วันที่ 25 เดือนเยอร์รัส
***สาวน้อย (?) เวทมนตร์ [พรุน]
"วันนี้เราจะเรียนเื่ฤดูกาลของทวีปใหม่กัน"
พวกเราแผนกนักเรียนการทหารกำลังนั่งเรียนในคาบวิชาภูมิศาสตร์ ณ อาคารเรียนรวมของหอประชุมทรงไข่ตรงใจกลางโรงเรียน
นักเรียนจากทุกแผนกได้เข้ามานั่งภายในห้องโดมทรงไข่ขนาดใหญ่พร้อมหน้ากัน
"สภาพอากาศของทวีปใหม่นั้น แทบจะเหมือนกับทวีปของเราทุกประการ---"
เสียงบรรยายชวนง่วงของผู้อำนวยการแผนกทั่วไป [คอร์น] กำลังเริ่มขับกล่อมนักเรียนสู่ห้วงนิทราอันมิรู้จบ
ผู้อำนวยการ [คอร์น] เป็ชายเผ่าั์ที่มักสวมผ้าคลุมสีขาวสะอาด พร้อมกับเอาฮูทลงมาปกปิดใบหน้าเอาไว้เสมอ
ใบหน้าที่แท้จริงของเขาเป็เช่นไรคงมีแต่พระเ้าเท่านั้นที่รู้
"พวกเราแบ่งเดือนออกตามฤดูกาลทั้งสี่ที่มี คือ--"
ง่วงค่ะ…
นอกจากเสียงที่ชวนง่วงแล้ว เขายังชอบใช้น้ำหอมสมุนไพรจนฉุนจมูก เพื่อเสริมบรรยากาศน่านอนของชั้นเรียนขึ้นอีกเป็เท่าตัวด้วย
ขนาดนั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ ก็ยังได้กลิ่นหอมนั้นจนชวนอยากฟุบลงตรงที่นั่งของตัวเองไปทั้งแบบนี้
ทางซ้ายมือของฉันคือคุณลี่กับเยลโล่ที่ไปเข้าเฝ้าพระเ้าแล้ว
แม้แต่ดิวซ์ที่กำลังนั่งอยู่ข้างพี่ชายตรงแถวหน้าชั้นเรียนก็ยังหลับไปแล้วเช่นกัน
น่าจะมีนักเรียนราวแปดสิบเปอร์เซ็นที่หลับไปแล้วค่ะ
นอนเลยดีมั้ยคะ? ยังไงก็รู้เื่นี้มาั้แ่เด็กแล้ว
ไม่มีเด็กคนไหนที่เกิดมาโดยไม่รู้วิธีการนับวันเวลาของโลก
เดือน [เกอเนริบส์] เดือนที่ตั้งตามชื่อของพระจันทร์ที่มีสีแดงสด ฤดูใบไม้พลิที่แสนสดใส เดือนที่ท้องฟ้าจะกลายเป็สีรุ้งงดงาม
เดือน [โทว์] เดือนที่ตั้งตามชื่อของพระอาทิตย์จากหนึ่งในสองดวง ฤดูที่แสนจะร้อนอบอ้าว เดือนที่แสงของท้องฟ้ากลายเป็สีส้มสุกสว่าง
เดือน [เยอร์รัส] เดือนที่ตั้งตามชื่อของพระอาทิตย์จากหนึ่งในสองดวง ฤดูฝนที่ทั้งร้อนและชื้นแฉะ เดือนที่ท้องฟ้าเป็สีน้ำเงินสดใส
เดือน [เอนมูว์ทัวร์] เดือนที่ตั้งตามชื่อของพระจันทร์ที่มีสีแดงอมชมพู ฤดูใบไม้ร่วงที่แสนเศร้า ตามสีของท้องฟ้าสีเขียวอมน้ำเงินราวกับจะย้อมให้ทั้งโลกทั้งใบต้องหลั่งน้ำตา
เดือน [เรตนิว] เดือนที่ตั้งตามชื่อของพระจันทร์ที่มีสีชมพู ฤดูหนาวที่ย้อมโลกจนกลายเป็สีน้ำเงินขาว และเปลี่ยนท้องฟ้าให้กลายเป็สีม่วงที่เย็นะเื
นี่คือเดือนทั้งห้าในรอบปีของพวกเราค่ะ
"หนึ่งเดือนจะมี 60 วัน วันละ 24 ชั่วโมง และมีทุกวันที่ 60 ของทุกเดือนจะไร้ยามราตรีและมี 48 ชั่วโมง---"
เสียงของโทนเดียวของผู้อำนวยการยังคงดำเนินต่อไป
"อุกิ้ว~"
"อย่าพึ่งโผล่ออกมาตอนนี้สิค่ะ ฉันยังเล่นกับเธอตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ"
"กิ้ว? "
ในตอนนั้นเองที่อสูรปีกตัวหนึ่งโผล่หัวที่น่ารักขึ้นมาจากร่องอกของฉัน
"เดียวคนเห็นแล้วจะเป็เื่นะ รีบซ่อนตัวก่อนเถอะคะ [ลี่] "
"ปิว ปิ้ว~"
เ้า [ลี่] คือชื่อของหนูน้อยน่ารักสีน้ำเงินตัวนี้ค่ะ
มันคือเ้าตัวที่ฉันจับมาในคาบเรียนฝึกอสูรที่สอนโดยคุณแม่เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา
พวกเราได้ปล่อยเ้าพวกตัวเล็กกลับเข้าป่าหลังจากการฝึก แต่มีเ้าตัวน้อยตัวนี้ที่ติดฉันแจไม่ยอมกลับไป
พอได้เห็นดวงตาใสสีดำที่บริสุทธิ์น่ารักของมัน ฉันก็ไม่อาจหักห้ามใจนำมันกลับมาเลี้ยงได้ค่ะ
สุดท้ายฉันเลยปิดเป็ความลับจากทุกคน แล้วเอามาเลี้ยงโดยซ่อนอยู่ข้างใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่แบบนี้ค่ะ
ยังไงเผ่าั์อย่างฉันก็มีร่างกายสูงใหญ่อยู่แล้ว แค่เ้าหนูตัวเล็กยาวสองเมตรนะ ซ่อนเอาไว้ได้สบายมากค่ะ
“มุ กิ้ว~”
เ้าตัวเล็กทอดร่างที่ยาวคล้ายงูนอนแผ่อยู่บนก้อนเนื้อไร้ค่าของฉันอย่างสบายอารมณ์
“อย่าทำตัวเหมือนลี่คนข้าง ๆ สิค่ะ”
ส่วนที่ตั้งชื่อมันว่า [ลี่] นั้น เป็เพราะว่าเ้าหนูนี้ดันเข้าใจผิด ว่าที่ฉันเรียกเพื่อนเป็การเรียกเ้าหนูนี้ค่ะ
พอรู้ตัวอีกที เ้าหนูก็ไม่ยอมรับชื่ออื่นอีกต่อไปแล้ว
“ซึ่งที่ทวีปใหม่ที่พวกเราต้องไปบุกเบิกค้นหา พบว่ามีฤดูกาลไม่แตกต่างจากของทวีปนี้เลยแม้แต่น้อย ที่ต่างมีเพียงแค่ทวีปนั้นจะเร็วกว่า 5 ชั่วโมง---”
“ช่วยเก็บดินสอให้ที...”
“ค่ะ”
ในตอนนั้นเองที่โฮปทำปากกาหล่นลงมาจากโต๊ะ
ฉันใช้มือปัดโต๊ะลอยอากาศตรงหน้าที่เป็แผ่นสีขาวบางให้ลอยออกห่างไปจากตัว ก่อนจะก้มลงไปเก็บดินสอให้เขา
แล้วฉันก็ได้พบกับเื่น่าใอย่างหนึ่ง
ดินสอของเขาเป็ดินสอทำมือค่ะ
เขารวบรวมดินสอที่สั้นจนยากจะใช้งานได้อีก มาพันด้วยผ้าสกปรกเก่าเก็บขึ้นราให้ติดกับไม้เสียบเนื้อที่ใช้แล้ว เพื่อให้มันยาวพอที่จะใช้งานจริงได้
“ขอบคุณ…”
“...”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่หางเหินและเ็ามาก
ถึงจะเห็นฉันเป็คนไร้อารมณ์ แต่เื่สังเกตอารมณ์ฝ่ายตรงข้ามนี้ ขอให้มาถามฉันได้เลยค่ะ
เผ่ามนุษย์คนนี้เริ่มทำตัวห่างเหินออกจากพวกเรานับั้แ่เหตุการณ์ถูกปีศาจโจมตีค่ะ และเริ่มเป็มากขึ้นั้แ่คาบเรียนฝึกอสูรเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว
ถึงคนอื่นจะยังไม่รู้สึกตัวแต่ฉันพอจะสังเกตุเห็นค่ะ
ต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาแน่นอน
พอรู้อยู่ว่าที่บ้านของเขามีฐานะยากจน แต่เนื่องจากคุณโฮปไม่เคยพูดหรือเล่าอะไรให้พวกเราฟัง ฉันเลยไม่อยากจะเดาเอาเองมากอย่างไร้มูลความจริงค่ะ
อยากจะช่วยเหลือหรือให้คำปรึกษาฐานะเพื่อนอยู่ค่ะ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ ทางฉันก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้ยังไงเช่นกันค่ะ
มันคงแปลกถ้าเราเข้าไปทักเขาก่อนว่า [คุณกำลังมีปัญหาอยู่ใช่ไหมคะ?]
" (แต่ในฐานะเพื่อน ฉันควรที่จะทำอะไรสักอย่างค่ะ) "
แต่ว่าจะช่วยยังไงดีละ? เพราะฉันไม่รู้ว่าปัญหาของเขาเกิดจากอะไรกันแน่
อืม… คิดว่าก่อนอื่นควรรู้ให้ได้ว่าเขา้าความช่วยเหลือจริง ๆ หรือไม่ และเขากำลังมีปัญหาอะไรอยู่กันแน่ค่ะ
"---และเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปใหม่เป็ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์มาก เลยทำให้่ฤดูฝนมีอันตรายสูงอันเนื่องจากปริมาณน้ำที่ตกลงมา… หมดคาบเรียนเท่านี้ ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านได้ เออ… แล้วอย่าลืมนะว่าวันที่ 40 พวกเราจะเริ่มจัดสอบครั้งที่หนึ่งประจำปีนี้แล้ว คนที่เล็งตำแหน่งนักเรียนโควต้าทุนฟรีก็พยายามเข้าด้วยละ"
อ่าว… หมดคาบเรียนแล้วหรือคะเนี่ย?
เพราะมัวแต่คิดเรื่อยเปื่อย เวลาเลยล่วงผ่านไปโดยไม่ทันรู้ตัว
"ผมขอตัว…"
ฉันมองโฮปที่บอกลาพวกเราแทบจะในทันทีที่คาบเรียนจบด้วยแววตาใคร่ครวญสงสัย
เขาดูรีบร้อนมากทีเดียวค่ะ
และแววตานั้นไม่ใช่แววตาของคนที่หมดกำลังใจชีวิต
แต่เป็แววตาที่กำลังชิงชังทุกสิ่ง ผสมปนเปกับแววตาของคนที่ยังมีไฟต่อสู้
ราวกับเป็แววตาของนักรบที่ไม่ยอมรับใครนอกจากตัวเองเช่นนั้นค่ะ
อืม…
***แม่สาวนมติดลบ [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
"อืม..."
ฉันกำลังจ้องไปที่พรุน เพื่อนสาวเผ่าั์ของฉันด้วยสายตาที่ใคร่ครวญสงสัยเป็อย่างมาก
“จี๋~”
จ้องหยี่ตาจนเกิดเป็เสียงออกมาเลยดอง
“คิดเหมือนกันมั้ยดอง? ”
“คิดเหมือนกันปิว”
พรุน เพื่อนสาวของฉันกำลังจ้องไปทางโฮปที่กำลังเดินออกจากห้องแบบชนิดไม่ละสายตา
ไม่ผิดแน่… นั่นคือสายตาของหญิงสาวที่กำลังมีความรัก!
พรุนเพื่อนของฉันกำลังรู้สึกมีใจให้กับเ้าโฮป!?
แต่ดูเหมือนว่าเ้าโฮปจะชอบดิวซ์นี่?
“รักสาวเส้าละดอง”
“รักสามเส้าต่างหากปิว”
“มีอะไรกันหรือคะ? ”
“อ๊ะ? เปล่า! ไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งนั้น! ”
ฉันกับเยลโล่ต่างพูดเสียงสูงออกมาพร้อมกัน
“อย่างงั้นหรือคะ? ”
พรุนพูดอย่างหมดความสนใจในตัวพวกเรา แล้วหันกลับไปมองในทิศทางที่โฮปวิ่งจากไปลับตาแล้ว
กรี๊ดดดดด! มีมองไล่ตามหลังทั้งที่หายไปลับสายตาแล้วด้วยอ๊ะ!
เื่แบบนี้จะไม่ให้ทนเผือกไหวได้เยี่ยงไรกันเ้าค่ะดอง!
แบบนี้มันต้องเผือกเยอะ ๆ … ไม่สิ ต้องช่วยสนับสนุนกันหน่อยแล้วดอง!
“ไฮเจน แฟต วันนี้ไม่รีบกลับบ้านใช่มั้ย? ”
“คะ? ”
“มีอะไร… คนกำลังหลับสบายเลย…”
มนุษย์มดที่สวมเสื้อสูทสีดำกับมนุษย์นกที่กำลังนอนน้ำลายไหลยืดที่นั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของฉัน ต่างหันมามองฉันด้วยความสงสัย
“ (เดียวพวกเราออกไปเจอกันที่ร้านกาแฟนอกโรงเรียนกันนะ ฉันมีเื่สนุก ๆ จะให้ทำละ~) ... พรุน วันนี้ฉันติดธุระ เลยไม่มีเวลาฝึกสอนเวทมนตร์ให้ กลับไปก่อนได้เลย! ”
“ได้ค่ะ”
ด้วยเหตุนี้ การประชุมเพื่อสร้างสะพานแห่งรักให้กับเพื่อนของฉันจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ในเวลาต่อมาอีก 30 นาที
ณ ร้านกาแฟราคาแพงยิบที่ดูแล้วไม่น่าจะมีนักเรียนคนไหนกล้าเข้ามาใช้บริการ
ร้านรูปทรงไข่สีขาวขนาดสิบเมตรที่กำลังลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินห้าเมตรร้านนี้ คือร้านกาแฟสุดหรูที่บริหารโดยท่านแม่ของฉันเอง
ตัวร้านนั้นตั้งอยู่ติดใจกลางเมืองใกล้ย่านเศษฐกิจสายหลัก
ถนนที่ตัดกันเป็ลายตารางหมากรุกได้ปรากฏอยู่ตรงหน้า
อาคารหลังคาหน้าจั๋วสูงสองถึงสามชั้นจำนวนมากได้ปรากฏเรียงรายติดริมถนนอย่างเป็ระเบียบสวยงาม
ถึงจะมีอาคารแปลกตาอย่างทรงไข่ของเหล่าภูติลอยตัวแทรกไปตามเมือง แต่ก็มิได้ทำให้ภาพโดยรวมกลายเป็ทัศนอุจาดตาไปเลย
ต้นไม้นานาพันธุ์ที่ถูกคิดออกแบบมาเป็อย่างดี ต่างช่วยสนับสนุนให้ตัวเมืองคอนกรีตเป็สีเขียวทั่วทุกตารางนิ้ว
กลิ่นที่หอมกรุ่นของร้านกำลังลอบตลบอบอวลไปถึงห้า่ตึกรอบทิศทาง
มันคือกลิ่นสินค้าขึ้นชื่อประจำร้าน [กาแฟคุณภูติ] ที่ผลิตจากดอกไม้ซึ่งถูกปลูกโดยเผ่าภูติ
สูตรลับของท่านแม่ที่ทำให้ทุกคนติดใจและแตกต่างจากในท้องตลาด คือการที่ท่านแม่เอาเมล็ดกาแฟไปให้ักิน แล้วนำขี้ที่ติดเมล็ดกาแฟออกมาไปล้างด้วยดอกไม้เ่าั้
การชำระด้วยเวทมนตร์ที่ละเอียดอ่อน อีกทั้งผ่านสารย่อยพิเศษในกระเพาะของัดิน เลยทำให้ตัวเมล็ดกาแฟมีทั้งความมัน ความเผ็ด และกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ที่ใช้ล้างประกอบติดคู่กันมาด้วย
“ร้านแพงแบบนี้จ่ายไหวเรอะปิว? ”
“ไม่เป็ไร มื้อนี้ฉันเลี้ยงทุกคนเองดอง! ”
ที่พามาร้านแบบนี้ เพราะว่าไม่อยากให้มีนักเรียนคนไหนบังเอิญผ่านมาเห็นเข้า
พวกเรานั่งลงตรงที่ว่างติดด้านในสุดของร้านซึ่งอยู่ใต้ส่วนหลังคาทรงเปลือกไข่พอดี
“แล้วตกลงที่เรียกพวกเรามารวมตัวโดยแยกพรุนกับโฮปออกไป เป็เพราะอะไรกันคะ? ”
สมแล้วที่เป็แฟต เธอสังเกตุได้ในทันทีว่าฉันกำลังจะพูดถึงเื่อะไร
“ถูกต้องแล้วดอง! ความจริงคือวันนี้ฉันกับเยลโล่ได้สังเกตุเห็นว่าพรุน เพื่อนรักเผ่าั์ของเรานั้นได้จ้องมองไปที่โฮปแบบชนิดไม่ยอมละสายตาเลยละดอง! ”
“ผมแอบถ่ายเป็ภาพวีดีโอเก็บเอาไว้ข่มขู่---เอ๊ย! เป็หลักฐานเอาไว้ด้วยละปิว! ”
“ในฐานะเพื่อนฝูง พวกเราจึงควรสนับสนุนความรู้สึกสนุก---เอ๊ย! ด้วยความรักนะดอง! ฉันเลยเรียกพวกเรามาประชุมวางแผนกันยังไงละดอง! ”
ทันใดนั้นปีกภูติของฉันก็เริ่มเรืองแสงขึ้นมา ก่อนจะมีเสียงดัง [บรึม~!] เป็ฉากหลังพร้อมกับเสียงซาวด์ประกอบในเวลาเดียวกัน
“โอ๊ว! ”
เยลโล่ตรบมือให้ฉันอย่างประทับใจ
“...”
แต่คนอื่นกลับเงียบราวกับป่าช้าเป็การตอบสนองแทน
“แล้ว… ปล่อยให้เป็เื่ของสองคนนั้นจะดีกว่าหรือเปล่าคะ? พวกเราเป็คนนอก ไม่สมควรไปยุ่งเื่ความรักของคนอื่นโดยที่ทางนั้นไม่ได้ร้องขอให้ช่วยแบบนี้นะคะ ยิ่งกับเพื่อนยิ่งแล้วใหญ่ค่ะ”
“นั่นสิ ยุ่งยากน่าเบื่อออก”
ทั้งสองคนต่างปฏิเสธแทบจะในทันที
แต่เื่สนุกแบบนี้ฉันไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด
สายเืของภูติครึ่งหนึ่งภายในร่างกายมันไม่ยอมให้ฉันทำตัวนิ่งเฉยได้!
“พวกเธออย่าลืมสิว่าการสอบมันมีหัวข้อคะแนนของการสอบกลุ่มด้วย! พวกเรามาใช้โอกาสนั้นเพื่อสร้างสถานการณ์รักให้กับพวกเขาทั้งสองคนกันเถอะดอง! ”
การสอบกลางภาคเรียนที่จะถึงนี้คือโอกาสชั้นยอดละดอง
เพราะว่านอกจากการสอบวิชาการ การสอบภาคปฏิบัติ การสอบวัดพลังกายแล้ว มันยังมีส่วนสำคัญสุดท้ายคือการสอบความสามารถในการประสานงานของทีมอยู่ด้วย
ปกติการสอบหัวข้อสุดท้ายจะให้นักเรียนจัดกลุ่มกันเอง แล้วออกไปสำรวจพื้นที่ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดเตรียมล่วงหน้าเอาไว้
จะออกไปจดบันทึกสภาพภูมิศาสตร์ หรือออกไปเพื่อวิเคราะห์หาแหล่งทรัพยากรณ์ หรือออกไปเพื่อปราบมอนสเตอร์ดุร้ายที่ทำรังขัดขวางการสำรวจ ก็สุดแล้วแต่ปล่อยให้เป็อิสระในการเลือกตัดสินใจของนักเรียนเอง
เพราะขอบเขตการทำงานจริงของนักบุกเบิกมันกว้างมากมาั้แ่แรกอยู่แล้ว
และด้วยสถานการณ์ที่ตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดเพราะมีคะแนนสอบมาเกี่ยวข้อง กับต้องพึ่งพาอาศัยกันเองระหว่างนักเรียนของกลุ่ม จึงทำให้ง่ายที่จะสร้างสถานการณ์ [สะพานแขวน] ให้เกิดขึ้นกับทั้งสองคนได้
“เพราะแบบนั้น ฉันกับเยลโล่จึงร่างแผนมาพูดคุยกันวันนี้! ถ้าทำได้ตามที่คิดเอาไว้ นอกจากจะทำให้พรุนเพื่อนของเราสมหวังในรักแล้ว ยังจะทำให้พวกเราทั้งทีมได้คะแนนเป็อันดับท็อปของรุ่นด้วยนะดอง! ”
เพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากอีกทั้งสองคน ฉันจึงต้องหาแรงจูงใจมาเสริมสักหน่อย
“ถ้าเพื่อคะแนนสอบ ฉันยินดีให้ความร่วมมือค่ะ”
“เอายังไงก็เอา”
ซึ่งแรงจูงใจที่ว่านั้นได้ผลเป็อย่างดีเยี่ยม
อดใจรอที่จะถึงวันสอบกลางภาคแทบจะไม่ไหวแล้วดอง~