บทที่ 69: คำเชิญจากจวนเจ้าเมือง
หลายวันผ่านไป...
ในขณะที่ตระกูลหวังและตระกูลหลี่กำลังวุ่นวายอยู่กับการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้มาจากตระกูลเฉิน และในขณะที่ชื่อของ "อสูรผมเงิน" กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในทุกโรงเตี๊ยม...
เจ้าของชื่อนั้นกลับยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่ปรากฏตัวออกมาให้ผู้ใดเห็น
ภายในห้องฝึกซ้อมที่อุดมสมบูรณ์ หลิงเซียวกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางกองศิลาปราณระดับกลางที่บัดนี้กลายเป็นผงธุลีไปแล้วหลายสิบก้อน เขากำลังพยายามทำความเข้าใจ "คอขวด" ที่กั้นขวางเขาระหว่างขอบเขตสร้างแก่นแท้และขอบเขตแก่นทองคำ
"พลังลมปราณเพียงพอแล้ว...แต่ยังขาดบางสิ่งบางอย่าง" เขาลืมตาขึ้น ขมวดคิ้วเล็กน้อย "มันคือความเข้าใจในกฎเกณฑ์...หรือวาสนาบางอย่างที่จะช่วยเชื่อมประสานพลังทั้งหมดให้ควบแน่นเป็นหนึ่งเดียว"
ในขณะที่เขากำลังไตร่ตรองอยู่นั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังอย่างยิ่งยวดสายหนึ่ง...ซึ่งกำลังมุ่งตรงมายังคฤหาสน์ของเขา!
กลิ่นอายนี้ไม่ได้แฝงจิตสังหาร แต่มันกลับหนาแน่นและกว้างใหญ่ราวกับมหาสมุทร ทำให้แม้แต่ยอดฝีมือระดับสร้างแก่นแท้ขั้นสูงสุดเช่นเขายังต้องรู้สึกกดดัน!
"ขอบเขตแก่นทองคำ!"
หลิงเซียวลุกขึ้นยืนในทันที ดวงตาของเขาฉายประกายคมกล้า เขาเดินออกจากห้องฝึกซ้อมและตรงไปยังโถงรับแขก
ไม่นานนัก พ่อบ้านคนใหม่ (อดีตคนรับใช้ตระกูลเฉินที่ยอมสวามิภักดิ์) ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน "นะ...นายท่าน! มี...มีคนจากจวนเจ้าเมืองมาขอพบขอรับ!"
"ให้เขาเข้ามา" หลิงเซียวกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะไปนั่งลงบนเก้าอี้ประธานในโถงรับแขกอย่างใจเย็น
ผู้ที่เดินเข้ามาคือชายวัยกลางคนในชุดอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม บนอกปักตราสัญลักษณ์กิเลนเพลิงอันเป็นสัญลักษณ์ของจวนเจ้าเมือง เขาไม่ได้แสดงท่าทีโอหัง แต่ทุกย่างก้าวกลับมั่นคงและแฝงไว้ด้วยพลังที่น่าเกรงขาม
นี่คือยอดฝีมือขอบเขตแก่นทองคำอย่างแท้จริง!
"คารวะคุณชายหลิงเซียว" ชายวัยกลางคนประสานมือคำนับอย่างสุภาพ "ข้าน้อยมีนามว่า 'เว่ยหลง' เป็นผู้บัญชาการทหารองครักษ์แห่งจวนเจ้าเมือง"
"ไม่ทราบว่าท่านผู้บัญชาการเว่ยมีธุระอันใด" หลิงเซียวถามกลับอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นกลัวแม้แต่น้อย
เว่ยหลงมองเด็กหนุ่มผมเงินตรงหน้าด้วยแววตาชื่นชมระคนประหลาดใจ ความสงบนิ่งและกลิ่นอายที่ลึกล้ำของเด็กคนนี้ทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าข่าวลือที่ได้ยินมานั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง
"ข้ามาในวันนี้ในนามของท่านเจ้าเมือง" เว่ยหลงกล่าว "ท่านเจ้าเมืองฝากความยินดีมาถึงคุณชายหลิงเซียวที่สามารถกำจัดภัยคุกคามอย่างตระกูลเฉิน...ซึ่งแอบกระทำการชั่วร้ายลับหลังจวนเจ้าเมืองมานาน...ลงได้"
คำพูดนี้ทำให้หลิงเซียวเลิกคิ้วเล็กน้อย "โอ้? เช่นนั้นข้าก็ควรได้รับรางวัลแทนสินะ?"
เว่ยหลงหัวเราะเบาๆ "คุณชายช่างหลักแหลม" เขากล่าวต่อ "ท่านเจ้าเมืองชื่นชมในความสามารถของคุณชายเป็นอย่างยิ่ง และตระหนักดีว่าการกระทำของคุณชายได้ทำให้สมดุลอำนาจในเมืองระฟ้าสั่นคลอนไปชั่วขณะ"
"และ?" หลิงเซียวถามต่อ
"และท่านเจ้าเมืองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า...ความวุ่นวายจะจบลงเพียงเท่านี้" เว่ยหลงกล่าวพลางหยิบเทียบเชิญสีทองอร่ามออกมา "ท่านเจ้าเมืองจึงได้ส่งเทียบเชิญนี้มาให้แก่คุณชาย เป็นการส่วนตัว"
หลิงเซียวรับเทียบเชิญนั้นมาเปิดดู มันไม่ได้ระบุวันเวลาใดๆ
"นี่คือเทียบเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงส่วนตัว" เว่ยหลงอธิบาย "เมื่อใดที่คุณชาย 'ว่าง' จากการบำเพ็ญเพียรและพร้อมที่จะหารือเกี่ยวกับ 'อนาคต' ของเมืองระฟ้าร่วมกัน...ก็สามารถนำเทียบเชิญนี้ไปยังจวนเจ้าเมืองได้ทุกเมื่อ"
นี่คือการส่งสาส์นที่ชัดเจน...จวนเจ้าเมืองยอมรับในการดำรงอยู่ของเขาในฐานะ "ขั้วอำนาจใหม่" แต่ก็เป็นการเตือนกลายๆ ว่าอย่าได้ล้ำเส้นไปมากกว่านี้
"ข้าเข้าใจแล้ว" หลิงเซียวพยักหน้า "ฝากขอบคุณท่านเจ้าเมืองด้วย"
"เช่นนั้นข้าไม่รบกวนแล้ว" เว่ยหลงประสานมืออีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างสงบ
เมื่อเว่ยหลงจากไปแล้ว หลิงเซียวก็มองเทียบเชิญสีทองในมือด้วยแววตาครุ่นคิด
"จวนเจ้าเมือง...ขอบเขตแก่นทองคำ...ดูเหมือนว่าการจะทะลวงขอบเขตนี้ให้ได้โดยเร็วนั้น...สำคัญยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"