ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่257 เตรียมวางจำหน่าย

ดาวไม่กล้านอนอยู่บนเรือเมจิกเชี่ยน เธอกลับมาถึงบ้านด้วยรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ Rolls-Royce ของเจมส์ที่เดย์เป็นคนขับมาส่ง

พอมาถึงบ้านมองท้ายรถที่หายลับไปกับตา ดาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์สั่นไหว

วันนี้เธอแทบหยุดพักหายใจหลายรอบ

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับชายหนุ่มมีให้ตกตะลึงมากเหลือเกิน เขาเป็นคนร่ำรวยอย่างไม่ต้องสงสัย และแถมยังรวยมากอีกด้วย

“นี่คุณ ผมว่าเรามาเปิดไวน์ดื่มฉลองกันดีไหม เนื่องในโอกาสที่เกรซได้แฟนรวย”

ดาวตื่นขึ้นจากภวังค์เพราะเสียงของผู้เป็นสามี

เธอเหลียวตามองธันวา นัยน์ตาคู่นั้นดูไม่ค่อยโอเคกับคำพูดของเขา

“คุณมองแบบนั้นทำไม คุณทำให้ผมกลัวนะ” ธันวาเปรียบดังเต่า ดังนั้นพอถูกภรรยาจ้องจึงรีบหดหัวกลับเข้าไปในกระดอง

“ไวน์ขวดนี้ราคา 1 ล้านบาท เป็นของขวัญจากลูกเขยของฉัน แต่คุณบอกว่าอยากจะเปิดมันกิน นี่คุณไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม!” ดาวถามด้วยน้ำเสียงเขม่น ทำเอาผู้เป็นสามีกลัวจนหน้าซีด

“แม่ครับใจเย็นสิ ไวน์ของคุณเจมส์อร่อยมาก พ่อก็คงอยากกินอีกสักครั้ง ไม่เห็นต้องโกรธเลยนี่นา” กันต์รีบเข้ามาช่วยอีกแรง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ดาวมองแรงกลับอย่างโกรธขึง

“ที่ลูกพูดมาก็ไม่ผิด ไวน์ของเจมส์อร่อยมาก แต่ราคาขวดละ 1 ล้านบาทไม่ใช่สิ่งที่เรามีปัญญาซื้อ ดังนั้นไวน์ขวดนี้จะไม่ถูกเปิด มันจะถูกแม่เก็บไว้เป็นอย่างดี” กล่าวจบดาวคว้าไวน์ออกมาจากมือธันวา

เห็นพ่อเหมือนหมาหงอยสร้อยเศร้า กันต์รีบเสริมว่า “แม่ครับ คุณเจมส์เป็นลูกเขยแม่หรือก็คือน้องเขยของผม ดังนั้นถึงเราจะกินไวน์ขวดนี้หมดก็ไม่เห็นเป็นไรเลย แค่ขอใหม่ก็ได้นี่นาคุณเจมส์ไม่ว่าอะไรหรอก ยังไงซะเขาก็รักน้องสาวของผมนี่นา”

ดาวพ่นลมจากจมูก ใช้มือเขกหัวลูกชายไปทีหนึ่ง

“โอ้ยแม่! ตีผมทำไมเนี่ยเจ็บนะ”

“ก็เพราะสิ่งที่ลูกพูดยังไงล่ะ”

“ผมพูดอะไรผิด?”

“จริงอยู่เกรซเป็นแฟนเจมส์ แต่ทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานหรือมีลูกด้วยกัน นอกจากนั้นคุณเจมส์ยังมีแฟนคนอื่นอีก ลูกคิดว่าถ้าหากเราขอมากไปจะเกิดอะไรขึ้น จากมุมมองของแม่มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควร โดยเฉพาะพวกคนรวยด้วยแล้วเขายิ่งไม่ชอบให้ใครไปวุ่นวาย ดังนั้นเราไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ นอกจากเขาจะยื่นให้เอง”

ดาวทำงานราชการตั้งแต่เรียนจบ พบเจอคนมาก็มาก โดยเฉพาะลูกท่านหลานเธอมักจะเป็นแบบนี้ทั้งนั้น ไม่มีหรอกแต่งงานกับคนกระจอกๆ อย่างในละครหรือเอาคนรับใช้เป็นภรรยา นั่นเป็นเรื่องไร้สาระของละครน้ำเน่าที่บทไม่มีความพัฒนา

ถามใจคุณดูว่าหากเป็นคนร่ำรวยคุณจะมาสนใจคนรับใช้หน้าสวยไหม หรือถ้าหากสนใจก็คงจะเอาเล่นๆ ไม่ถึงขั้นแต่งงานหรอก

ดังนั้นในกรณีของเจมส์ ห้ามเรียกร้องสิ่งใดๆ ก็ตาม ยกเว้นว่าเขาจะยกให้เอง ไม่งั้นมันอาจสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อครอบครัว

“อ้าวกลับมาแล้วเหรอแม่ เป็นยังไงบ้าง ได้กินข้าวกันมาหรือยัง หนูกับเดชากินข้าวที่ครัวคุณย่าอิ่มแล้ว แม่คงไม่ทอดไข่กินก่อนอนหรอกใช่ไหมคะ” กานต์เอามือเท้าสะเอว พูดจาฉอดๆ เพราะนึกว่าทุกคนอดไม่ได้กินอาหารหลังจากขึ้นรถไปกับเกรซ

ใจจริงเธออยากให้แฟนอย่างเดชามาเห็นภาพเหล่านี้ แต่น่าเสียดายนี่มันก็ดึกมากแล้วเขาจึงต้องรีบกลับบ้าน นอกจากนั้นพรุ่งนี้เห็นว่ายังมีคดีความต้องทำ ชักช้าไม่ได้เด็ดขาด

“ทอดไข่...? ทำไมแม่ต้องทอดไข่ล่ะ”

“อ้าว...ไปกับยายเกรซไม่ใช่ว่าอดอาหารเหรอคะ แล้วเป็นไงบ้างรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ อะไรนั่นน่ะได้ขึ้นนั่งหรือเปล่า หรือว่าขึ้นรถสามล้อราคาถูกทัวร์พัทยา” พูดไปก็หัวเราะคิกคัก กานต์ไม่รู้เลยว่าคำพูดของเธอมันฟังดูตลกมากในสายตาของดาวและคนอื่นๆ

“สามล้อบ้าอะไรล่ะ คุณเจมส์มีรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ของจริงเว้ยกานต์ พวกเราได้นั่งรถคันหรู สัมผัสเนี่ยนุ่มสบาย นอกจากนั้นยังมีผู้หญิงสวยๆ ขับให้ ความหรูหราแบบนี้นะเธอต้องนึกไม่ถึงแน่” พูดไปก็นึกถึงเดย์ไป โชคดีที่แฟนสาวกลับคอนโดแล้วไม่งั้นกันต์มีหวังถูกดึงหูยาน

“อะไรนะคะ...ได้นั่งรถ โรลส์-รอยซ์ ของจริง นี่กำลังโกหกกันหรือเปล่า แค่นักศึกษาธรรมดาๆ จะมีรถราคาแพงแบบนั้นได้ยังไง หรือถ้าหากได้นั่งกันมาจริงๆ ไม่แน่ว่าอาจเป็นรถที่เช่ามาก็ได้” กานต์ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด พยายามหาข้อมูลมาหักล้างเรื่องที่เกรซอ้างว่าแฟนรวย

สุดท้ายก็แค่ผู้ชายจนๆ นั่นแหละน่า

ถ้าหากไม่ได้ขึ้นไปบนเรือสำราญดาวก็คงจะคิดแบบนั้น

แต่พอได้ขึ้นเรือแล้วเห็นสิ่งเหล่านั้น บอกได้คำเดียวว่าทุกอย่างเกี่ยวกับเจมส์คือของจริง ไม่ใช่สิ่งปรุงแต่งแน่นอน

“กานต์ หลังจากนี้เจอคุณเจมส์กับเกรซเมื่อไหร่ ลูกต้องยกมือขึ้นไหว้” ดาวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาลูกสาวคนสวยหน้าเปลี่ยน

“แม่...พูดอะไรอยู่เนี่ย ทำไมหนูต้องไหว้เกรซและนักศึกษาจนๆ นั่นด้วย...”

แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ เธอถูกดาวตบแก้มดังเพี้ยะ ลูกสาวถึงกับหน้าหัน จับแก้มตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา

“แม่...ตบกานต์ทำไมเนี่ย”

“แม่ตบเพราะอยากให้ลูกรู้ว่า โลกของเกรซกับคุณเจมส์มันแตกต่างจากเรามาก ดังนั้นลูกต้องทำตามที่แม่บอก”

“อะไรนะคะ...”

“เข้าใจไหม หรืออยากจะให้แม่พูดซ้ำ”

“ขะ...เข้าใจค่ะ”

กานต์กลัวจนต้องผงกหน้าซ้ำๆ สายตาคู่นั้นของคุณแม่เหมือนกับตอนกำลังโกรธสุดขีด ไม่มีเหตุผลต้องมาเถียง เธอทำได้เพียงยอมรับอย่างไม่มีทางเลือก

พอทุกคนเดินกลับเข้าบ้านไปกานต์กำหมัดแน่น

“ยายเกรซ แกใช้วิธีไหนมาหลอกแม่และทุกคน คอยดูเถอะ ฉันนี่แหละจะกระชากหน้ากากของแกกับแฟนจนๆ ของแกออกมาเอง!”

... .........

เจมส์ขับรถมาส่งเกรซที่คอนโด กว่าจะมาถึงก็ปาไปสามทุ่มกว่าแล้ว แต่รถในเมืองพัทยายังหนาแน่น คล้ายกับฝูงค้างคาวที่ตื่นจากการหลับใหล

“ส่งแค่นี้ก็พอแล้ว เดี๋ยวฉันเดินขึ้นไปเอง” เกรซบอก ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ อาจเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในไวน์ที่เพิ่งดื่มเมื่อชั่วโมงก่อน

“นี่...วันนี้ผมทำเพื่อคุณมามากเลยนะ จะไม่มีรางวัลให้หน่อยเหรอ”

เจมส์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ใช้นิ้วเรียวสวยจับคางของเธอ นัยน์ตาดำเข้มจ้องหน้าเธอไม่กระพริบ

เกรซเม้มปากแน่น เนิ่นนานจึงได้พูดว่า “วันนี้ไม่ได้”

“ทำไม...”

“เอ่อ...น้ำแตงโมมา”

“น้ำแตงโม...อ้อ...งั้นก็สวมหมวก ดีหรือเปล่าล่ะ”

เห็นรอยยิ้มของเขาที่ยกกว้าง ใจจริงอยากจะปฏิเสธแต่สุดท้ายกลับพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

คืนนั้นเจมส์ขับรถผ่าไฟแดง แต่ไม่ได้เร่งเครื่องยนต์จนตะบี้ตะบัน ยังคงรักษาระดับน้ำมันไว้ ขับเข้าเส้นชัยได้ถึงสามรอบก่อนน้ำมันเครื่องจะหมด

…………}

ตื่นเช้าอีกวันเขาเดินทางไปยังบริษัท Animation Kids

พอพนักงานเห็นว่าคนที่เข้ามาเป็นใครก็รีบทักทายกันพัลวัน

“เจ้านาย งานเสร็จแล้วค่ะลองมาดูนี่สิคะ ไม่รู้ว่าถูกใจเจ้านายหรือเปล่า” โทนเข้ามาจูงมือพาเขาไปดูแพคเกจไวน์ที่สั่งทำเมื่อไม่กี่วันก่อน

เจมส์หยิบแพคเกจขึ้นมาดูใกล้ๆ มันให้ความหรูหรา แต่ยังมีความเรียบและสบายตา ไม่รกรุงรังมากจนเกินไป

“เจ้านายเป็นไงบ้างคะ ถูกใจหรือเปล่า” เพราะเห็นเจมส์เงียบโทนถึงได้สะกิดถาม

“เยี่ยม ผมชอบแพคเกจตัวนี้มาก เอาอันนี้แหละ”

“ดีใจจัง นึกว่าจะต้องอดหลับอดนอนทำใหม่ซะแล้ว” คนที่พูดคำนี้ไม่ใช่โทน หากแต่เป็นเต้ย ชายหนุ่มที่เข้ามาทำงานช่วงที่บริษัทกำลังตั้งไข่

“ไม่ใช่อดหลับอดนอนเล่นเกมเหรอ” น้ำผึ้งแหย่และนั่นทำให้เต้ยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆ

“เจ้านายหลังจากนี้มีงานอะไรอื่นอีกหรือเปล่าคะ ถ้าไม่เราจะได้เริ่มโปรเจคหลักที่จะลงฉายในโรงภาพยนตร์ภายในไม่กี่เดือนนี้” โทนถาม

“ไม่มีนะ...อ้อจริงสิ ผมมีโรงภาพยนตร์ในเรือลำใหม่ ชื่อว่า'เรือธันเดอร์โบ๊ท'ที่นั่นมีโรงภาพยตร์อยู่ 8 โรง ผมต้องการความหรูหราและทันสมัย เอาให้คนที่เข้าไปนั่งในนั้นร้องว้าวแบบไม่เคยสัมผัสจากโรงหนังที่ไหนมาก่อน”

เจมส์ได้เข้าไปสำรวจโรงภาพยนตร์ทั้ง 8 แล้ว พวกมันมีขนาดใหญ่มาก แต่ที่นั่งค่อนข้างธรรมดาเขาเลยคิดที่จะปรับเปลี่ยนให้มีความหรูหราฟุ่มเฟือยเหมือนกับเรือ

“โรงหนังเหรอคะ...” โทนมีท่าทางครุ่นคิด

“บอสคะ ฉันขอเสนอได้หรือเปล่าคะ” น้ำผึ้งยกมือขึ้น พอเห็นว่าเขาพยักหน้าเธอจึงรับพูดว่า “เนื่องจากบอสต้องการความหรูหรา ทันสมัย งั้นที่นั่งก็ควรปรับเปลี่ยนทั้งหมด”

“เก้าอี้เหรอ...”

“ใช่ค่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันได้มีโอกาสดูหนังสยองขวัญเกี่ยวกับฆาตกรไล่ฆ่าคน มันมีอยู่ฉากนึงซึ่งฉันรู้สึกชอบมาก มีจอหนังเปิดในที่โล่งให้เราขับรถเข้าไปดู ทุกคนไม่ต้องลงมาจากรถของตัวเอง ซื้อป๊อบคอร์นนั่งกินในรถโดยไม่ต้องออกมา ฉันเลยคิดว่าถ้าหากใช้รถเป็นที่นั่ง ยิ่งเป็นรถราคาแพงอย่างซูเปอร์คาร์คันละยี่สิบล้านมันจะเป็นยังไงกันนะ แค่คิดก็รู้สึกว่าเนี่ยคือโรงหนังที่เจ๋งที่สุดในโลก ดูหนังได้นั่งรถซูเปอร์คาร์ ชีวิตนี้คงไม่มีอะไรดีเท่ากับได้นั่งซูเปอร์คาร์ดูหนังอีกแล้ว” พูดไปน้ำผึ้งก็น้ำลายหกไป

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน