cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    ขีดจำกัดของทักษะอัญเชิญ

    "เอาล่ะ เสี่ยวไป๋ฉันต้องทำอย่างไรบ้าง?" เมื่อเห็นว่างูยักษ์อุโรโบรอสอ่อนแอจนแทบหมดสภาพ ไป๋ฉีจึงกล่าวถามวิธีการออกไป

     

    เสี่ยวไป๋ตอบ "ง่ายๆเลยเจ้าค่ะ แค่นายท่านเคลื่อนย้ายจิตและพลังแห่งความว่างเปล่าไปที่เจ้างูนั่น ใช้พลังแห่งความว่างเปล่าสร้างเป็นตราประทับเพื่อผูกมัดมันเอาไว้ หากมันขัดขืนนายท่านก็ต้องสยบดวงจิตของมันให้ได้ก็เท่านั้น"

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พยักหน้าตอบรับ จากนั้นเขาก็ทำตามวิธีการที่เสี่ยวไป๋พูดเมื่อครู่นี้ นั่นคือการส่งจิตของตนเองและพลังแห่งความว่างเปล่าเข้าไปในตัวของเจ้างูยักษ์ที่นอนอ่อนแออยู่เบื้องหน้า

     

    เมื่อจิตของชายหนุ่มเข้าสู่ตัวของมันสิ่งที่ชายหนุ่มพบเห็นในนั้นคือดวงจิตของอุโรโบรอสที่อยู่ท่ามกลางท้องทะเลขนาดใหญ่

     

    "ทำไมห้วงจิตของมันถึงยิ่งใหญ่ขนาดนี้"ไป๋ฉีอุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่ได้ชื่นชมห้วงจิตวิญญาณของมันนานนัก จากนั้นรีบสร้างตราประทับและประทับลงในจิตวิญญาณของมันโดยไม่รอช้า

     

    แน่นอนอุโรโบรอสไม่ได้ยอมให้เขาจับง่ายๆ มันดิ้นรนขัดขืนอยู่พักใหญ่ ไป๋ฉีจึงได้เสริมพลังแห่งความว่างเปล่าเข้าสู่ตราประทับอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ด้วยความที่มันเป็นอบิสระดับจ้าวพิภพขั้นปลายดวงจิตของมันย่อมแกร่งกล้าเป็นธรรมดา

     

    "โฮก!!"

     

    "ดูเหมือนว่าพลังแห่งความว่างเปล่าระดับเทพสงครามขั้นกลางของฉันจะไม่เพียงพอที่จะสยบมัน"ไป๋ฉีสบถออกมา ต่อมาชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ ที่ดูดกลืนพลังของอุโรโบรอสมาก็ได้เติมเต็มพลังส่วนที่ขาดให้

     

    ไป๋ฉีที่สัมผัสได้จึงเร่งอัดพลังงานเข้าไปในตราประทับอีกครั้ง แสงสีขาวบริสุทธิ์พลันเปล่งประกาย ดวงจิตของอุโรโบรอสบัดนี้ได้มีสัญลักณ์คล้ายกับมังกรสีขาวอยู่บนหัวของมัน

     

    ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ทิ้งตัวนั่งลงหายใจหอบถี่กระชั้น ถ้าไม่ได้พลังที่ดูดกลืนมาเติมเต็มพลังให้มีหวังเขาได้โดนผลสะท้อนกลับของพลังตัวเองเป็นแน่แท้

     

    ส่วนทางด้านอุโรโบรอส เมื่อถูกประทับตราสัญลักษณ์อย่างสมบูรณ์แล้วมันก็ไม่เกรี้ยวกราดอีกต่อไป และโค้งตัวลงมาเพื่อให้ไป๋ฉีลูบหัวมันเล่นได้ตามสบายราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงเเสนเชื่องตัวหนึ่งก็ไม่ปาน

     

    ไป๋ฉีลูบหัวมัน จากนั้นดวงจิตของเขาก็พลันกลับคืนสู่ร่าง เบื้องหน้าของชายหนุ่มคืออุโรโบรอสที่ตอนนี้มีสัญลักษณ์รูปมังกรสีขาวประดับอยู่บนหัวเหมือนดังร่างจิตของมัน เขายกยิ้มอย่างยินดียิ่งและกล่าวถามเสี่ยวไป๋อีกครั้งว่า

     

    "เสี่ยวไป๋ฉันจะเรียกเก็บอสูรอัญเชิญได้อย่างไรกัน"

     

    "โอ้ ขอเพียงนายท่านจับมันได้ เรื่องการเรียกมาหรือส่งกลับก็ง่ายดายมาก ขอแค่นายท่านสั่งมันก็จะทำตามอย่างง่ายดาย"เสี่ยวไป๋ไขความกระจ่าง

     

    ไป๋ฉีจึงลองทำตาม "อุโรโบรอส กลับมิติอัญเชิญ"

     

    หลังจากสิ้นสุดคำกล่าวนั้น งูยักษ์ที่รูปร่างเหมือนน้ำขนาดใหญ่ก็พลันกลายเป็นแสงสีฟ้าและพุ่งเข้าสู่ตัวของไป๋ฉีในทันที บนหลังมือของชายหนุ่มปรากฏสัญลักษณ์ที่คล้ายกับกงล้อแห่งโชคชะตาที่มีช่องทั้งหมดเจ็ดช่องด้วยกัน และหนึ่งในเจ็ดช่องนั้นมีสัญลักษณ์คล้ายกับดวงไฟสีฟ้าที่ประทับเอาไว้

     

    "นี่คือ!"

     

    "มันคือสัญลักษณ์บ่งบอกว่านายท่านสามารถมีสัตว์อัญเชิญได้กี่ตนไงเจ้าคะ และดวงไฟนั่นก็เป็นตัวแทนของสัตว์อัญเชิญของนายท่าน สรุปก็คือนายท่านสามารถมีสัตว์อัญเชิญได้เจ็ดตนและตอนนี้มีหนึ่งตนแล้วนั่นเอง"เสี่ยวไป๋กล่าวอธิบาย

     

    "เอ๋! เจ็ดตนเองหรือ น้อยกว่าที่ฉันคิดเอาไว้นะ"ไป๋ฉีกล่าวเขาปลดชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ออก จากนั้นก็บินไปเก็บจิตวิญญาณธรรมชาติธาตุน้ำเข้ามิติไป

     

    "เหอะๆนายท่านคิดว่ามันน้อยงั้นหรือเจ้าคะ จากเผ่าพันธุ์ทั้งหลายในอวกาศที่ผู้สร้างสรรค์เคยพบมา มีเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เป็นเลิศเรื่องสัตว์อัญเชิญหรือที่เรียกอีกอย่างว่าสัตว์คู่พันธะสัญญามาก แต่คนที่เป็นอัจฉริยะที่สุดของเผ่าพันธุ์ก็ยังมีสัตว์อัญเชิญได้เพียงสามตนเท่านั้นเอง"

     

    "เมื่อได้ฟังเช่นนี้นายท่านยังคิดว่าการที่มีสัตว์อัญเชิญได้เจ็ดตนมันน้อยอยู่ไหม"เสี่ยวไป๋กล่าวถาม

     

    ไป๋ฉีก็พลันยกยิ้มเจื่อนๆพร้อมกับเขตแดนราตรีนิรันดร์ที่กำลังหายไป "อ๊า ไม่แล้วล่ะ ขอโทษด้วยที่คิดว่ามันน้อยนะ"

     

    "ฮิฮิ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างเริงร่าก่อนเสียงของเธอจะเงียบไป

     

    ในเวลาเดียวกันนั้นเขตแดนของเขาก็หายไปอย่างสมบูรณ์ ทว่าสิ่งที่เขาพบเห็นคือเทพสงครามจำนวนมากมายที่มารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าของเขา

     

    "เอ่อ...พวกคุณมามุ่งดูอะไรกันหรือครับ"ไป๋ฉีกล่าวถามด้วยความงุนงง ในเวลาต่อมาเหล่าภรรยาทั้งห้าคนของชายหนุ่มก็พุ่งเข้ามาและสำรวจร่างกายของไป๋ฉีอย่างถ้วนที่ก่อนที่โรสจะเป็นคนกล่าวอธิบาย

     

    "เป็นเพราะเสียงระเบิดขนาดใหญ่ทำให้เหล่าเทพสงครามพากันมาที่นี่ พอมาถึงก็เห็นโดมสีดำปกคลุมไปทั่วป่า ในตอนแรกมีเทพสงครามบางคนคิดจะเข้าไป แต่เพียงแค่เขายื่นแขนเข้าไปในนั้นก็โดนพลังความมืดกัดกล่อนจนเกือบตาย นั่นทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปและทำได้เพียงเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่ตรงนี้อย่างไรล่ะ"

     

    "โอ้ เป็นเช่นนี้"

     

    "ขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้เสียเวลา พอดีผมเจออบิสระดับจ้าวพิภพเข้าน่ะครับแต่ทว่าตอนนี้มันหนีไปแล้ว"ไป๋ฉีกล่าวเรื่องจริงปนเรื่องแต่ง แน่นอนเขาไม่มีทางบอกคนอื่นโดยเด็ดขาดว่าตัวเองทำให้อบิสระดับจ้าวพิภพกลายเป็นสัตว์อัญเชิญได้ เพราะมันจะสร้างความวุ่นวายให้กับตัวของไป๋ฉีเองเป็นอย่างมาก

     

    เมื่อไป๋ฉีกล่าวออกมาเช่นนั้นแม้ว่าเหล่าเทพสงครามจะมีคนที่เชื่อและไม่เชื่อก็ตาม แต่พวกเขาก็พากันออกจากพื้นที่นี้ไปอย่างรวดเร็ว เพราะกังวลว่าหากสิ่งที่ไป๋ฉีพูดเป็นความจริงแล้วอบิสระดับจ้าวพิภพกลับมาอีกครั้งอาจจะเป็นพวกเขาที่จะซวยก็เป็นได้

     

    ไป๋ฉีเมื่อเห็นว่าทุกคนพากันออกไปแล้วตัวเขาและภรรยาก็พากันเตรียมบินขึ้นไปบนยานรบเช่นเดียวกัน ทว่าในตอนนั้นเองเสียงของเทพสงครามจื่อยวนก็ดังขึ้นมา

     

    "ช้าก่อนเทพสงครามไป๋ฉี ฉันมีเรื่องจะถามเธอนิดหน่อย รับรองได้ว่ารบกวนเวลาของเธอไม่นาน"

     

    "พวกเธอขึ้นไปบนเครื่องบินก่อนเดี๋ยวฉันตามไป"ไป๋ฉีกล่าวกับภรรยา จากนั้นก็เดินไปหาเทพสงครามจื่อยวนที่อยู่ไม่ไกล

     

    "ผู้อาวุโสมีอะไรจะถามผมหรือครับ ถ้าผมตอบได้ผมจะตอบให้"

     

    เทพสงครามจื่อยวนกล่าว "โดมสีดำขนาดใหญ่เมื่อครู่มันคือพลังของเธอใช่ไหม เธอช่วยบอกฉันหน่อยได้หรือเปล่าว่ามันคืออะไร สามารถทำให้เทพสงครามเกือบตายได้เพียงแค่ยื่นมือเข้าไปเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นทักษะที่ไม่ธรรมดา"

     

    ไป๋ฉียิ้ม "สิ่งนั้นเรียกว่าเขตแดนครับ มันคือทักษะการกระจายคอสมิคฟรอสออกไปเป็นวงกว้างและคงสภาพมันเอาไว้เพื่อให้คุณสมบัติธาตุได้ทำหน้าที่ของมัน หรือจะพูดง่ายๆก็คือการส้างสภาพแวดล้อมเพื่อทำให้เราได้เปรียบในการต่อสู้นั่นเอง"

     

    "โอ้ เป็นเช่นนั้นเองหรือ เป็นทักษะที่น่าสนใจจริงๆ ในอนาคตฉันจะมีโอกาสใช้เขตแดนได้บ้างไหมนะ"จื่อยวนบ่นพึมพำ

     

    "ผู้อาวุโสเป็นเทพสงครามที่แข็งแกร่งที่สุดนะครับ คุณย่อมทำได้อย่างแน่นอนในอนาคต ขอแค่เพียงเข้าใจในคุณสมบัติพลังอย่างถ่องแท้และขยันฝึกฝน ผมว่าคงไม่เกินกำลังของผู้อาวุโสไปได้"

     

    "ฮ่าๆๆยกยอไปคนแก่อย่างฉันก็ไม่มีอะไรให้หรอกนะ เอาล่ะฉันหมดคำถามแล้ว ขอบใจมากที่ตอบฉันอย่างตรงไปตรงมา เธอไปพักผ่อนเถอะ"จื่อยวนกล่าวพร้อมกับยกยิ้มอย่างเป็นมิตร ไป๋ฉีโค้งตัวทำความเคารพและบินกลับไปยังเครื่องบินรบของตัวเองในทันที

     

    เทพสงครามจื่อยวนมองไปยังไป๋ฉีอย่างไม่วางตา "เทพสงครามที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างนั้นหรือ เมื่อเทียบกับเธอแล้วฉันอยากจะหัวเราะให้กับฉายานี้ซะจริงๆ"

     

    เขาบ่นพึมพำก่อนที่จะบินจากไปเช่นเดียวกัน

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน