ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่205 ตายเพราะปาก

อี้เฉินกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง ใช้ผ้าขาวปกปิดดวงตาของเขาไว้ดั้งเดิมตอนนี้เขายังไม่รู้วิธีใช้ดวงตาคู่นี้ แถมเหมือนว่าตอนนี้ประสบการณ์ความรู้ของเขากำลังจะตกผลึก พร้อมที่จะเลื่อนขั้นพลัง


หากเลื่อนขั้นพลัง กษัตริย์ ในยามนี้ มหันตะสายฟ้าของขั้นพลังกษัตริย์ ได้ดึงดูดเหล่าศัตรูให้มาหาเขาอย่างแน่นอน เขารีบกดขั้นพลังไว้ในทันทีหมายมั่นหาที่ปลอดภัยเลื่อนขั้นพลัง กษัตริย์ ทัณฑ์สายฟ้าของขั้นพลังกษัตริย์ ไม่สามารถประมาทได้ เหล่าจอมยุทธกว่า4ส่วนตายตกในการเลื่อนขั้นพลังกษัตริย์นี้ แม้แต่จอมยุทธขั้นพลังเทวะ โดนทัณฑ์สายฟ้านี้เข้าไป ยังสามารถทำให้บาดเจ็บหนักได้


ก่อนอี้เฉินจะเร่งฝีเท้าบินทะยานกลับไปยังแคว้นจ้าวด้วยความเร่งรีบในทันที ตัวเขาไล่ล่าผู้บัญชาการเทียนซือซานเข้ามาลึกเป็นอย่างมาก แถมไม่สามารถใช้ปราณพลังของเมี่ยนจือได้อีกต่อไป หากเจอเหล่าศัตรูต่างดินแดน ตัวเขาได้ตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่ ยังดีที่เหล่าศัตรูต่างดินแดนต่างพากันหวาดกลัวในตัวเขาเป็นอย่างมาก


พากันหนีไปดั่งผึ้งแตกรัง ติดตามผู้บัญชาการเทียนซือซาน กลับไปยังสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาลด้วยความหวาดกลัว




....อี้เฉินใช้เวลาเดินทางกลับไปไม่นาน เขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อไกลๆ เขาเห็นกลุ่มคนราวๆ 50คน กวาดสายตาออกไปรอบทิศเหมือนควานหาอะไรบางอย่างท่ามกลางสนามรบ ที่เต็มไปด้วยเลือดที่หลั่งไหลเป็นสายธาร กลิ่นอายความตายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง ซากศพที่แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีลอยปลิวไปกับสายลม จนแสบจมูกเมื่อสูดดม


..เหล่าอนุชนหลายๆ คน ต่างทำหน้าเศร้าสร้อย ทันใดที่พวกเขามาถึงก็ไม่เห็นอี้เฉินอีกต่อไป หลายๆ คนต่างดวงตาแดงก่ำ กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นพวกต่างดินแดน คิดว่าอี้เฉินตายไปแล้ว


"ข้าจะแก้แค้นให้เจ้าเอง อี้เฉิน ขอบใจเจ้ามากที่เปิดเส้นทางหนีให้พวกเรา การตายของเจ้าจะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน ข้าสาบาน"


ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยพูด "ข้าจะจดจำการเสียสละของเจ้าไว้เสมอ ถึงเราจะไม่ได้รู้จักกันก็ตาม" มีหลายๆ คนพยักหน้ารับทั้งๆ ที่พวกเขาก็ไม่ได้รู้จักกับอี้เฉินก็ตาม แต่ก็ถูกอี้เฉินช่วยชีวิตไว้


ซีเผิงที่เห็นภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ขนาดใหญ่ พื้นเบื้องล่างแหลกลาญจนเป็นลานโล่ง ถึงกลับกำหมัดแน่นจนนิ้วมือแทบหัก แต่เขาก็ไม่อยากเชื่อว่าอี้เฉินจะตายตกลงไปแบบนี้ "เจ้าไปอยู่ไหนอี้เฉิน ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะตายง่ายๆ หรอกนะ"


กงหนาน ซีเยว่ หริ่นหลัน หางตาของพวกนาง เริ่มมีน้ำตาไหลซึมออกมา ดวงตาเศร้าสร้อย กวาดมองหาร่างอี้เฉินอย่างไม่ลดละ "พวกข้า หาศพอี้เฉินไม่เจอ เป็นไปได้ที่เขายังไม่ตาย"


"ใช่ๆ เราต้องเร่งหาตัวอี้เฉินโดยเร็ว เป็นไปได้ที่เราจะพบเบาะแสของเขา"


หลายๆ คนได้ยินต่างพากันส่ายหัวจากภาพรอบๆ อี้เฉินไม่น่าจะรอดแล้ว แถมเขายังอยู่ ท่ามกลางเหล่าศัตรู


ซีเอ๋อร์ จางเล่ย เอ่ยคัดค้านพวกนางในทันทีเหมือนพวกนางจะดื้อรั้นกันเป็นอย่างมาก ไม่ยอมกลับไปโดยง่าย ตัวพวกเขารู้ดีพวกนางเป็นเหมือนพี่เหมือนเพื่อนของอี้เฉินจึงมีความเสียใจในสายตาเป็นธรรมดา "พวกเจ้าดูภาพเบื้องหน้าสิ บางทีแม้แต่ร่างของอี้เฉินก็อาจไม่หลงเหลือก็เป็นได้ ข้าว่าเรารีบกลับแคว้นจ้าวก่อนดีกว่า หากศัตรูย้อนกลับมาอีกครั้ง พวกเราทั้งหมดได้ตายกันหมดเป็นแน่"


หลายๆ คนต่างพยักหน้ารับ ก่อนที่พวกเขาจะดึงกลุ่มคน ที่ดื้อรั้นคิดจะควานหาศพของอี้เฉิน กลับไปยังแคว้นจ้าว พวกเขาต่างกลัวเหล่าศัตรูจะย้อนกลับมาเป็นอย่างมาก สนามรบนี้ก็ไม่ต่างจากเขตแดนของพวกต่างดินแดน


แต่ในทันใดพวกเขาเหล่านั้นก็รู้สึกถึงเสียงอากาศที่สั่นไหวจากการที่อากาศถูกเท้าเหยียบอย่างรุนแรง มีใครบางคนบินทะยานมาด้วยความเร็วสูง มาในทิศทางของพวกเขาอยู่ "พวกเจ้าทุกคนระวังตัวด้วย"


หลายๆ คนต่างหยิบศาสตราวุธ ภายในแหวนมิติออกมาถือ ตั้งมั่นต่อสู้เต็มกำลังอย่างไม่หวาดหวั่น หากพวกเขาตายก็จะขอลากเหล่าศัตรูไปตายด้วยให้ได้


สายตาทุกผู้คน จ้องมองออกไปในทิศทางที่อากาศสั่นไหวอย่างไม่วางตา ก่อนด้านหน้าของพวกเขาจะมี ชายหนุ่มผมขาวมาหยุดอยู่ตรงหน้า ใบหน้ามีผ้าขาวปิดบังดวงตาไว้ กายาของเขาเต็มไปด้วยคราบเลือด บาดแผลหลายส่วนสมานหายไปหลายส่วนแล้ว เสื้อผ้าสีขาวดำขาดลุ่ยไม่มีชิ้นดี


หลายๆ คนต่างตาเบิกกว้าง อ้าปากค้างอยู่นาน มีบางคนทำหน้าอย่างกับเห็นผีในยามเย็นอย่างไรอย่างนั้น "เจ้าๆ อี้เฉินเจ้ายังไม่ตายงั้นหรือ"


"เจ้าช่างตายยากตายเย็นจริงๆ ไม่คิดว่าข้าจะได้เห็นใบหน้าที่ยียวนของเจ้าอีกครั้ง" ซีเอ๋อร์พูดออกมาด้วยความตกใจไม่คิดอี้เฉินจะรอดพ้นกลับมาได้


คนที่สนิทกับอี้เฉิน ต่างพุ่งไปหาเขาด้วยความห่วงใย มีบางคนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ไต่ถามอี้เฉิน "เจ้าใช่ตัวจริงหรืออี้เฉิน เจ้าคงไม่ใช่พวกต่างดินแดนปลอมตัวมาหรอกนะ"


กงหนาน ซีเยว่ หริ่นหลัน เข้ามากอดอี้เฉินไว้แน่น น้ำตาไหลซึมที่หางตา "เจ้าๆ เหตุใดเจ้าไม่รีบกลับมาให้ไวกว่านี้ พวกข้าก็คิดว่าเจ้าตายไปแล้วเสียอีก"


"เจ้าหายไปไหนมา พวกเราคิดว่าเจ้าจะตายกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว" ก่อนพวกนางจะทุบหน้าอกของอี้เฉินไปอีกหลายที แต่ท่าทีอี้เฉินกลับสงบนิ่งไม่มีท่าทีใด


ซีเผิงยังกระแอมไอ ออกมาเสียงดัง ขัดจังหวะพวกกงหนาน ซีเยว่ หริ่นหลัน เขารู้ดีตอนนี้อี้เฉิน สภาพจิตใจไม่ดีนักคงต้องใช้เวลาเยียวยาจิตใจอีกนาน


อี้เฉินเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียง เรียบนิ่ง คำพูดของเขาดูเหมือนคนไร้ชีวิตชีวา "ข้าไม่เป็นไร"


ซีเผิง ที่เห็นบรรยากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก กลัวกลุ่มคนอื่นๆ จะมองอี้เฉินผิดแปลกไป เกรงจะเกิดปัญหาเอาได้
หลายๆ คนไม่เชื่อว่าอี้เฉินจะรอดพ้นสงครามออกมาได้เพียงลำพังมันยากที่พวกเขาจะเชื่อสายตาตัวเอง

"พวกเรากลับ แคว้นจ้าวกันเถอะไหนๆ ก็เจออี้เฉินแล้ว ระหว่างทางค่อยพูดคุยกันก็ได้"



ก่อนพวกเขาจะเดินทางกลับแคว้นจ้าว มีหลายๆ คน กวาดตามองอี้เฉินอยู่ตลอด กลัวว่าอี้เฉิน จะเป็นศัตรูต่างดินแดนที่แฝงตัวเข้ามา แต่ก็มีบางคนไม่ได้ใส่ใจเข้าไปถามไถ่อี้เฉิน ด้วยความเป็นห่วง


พวกเขาเดินทาง เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็มาถึงหน้าประตูเมือง แต่ไม่อาจเข้าไปได้หากค่ายกลป้องกัน ขนาดยักษ์ไม่ถูกเปิดออก พวกเขาทั้ง50คนก็ไม่อาจเข้าไปได้


หน่วยสอดแนมที่เห็นกลุ่มพวกอนุชนบินทะยานมา ตั้งแต่ หนึ่งพันลมหายใจก่อนหน้านี้พวกเขาก็รายงานกลับไปยัง แคว้นจ้าวในทันที ว่ามีกลุ่มทหารราวๆ 50นายตรงไปในทิศทางของแคว้นจ้าว ทำให้ภายในเมืองหลวงแคว้นจ้าว เกิดความแตกตื่นไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ผู้บัญชาการที่ออกไปสู้รบ ต่างพากันไปรายงานว่า อนุชนของพวกเขาราวๆ 300คนล้วนตายตกในสงครามจนหมดสิ้น แต่เหตุใดในยามนี้หน้าประตูเมืองกลับมีเหล่าทหาร เหลือรอดกลับมาราวๆ 50คนแถมยังเหมือนพวกเขาเหล่านั้นเป็นอนุชนของพวกเรา อย่างไรอย่างนั้น





...ด้านบนกำแพงเมืองเต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธ มายืนดูภาพเบื้องหน้า มองลงไปที่เหล่าอนุชนที่เหลือรอด อย่างไม่วางตา บางคนถึงกับตกใจไม่คาดคิดอนุชนจะรอดกลับมาได้ แต่ก็มีบางคนหวาดหวั่นอยู่ในใจ กลัวจะเป็นพวกต่างดินแดนแฝงตัวเข้ามา จึงไม่เปิดประตูเมืองให้พวกเขา เข้ามาภายในเมืองหลวง


อนุชนที่อยู่หน้าประตูเมือง ต่างหน้ามืดทะมึนเมื่อเห็นสายตาของหลายๆ คนบนกำแพงเมืองที่มองมาที่พวกเขา มองพวกเขาราวกับเป็นตัวประหลาดอย่างไรอย่างนั้น หลายๆ คนต่างพากันคาดเดาได้ พวกเขาคงกลัวพวกเราเป็นสายลับแฝงตัวเข้ามา เหมือนที่มองใส่อี้เฉินอย่างไรอย่างนั้น


ด้านบนกำแพง
สายตาคู่หนึ่งมองมาที่อี้เฉินด้วยแววตาดุร้าย ราวกับจะดื่มเลือดกินเนื้ออี้เฉิน ตงหยาง สบถ ด่าในใจอย่างบ้าคลั่ง "ไอ้ตัวตายยากตายเย็นเหตุใดเจ้ายังไม่ตายอีก" ก่อนที่เขาจะยกยิ้มออกมา เมื่อเขามองไม่เห็นเยว่ฉานอยู่ข้างกายอี้เฉินอีกต่อไป อี้เฉินคงโดนโทสะของผู้อาวุโสเยว่เทียน กับคนตระกูลเยว่ ฆ่าสังหารเป็นแน่เมื่อรู้ว่านางตายตก


ตงหยางเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง หมายมั่นทำให้เหล่าผู้คนสับสน โดยไม่สนใจยามนี้ว่าเป็นยามสงคราม "พวกเจ้าหยุดเดียวนี้ ข้าเห็นเองกับตา ว่าพวกเจ้าอยู่ท่ามกลางเหล่าศัตรูในสงคราม เหตุใดพวกเจ้าจึงรอดพ้นกลับมาได้"


หลายๆ คนที่ได้ยินเสียงของนายกอง ตงหยาง ต่างหันลงไปมองที่ พวกอนุชนที่อยู่ด้านนอกอย่างไม่วางตา สายตาเริ่มดุร้าย


ตงหยางเอ่ยพูดขึ้นมาอีกครั้ง "พวกเจ้าคงไม่ไปเข้าร่วมกับพวกต่างดินแดนไปแล้วหรอกนะ" ตัวเขารู้ดี ยิ่งยามนี้เต็มไปด้วยแรงกดดันจากภัยของสงคราม เหล่าฝูงชนที่อยู่รอบๆ ยิ่งหูตามืดบอด ง่ายที่จะชักจูง


ทันที ที่ตงหยางเอ่ยพูดขึ้นมา เหล่าจอมยุทธด้านบนกำแพงเมือง ก็กำศาสตราวุธที่ถืออยู่ในมือไว้จนแน่น มองลงไปที่พวกเขาราวกับเป็นศัตรูต่างดินแดนอย่างไรอย่างนั้น


เหล่าอนุชนที่อยู่เบื้องล่างที่ได้ยิน ต่างหน้ามืดทมิฬ อยากจะเข้าไปตบ ตงหยางด้วยมือของตัวเอง
ก่อนเอ่ยพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง "พวกเจ้าเหล่านายกอง ไม่คิดจะรับผิดชอบเลยงั้นหรือ ปล่อยพวกเราเหล่าอนุชนออกไปทำสงครามโดยลำพัง ท่ามกลางสงครามของเหล่าจอมยุทธขั้นพลังกษัตริย์ พอเห็นจอมยุทธขั้นพลังเทวะเข้าสู่สนามรบ พวกเจ้ากลับถอยหนีทิ้งพวกเราไว้ที่นั่นอย่างหน้าไม่อาย หากไม่ได้อี้เฉินพวกเราทุกคนได้ตายตกลงไปแล้วเป็นแน่"


หญิงสาวเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแค้นเคืองไม่สนใจใครอีกต่อไป "ข้าเสียใจที่เคยนับถือตัวของเจ้า ตงหยาง ไม่คิดเจ้ากับจอมยุทธผู้นำของตระกูลเจ้าจะขี้ขลาดได้ถึงเพียงนี้ กลุ่มทหารของพวกเจ้าเองก็เช่นกันแม้แต่ความช่วยเหลือก็ยังไม่มีมาให้พวกเราทั้งๆ ที่พวกเราสละชีวิตเข้าไปต่อสู้"


ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยพูด "ข้าว่าหมามันยังรู้บุญคุณบ้านเกิดที่มันอยู่อาศัย"


ตงหยางถึงกับเดือดดาลไม่คิด กลุ่มคนเบื้องล่างที่อยู่หน้าประตูเมืองจะหาญกล้าพูดจา ดุ ด่า ผู้บัญชาการทั้ง3ซึ่งๆ หน้าเช่นนี้พวกมันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไง ไม่หวาดกลัวที่จะโดนประหาร "พวกเจ้าช่างพูดจาโอหังนัก กล้าออกมาเห่าหอน ถึงหน้าเมืองแคว้นจ้าวเลยงั้นหรือ"


ฝูงชนต่างพากันเงียบสงัดไม่คิดจะมีเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นภายในกองกำลังของพวกเขาด้วย สายตานับหมื่นคู่ จับจ้องไปที่ตงหยางอย่างไม่วางตา แม้แต่กองกำลังของตงหยางยังพลอย โดนมองว่าเป็นตัวร้ายไปด้วย ตงหยางถึงกับหน้ามืดทะมึนไม่คิดเพียงไม่กี่คำพูด ของเหล่าทหารจะกลับกลายให้เขาเป็นตัวร้ายไปเสียได้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน