บทที่ 27
ร่างครึ่งเทพ แม้ว่าจะฟังดูเหมือนมันมีพลังที่มากมายมหาศาล แต่นั่นก็เป็นการเปรียบเทียบกับร่างกายของมนุษย์ปกติเท่านั้น เพราะความพิเศษของมันก็คือร่างกายที่แข็งแรงกว่า ฟื้นฟูได้ดีกว่า ทนทานต่อโรคได้มากกว่ามนุษย์ทั่วไปประมาณ 5 เท่า ซึ่งก็มากพอที่จะเรียกว่ายอดมนุษย์เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามร่างครึ่งเทพก็ยังคงเป็นกายเนื้อที่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้ดั่งร่างกายมนุษย์ ทั้งความเจ็บปวด อุณหภูมิ และอีกหลายๆอย่าง เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมก็มีการหมดอายุขัยไปตามธรรมชาติ แตกต่างไปจากกายทิพย์อันเป็นกายแท้จริงของเหล่าเทพ ซึ่งมีความพิเศษเหนือกว่าร่างครึ่งเทพอยู่หลายประการ สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดถึงพลังแห่งกายทิพย์ก็คือความสะอาดสดใสมีออร่า มันคือคลื่นพลังอ่อนๆที่ช่วยป้องกันความสกปรกแก่ผิวหนัง และเสื้อผ้าซึ่งทำให้ยากที่จะสกปรก ต่อมาคือมีพลังงานเหลือเฟือไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจึงไม่ต้องนอนหลับพักผ่อน รวมทั้งไม่จำเป็นต้องกินอาหารหรือที่เรียกว่าอิ่มทิพย์อีกด้วย ส่วนทางด้านสมรรถภาพของร่างกายนั้นเหนือกว่าร่างครึ่งเทพเพิ่มไปอีก 10 เท่า ยกเว้นก็แต่กำลังกายที่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติมเอาเอง แต่ถ้าเทียบกับร่างครึ่งเทพก็ยังมากกว่าอยู่ดี และสิ่งที่ทำให้กายทิพย์เป็นดั่งสิ่งวิเศษเหนือกว่าร่างกายทั่วไปก็คือมันไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าของมนุษย์นั่นเอง“สรุปแล้วก็คือร่างกายของฉันตอนนี้โดนเนิร์ฟลงมาเพื่อให้ใกล้เคียงมนุษย์ แล้วทำงานชดใช้ไปอีก 6 เดือนสินะ เฮ้อ!” หลังจากที่กรหาข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายชั่วคราวของตน ก็พอจะสรุปได้ว่าเควสที่เขารับมานี้ไม่ต่างจากการลงโทษของสวรรค์เลยแม้แต่น้อย แต่ข้อดีของมันก็คือมันให้แต้มมากพอที่จะทำให้เขาตั้งตัวใหม่ได้ หลังจากตรวจดูข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องพัก และหาข้อมูลคร่าวๆก่อนเริ่มทำเควสใหม่ กรที่ยังว่างเพราะภารกิจของเขาจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ก็คิดที่จะหาอะไรทำแก้เซ็ง เมื่อเห็นว่าเวลายังเหลืออีกมากกว่าจะมืดเขาจึงเลือกออกจากห้องพักแล้วเข้าไปที่ห้องสันทนาการซึ่งอยู่ที่ตึกใหญ่ของโบสถ์ ห้องนี้เป็นห้องใหญ่ที่มีประตูสองบาน พื้นที่ตรงกลางโล่งเพื่อสามารถจัดกิจกรรมของทางโบสถ์ได้ตลอดเวลา ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆจึงถูกกองไว้ที่ริมผนังด้านหนึ่ง โดยส่วนใหญ่อุปกรณ์ที่อยู่ในห้องนี้จะเป็นอุปกรณ์กีฬา และเกมสำหรับเด็กๆเพื่อให้พวกเขาได้เล่น ในระหว่างที่ผู้ปกครองกำลังประกอบพิธีอยู่นั่นเอง ในขณะที่กรกำลังหยิบของขึ้นมาเลือกดูนั้น ประตูห้องก็เปิดออก และผู้มาเยือนก็คือผู้ดูแลโบสถ์แห่งนี้บราเตอร์ถังลู่นั่นเอง“อ้าว! กรหาอะไรอยู่เหรอ?” กามเทพระดับ 7 กล่าวถามกามเทพฝึกหัดตรงหน้า“คุณถัง? คือผมกำลังดูว่ามีอะไรน่าเล่นบ้าง ส่วนใหญ่ก็เห็นมีแต่ลูกบาสกับลูกฟุตบอล แล้วก็ไม้แบดมินตัน ผมคงเล่นคนเดียวไม่ได้หรอกครับ” กรตอบกลับตามสิ่งที่เห็น“ก็มันเป็นของบริจาคให้เด็กเล่นฆ่าเวลานี่นะ ก็มีเท่าที่เห็นนี่แหละ แต่ถ้านายอยากจะหาอะไรทำเพลินๆ แถมยังมีประโยชน์กับนายด้วยฉันก็มีมาแนะนำนะ” ถังลู่เสนอแนะบางสิ่งบางอย่างแก่สมาชิกใหม่ของโบสถ์“หืม? แล้วมันคืออะไรเหรอครับ?” กรหันกลับมาถามต่อด้วยความสนใจ“ก็ซ้อมยิงธนูยังไงล่ะ” ถังลู่บอกด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับหยิบบัตรประจำตัวเทพของเขาออกมา แล้วแตะไปที่แผ่นทองเหลืองรูปสัญลักษณ์พระอาทิตย์สีทอง ที่ประดับอยู่เหนือสวิตช์ไฟข้างประตูห้อง ทันใดนั้นหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของถังลู่ เขาเลื่อนหาปุ่มที่ต้องการสักครู่แล้วกดเลือกลงไปทันที“แตะบัตรประจำตัวที่รูปพระอาทิตย์นี่แล้ว เลือกเมนูสนามยิงธนูนะ ฉันขอล่วงหน้าไปรอก่อน” ก่อนที่ร่างของผู้ดูแลโบสถ์จะวาร์ปหายไป เขาก็ได้บอกวิธีการใช้งานระบบวิเศษให้กับกรที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหวอด้วยความงงกับเรื่องราวตรงหน้า“เฮ้อ! เป็นเทพมาตั้งเกือบเดือนแล้ว ยังไงก็ไม่ชินกับเรื่องแบบนี้สักทีสินะฉันเนี่ย” กรส่ายหัวบ่นกับตัวเองก่อนที่จะทำตามขั้นตอนที่ถังลู่บอกเอาไว้ จากนั้นกามเทพหนุ่มก็หายวับไปกับความว่างเปล่าด้วยความเร็วสูงทันที เพียงพริบตาเดียวกรก็มายืนอยู่ที่สนามยิงธนูกลางแจ้งขนาดใหญ่ประมาณครึ่งสนามฟุตบอล โดยรอบของที่แห่งนี้เป็นรั้วต้นไม้สูงถึง 10 เมตร และตรงที่เขายืนอยู่นี้ก็เป็นส่วนเดียวที่มีหลังคาบังแดด เพราะมันคือจุดที่พักของเหล่านักธนูนั่นเอง แน่นอนว่าถังลู่ที่เข้ามาก่อนหน้าก็ยืนอยู่ข้างตัวเขาเช่นกัน“ท้องฟ้ายังสว่างอย่างกับตอนเที่ยงเลยนะครับคุณถัง” กรที่มองสำรวจไปทั่วก็สังเกตเห็นท้องฟ้าสดใสไร้เมฆที่สว่างจ้าผิดกับเวลายามเย็นก่อนที่เขาจะเข้ามายังที่แห่งนี้“ก็ที่นี่มันอยู่อีกมิติหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลากลางวันตลอดกาลไม่มีกลางคืนหรอกนะ” ถังลู่ที่กับเตรียมอุปกรณ์ยิงธนูอยู่ตอบกลับแบบง่ายๆ“อีกมิติ? หมายถึงไม่ได้อยู่ทั้งในโลกมนุษย์ และแดนเทพด้วยอย่างนั้นเหรอครับ?” กรเริ่มมีความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง“ใช่แล้ว เป็นมิติขนาดเล็กที่ถูกเปิดขึ้นมาเพื่อสร้างสถานที่แบบนี้นั่นแหละนะ แต่มันก็มีหลายขนาดหลายประเภทเยอะแยะไปหมด แค่นายมีแต้มพอก็สามารถซื้อสิทธิ์ทั้งแบบถาวรหรือชั่วคราวเพื่อเข้าไปใช้งานได้ หรือถ้ามีระดับที่สูงพอก็สามารถสร้างมันได้ด้วยตัวเอง แต่ว่าตอนนี้นายต้องเริ่มหัดยิงธนูก่อนนะ” ผู้ดูแลโบสถ์อธิบายเกี่ยวกับดินแดนลึกลับแห่งนี้พอให้กรเข้าใจในเบื้องต้น ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจัง“หัดยิงธนู? ผมเนี่ยนะ!” กรร้องออกมาอย่างไม่เข้าใจความต้องการของเทพตรงหน้า“ก็ใช่น่ะสิ ที่นายทำเควสล้มเหลวก็เพราะยิงพลาดเป้านี่ รายงานที่ฉันได้รับมามันเป็นข้อมูลของนายอย่างละเอียดเลยล่ะ และการยิงพลาดเป้าในเควสแรกของกามเทพฝึกหัดก็ถือว่าเป็นปัญหาถึง 60% ในปัญหาทั้งหมดอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาเลยล่ะ มา มาดูอุปกรณ์ตรงนี้” ถังลู่บอกเล่าเหตุผลที่เขาต้องการสอนกรให้ยิงธนูเป็น เพราะมันส่งผลต่อเควสหลักที่กามเทพทุกคนต้องทำนั่นเอง“อ่า...คร้าบๆ” กรตอบกลับด้วยความไม่เต็มใจ“มันไม่น่าเบื่อหรอกน่า เดี๋ยวถ้านายยิงเป็นแล้วจะติดใจ นายถนัดแขนขวาใช่ไหม? อย่างนั้นก็ใส่การ์ดป้องกันที่แขนซ้าย แล้วก็นี่เรียกว่าธนูฝึกหัดเหมาะสำหรับมือใหม่อย่างนาย ต่อมาก็ดูนี่...” ถังลู่อธิบายการเตรียมอุปกรณ์ตั้งแต่ขั้นแรกไปจนถึงการยิงธนู ผู้ดูแลแห่งโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆสอนทีละขั้นตอนอย่างตั้งใจด้วยรอยยิ้ม เหมือนกับว่าสิ่งนี้จะเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขาเลยก็ว่าได้ อีกด้านหนึ่ง ณ แดนเทพไลเทนเนีย ที่ฮอล ออฟ ไชน์คายะกำลังนั่งเคร่งเครียดกับเอกสารบนโต๊ะ แม้ว่ามันจะมีจำนวนไม่ได้มากมายอะไร แต่ข้อมูลที่มีนั้นกลับทำให้เธอต้องคิดไม่ตก เพราะมันไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในแดนเทพได้นั่นเอง“นี่คายะ ฉันว่าวันนี้เธอกลับบ้านไปพักก่อนดีไหม? เธอโหมงานหนักมาหลายวันแล้วนะ แล้วหน้าที่สืบสวนสอบสวนก็ไม่ใช่หน้าที่ของเธอโดยตรงสักหน่อย คนรับผิดชอบงานนี้จริงๆมีตั้งเป็นร้อย หัวหน้าไม่มากดดันเธอหรอกน่า” เทพสาวผมทองเพื่อนซี้ข้างโต๊ะโน้มน้าวด้วยความเป็นห่วง“ฉันไม่กลัวเรื่องหัวหน้าหรอก แต่กลับไปฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี ยิ่งจะทำให้คิดมากว่าเดิมอีกน่ะสิ เพราะประเด็นเรื่อง Invisible skill มันเป็นไอเดียของฉันเอง คนอื่นเขาก็สืบไปตามหลักฐานตามหน้าที่ของเขาไป ไม่มีใครมาทำแทนได้หรอก” กามเทพสาวระดับ 5 ปฏิเสธความหวังดีนั้น เพราะความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในงานของเธอ“เฮ้อ! ยัยบ้างานเอ้ย! แล้วแบบนี้เมื่อไรเธอจะหาแฟนได้กันล่ะเนี่ย ทั้งสวยน่ารัก ใจดี ขยันขันแข็ง มีระดับขั้นก็สูง แต่กลับยังโสด ถ้าเป็นฉันนะจะไปหว่านเสน่ห์เทพหล่อๆให้ทั่วทั้งไลเทนเนียเลยเชื่อไหมล่ะ” มิลลี่เทพสาวแสนซนแซวเพื่อนที่ไม่สนโลกด้วยอารมณ์ขัน“พอเลยยัยมิลลี่ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่ามีผู้ชายตามจีบเธอตั้งหลายคน แต่ไอ้ความหัวสูงเรื่องมากของเธอก็เลยยังโสดอยู่เหมือนกัน” คายะที่อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยก็แซวกลับบ้าง“โธ่! เป็นเทพธิดามันก็ต้องเลือกหน่อยสิ จะให้ไปเอาเทพฝึกหัดอย่างนายกรนั่นฉันก็ไม่ไหวล่ะนะ” เมื่อถูกเพื่อนสาวจี้ใจดำ มิลลี่กล่าวแทงใจคนเพื่อนน้อยอย่างคายะกลับไป“ยัยมิลลี่!”