เื่สะใภ้สี่บ้านเฉินตัดขาดบ้านเดิมถูกพูดถึงในหมู่บ้าน อย่างที่รู้กันว่าผู้หญิงที่แต่งงานออกจากบ้านก็จะเป็คนในครอบครัวของสามี ไม่ใช่คนของบ้านเดิม แต่ถ้าไม่มีเื่ร้ายแรงหรือบ้านเดิมตัดขาดกับคนที่แต่งออกจากบ้าน ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลูกสาวเอ่ยตัดขาดพ่อแม่มาก่อน
แต่เมื่อวานนี้สะใภ้สี่บ้านเฉินได้ทำมันลงไป และเื่ต่อมาที่จะพูดถึงไม่ได้เลยก็คือิหลานฮุ่ยยังไม่ได้มาหมั้นหมายอี้เหม่ยเฟิ่ง ทั้ง ๆ พี่สะใภ้ใหญ่บ้านอี้ป่าวประกาศไปทั่วหมู่บ้าน
เฉินเฟิ่นอี้กำลังต้มข้าวใส่ไข่ให้แม่ของเธอที่นอนป่วยอยู่ในห้องนอนได้รับประทาน บ้านเฉินลงความเห็นกันว่าให้สะใภ้สี่พักจิตใจก่อน ส่วนเื่แปลงนาย่าเฉินจะลงไปทำแทน อีกทั้งสามพี่น้องบ้านเฉินยังไปช่วยผู้ใหญ่ทำงานอีก ที่บ้านตอนนี้จึงเหลือแค่เฉินเฟิ่นอี้ สะใภ้สี่ เฉินเหม่ยเย่และเฉินชิงชิงที่รับหน้าที่ดูแลน้องชาย
ยังเป็เฉินเฟิ่นอี้ที่รับหน้าที่ทำอาหารมื้อกลางวันให้ทุกคนรับประทาน วันนี้มีตุ๋นไก๋ในเล้า 1 ตัว ที่เฉินเฟิ่นอี้พ่อของเธอฆ่าให้เพราะมันมีจำนวนเกิน ในบ้านตอนนี้เหลือเพียงสิบหกคนแต่ไก่มีเก้าตัว
“พี่ทำข้าวต้มให้แม่เหรอคะ” เฉินเหม่ยเย่เดินเข้ามาในครัว มือของหล่อนจูงน้องชายเข้ามาด้วย
“พี่ฉาว”
“อืม ชิงชิงน้อยมานี่เร็ว” เฉินเฟิ่นอี้อ้าแขนออกให้น้องชายเดินมาหา ั้แ่ที่โรงเรียนปิดเทอมเฉินเหม่ยเย่ก็รับหน้าที่ดูแลน้องชายช่วยย่าเฉิน
เฉินชิงชิงหัวเราะคิกคักพร้อมเดินเตาะแตะมาหาพี่สาว เฉินเฟิ่นอี้หยิบถ้วยแอปเปิลที่ปอกเปลือกและบดพร้อมรับประทานใกล้มือขึ้นมาถือ มันเป็ของที่จะนำไปให้เฉินชิงชิงพอดี
“เดี๋ยวอีกสักพักเธอตักข้าวต้มเข้าไปให้คุณแม่ด้วยนะ ไม่ต้องเยอะมากแต่ก็ให้อิ่ม ฉันจะพาน้องไปอาบน้ำเอง” เฉินเฟิ่นอี้เงยหน้าบอกน้องสาว
“ค่ะ”
“อ้อ อาหารกลางวันพี่ทำเสร็จแล้วถ้าเธอหิวก็รับประทานก่อนเลย พี่ยังไม่หิว” เพราะระหว่างทำอาหารและปรุงรสชาติ เฉินเฟิ่นอี้ชิมน้ำไปหลายรอบมาจนรู้สึกได้ว่าอิ่ม
เฉินเหม่ยเย่พยักหน้ามองพี่สาวป้อนแอปเปิลน้องชายคนเล็กอย่างมีความสุข เฉินชิงชิงเป็น้องชายคนเล็กของบ้านเฉินและเป็น้องชายของพวกหล่อน
ตุ้บ!
“เหม่ยเย่ พาน้องรออยู่ตรงนี้นะอย่าเพิ่งออกไป พี่จะออกไปดูด้านนอกก่อน ลงกุญแจข้างในด้วยเข้าใจไหม” เฉินเฟิ่นอี้ยื่นถ้วยแอปเปิลให้น้องสาวเมื่อได้ยินเสียงหน้าบ้าน ครัวสามารถล็อกจากด้านในได้ เฉินเฟิ่นอี้จึงต้องออกไปดูคนเดียว
“ระวังตัวด้วยนะคะ”
เฉินเหม่ยเย่บอกพี่สาวด้วยความเป็ห่วง เมื่อเฉินเฟิ่นอี้ออกจากครัว หล่อนก็ทำการล็อกกุญแจทันที ก่อนพาร่างเล็ก ๆ ของน้องชายไปอยู่มุมซ่อนตัวในครัว เผื่อมีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้นบ้านเฉินจึงทำที่ซ่อนตัวเอาไว้ และมีเพียงคนในบ้านเฉินเท่านั้นที่รู้จัก
เฉินเฟิ่นอี้เมื่อเห็นว่าน้องสาวล็อกประตูแล้วก็รีบออกมาหน้าบ้าน แม่ของเธอนอนอยู่ในบ้านและไม่มีคนเฝ้า เกรงว่าจะเกิดอันตรายเอาได้ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็ผู้หญิงที่คุ้นหน้าคุ้นตา
“พี่สาวรอง?” ใช่ เป็พี่สาวรองเฉินพี่สาวแท้ ๆ ของเฉินตง ลูกสาวของลุงใหญ่ เฉินเฟิ่งอี้มองใบหน้าอ่อนล้าของอีกฝ่ายอย่างใ ก่อนที่จะวิ่งไปประครองตัวไว้ ไม่อย่างนั้นหล่อนล้มแน่
“เฟิ่นอี้” เฉินเยี่ยนฉิงมองน้องสาวพร้อมเผยยิ้มเล็กน้อย หล่อนมีท่าทีว่าจะเป็ล้มอีกครั้ง
“นั่งพักก่อนค่ะ! ฉันจะไปเอาน้ำกับของว่างมาให้ พี่มาเหนื่อย ๆ ทำไมไม่ให้คนอื่นมาแทนคะ” เฉินเฟิ่นอี้ถามอย่างสงสัย พี่สาวรองคนนี้แต่งงานออกไปกับคนในหมู่บ้านข้าง ๆ แต่ก็อยู่ไกลจากที่นี่พอสมควรเพราะการเดินทางที่ลำบาก
“ไม่ต้องจ้ะ ๆ ฉันได้ยินว่าเธอหายป่วยเลยมาหาน่ะ” เฉินเยี่ยนฉิงรีบห้ามน้องสาว
“อ้อ แล้วทำไมพี่ถึงดำคล้ำแบบนี้ล่ะคะ? ฉันจำได้ว่าพี่ทำงานในอำเภอนี่ จริงสิ วันนั้นฉันไปสหกรณ์ในอำเภอก็ไม่เจอพี่” เฉินเฟิ่นอี้ถามระหว่างนั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้าน ดีที่หน้าบ้านมีโอ่งน้ำดื่มเธอจึงตักให้หล่อน
พี่สาวรองคนนี้เป็ลูกสาวของลุงใหญ่แน่นนอนว่าต้องได้เรียนหนังสือ หล่อนจบมัธยมปลายก็แต่งงานกับคนในหมู่บ้านข้าง ๆ ที่เห็นว่าคบหากันมาสามปี ซึ่งก็เพิ่งแต่งไปปีก่อนยังไม่มีลูกและลุงสามฝากทำงานในสหกรณ์อำเภอให้
“ฉันไม่ได้ทำงานแล้ว” เฉินเยี่ยนฉิงถอนหายใจ เพราะยอมเชื่อแม่สามีงานที่หล่อนต้องได้ทำตอนนี้ถูกน้องสาวสามีแย่งไปทำแล้ว ยังดีที่บ้านสามีของหล่อนยังเกรงกลัวบ้านเดิมของหล่อน จึงไม่ให้ลงทำงานในแปลงนาแต่ก็ต้องทำงานในบ้าน ส่วนสามีก็ตามอาของหล่อนไปทำงานในกองทัพเช่นเดียวกัน
“ได้ยังไงคะ? ฉันจำได้ว่ากว่าลุงสามจะฝากพี่เข้าที่นั่นได้ก็ใช้เวลาหลายวัน แต่พี่กลับบอกไม่ได้ทำงานแล้ว” ใครเป็พนักงานเงินเดือนหรือมีเงินเดือนมันก็เป็เหมือนชามข้าวเหล็ก ใคร ๆ ก็อยากมีเงินเดือนทั้งนั้น อีกอย่างพี่สาวรองก็เคยได้เงินเดือน 10 หยวน พร้อมคูปองอีก 2 ใบ
“เธอไม่ต้องห่วงหรอกพี่สบายดี ได้ยินว่าเธอหายป่วยนานแล้วแต่เพิ่งมีเวลาว่างมาหา แล้วชิงชิงน้อยกับเหม่ยเย่ล่ะ” คราวนี้เฉินเยี่ยนฉิงเป็คนถามบ้าง
“ฉันให้ทั้งสองรออยู่ในครัวค่ะ กลัวว่าจะเป็คนอื่นมาเลยออกมาดูก่อน ถ้าอย่างนั้นพี่รอก่อนนะคะ ฉันจะไปตามทั้งสองให้” เฉินเฟิ่นอี้บอกเมื่อนึกขึ้นได้
เฉินเยี่ยนฉิงมองน้องสาวสามที่เดินผ่านไปหลังบ้าน พร้อมหันกลับมามองรอบ ๆ บ้านอย่างคิดถึง จะว่าไปแล้วั้แ่หล่อนแต่งออกจากบ้านเฉินก็ยังไม่ได้กลับมาที่นี่เลย
เฉินเฟิ่นอี้เดินไปหลังบ้านไม่นานก็อุ้มเฉินชิงชิงกลับมาด้วย ด้านหลังมีเฉินเหม่ยเย่ที่ถือถาดข้าวต้มร้อน ๆ หล่อนต้องนำไปให้แม่ที่นอนพักอยู่
“อาสะใภ้สี่ป่วยเหรอ”
“ใช่ค่ะ วันนี้คุณย่าเลยต้องออกไปทำงานแทน” เฉินเฟิ่นอี้ต้องทำอาหารและทุกคนกลัวว่าเธอจะป่วยอีก เฉินชิงชิงติดเฉินเหม่ยเย่จึงไม่ได้ไปทำงานในแปลงนา ย่าเฉินจึงเป็คนไปเอง
“อ้อ”
เฉินเฟิ่นอี้ฝากเฉินชิงชิงไว้กับพี่สาวรอง จากนั้นก็เข้าห้องครัวหั่นผลไม้และตักอาหารบางส่วนออกมา เฉินเหม่ยเย่คงหิวแล้วจะได้รับประทานพร้อมกับพี่สาวรองเลย อีกสักพักป้าสะใภ้คงมาเอาอาหาร เพราะวันนี้ที่บ้านต้องดูแลคนป่วยและเด็ก
พี่สาวรองไม่ได้กลับบ้าน่บ่าย วันนี้หล่อนบอกจะนอนพักที่บ้านพรุ่งนี้จึงจะกลับ และได้บอกแม่สามีไว้แล้วด้วย เฉินเฟิ่นอี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร วันนี้หล่อนจึงมีลูกมือทำอาหารเพิ่ม อาหารมื้อเย็นจัดการเสร็จก่อนที่ทุกคนจะเลิกงงาน
“เอ๊ะ! เยี่ยนฉิงยังไม่กลับเหรอ” สะใภ้ใหญ่ถามลูกสาวที่ยกน้ำออกมาให้ดื่ม
“วันนี้ฉันจะนอนที่นี่สักคืนค่ะ พรุ่งนี้จะกลับ” เฉินเยี่ยนฉิงกล่าวยิ้ม ๆ ตอบแม่ของหล่อน
“ดี ๆ ไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว” สะใภ้ใหญ่พยักหน้า
เฉินเฟิ่นอี้เดินถือจานแอปเปิลที่โรยเกลือออกจากครัว เป็ของว่างรองท้องและช่วยให้ทุกคนหายเหนื่อยได้ โดยเฉพาะปู่เฉินและย่าเฉินที่เฉินเฟิ่นอี้เพิ่มพุทราให้ด้วย
“แอปเปิลในบ้านเหลืออยู่เยอะเลยค่ะ พรุ่งนี้พี่กลับก็เอาไปด้วยสิคะ ที่บ้านได้รับประทานบ่อย ๆ มันช่วยบำรุงร่างกายด้วยค่ะ” เฉินเฟิ่นอี้บอก แต่สำหรับเธอนั้นจะชอบรับประทานพุทรามากกว่า
“ทุกวันเลยเหรอ” เฉินเยี่ยนฉิงถามด้วยความใ เพราะแต่ก่อนบ้านเฉินไม่ได้สิ้นเปลืองแบบนี้
“ใช่ค่ะ คุณย่าให้ไปซื้อผลไม้มา น่าเสียดายที่พี่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นคงได้รับประทานทุกวัน” เธอไม่ได้พูดเล่น ถ้าพี่สาวรองอยู่ในหมู่บ้านนี้ก็คงได้รับประทานผลไม้ตลอด แต่ถ้านำกลับไปที่บ้านสามีเฉินเฟิ่นอี้ไม่แน่ใจว่าหล่อนจะได้รับประทานหรือเปล่า
ยิ่งตำแหน่งพนักงานที่หลายคนต่างเกาะแน่นและลุงสามพยายามจนได้มันมา ก็หลุดไปอยู่ในมือของคนอื่นง่าย ๆ ทั้งที่พี่สาวรองสามารถให้พี่สาวใหญ่หรือเธอไปทำงานแทนก็ได้
“ช่างเถอะ”
“แม่ได้ยินอาสะใภ้รองของลูกบอกว่าลูกออกจากงานแล้วเหรอ” สะใภ้ใหญ่ถามลูกสาว เงินเดือนเป็สิบหยวนไม่ได้หาง่าย ๆ นะ แต่ลูกสาวของหล่อนกลับไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว
“เฮ้อ แม่คะ แม่สามีของฉันบอกว่าฉันไม่ควรไปทำงานหนักค่ะเพราะต้องรอตั้งท้องลูกของฉางโจวฮ่าว ตอนแรกฉันก็ยังไม่หยุดทำงานหรอกค่ะแต่รำคาญน้องสาวสามีที่มาเกาะแกะอยากทำงาน ฉันเลยให้หล่อนไปทำแทน” ส่วนตัวเองก็มาทำงานบ้านงก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าหล่อนไม่ทำใครจะห้ามได้
“เยี่ยนฉิง! งานไม่ได้หาง่าย ๆ แบบนั้นนะ ทำไมไม่มาปรึกษาครอบครัวเราก่อน” ลุงใหญ่เฉินบ่นลูกสาว งานนั้นสามารถให้เ้าสี่เข้าไปทำได้
“น้องสาวสามีของฉันจะทำงานได้กี่เดือนกันเชียว พ่อไม่ต้องห่วงค่ะหล่อนเป็คนี้เี ตอนฉันทำงานอยู่ก็แบ่งให้แม่สามีไปตั้งครึ่งหนึ่ง พอลูกสาวของนางได้ทำงานแทนฉันต่อหน้าหล่อนก็ให้เงินเดือนทั้งหมดเข้าบ้าน แต่ลับหลังก็แอบเอาให้กันอยู่ดี” ไม่ใช่ไม่รู้แต่หล่อนได้ปรึกษากับสามีแล้ว ตอนนี้เขายังมีตำแหน่งงานไม่มั่นคงจึงส่งเงินมาบ้านแค่ครึ่งหนึ่ง และให้หล่อนยอม ๆ ไปก่อน ถ้าครอบครัวของเขาทำอะไรก็ให้เอาเขาหรือครอบครัวของของหล่อนอ้างได้
“ไม่ได้ ๆ บ้านฉางเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว”
ย่าเฉินบ่น หลานเขยใช้งานได้แต่ครอบครัวของเขานั้นล้วนใช้งานไม่ได้ ยังดีที่หลานสาวคนโตแต่งงานกับคนมีเงินจึงอยู่เลี้ยงลูกสาวที่บ้านได้ ไม่เหมือนหลานสาวคนรองที่ตอนนี้อยู่กับครอบครัวสามี ส่วนสามีก็ไปทำงานตั้งไกล
“คุณย่าไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ พวกเขาไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก อีกอย่างนะคะอาสามก็เป็ถึงทหาร แถมยังพาสามีของฉันไปทำงานด้วยอีก พวกเขา้าเกาะชามข้าวเหล็กจะตาย” บ้านสามีหล่อนมีสมาชิกหลายคน แต่หล่อนและสามีได้ต่อเติมห้องออกมาจากเงินที่ลุงสามให้เป็ของขวัญวันแต่งงาน
“ถ้าไม่ใช่เพราะหลานรักเด็กนั่น ย่าก็ไม่ให้แต่งหรอก” บ้านเฉินรักหลานเท่ากัน เฉินเยี่ยนฉิงก็จบตั้งมัธยมปลายและมีงานทำ ต่างจากหลานเขยที่ไม่มีอะไร
“ฮ่า ๆ”