เวทน้ำแข็ง...เจอของหายากซะแล้วแถมระดับมานาเมื่อกี้คนละเรื่องกับพวกนั้นเลย
ซึฮากิค่อย ๆ แซะน้ำแข็งที่เกาะติดเท้าออกเพื่อหลบหนีไปให้ไกลที่สุดหากเป็นเซนก็คงจะละลายน้ำแข็งได้ง่าย ๆ
"ไหนล่ะคูเปอร์?"
"อยู่ที่ถนนครับท่านแคทเทอรีน" สาวใช้ที่ตามติดมาด้วยช่วยรักษาสภาพร่างกายของพวกเขารวมทั้งสัตว์อสูรตัวนั้นโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีพวกเขาก็ฟื้นตัวได้สติ
"พวกนายทำฉันผิดหวังนะ หลังจากนี้ก็เตรียมตัวโดนลงโทษได้เลย" สายตาของหญิงสาววัยกลางคนผมสีขาวดั่งทุ่งหิมะกำลังทอดมองไปยังเบื้องหน้าแต่สมพงกลับรู้สึกขนลุกเสียเหมือนถูกสัตว์ประหลาดจ้องมอง
"ครับท่าน !" ท่าทางองอาจนั่งคุกเข่ายอมจำนนทุกอิริยาบถเอ่ยออกมาเสียงดังฟังชัด
"ก่อนอื่นก็จับพวกหนูที่เล็ดลอดหนีไป" ลมหายใจที่ควรจะร้อนแต่กลับเย็นราวกับเป็นน้ำแข็งก่อนที่มันจะพุ่งออกไปเหมือนกับนกนางนวลบินว่อนไปทั่วท้องฟ้าตามหาศัตรู
"เจอแล้ว..." แคทเทอรีนสับมือเปล่า ๆ ลงทางซ้ายดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มันกลับสร้างกำแพงน้ำแข็งผุดขึ้นยาวไปกว่าหนึ่งร้อยเมตรกระแทกพวกคานะได้พอดิบพอดี
"ขะแขนมัน" คานะใช้เวทวารีปัดป้องกำแพงน้ำแข็งแต่กลับถูกแช่แข็งจนยากที่จะใช้งานแขนได้ปกติ
"เธอพาเซนหนีไปก่อนไปรวมกับยูกิ" คานะใช้ปากกัดมีดสั้นเพื่อใช้เวทมนตร์แทนแขนของเธอ น้ำแข็งที่เกาะติดค่อย ๆ ละลายเมื่อใช้เวทวารีเทน้ำใส่เรื่อย ๆ แต่ไม่ทันไรก็มีนกนางนวลสีขาวพุ่งตรงมาหาอย่างกับหอกแหลม
ใครกันแน่ที่มาช่วยพวกนั้น ทำไมกิต้องตกใจขนาดนั้นด้วย? เธอพยายามเบี่ยงวิถีของนกนางนวลแทนที่จะป้องกันตรง ๆ เนื่องด้วยมานาและสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมเต็มที่
แต่ถึงอย่างนั้นในแค่เวลาไม่ถึงสิบวินาทีก็มีหญิงสาววัยกลางคนปรากฏตรงหน้าด้วยความที่เธอกำลังสนใจนกนางนวลพวกนั้นทำให้เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะก้าวเท้าหนีถูกจับด้วยมืออันเย็นเฉียบ
"ก็ว่าทำไมถึงโดนแช่แข็งได้ไวขนาดนั้นที่แท้ก็เป็นผู้ใช้เวทวารีนี่เอง โอ ! ดูเหมือนจะจับได้อีกแล้วสินะ" เธอมองขึ้นไปยังฝูงนกนางนวลที่กำลังบินวนช่วยบอกตำแหน่งของเป้าหมาย
"ฝากจัดการต่อด้วยล่ะ" แคทเทอรีนแช่แข็งแขนและขาของคานะและโยนให้กับสาวใช้ที่ตามหลังมา เธอคนนั้นจับคานะมัดด้วยเชือกธรรมดาปลดอาวุธทั้งหมดที่มีในตัวออกและลากไปด้วยทั้งอย่างนั้น
พวกเธอใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็ตามจับสมาชิกกลุ่มของซึฮากิได้ครบยกเว้นแค่ซึฮากิที่หลบซ่อนอยู่ในป่า
"สาม...สี่ อืมขาดอีกคนสินะ" ทุกก้าวที่เธอเดินผ่านมักจะเต็มไปด้วยน้ำแข็งแม้แต่พื้นที่เธอเหยียบย่ำก็เป็นรอยเท้าน้ำแข็งไปเสียแล้ว
"คนคนนั้นคือซึฮากิครับ เขาเป็นผู้นำของเมืองเอลโฟเรียในข่าวลือ" สมพงตามหลังมาติด ๆ เปิดใช้การตรวจสอบและตรวจจับหาตัวอีกคนที่เหลือรอด
"เอ่อ...ท่านแคทเทอรีนครับ" เสียงอันห่อเหี่ยวเอ่ยทักดูเกร็ง ๆ
"มีอะไรอีกล่ะ?"
"ผมตรวจสอบดูเหมือนพวกนี้จะเป็นตัวปลอมนะครับ"
"หือ...ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้นล่ะ?" แคทเทอรีนจ้องมองอย่างกับราชาที่มองลงมายังเบื้องล่างเห็นเป็นแค่คนต่ำต้อย
"ถ้าอย่างนั้นผมขอลองทดสอบนะครับ" สมพงใช้มีดแทงเข้าที่หัวใจของคานะแต่แทนที่เธอจะตายกลับสลายกลายเป็นควันสีดำ
"เอ่อ...ท่าน" สมพงเงยหน้ามองแคทเทอรีนหลังจากที่เห็นร่างสลายหายไปเธอก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
"ช่วยหลบไปด้วยค่ะ" สาวใช้ของเธอเดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างแคทเทอรีนกับนักดมกลิ่นและเมื่อแคทเทอรีนเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งกลับเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เหมือนคนบ้าผสมปนเปกับความโกรธเกรี้ยวดูได้จากการกัดฟัน
"เอาอย่างนี้ใช่ไหมไอ้พวกนั้น"
เสียงย่ำเท้าก้าวเดินต่อไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับพื้นน้ำแข็งที่แพร่กระจายออกไปโดยรอบแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง
"[พิภพสะซังคะสะพรั่ง]"
คลื่นมานามหาศาลปล่อยออกมารอบตัวแคทเทอรีนไม่นานนักก็มีน้ำแข็งเกาะตั้งแต่ขาของเธอแพร่กระจายออกไปไกลหลายกิโลเมตรทำให้ป่าและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นถูกแช่แข็งไปด้วย อีกทั้งเมื่อมองจากข้างบนจะเห็นเป็นสัญลักษณ์ที่เหมือนกับดอกไม้ดูสวยงามราวกับเป็นงานศิลปะแต่กลับพรากชีวิตในคราเดียวไปมากโข
"นะนี่มัน" ท่าทางตกตะลึงของนักดมกลิ่นที่แค่มองยังรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของแคทเทอรีนถ้าไม่ได้สาวใช้ของเธอช่วยไว้ก็คงกลายเป็นศพถูกแช่แข็งไปแล้ว
"ชิ พวกนั้นหนีไปแล้ว" แคทเทอรีนเดาะลิ้นไม่พอใจเดินเตะเศษน้ำแข็งตรงไปตามเส้นทาง
ไกลออกไปสี่กิโลเมตรพวกซึฮากิกำลังวิ่งหน้าตั้งสุดชีวิตมุ่งไปยังเมืองถัดไปโดยเร็ว แต่ขณะนั้นก็มีเวทมนตร์ขนาดใหญ่ของแคทเทอรีนแพร่กระจายน้ำแข็งมาเกือบโดนยูกิทำเอาหัวใจแทบจะวาย
"อย่าหยุดวิ่งเด็ดขาด ร่างโคลนพวกนั้นรั้งไว้ได้ไม่นานหรอก"
"พวกนั้นเป็นใครกันแน่ทำไมพลังถึงแข็งแกร่งขนาดนี้" คานะกลั้นกลืนฝืนแบกร่างของเซนไปด้วยมานาอันน้อยนิด
"เดี๋ยวฉันเอง" ซึฮากิรับช่วงแบกเซนต่อไม่มีการหยุดพักแม้แต่นาทีเดี๋ยวเพราะแค่นั้นก็อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
เวทระดับวิบัติที่น้อยคนจะใช้ได้แถมทั้งมานาและพลังเวทก็มากจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันที่เหมือนกับคุณวิกตอเรียแต่อารมณ์กลับแตกต่าง...เพราะจิตสังหารหรือเปล่านะ?
"แล้วเราจะเข้าเมืองสภาพอย่างนี้เหรอกิ !"
"คงไม่มีทางเลือกต้องแอบเข้าด้านข้างแทน"
เมื่อพวกเขามาถึงเมืองขนาดเล็กที่มีประชากรไม่ถึงหนึ่งหมื่นคนดูเหมือนหมู่บ้านหลาย ๆ แห่งมารวมกันเสียมากกว่า ไม่มีกำแพงป้องกันเมืองทำให้หลบสายตาของทหารยามไปได้ไม่ยากเย็น
ต้องใช้แผนอื่นจากที่ต้องไปศูนย์ฝึกทหารแต่ต้องมาหนีตายซะได้ ผู้หญิงคนนั้นที่ออกมาจากประตูสีขาวเลเวลสูงกว่าเจ้าพวกนั้นแน่นอนและอาจจะเป็นผู้ที่มีเลเวลเก้า รวมกับภาพวาดที่เห็นในเมืองก่อนหน้านี้เธอคงเป็นจักรพรรดินีทุ่งสีขาวผู้ปกครองอาณาจักรนอด
"เราจะไปไหนต่อล่ะ? ถ้าไปเจอพวกที่มีเวทมนตร์ตรวจสอบตรวจจับก็คงซ่อนตัวยาก" สเตล่าสอดส่องสายตาไปทั่วมองหาอันตรายไปพร้อม ๆ กับใช้เวทล่วงรู้ของเธอ
"จากสถิติของคนในเมืองมีความเป็นไปได้ที่จะรู้จักหน้าค่าตากัน ถ้าอยู่นานก็ยิ่งเป็นจุดสังเกตเพราะฉะนั้นเราจะทิ้งร่องรอยไว้สักหน่อย" เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกเขาต่างก็รู้สึกถึงลางไม่ดีกับใบหน้าที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มของซึฮากิ
"เอ่อ...ฉันอยู่ไหนเนี่ย?" ในที่สุดเซนก็ได้สติลุกขึ้นนั่งหน้าตาโทรม ๆ เหมือนคนนอนไม่พอ
"ตื่นได้สักทีทำฉันเป็นห่วงนะรู้ไหม" คานะเขกหัวเซนไปหนึ่งครั้งการกระทำสวนทางกับน้ำเสียงเสียเหลือเกิน
"ตื่นมาพอดีเลย เราจะประชุมแผนที่จะสร้างความสับสนให้พวกนักดมกลิ่น"
"เอ่อ..." คูเปอร์ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไรยังตกใจกับการต่อสู้ก่อนหน้านี้อยู่
ว่ายังไงนะเจอกับจักรพรรดินีตัวจริงเลยเหรอ แล้วรอดมาได้ยังไงล่ะเนี่ย แม้จะเป็นโทรจิตแต่กลับรู้สึกถึงความกระวนกระวายจากเสียงได้
ผมก็ยังงง ๆ อยู่เลย โดนพี่ชายหน้าสวยอุ้มไปมาตลอดจนจับต้นชนปลายไม่ถูก
พี่ชายหน้าสวยเหรอชักอยากจะเห็นแล้วสิ ดะเดี๋ยวสิจะว่าไปเราก็ทำแบบนั้นได้ใช่ไหมคูเปอร์
เด็กหนุ่มมองไปรอบ ๆ ระหว่างที่พวกซึฮากิกำลังประชุมกันอย่างขะมักเขม้น
หมายถึงการแบ่งส่วนประสาทเหรอพี่ ถึงจะยังไม่เคยทำไกลขนาดนี้มาก่อนแต่ก็น่าลองเหมือนกัน
อืม มาลองกันเถอะ...แบ่งส่วนประสาทตาขวา
จู่ ๆ ก็เหมือนมีแสงจ้าส่องเข้าตาไม่นานนักเมื่อลืมตาอีกครั้งพี่ชายของคูเปอร์ก็สามารถควบคุมดวงตาข้างขวาได้เหมือนตาของตัวเอง
"แผนไม่ซับซ้อนอะไรแค่เราจะเบี่ยงเบนความสนใจของพวกนั้นให้ไปที่เมืองอื่น ซึ่งเมืองที่อยู่ใกล้กับที่นี่จะมีทั้งหมดสี่เมืองโดยเราจะทำให้พวกนั้นคิดว่าเราไปเมืองสักเมือง"
"ก็คือเราจะป่าวประกาศว่าจะไปที่ไหนให้คนในเมืองรู้ พอพวกมันมาสืบก็จะได้ข้อมูลแบบนั้นไปแทน" เซนตอบโต้ออกความเห็นกับการวางแผนถือเป็นเรื่องหายากยิ่งนักเพราะปกติเขามักจะอยู่เฉย ๆ รอฟังคำสั่ง
"โห…ฉลาดขึ้นเยอะเลยนะเซนแต่เราจะไปประกาศโต้ง ๆ แบบนั้นไม่ได้ เราต้องทำให้เหมือนปกปิดมากที่สุดเพราะฉะนั้นมาเริ่มกันเลยเถอะ"
ไหน ๆ ขอดูหน้าพวกเขาหน่อยสิ คูเปอร์เดินผ่าน ๆ เพื่อให้คาร์เตอร์เห็นชัดขึ้น
ผู้หญิงสองคนกับผู้ชายสองคนกับอีกคนที่ปกปิดใบหน้าส่วนอายุน่าจะยี่สิบต้น ๆ กันทั้งนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นอย่างนั้นแต่กลับหนีรอดจากจักรพรรดินีได้
ผู้ชายที่กำลังพูดอยู่เขาชื่อกิ คนผมเหลือง ๆ ชื่อเซนผู้หญิงข้าง ๆ นั้นชื่อคานะเหมือนจะเป็นแฟนกัน คนที่ปิดหน้าตาเป็นผู้หญิงชื่อสเตล่าส่วนอีกคนเป็นพี่ชายหน้าหวานที่ผมบอกครับชื่อยูกิ คูเปอร์ชี้นิ้วไปยังพวกเซนพร้อมอธิบายเสร็จสรรพ
"มีอะไรเหรอคูเปอร์?" คานะเอ่ยถามเมื่อเหลือบเห็นท่าทางของคูเปอร์เหมือนกำลังพึมพำอะไรสักอย่าง
"มะไม่มีอะไรครับ แฮะ ๆ"
"อืม...ถ้ามีเรื่องอะไรก็รีบบอกแล้วกัน"
เหมือนจะเคยเห็นหน้าอยู่คนหนึ่ง คนที่เป็นเหมือนหัวหน้าพวกนั้นน่ะชื่อกิใช่ไหม
ครับคนนั้นชื่อกิถ้าเอาตามที่คนอื่นเรียกนะครับ
คาร์เคอร์เหมือนกับนึกอะไรได้แล้วก็เงียบหายไปพักหนึ่ง
คนที่ชื่อกิชื่อเต็มคือซึฮากิ เป็นผู้ร้ายในใบประกาศจับที่ดังข้ามอาณาจักรเชียวนะเพราะเป็นถึงกบฏและคนที่ถูกเรียกมาเหมือนกับผู้กล้า
เป็นคนในใบประกาศจับแสดงว่าต้องเป็นคนเลวใช่ไหมพี่ ถ้าแบบนั้นผมควรหนีไปดีไหม?
ยังก่อน พี่เคยได้ยินพวกทหารคุยกันว่าซึฮากิกำลังสร้างเมืองอยู่ในอาณาจักรอาฟและการจะทำแบบนั้นถ้าไม่ใช่ผู้ที่มีเลเวลเก้าก็ต้องมีอำนาจในการต่อรอง พี่คิดว่าเขาจะต้องมีอะไรเก็บซ่อนไว้อีกแน่
แล้วผมควรจะทำยังไงต่อดีล่ะ?
"ใช้เศษผ้าพวกนี้คลุมใบหน้าเอาไว้ตอนที่ไปซื้อของทำให้พวกพ่อค้าแม่ค้าจับสังเกตได้ ร้านขายของพวกนั้นถือเป็นสถานที่ที่แพร่กระจายข่าวลือได้ไว"
เฝ้าดูพวกเขาต่อไป พี่คิดว่าพวกเขาต้องมีอะไรดี ๆ ให้เห็นอีกแน่
...
