะที่พี่น้องของข้ากำลังต่อสู้เสี่ยงอันตรายที่ผ่านมาข้าใช้ชีวิตด้วยความขลาดกลัวมาโดยตลอด ทว่าหลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆมาข้าก็ได้เรียนรู้ที่จะกลายเป็นคนที่กล้าหาญขึ้นเวลานี้ข้าจะไม่เอาแต่หลบอีกต่อไปแล้ว”

                ด้านข้างนางว่านหลิงมองนางด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งกังวลและภาคภูมิใจในเวลาเดียวกัน “นางพูดถูกต้องแล้ว หากสำนักพงไพรเผชิญหน้ากับวิกฤติร้ายแรงชีวิตของพวกเราก็ไม่อาจรักษาไว้ได้เช่นกันมิสู้ทุ่มเททุกสิ่งอย่างร่วมมือกับสำนักจัดการกับพวกสารเลวเหล่านั้นให้หมดสิ้นในคราเดียว”

                พลังของว่านหลิงเวลานี้พัฒนาถึงขั้นสี่รวมวิญญาณแล้วนับว่ามีความเร็วในการฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมในบรรดาคนอายุราวๆเดียวกัน นางคืออัจฉริยะด้านการต่อสู้ผู้หนึ่ง

                “กลุ่มห้วงใบไม้ผลิของพวกเราทั้งหมดจะต่อสู้ปกป้องสำนักจนตัวตาย” ด้านหลังของพวกนางเต็มไปด้วยเหล่าคนรุ่นใหม่ที่ตะโกนก้องอย่างฮึกเหิมภายใต้การนำของสองพี่น้องตระกูลว่านกลุ่มห้วงใบไม้ผลิกลับกลายเป็นขั้วอำนาจรุ่นใหม่ของสำนักพงไพรที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญและซื่อสัตย์

                “วันนี้จะไม่มีผู้ใดต้องตายทั้งนั้น” เสียงตะโกนดังกึกก้องกลบเสียงของกลุ่มห้วงใบไม้ผลิโดยสิ้นเชิงเหล่าศิษย์ที่มีระดับชั้นเหนือมนุษย์และรวมวิญญาณต่างหันไปมองที่มาของเสียงนั้นก่อนที่จะนิ่งค้างด้วยความตกตะลึง

                ร่างที่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกมันเป็นร่างที่พวกมันรู้จักเป็นอย่างดีชื่อเสียงของคนผู้นี้ต่อให้เป็นศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาได้เพียงวันเดียวก็มิอาจไม่เคยได้ยินศิษย์ยอดพฤกษาอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในรอบร้อยปี ไม่สิโดดเด่นที่สุดตั้งแต่สำนักพงไพรก่อตั้งขึ้น ผู้มีพรสวรรค์ทั้งการต่อสู้และการปรุงโอสถที่มิมีผู้ใดเทียบติด

                ทว่าพวกมันล้วนจดจำอย่างแม่นยำว่าไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่มิติสวนสมุนไพรจะเปิดออกคนผู้นี้เพิ่งกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาที่มีพลังเพียงขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เท่านั้นแต่คนที่ยืนต่อหน้าพวกมันในเวลานี้กลับเป็นผู้ที่มีพลังขั้นหนึ่งรวมวิญญาณ อีกทั้งกลิ่นอายของมันยังบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าผู้มีพลังขั้นรวมวิญญาณคนไหนๆ

                ซ่งไป่หลางกวาดตามองพี่น้องศิษย์ร่วมสำนักมีทั้งคนที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคย ถัดออกมาก็คือเหล่าผู้ฝึกสอน ผู้อาวุโสต่างๆที่ล้วนมีพลังแข็งแกร่งทั้งระดับราชันยุทธ์และจักรพรรดิทั้งหลายยังมีศิษย์ยอดพฤกษาลำดับอื่นๆรวมถึงเหยาเสี่ยวฉานรวมอยู่ด้วย

                กำลังรบของสำนักพงไพรได้เตรียมความพร้อมอยู่ที่นี่รอคอยเวลาที่ค่ายกลจะถูกทำลายและสงครามจะเริ่มต้นขึ้น

                “ไม่มีผู้ใดต้องตายงั้นหรือ โอหังยิ่งนัก” จักรพรรดิฟ้าตระกูลเจิ้นสบถ “เพียงแค่เจ้าหนูที่มีระดับพลังขั้นรวมวิญญาณผู้หนึ่งเพียงข้าสะบัดมือเบาๆก็สังหารเจ้าได้แล้ว เจ้าเชื่อหรือไม่”

                ซ่งไป่หลางเหลือบสายตามองออกไปยังภายนอกค่ายกลรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของมัน “เพียงแค่จักรพรรดิฟ้าผู้หนึ่ง เพียงแค่ข้าสะบัดมือเบาๆเจ้าก็ตายแล้วเจ้าเชื่อหรือไม่”

                สีหน้าของจักรพรรดิฟ้าตระกูลเจิ้นกลายเป็นสีแดงด้วยความโกรธทันที“บัดซบ รอให้ค่ายกลของพวกเจ้าถูกทำลายข้าจะดูว่าเจ้าจะสังหารข้ายังไง”

                “มิจำเป็นต้องรอ ข้าจะสังหารเจ้าเดี๋ยวนี้” ซ่งไป่หลางเอ่ยจบก็สะบัดมือทางจักรพรรดิฟ้าผู้นั้นในสายตาของคนทั่วไปมองเห็นเพียงภาพที่ซ่งไป่หลางสะบัดมือออก แต่ผู้ที่มีพลังขั้นจักรพรรดิฟ้าขึ้นไปกลับมองเห็นหยาดวารีอันเลือนรางที่มีขนาดเท่าเข็มเล่มหนึ่งพุ่งฝ่าค่ายกลออกไปอย่างแผ่วเบา

                จักรพรรดิฟ้าตระกูลเจิ้นแค่นเสียงใช้ฝ่ามือสะบัดออกหมายจะบดทำลายลูกไม้เล็กๆเบื้องหน้าของมันทว่าคาดไม่ถึงว่าเข็มวารีเล่มเล็กนั้นกลับฉีกกระชากคลื่นพลังลมปราณของมันออกแล้วพุ่งเข้าปักลงบนศีรษะของมันอย่างแม่นยำ

                “อ้ากกก” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนามรบทำให้ทุกการเคลื่อนไหวหยุดลงโดยฉับพลัน สีหน้าของทุกคนที่มองไปยังจักรพรรดิฟ้าผู้นั้นแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวความเหลือเชื่อและตื่นตะลึงไม่สิ้นสุด

                จักรพรรดิฟ้าผู้หนึ่ง เพียงการสะบัดมือหนึ่งครั้งของซ่งไป่หลางเวลานี้กลับคล้ายถูกระเบิดทำลายจากภายในร่างของมันร่วงหล่นลงอย่างไร้ค่าและชีวิตของมันก็ดับสูญไปอย่างง่ายดายเพียงนี้

                ซ่งไป่หลางมองดูมันด้วยความเฉยชาทว่าภายในใจกลับมีคำพูดประโยคหนึ่ง “ขอบคุณท่านอาจารย์”

    คล้ายกับเรื่องGod of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์) ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810