'' ไอ่ก้อนหินเวณ เพราะแกคนเดียวทำเท้าขาเป็นแผลเลยเห็นมั้ย ''
จางหมิงหยิบก้อนหินนั้นขึ้นมา ในห้วงความคิดของเขาอยากจะขว้างมันออกไปให้ไกลที่สุดเพื่อระบายอารมณ์ที่ทำเท้าของจางหมิงเป็นแผล แต่ในขณะที่จางหมิงถือมันขึ้นมาพบว่าตัวของก้อนหินเป็นสีดำสนิดทั้งก้อน เว้นแต่ใจกลางของมันมีแสงเล็กๆสีแดงดำแผ่ออกมา '' เห้ ! เจ้าหินประหลาดนี้มีแสงด้วยแฮะ ''
ด้วยก้อนหินนี้มีแสงสีแดงดำแผ่ออกมา จำต้องให้จางร้องเสียงประหลาดใจขึ้นทันที ผ่านไปไม่ถึง 5 อึดใจ จางหมิงก็หายประหลายพร้อมกับเรียกมิดขนาดเล็กออกมาจากแหวนมิติ '' ข้างในเจ้าก้อนหินนี้ อาจมีอันยมนีหรือเพชรพลอยหายากก็ได้ ถ้าเกิดมันเป็นแบบนั้นจริงข้าคงมีเงินกินขนมเป็นเดือนแน่เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ''
ในหัวของจางหมิงคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนเเล้วก็ไม่รู้ ถึงหัวจะคิดแต่ในเวลาเดียวกันจางหมิงก็ใช้มีดค่อยๆเลาะหินออกทีละนิด
แคร่ง !!
เมื่อจางหมิงเอาหินรอบนอกออกได้ 1 ส่วน 4 มีดในมือของเขาก็เกิดพังลง '' ชิ ยังเอาออกได้แค่ส่วนเดียวเอง ''
จางหมิงสถบคำออกมาอย่างเสียอารมณ์ ก่อนจะใช้ดาบของเขาที่พกติดตัวมาเลาะหินออกต่อ แต่ครั้งนี้แตกต่างกัน
ชิ้งงง!!!!
เสียงปลายดาบปะทะกับก้อนหินอย่างดังทำให้รอบนอกก้อนหินหลุดไปอีกส่วนหนึ่ง ก่อนหน้านี้จางหมิงส่งพลังปราณก่อเกิดระดับ 5 ไปยังดาบและแขนของเขาก่อนที่จะออกแรงฟัน จึงทำให้เกิดการปะทะอย่างรุนแรงและทำให้รอบนอกของก้อนหินหลุดออกไปส่วนหนึ่ง '' แฮ่ก...แฮ่ก ไครจะไปคิดวะ..ว่าใช้พลัง..ปราณทั้งหมดแล้ว..จะ..เหนื่อยแบ..บนี้ แฮ่ก...แฮ่ก แต่ยัง...ไงก็คุ้มอยู่..ที่เอามันออกได้..อีกส่วนหนึ่ง ''
ตุบ !!!
หลังของจางหมิงล้มนอนกระแทกพื้นอย่างแรงเนื่องจากเขานั้นไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะยืนได้อีกต่อไปแล้ว จากนั้นเขาก็หอบหายใจอย่างเหนื่อยและพูดออกมาอย่างลำบาก '' ขอพักสักหน่อยก็เเล้วกัน ''
ด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังลมปราณไปจนไม่มีเหลือแม้แต่นิดเดียวทำให้ เปือกตาของจางหมิงไม่อาจฝืนได้อีกต่อไปจนในที่สุดจางหมิงก็ตกเข้าไปอยู่ในภวังค์ของการหลับไหล วิ้งงง !!!!
เมื่อจางหมิงเข้าสู้ภวังค์หลับไหล ก้อนหินสีแดงดำที่เคยอยู่กับที่ก็เลืองแสงขึ้นไปทั่วพื้นฟ้า คลื่นแสงที่กระจายออกไปนั้นทำให้สัตว์อสูรที่อยู่ระแวกนั้นบางตนทนรับคลื่นพลังแสงนี้ไม่ไหวก็ระเบิดตัวเองกายเป็นกองเลือดทันที ส่วนตัวที่ทนรับไหวหน่อยก็วิ่งต่างชนสิ่งกีดขวางทุกอย่างที่ขวางหน้ามันหมด
ในเวลาเดียวกันก็เกิดเหตุการ์ณท้องฟ้ากลายเป็นสีเลือดประชาชนทั่วทั้งโลกต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวไม่ต่างกัน บางคนถึงกับเข่าลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น ส่วนคนที่ทนรับไม่ไหวพวกเขาต่างสติแตกร้องอ้อนวอนเหล่าทวยเทพ แต่สำหรับเหล่าผู้ทรงอำนาจพวกเขาต่างคิดเป็นเสียงเดียวกันว่า '' สัตว์ประหลายกำลังจะตื่นขึ้น !!! ''
พวกเข้าต่างรีบส่งเหล่าคนที่มีฝีมือมากมายค้นหาต้นตอที่ทำให้เกิดเหตุการ์ณท้องฟ้าเป็นสีเลือดกันอย่างเร่งรีบ เพราะหากช้าไปเพียงก้าวเดียวพวกเขาจะเสียโอกาศทันที
เหตุการ์ณนี้เกิดขึ้นเพียง 10 ลมหายใจคลื่นแสงสีแดงดำก็สลายไปหายไปยังนิ้วนางข้างซ้ายของจางหมิง แต่ถึงแม้เหตุการ์ณคลื่นแสงประหลายนี้จะหยุดไปแล้ว ผู้คนก็ยังคงคุกเข่าอยู่กับที่ไม่กล้าขยับแม้เเต่หน่อย เพราะหากพวกเขาขยับขึ้นมาเหตุการ์ณที่หน้าหวาดกลัวนั้นจะกลับมาอีกครั้ง และเมื่อวันเวลาผ่านอีกสักกี่ปีพวกเขาก็จะไม่ลืมเหตุการ์ณในครั้งนี้ลง เพื่อค่อยย้ำเตื่อนสติไม่ให้ลบหลู่เหล่าทวยเทพเป็นอันเด็ดขาด พวกเขาต่างเรียกเหตุการ์ณในครั้งนี้ว่า '' พื้นฟ้าแห่งความตาย !!! ''
=============================================================================