ในช่วงเย็นของวันนั้นจู่ ๆ อากาศก็เย็นจัดจนหิมะตกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะถ้าสังเกตพื้นที่โดยรอบก็จะเห็นสภาพภูมิศาสตร์ของเขตหนาวที่มีหิมะ
"นี่เป็นโอกาสแก้ตัวของพวกแก ถ้าทำพลาดอีกฉันจะส่งเข้าแดนเถื่อน" หญิงสาวผมสีขาวบริสุทธิ์เสยผมขึ้นเพื่อทอดสายตาไปรอบ ๆ เมือง
"ครับท่าน ผมจะจับพวกมันไปให้ได้"
"อืม แล้วเจอกันเมื่อถึงเวลานั้น" แคทเทอรีนเช่ารถม้าที่หรูหราที่สุดในเมืองเพื่อเดินทางกลับเมืองหลวง สายตาของชาวบ้านจับจ้องมายังจักรพรรดินีที่ใคร ๆ ต่างก็เกรงกลัวแม้จะเป็นผู้ปกครองอาณาจักรนอดแต่พวกเขาก็ไม่ได้รักหรือยอมรับอย่างที่ควร
"ไปกันเถอะจี้" สมพงก้าวเท้าถอยหันหลังกลับเมื่อแคทเทอรีนหายไปจากสายตา
ระหว่างที่เดินไปเรื่อย ๆ ตามหาเบาะแสจี้ก็เอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางสั่นเกรง "ฉันขอโทษจริง ๆ ถ้าตอนนั้นฉันไม่ประมาทก็คงจะไม่ลงเอยแบบนี้"
"เรื่องมันผ่านไปแล้วไม่ต้องคิดมาก ฉันเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกมันจะชนะเราได้ทั้ง ๆ ที่เลเวลน้อยกว่า"
"โฮง !"
"แกก็ด้วยบลัดฮาวด์ ถ้าพลาดแล้วก็ต้องแก้ไขเรามาจับพวกนั้นให้เร็วที่สุด"
หลังจากนั้นพวกเขาก็ใช้เวลารวบรวมข้อมูลผ่านการดมกลิ่นไปยังร้านค้าต่าง ๆ
"คนแปลก ๆ เหรอ? ก็มีอยู่หรอกเขามาซื้อแผนที่อาณาจักรนอดแล้วก็แผนที่ไปเมืองสันจาด้วย"
เมืองสันจาสินะ ข้อมูลอาจจะยังไม่ชัดเจนต้องไปหาจากที่อื่นต่อ
สัตว์อสูรที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับสุนัขตัวใหญ่กำลังวิ่งนำทางพวกเขาไปยังที่ต่าง ๆ ในเมืองทำเอาชาวบ้านชาวช่องตกใจกลัว
"อ้อ ๆ มีคนแปลก ๆ มาซื้อรถม้าแล้วก็เสบียง ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นนักผจญภัยนะแต่ละคนลุงสัมผัสถึงความแข็งแกร่งได้ชัดเจนเลย"
ต่อไป
"วันนี้มีแค่กลุ่มเดียวที่ออกจากเมือง พวกเขามุ่งหน้าไปทางเมืองสันจาอาจจะเป็นนักผจญภัยที่เร่ร่อนไปทั่วก็ได้"
ทางนั้นสินะ พวกเขาทั้งสามวิ่งตรงไปยังเส้นทางถนนรุกรังเมื่อมาถึงบลัดฮาวด์ก็ตื่นตัวผิดปกติทำอย่างกับเจอผี
"โฮง ๆ"
บลัดฮาวด์มีปฏิกิริยาแสดงว่าได้กลิ่นพวกนั้นมาทางนี้
"น่าจะมาถูกทางแล้วล่ะ พวกเราต้องเร่งมือกันเสียหน่อย"
...
20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2576
"นี่มันก็ผ่านมาหลายวันแล้วนะ เรายังจะต้องสับขาหลอกพวกเขาอยู่อีกเหรอ?" เซนถ่างตามองด้วยใบหน้าอันทรุดโทรมเหมือนจะหลับได้ทุกเมื่อ
"พวกเขามีความสามารถในการตามตัวสูง ฉันคิดว่าพวกเขาคงรู้ตัวในอีกไม่ช้าและกว่าจะถึงตอนนั้นเราก็จะสร้างหลักฐานปลอมไปทั่วทำให้ตามรอยได้ยากขึ้นอีก" สภาพของซึฮากิเองก็ไม่ต่างกันแม้แต่ใบหน้าที่เฉยชายังโทรมลงได้ขนาดนี้
"ปัดโถ่แบกให้มันดี ๆ หน่อยสิข้านอนไม่ได้เลยเนี่ย" ยูกิตวาดเซนเสียงดังหลังจากที่ออกเดินทางมาตลอดสามวันสามคืนไม่ได้นอนพักกันเต็มอิ่มจึงต้องผลัดกันนอนแทน
"ก็พื้นมันไม่เรียบอะจะให้เดินยังไง !" เซนสวนกลับทันทีแต่ก็ยังแบกกระเป๋าแบบพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นถุงนอนระหว่างที่ให้คนอื่นแบกไปด้วยได้
"เอ่อ...ทำไมพวกพี่ถึงไม่ทิ้งผมไปล่ะ? พวกมันตามล่าผมก็แค่ส่งผมให้ก็จบเรื่องแล้วแท้ ๆ"
คูเปอร์เอ่ยออกเช่นนั้นเพราะคิดว่าตัวเองเป็นภาระแต่กลับได้รับรอยยิ้มอันอ่อนโยนของพวกเขาแทน แววตาเหมือนไม่รู้ทุกข์ร้อนกำลังส่งต่อไปยังซึฮากิที่เดินนำไม่สนใจ
"แล้วนายอยากจะไปกับพวกนั้นไหมล่ะ?" ซึฮากิค่อย ๆ หันหน้าให้เห็นถึงแววตาของความหาญกล้าไม่มีความเกรงกลัว
"ก็ไม่นะครับพวกเขาน่าจะหวังอะไรจากผม"
"ถ้าอย่างนั้นก็มากับพวกเรา แล้วก็พักผ่อนให้พร้อมล่ะอย่ามางอแงกลางทาง"
เห...คูเปอร์ได้พักเยอะกว่าใครเพื่อนเลยนะ ทำมาเป็นปากแข็งจริง ๆ ก็เป็นห่วงเด็กสิท่า
พวกเขาต่างก็จ้องตากันเหมือนรู้ว่าจะพูดอะไรแต่ก็เก็บเงียบไว้จะดีกว่า
พี่คาร์เตอร์...
อืม พี่ทั้งเห็นและได้ยินแล้ว พวกเขาแปลกคนจริง ๆ แต่ดูจากที่ผ่านมาก็ไม่มีท่าทีปองร้ายเราเลยสักนิด
ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันแสดงว่าเราไว้ใจพวกเขาได้ใช่ไหมครับ
ทำตามใจน้องได้เลยพี่เชื่อว่าน้องตัดสินใจดีแล้ว
คูเปอร์เผลอยิ้มแก้มปริเมื่อได้คุยกับพี่ชายของตนจนลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
"ฮ่า ๆ ๆ คิดอะไรอยู่ล่ะ มาใกล้ ๆ นี่เลย" เซนกอดร่างของเด็กตัวน้อยเอากำปั้นขยี้หัวหัวเราะลั่นไปด้วย
วันคืนที่พวกเขาเดินทางผ่านป่าเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะยิ่งเข้าใกล้เมืองหลวงมากเท่าใดก็ยิ่งเจอกับอากาศหนาวเย็นมากขึ้นเท่านั้นไม่เหมือนกับชายแดนที่ยังอบอุ่นอยู่บ้าง
"เชิญท่านผู้กล้าฟรานออกมาเพื่อรับมอบเหรียญเกียรติคุณสำหรับผู้จบหลักสูตรการศึกษาขั้นต้น"
งานพิธีอันยิ่งใหญ่จัดขึ้นภายในโรงเรียนหลวงที่ซึ่งเต็มไปด้วยนักเรียนมากฝีมือที่พร้อมโตไปเป็นทหารหรือนักผจญภัยอันแข็งกล้า
สุดท้ายก็ไม่รู้ว่ากิจังเป็นยังไง คงเหลือแค่พลเอกลักซ์ที่ยังไม่ได้ดู
ฟรานยืนตัวตรงต่อหน้านักเรียนและคณะกรรมโรงเรียนขณะที่มีผู้อำนวยการโรงเรียนติดเหรียญให้ที่อกสอดสายตาอันมีเลศนัยไปทั่วร่างในเวลาแค่ไม่กี่วินาที
"ตาแก่นั่นเอาอีกแล้ว" เสียงนินทาเต็มไปด้วยหัวข้อของนิสัยผู้อำนวยการที่ทุกคนในโรงเรียนต่างก็รีบรู้ดีจะมีแค่วินที่กล้าปั่นประสาทกลับ
คนแล้วคนเล่าที่ขึ้นมารับเหรียญมีแค่ผู้หญิงที่จะติดเหรียญนานกว่าอย่างเห็นได้ชัดไม่เหมือนเวลาที่เป็นนักเรียนชายที่แค่ติด ๆ แล้วปล่อยผ่าน
"ยินดีด้วยนะหนูพีช"
"พยายามเข้าล่ะซันนี่"
ชื่อของนักเรียนหญิงทุกคนเขาสามารถจำได้ถ้าถามก็คงจะรู้แม้กระทั่งสัดส่วนและเมื่อนักเรียนทั้งหมดได้รับเหรียญก็ถึงเวลาเฉลิมฉลอง
จากสถานที่ที่เงียบสงบย้ายไปยังห้องโถงสำหรับจัดงานเลี้ยงที่นั่นเต็มไปด้วยแสงสี อาหารอันหรูหราและวงดนตรีอันดับหนึ่งของอาณาจักรเซีย
เราจะหาตัวพลเอกลักซ์ได้ที่ไหนแล้วเราจะหาโอกาสแตะตัวเธอได้เมื่อไร
"ฟราน !" วงแขนจากหญิงสาวผู้สดใสโอบกอดจากด้านหลังทำเอาฟรานตกใจร้องเสียงหลง
"โถ่ตกใจหมดเลย"
"แหม่ ๆ แค่แหย่เล่นนิดหน่อยเอง" ซันนี่ยังคงกอดฟรานไว้อีกทั้งยังลูบหน้าท้องบ้างสีข้างบ้างจี้จุดจั๊กจี้จนฟรานอยู่ไม่สุข
"เลิกเล่นได้แล้วน่าคนเขามองกันเยอะแยะ"
"ก็ได้ ๆ เห็นเธอยิ้มได้ฉันก็ดีใจ...เดี๋ยวนี้เธอแทบจะทำหน้าอมทุกข์ตลอดเลย" เสียงอันอ่อนน้อมตอบรับด้วยความเป็นห่วงค่อย ๆ ก้าวเท้ามาข้างหน้าจ้องตาเพื่อนสนิทที่ปกติคุยกันได้ทุกเรื่อง
"ฉัน...ไม่มีอะไรหรอกน่า" เธอฝืนยิ้มเดินออกไปหยิบอาหารมากินแกล้งเปลี่ยนเรื่อง
เรายังบอกไม่ได้ตราบใดที่พวกทหารคอยจับตาดู พวกเขามีเรื่องลับลมคมในอยู่ไม่ผิดแน่และการอัญเชิญพวกเรามาก็มีข้อสงสัยอีกมาก
"ฟรานมานี่เดี๋ยวสิ" เสียงกระซิบจากหญิงสาวถือไม้คทาอันเป็นเอกลักษณ์เดินผ่านตัวเธอไปยังห้องประชุมที่ไร้ผู้คน
ฟรานเดินตามไปเพราะเป็นพีชอย่างน้อยก็เป็นเพื่อนของซึฮากิจากโลกเดิม
"มีอะไรเหรอพีช?" ห้องประชุมที่ปิดไฟจนมืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าต่างบานที่แง้มไว้ส่องเข้ามา
"เธอยังตามหาซึฮากิอีกเหรอ"
บรรยากาศกลับตึงเครียดขึ้นทันทีที่พีชถามเช่นนั้นเหมือนไปสะกิดต่อมอะไรของฟรานเข้า
"เธอคิดว่ายังไงล่ะ?"
"เหอะ ก็ต้องแน่อยู่แล้วคนอย่างเธอที่เอาแต่เรียกหากิทุกวันจะมายอมรามือแล้วใช้ชีวิตตัวเองไปเรื่อย ๆ ก็คงจะไม่ใช่"
"เธอต้องการจะบอกอะไร?" ฟรานมองค้อนใส่ท่าทางอารมณ์ไม่ดี
"ตอนแรกฉันก็ว่าจะเก็บเป็นความลับไว้แต่เห็นเธอกระเสือกกระสนอยู่ได้ ฉันก็เลยจะชี้ทางสว่างให้แล้วกัน" พีชกระตุกยิ้มมุมปากทำอย่างกับถือไพ่เหนือกว่าพยายามจะกวนประสาทให้ได้มากที่สุด
"…" ฟรานจ้องมองทุกอิริยาบถพลางนึกคิดตามสิ่งที่เธอพูด
"ไปหานัตโตะสิ เขาจะช่วยให้เธอติดต่อกับซึฮากิได้แต่ก็ขอบอกไว้ก่อนนะว่าฉันก็รับประกันไม่ได้เหมือนกันว่าเขาจะช่วยเธอ"
ฟรานยืนนิ่งไปครู่หนึ่งจนพีชเดินผ่านตัวเธอไป "อ้อแล้วก็อีกเรื่อง...ยินดีด้วยกับพลังเดอะนะใช้มันดี ๆ แล้วกัน"
นัตโตะ กิจัง พลังของเรา...
ฟรานกลับไปยังงานเลี้ยงนั่งจิบกาแฟไปพร้อม ๆ กับกินขนมปังแต่สายตากับเลื่อนลอยเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่งเสียแล้ว
"โอโห ! เพลงอย่างนี้ต้องออกไปเต้นแล้ว" ชาญดึงตัวซันนี่ออกไปเต้นสนุกสุดเหวี่ยงตามจังหวะดนตรี
ความครื้นเครงของนักเรียนและคณาจารย์กำลังบรรเลงความสนุกลืมเรื่องทุกข์ไปหมดสิ้น เมื่อถึงคราวสนุกก็ควรจะสนุกมิใช่มาเครียดหรือปวดหัวกับเรื่องอื่นถ้าทุกคนคิดเช่นนั้นก็คงจะออกไปเหวี่ยงแขนขากันจนล้าแล้วเดินกลับบ้านด้วยสภาพอยากนอนเป็นที่สุด
นี่มันก็ใกล้จะครบรอบปีแล้วสินะ...ยังเหลือเวลาอีกสามปีในการก้าวข้ามเลเวลเก้าเพื่อรับมือกับจอมมารอย่างที่พวกเขาว่าไว้ จอมมารทั้งเจ็ดตนที่สามารถถล่มทั้งอาณาจักรให้หายไปได้แต่ตอนนี้กลับหลบซ่อนอยู่กันเงียบ ๆ
"แล้วแม่หนูคิดว่ายังไงล่ะ?" เสียงอันหยาบกร้านเอ่ยขึ้นข้างหูจนขนลุกโดยไม่รู้ตัวแต่พอรู้สึกตัวอีกฟรานก็มานั่งอยู่ที่แปลกตาเสียอย่างนั้น
"เป็นท่านเองสินะ" ฟรานจ้องมองชายสูงวัยอย่างอาลัยอาวรณ์เหมือนคนที่ต้องการระบายความในใจ
"อืม...ข้าคือสิ่งที่เธอเรียกว่าพระเจ้า ข้าได้เห็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความสับสน ทุกข์ทน โกรธเกรี้ยว สุขสมทุก ๆ อย่างมันผสมปนกันมั่วไปหมด"
"คะคือว่า !"
"ไม่ ๆ ข้าแค่จะมาเตือนสติแม่หนูเท่านั้น หากตั้งใจจะทำอะไรก็อย่าได้ลังเลและทำมันให้สำเร็จ โอกาสมันไม่ได้มีมาตลอดหรอกนะ"
"เดี๋ยวสิท่าน"
จู่ ๆ เธอก็กลับมานั่งอยู่ในงานเลี้ยงเช่นเคยด้วยสภาพที่เหงื่อแตกพลั่กเหมือนไปวิ่งรอบสนามมาเป็นสิบรอบ
"ฟราน ! เธอเป็นอะไร?" ซากิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตกใจในสภาพร่างกายและใบหน้าตื่นตัวเบิกตากว้างของฟราน
"มะไม่อะไรฉันก็แค่เหม่อนิดหน่อย" เธอลุกออกจากงานกลับไปยังหอพักของตัวเองท่ามกลางสายตาของผู้ร่วมงานเลี้ยงทุกคนสร้างความประหลาดใจไม่น้อย
ทั้งนัตโตะทั้งพลเอกลักซ์ก็น่าจะอยู่ที่กรมทหาร ถ้าเราไปที่นั่นไปหาทั้งสองคนก็อาจจะได้เบาะแสของกิจัง
ใบหน้าของซึฮากิในวัยเด็กปรากฏขึ้นภายใต้ความทรงจำเล็ก ๆ ของฟราน เธอหวนลำลึกถึงวันวานที่ได้อยู่ด้วยกันจนถึงทุกวันนี้แต่เขากลับทำเป็นเหมือนหรือจำไม่ได้จริง ๆ
รอฉันก่อนนะ...กิจัง