ตอนที่30 หลิวเย่ทำงานในโรงพยาบาล?
เล่อซุนเชื่อมโยงเื่ราวทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
การส่งมอบภารกิจสำคัญของตระกูลเล่อคือการปกป้องค่ายกลเจ็ดดาวที่บรรพบุรุษของพวกเขาสืบทอดการปรุงยาและการปลูกสมุนไพร การที่พ่อของเขามาที่นี่แสดงว่าต้องมีเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับค่ายกลเจ็ดดาวนี้
“หมอหลิวแล้วอาการป่วยของพ่อฉันจะหายไหม?”เล่อซุนถามขึ้น
“.....”หลิวเย่พยักหน้าแทนคำตอบและเขากล่าวเพิ่มเติม“ฉัน้าหินหยกขนาดเท่าเล็บมือจำนวน 21 ก้อน ยิ่งหาได้เร็วยิ่งดี”
“ฉันสามารถจัดหาได้ตอนนี้เลย”เล่อซุนรับปากและหันไปสั่งการพ่อบ้านเหลาทันที
“ตกลงถ้าอย่างนั้นพวกเราไปที่โรงพยาบาลกันเถอะ” กู่ผิงโจวเห็นสถานการณ์คลี่คลายแล้วเขาเอ่ยชวนทุกคนกลับไปรักษาชายชรา
.........
หลิวเย่กำลังจัดวางตำแหน่งก้อนหินหยกรอบเตียงชายชราเพื่อคลายผลการโจมตีจากค่ายกลเจ็ดดาว
ขั้นตอนนี้เขาให้ทุกคนรออยู่นอกห้องเนื่องจากผลกระทบของการคลายผลการโจมตีอาจทำให้พวกเขาได้รับาเ็ได้
หลังจากผ่านไปสามสิบนาที
“เสร็จเรียบร้อยแล้ว”หลิวเย่ส่งเสียงเรียกคนจากนอกห้องเมื่อเห็นว่าชายชราค่อยๆลืมตาขึ้นมา
คนภายนอกทยอยกันเข้ามาครั้งนี้มีแพทย์ของโรงพยาบาลประชาชนเข้ามาสมทบด้วยอีกสามคน
กู่ผิงโจวถามหลิวเย่ซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงตื่นเต้น“เสี่ยวเย่ เรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม?”
หลิวเย่พยักหน้าและผายมือเชิญให้ทุกคนตรวจสอบอาการป่วยของชายชรา
“ฉันเป็อะไรไปเสี่ยวซุน?” ชายชราถามเล่อซุนด้วยเสียงแหบต่ำ
แพทย์ทั้งสามคนที่เข้ามาพวกเขาต่างใช้วิธีการของแพทย์ตะวันตกในการตรวจสอบอาการป่วย
มีเพียงกู่ผิงโจวที่จับชีพจรแล้วปล่อยลงด้วยสีหน้าสดชื่นวางใจ
เล่อซุนสังเกตสีหน้าและพฤติกรรมของแพทย์สามคนกู่ผิงโจวและหลิวเย่ เขาตัดสินใจบอกพ่อของเขาว่า “พ่อคุณแค่หมดสติตอนเดินไปูเาหลังวิลล่าน่ะ”
“อ้ออย่างนั้นเหรอ แล้วฉันเดินไปทำไม?”ชายชราผงกหัวรับทราบและถามกลับด้วยความงุนงง
“คุณจำไม่ได้เหรอ?” เล่อซุนถามอย่างประหลาดใจ
เล่อผิงทำท่าทางครุ่นคิดแล้วส่ายหน้าเบาๆ
ตอนนี้แพทย์ทั้งสามคนและกู่ผิงโจวต่างพากันจับกลุ่มคุยกันถึงอาการป่วยและการหายป่วยที่แปลกประหลาดมันเกินจินตนาการของพวกเขาที่สามารถรักษารูปแบบอื่นนอกเหนือจากแพทย์แผนตะวันตกและแพทย์แผนจีน
ชายวัยกลางคนมีผมขาวแซมก้าวเดินมาหาหลิวเย่“สวัสดี หมอหลิว ฉันชื่อฉู่จงโจว เป็ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาชน”
“เสี่ยวเย่นี่คือหมอเจียข่าน แพทย์ศัลยกรรมฝีมือเก่งกาจคนหนึ่ง และหมอต้าซงไป๋หัวหน้าแพทย์แผนจีน” กู่ผิงโจวเอ่ยแนะนำแพทย์ชายอีกสองคนที่ยืนข้างเขา
“สวัสดี ฉันชื่อหลิวเย่เป็นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเทียนจิน ชั้นปีที่หนึ่งเป็เด็กฝึกงานของอาจารย์กู่” หลิวเย่ทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ
ต้าซงไป๋แววตาเป็ประกายเขามองหลิวเย่และถามด้วยความสงสัย “ผู้เฒ่าเล่อผิงป่วยเป็อะไรกันแน่?”
“เขาแค่มีการไหลเวียนเืไปเลี้ยงสมองบกพร่องชั่วคราวตอนนี้ไม่เป็อะไรแล้ว” หลิวเย่เหลือบมองเห็นสีหน้าของเล่อซุนที่ดูเหมือนไม่้าให้มีเื่วุ่นวายตามมาเขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงคำตอบ
พวกเขาทั้งสามคนมีสีหน้าไม่เชื่อในคำกล่าวนั้นมีเพียงกู่ผิงโจวที่นิ่งเงียบเพราะเขาเข้าใจสถานการณ์ดีที่สุด
ฉู่จงโจวได้ถามหลิวเย่ขึ้นมาว่า“คุณสนใจมาเป็แพทย์ฝึกหัดที่นี่ไหม?”
หลิวเย่แปลกใจกับท่าทีของผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาชนที่ตัดสินใจเชิญเขามาทำงานเขารู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
“ฉันเป็เพียงนักศึกษาในตอนนี้!?”
“ฉันคิดว่ารอให้หลิวเย่สอบใบรับรองให้ได้เสียก่อนจะเหมาะสมมากกว่าแต่ถ้ามีเคสฉุกเฉินค่อยพิจารณาเป็รายๆไป ดีกว่าไหม?” กู่ผิงโจวเสนอความคิดเห็นช่วยหลิวเย่
“นั่นสิเรายังไม่ต้องเร่งรีบก็ได้” ต้าซงไป๋ออกความคิดเห็นช่วยอีกคน
ในตอนนี้ผอ.ฉู่จงโจวและแพทย์อีกสองคนได้พยักหน้าเห็นด้วย
หลิวเย่ถอนหายใจเบาอย่างผ่อนคลาย
เขาไม่สบายใจหากต้องพบเจอปัญหาทางกฎหมาย
เมื่อเล่อซุนได้รับสัญญาณจากผอ.ฉู่จงโจวที่อนุญาตให้ผู้เฒ่าเล่อผิงออกจากโรงพยาบาลไปพักผ่อนที่บ้านได้เขาหันหน้ามาพูดคุยกับหลิวเย่ “หมอหลิว เย็นพรุ่งนี้ให้พวกเราได้เลี้ยงอาหารเย็นคุณดีไหม?”
“ตกลง!”หลิวเย่รับปากพวกเขาเมื่อเห็นพฤติกรรมที่เล่อซุน้าพูดคุยบางอย่างกับเขา
………
ณ เกาะน้อยกลางทะเลสาบของมหาวิทยาลัย
เช้านี้หลิวเย่รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเมื่อสำรวจพบว่าขอบเขตของเขาเข้าใกล้ระดับสูงสุดแล้ว
มันเป็ผลมาจากการที่เขาได้รับพลังฉีเข้มข้นจากค่ายกลเจ็ดดาว
การฝึกฝนพลังจิตก็สามารบรรลุถึงขอบเขตศิลปะขั้นสูงแล้วเช่นกันเขาสามารถกำหนดจิตให้เหรียญทองแดงเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทางอย่างอิสระ นั่นหมายความว่าเพียงหนึ่งความคิดของเขาสามารถสมานกระดูกและทำลายกระดูกเป้าหมายที่้าในระยะทางเท่าที่พลังจิตไปถึง
เย็นนี้หลิวเย่มีนัดทานอาหารเย็นกับอาจารย์กู่และครอบครัวเล่อหลิวเย่สนใจพื้นที่โดยรอบวิลล่าเขตนั้น มีวิลล่าหลายหลังที่มีอาณาเขตกว้างขวาง หากเขามีโชคชะตาที่ดีอาจได้เป็เ้าของสักหลัง
หลังทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลิวเย่เดินทางไปค่ายทหารเพื่ออ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ที่เหลือทั้งหมดและติดตามผลการฝึกทหารรูปแบบใหม่ที่เขามอบหมายไว้กับหูตง
ในสนามฝึกซ้อมค่ายทหารเมืองเทียนจิน
ทหารร่างกำยำห้าสิบคนกำลังเข้ารับการฝึกอย่างจริงจังหลิวเย่มองเห็นหัวหน้าแผนกทั้งห้าคนเข้าร่วมการฝึกด้วย พวกเขาดูตั้งใจและจริงจังมากกว่าทหารทั่วไปไม่ว่าจะเป็หูตง โจวหง ว่านเต๋อฉี เสว่จงกวน และสาวสวยฉีจูเอ๋อ หลิวเย่ยิ้มอย่างพอใจ
เขาไม่้ารบกวนการฝึกของพวกเขาดังนั้นจึงเดินอ้อมไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปหาเ้าอ้วนแทน
ในห้องคอมพิวเตอร์เ้าอ้วนยังคงนั่งเคาะแป้นพิมพ์หน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อเขาเห็นหลิวเย่เข้ามาเขารีบเอ่ยทักทายด้วยความกระตือรือร้น “หัวหน้าหลิว ฉันมีอะไรบางอย่างอยากบอกคุณคุณสนใจไหม?”
“.....”หลิวเย่ผงกหัวตกลงอย่างเป็ธรรมชาติ
“คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ประเทศของเรามีแฮ็คเกอร์ฝีมือดีเพิ่มอีกคนแล้วนะ”เ้าอ้วนพูดพลางชูกำปั้นอ้วนขึ้น
“ก็ดีแล้วนี่”หลิวเย่ตอบกลับเสียงเรียบ
“คุณควรสนใจที่จะถามฉันนะว่าเขาเป็ใคร?”เ้าอ้วนยิ้มมองตาเ้าเล่ห์
“ทำไมล่ะ?”หลิวเย่งุนงงกับคำถามนั้น
“อ้าว ก็ฉันเห็นคุณสนใจที่จะเรียนรู้เื่นี้”คราวนี้เ้าอ้วนฉงนที่พบว่าหลิวเย่นิ่งเฉยมากเกินไป
“อ้อ แล้วเขาเป็ใครล่ะ?”สุดท้ายหลิวเย่เล่นกับเ้าอ้วน
“เขาคือแฮ็คเกอร์Z” เ้าอ้วนขยับแว่นแล้วเชิดคางขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง
หลิวเย่ส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ“โอเค ถ้าฉันเจอเขา ฉันจะทักทายเขาอย่างสุภาพดีไหม?”
เ้าอ้วนยิ้มกว้างและชี้นิ้วล้อเล่นกับหลิวเย่“นั่นคือสิ่งที่คุณควรทำ” จากนั้นเขาหันกลับไปเคาะแป้นพิมพ์ต่ออย่างอารมณ์ดี
หลิวเย่ยิ้มในใจเขากำลังคิดว่าหากเ้าอ้วนรู้ว่าแฮ็คเกอร์ Z เป็ตัวเขาเองเ้าอ้วนจะมีสีหน้าอย่างไร?
น่าสนใจ!
สองชั่วโมงผ่านไปหลิวเย่อ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ขั้นสูงทั้งหมดแล้วเขานั่งหลับตาและประมวลความคิดเพื่อตกผลึกองค์ความรู้ทั้งหมดที่ได้ศึกษามา
เขายิ้มอย่างพอใจในผลลัพธ์ของการเรียนรู้ครั้งนี้
.........
เวลา 19.00 น.
กู่ผิงโจวและหลิวเย่เดินทางมาถึงวิลล่าของตระกูลเล่อ
คราวนี้มีบุคคลหลายคนมาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเล่อซุน เผิงหยุน และเล่อจิน หลิวเย่เคยเห็นพวกเขาแล้วแต่ชายหญิงวัยกลางคนอีกสองคนดูแปลกหน้าสำหรับเขา
เล่อจินแนะนำชายหญิงวัยกลางคนแก่อาจารย์กู่และหลิวเย่“สวัสดีหมอกู่ หมอหลิว นี่คืออารองของฉันเอง เล่อจุน และอาสะใภ้รอง ฉู่ม่านเว่ยเธอเป็ลูกสาวของผอ.ฉู่จงโจว จากโรงพยาบาลประชาชน”
“สวัสดี ฉันกู่ผิงโจว”กู่ผิวโจวทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ
หลิวเย่ทักทายพวกเขาตามหลังอาจารย์กู่“สวัสดี ฉันหลิวเย่”
ในเวลานี้ ผู้เฒ่าตระกูลเล่อเล่อผิงได้นั่งรอบนโซฟาห้องโถงรับรอง
“สวัสดีท่านผู้เฒ่าเล่อ”อาจารย์กู่และหลิวเย่ทักทายชายชราพร้อมกันวันนี้เล่อผิงมีสีหน้าสดชื่นขึ้นเล็กน้อย
“สวัสดีหมอกู่หมอหลิว เชิญนั่งก่อน”
พวกเขาทุกคนซักถามเกี่ยวกับอาการป่วยของผู้เฒ่าเล่อผิงกับหลิวเย่ระยะหนึ่งขณะที่รอแม่ครัวจัดเตรียมอาหาร
ขณะรับประทานอาหารพวกเขาต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน
แต่ภายใต้บรรยากาศนั้นหลิวเย่ััได้ถึงความขัดแย้งเล็กน้อยระหว่างเล่อซุนกับเล่อจุน
เขาไม่สนใจกับธุรกิจของครอบครัวอื่น
เมื่อพวกเขาทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ผู้เฒ่าเล่อผิงส่งสัญญาณให้เล่อซุนเชิญหลิวเย่ไปที่ห้องหนังสือบนชั้นสอง
ในห้องหนังสือตระกูลเล่อ
ตอนนี้ในห้องมีผู้เฒ่าเล่อผิงเล่อซุน เล่อจุน เล่อจิน และหลิวเย่
ส่วนกู่ผิงโจวกำลังคุยธุรกิจอยู่กับฉู่ม่านเว่ยซึ่งเธอเปิดร้านขายและรับซื้อสมุนไพรจีนในเมืองเทียนจิน
เล่อซุนยื่นเช็คเงินสดหนึ่งล้านหยวนให้กับหลิวเย่
เล่อผิงและทุกคนกล่าวขอบคุณหลิวเย่ที่ช่วยรักษาอาการป่วยของเล่อผิง
เล่อซุนเริ่มคำถามเป็คนแรก“พ่อ...คุณจำอะไรก่อนที่จะหมดสติได้บ้างไหม?”
ชายชรามองใบหน้าแต่ละคนเขาก้มหน้าลงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบเบาๆว่า “ฉันเพียงรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูกจึงเดินไปทางูเาหลังวิลล่า จากนั้นฉันก็หมดสติไปเลย” เขาเงยหน้าสบตาเล่อซุนด้วยสายตาสับสน
“หมอหลิวเชิญแจ้งรายละเอียดกับพวกเราเพิ่มเติม”เล่อซุนหันมามองหลิวเย่พลางบอกเขาเสียงเข้ม
หลิวเย่รู้ดีว่าบางเื่ที่เป็ความลับของครอบครัวเขาเป็คนนอกต้องระมัดระวังคำพูดให้ดี “ฉันพบว่าอาการป่วยของผู้เฒ่าเล่อเกิดขึ้นจากผลกระทบของค่ายกลเจ็ดดาวจากูเานั่น”
“อะไรคือค่ายกลเจ็ดดาว?”คราวนี้เล่อจุนถามขึ้นด้วยความสงสัย
หลิวเย่เหลือบมองเล่อซุนและผู้เฒ่าเล่อผิง
ในที่สุดผู้เฒ่าเล่อผิงจึงเอ่ยปากขึ้น“ค่ายกลเจ็ดดาวเป็อาณาเขตที่พวกเราสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ พวกเรามีหน้าที่ปกป้องรักษาสถานที่แห่งนี้นั่นจึงเป็เหตุผลที่เรามาสร้างวิลล่าขึ้นที่นี่”
“ปกป้องอะไร?ทำไมต้องทำ?” เล่อจุนยังคงตั้งคำถามที่คาใจ
ผู้เฒ่าเล่อผิงถอนหายใจแรงและทอดสายตามองไกล“มันเป็คำสั่งของบรรพบุรุษของเราที่ท่านเป็แพทย์ปรุงยาสมัยโบราณ ว่ากันว่าในที่แห่งนั้นมีสมุนไพรหายากบางชนิดแต่มันก็มีกำหนดเวลาดูแลเช่นกัน หากค่ายกลเจ็ดดาวสลายไปแล้วหน้าที่ของพวกเราก็สิ้นสุดลง ฉันเพียงอยากเข้าไปค้นหาว่าในนั้นมีสมุนไพรอะไร”
ในตอนนี้สายตาทุกคนต่างจ้องมองมาที่หลิวเย่
เขากระแอมเบาๆก่อนตอบ“ฉันเข้าไปแล้วไม่พบสมุนไพรอะไร มีเพียงตำราม้วนหนึ่งอาจจะเป็ค่ายกลเจ็ดดาว?”
จากนั้นหลิวเย่หยิบม้วนตำราออกจากกระเป๋าเป้มาวางบนโต๊ะ
เมื่อคืนนี้เขาจัดการปรับแก้ข้อความในม้วนตำราค่ายกลเจ็ดดาวใหม่หากไม่ใช่ผู้ฝึกฝนที่มีความรู้ด้านค่ายกลขั้นสูงจะไม่สามารถถอดข้อความเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน
สำหรับข้อความเนื้อหาในม้วนตำรานั้นหลิวเย่จดจดได้ขึ้นใจเรียบร้อยแล้ว
ส่วนสมุนไพรเ่าั้หลิวเย่ไม่สามารถนำออกมาให้พวกเขาได้เลย มันเป็เพราะว่าพวกเขาจะต้องบังคับให้เขาพาไปเอาสมุนไพรเ่าั้ในค่ายกลซึ่งเขาไม่ยินยอมที่จะทำให้
ไหนจะมีเสือโคร่งทมิฬอาศัยอยู่ในนั้นอีก?
สิ่งเหล่านี้ย่อมนำมาซึ่งปัญหาไม่รู้จบ!
หลิวเย่จึงตัดสินใจโกหกหน้าตาเฉย!
แต่ถึงอย่างนั้นปัญหาก็มีมาจนได้จากคำถามของเล่อจุนที่หันหน้ามาถามหลิวเย่เสียงเข้ม“แล้วหมอหลิวเข้าไปข้างในนั้นได้อย่างไร?”
ทุกคนหันมองหน้าเขาและรอคำตอบ
“ฉันเคยร่ำเรียนมาจากอาจารย์ชราบนูเาที่บ้านตอนนี้อาจารย์ปลีกวิเวกไปที่ไหนก็ไม่รู้” หลิวเย่ตอบโกหกอย่างจนใจ
“แสดงว่าคุณมีความรู้ในเื่นี้?”เป็เล่อจุนที่ถามต่อ
“ก็มีบ้าง”หลิวเย่แบ่งรับแบ่งสู้
ผู้เฒ่าเล่อผิงหรี่ตามองหลิวเย่เขาเป็ชายชราที่เผชิญกับภัยพิบัติและเหตุการณ์รุนแรงในชีวิตมามากมายเขารู้ว่าต่อให้บังคับหลิวเย่อย่างไร เขาก็คงไม่บอก ถ้าเขาไม่้าจะบอกทำได้เพียงใช้ความนุ่มนวลเท่านั้น
“ช่างเถอะตอนนี้ฉันสบายดี ก็พอแล้วล่ะ” เล่อผิงตัดสินใจปล่อยผ่านเื่นี้ไปก่อนชั่วคราวเขายังมีโอกาสติดตามความเคลื่อนไหวของหลิวเย่ในอนาคต
“จริงสิที่ดินข้างๆหลังูเา เ้าของที่ดินตกลงจะขายให้ใคร?”เล่อจุนเปลี่ยนเื่ถามเมื่อเห็นว่าพ่อของเขาพูดตัดบทไปแล้ว
ข้อความที่เล่อจุนพูดถามขึ้นมาทำให้หลิวเย่หูผึ่งทันที
พวกเขาเหล่ตามองหลิวเย่
หลิวเย่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเขาขอตัวออกไปจากห้องหนังสือ
เมื่อหลิวเย่ออกมานอกห้องเขาใช้ัั์ฟังสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน
“นายหน้าบอกว่าคนขายจะขายที่ดินให้ก็ต่อเมื่อแก้ไขปริศนาที่เขากำหนดไว้ได้ก่อนหลังจากนั้นค่อยตกลงเื่ราคา” เล่อซุนเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหลิวเย่เดินออกจากห้องไปแล้ว
“ยุ่งยากเสียจริง”เล่อจุนบ่นเสียงดัง
“เขาเป็เ้าของที่ดินซึ่งจะกำหนดเงื่อนไขอย่างไรก็ได้”เล่อซุนกล่าวอย่างจนใจ
ที่ดินกว้างใหญ่ราว10 เอเคอร์นี้รวมูเาหลังวิลล่าของพวกเขาเข้าไปด้วย แต่เดิมูเาหลังวิลล่าไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของพวกเขาทั้งหมดมีเพียงสองในสิบส่วนเท่านั้น อีกแปดในสิบส่วนอยู่ในอาณาเขตของที่ดินข้างเคียง
เล่อซุนและเล่อจุนต่าง้าที่ดินผืนนั้นเป็ของตนเอง พวกเขาแข่งขันกันั้แ่เด็กและสืบทอดไปถึงลูกพวกเขาด้วย
เล่อผิงเหลียวมองลูกชายสองคนพลางถอนหายใจความสามัคคีของพวกเขามักอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์
เล่อจินเองก็้าช่วยเหลือพ่อของเขาเช่นกัน
แต่ในตอนนี้พ่อของเขาและอารองกำลังขัดแย้งกันเขาจึงไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว
หลิวเย่สนใจในที่ดินผืนนั้น!
เขากำลังวางแผนติดต่อนายหน้าเพื่อดูว่าบททดสอบคืออะไร?
ปริศนาลึกลับงั้นเหรอ!
นี่มัน.....น่าสนใจ!
.........
หลิวเย่กลับมาถึงหอพักเขาโทรศัพท์หาเกาหยานเพื่อสอบถามบะหมี่ที่เริ่มทำการผลิตตามสูตรใหม่แล้ว
หลิวเย่นัดหมายให้เกาหยานมาส่งบะหมี่20,000 ห่อ ส่วนที่เหลือให้พวกเขาทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่ได้วางแผนไว้
หลิวเย่วางแผนจะกลับไปที่โลกโบราณอีกครั้งในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้
ตอนเช้าขณะที่หลิวเย่และเพื่อนๆกำลังเดินไปโรงอาหาร
โทรศัพท์ของหลิวเย่ดังขึ้นเขารับสายของหานจงที่แจ้งผลการรวบรวมสมุนไพรสำหรับทำยาอายุวัฒนะ
หลิวเย่นัดหมายให้หานจงมาส่งสมุนไพรที่อพาร์ตเมนท์ของเขาในตอนบ่าย
เขาตัดสินใจจะนำสมุนไพรเหล่านี้ไปปรุงยาที่นอกเมือง
เป็เพราะว่าอพาร์ตเมนท์นั้นคับแคบเกินไปและไม่สะดวกที่จะปรุงยา
เมื่อวางสายจากเกาหยานเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากฟู่หยางที่อธิบายการพัฒนาร้านอัญมณี “ฟู่ซิง” ซึ่งจะเปิดที่ทำการใหม่และใหญ่โตมากกว่าเดิมในเดือนหน้า
ฟู่หยางถามหลิวเย่อย่างเกรงใจถึงเื่การเปลี่ยนชื่อร้านใหม่
หลิวเย่คิดครู่หนึ่งแล้วตอบกลับ“ฉันคิดว่าชื่อร้าน “หรงเหยา” ก็ดูดีนะ”
ฟู่หยางรับคำอย่างนอบน้อม
.........
ตอนบ่ายหลิวเย่นั่งแท็กซี่ออกนอกเมือง
ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลิวเย่มาถึงนอกเมืองเทียนจิน
ปรากฏว่าเนินเขาและูเาที่เขามองเห็นระยะไกลตรงหน้าเป็อีกฟากหนึ่งของที่ดินที่ติดกับวิลล่าของตระกูลเล่อ
หลิวเย่ให้ความสนใจกับที่ดินผืนนั้นมากขึ้นไปอีก
เขาหามุมในถ้ำเล็กบนูเาที่สงบเงียบจากนั้นนำสมุนไพรออกมาจากมิติพื้นที่
ศิลปะที่หลิวเย่ใช้ในการปรุงยาอายุวัฒนะมาจากภูมิปัญญาเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่ซึ่งไม่จำเป็ต้องใช้เตาปรุงยาแบบโบราณ เขาสามารถใช้ไฟนิรมิตซึ่งรวบรวมจากพลังปราณศิลปะแห่งดวงดาวที่เขาฝึกฝนไฟนิรมิตนี้มีความแรงและบริสุทธิ์มากที่สุดในจักรวาลดังนั้นการปรุงยาด้วยไฟนิรมิตนี้จะทำให้ยานั้นมีความบริสุทธิ์และเต็มประสิทธิภาพสิบส่วน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลิวเย่เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก
ครั้งนี้เขาปรุงยาอายุวัฒนะสิบเม็ดและนำพวกมันเก็บไว้ในขวดกระเบื้องเคลือบซึ่งจะมอบให้กับหานจงเมื่อเขาเข้าไปในเมือง
หลิวเย่พิจารณาได้ว่าหากเขาปรุงยาที่โลกโบราณอาจไม่เหนื่อยขนาดนี้
และปัจจัยที่สำคัญคือขอบเขตของเขายังเป็เพียงแค่สร้างฐานรากหากเขามีขอบเขตที่สูงขึ้น เขาจะไม่เหนื่อยเช่นนี้