“เพราะนางเจียวเหมยใช่รึไม่เจ้าจึงไม่หันมามองข้า” อ้ายเย่วเอ่ยถามลู่ซิ่นด้วยความโกรธนางรักลู่ซิ่นมาโดยตลอดแต่ลู่ซิ่นไม่เคยหันมามองนางเลย
"ไม่เกี่ยวกับเจียวเหมยต่อให้ไม่มีนางข้าก็ไม่อาจคิดเกินเลยกับเจ้าได้ เจ้าไปซะเถอะ"ลู่ซิ่นเอ่ยปฏิเสธ
"ลู่ซิ่นหากเจ้าแต่งกับข้าข้าจะช่วยให้เจ้าได้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป"อ้ายเย่วยังคงดึงดันที่จะแต่งงานกับลู่ซิ่นต่อทำให้ลู่ซิ่นอดทนต่อไปไหวอีกแล้วจึงสะบัดตัวออกจากอ้ายเย่วอย่างแรงจึงทำให้อ้ายเย่วล้มลงไปกับพื้น
"ข้าไม่เคยต้องการตำแหน่งผู้นำตระกูลต่อให้เจ้าจะเอาทองมากองต่อหน้าข้าเท่าภูเขาข้าก็ไม่สามารถแต่งงานกับเจ้าได้สิ่งที่ข้าต้องการคือการได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่ข้ารักไม่เคยคิดแย่งในสิ่งที่ไม่ใช่ของของข้าเลย"ลู่ซิ่นเอ่ยตอบด้วยใบหน้าที่เฉยชาโดยที่ไม่มีอ้ายเย่วอยู่ในสายตาเลย
"ข้าไม่ยอม เจ้าต้องแต่งงานกับข้าข้าจะทำให้เจ้าแต่งกับข้าให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม" อ้ายเย่วตะโกนตามหลังของลู่ซิ่นที่เดินจากไปโดยที่คนทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามได้อยู่ร่วมเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ต้นจนจบ แม้กระทั่งคนทั้งคู่ได้เดินจากไปจนหมดเขาคนนั้นก็ยังไม่เดินไปไหน หลิ่งฟู่ได้ยินทุกคำที่คนทั้งคนสองพูดกันเขาได้แต่กำมือด้วยความเจ็บใจเขาสู้เจ้าลูกเมียน้อยนั้นไม่ได้ตรงไหนเขาได้แต่คิดด้วยความเจ็บใจนางหญิงแพศยานั้นบังอาจจะนำตำแหน่งผู้นำตระกูลของเขาไปให้เจ้าลูกเมียน้อยหรือฝันไปเถอะเขาคนนี้จะเอาทุกอย่างที่เป็นของเขากลับมาไม่ว่าจะเป็นอ้ายเย่วหรือตำแหน่งผู้นำตระกูลต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น
"ลู่ซิ่นในเมื่อเจ้าเป็นขวากหนามในตำแหน่งผู้นำตระกูลของข้า พี่ชายคนนี้ก็ขอโทษเจ้าด้วยแล้วกันที่ต้องกำจัดเจ้าเป็นคนแรก"หลิ่งฟู่เอ่ยพร้อมกับกำซองยาในมือแน่นขึ้นที่จวนตระกูลซูตอนนี้กำลังวุ่นวายเนื่องจากที่จวนกำลังจะจัดงานมงคลของคุณชายใหญ่กับคุณหนูเฟยอ้ายเย่วในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
จวนตระกูลเฟย
"กรี๊ดดด ข้าไม่ยอมเหตุใดต้องเป็นข้าฮือๆทำไมท่านพ่อจึงไม่ทำอย่างที่ข้าขอ ให้พวกลูกอนุแต่งแทนข้าไม่ได้จริงๆหรือเจ้าคะท่านแม่ข้าไม่อยากแต่งกับเจ้าคนไม่ได้ความนั่น ข้ารักลู่ซิ่นท่านแม่ช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะท่านแม่ต้องช่วยข้า"อ้ายเย่วยังคงอาระวาดขว้างปาสิ่งของระบายความโกรธแต่เมื่อเห็นแม่ของตนเข้ามาในห้องจึงได้อ้อนวอนแม่ของตนให้ช่วยเรื่องแต่งงานของนางอีกครั้ง
"อ้ายเย่ว แม่กับพ่อของเจ้ารักเจ้าที่สุดย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าพ่อกับแม่ไม่สามารถทำใจส่งเจ้าให้กับลูกเมียน้อยได้เจ้าก็รู้ซูลู่ซิ่นฐานะในตระกูลเป็นอย่างไรจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ตัวมันเองยังแทบจะเอาตัวไม่รอด ถ้าเกิดเจ้าแต่งให้มันจะไม่ถูกรังแกหรือพ่อกับแม่ยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ" ฮูหยินเฟยเอ่ยกับลูกของตนด้วยน้ำตาน่าสงสารที่ความรักของลูกนางไม่สมหวังแต่คงเป็นเรื่องดีที่ความรักของลูกนางไม่สมหวังไม่อย่างนั้นนางคงนอนตายตาไม่หลับ
"ท่านแม่ข้าเชื่อว่าลู่ซิ่นสามารถดูแลข้าได้หากข้าแต่งให้เขา"อ้ายเย่วยังคงเชื่อมั่นในตัวของลู่ซิ่น
"เจ้าคงยังไม่รู้เรื่องจากตระกูลซูซินะลู่ซิ่นต้องพิษกลืนปราณ ตอนนี้ตัวเขาเองยังเอาไม่รอดแล้วหากเจ้าแต่งกับเขาลู่ซิ่นจะมีปัญญาดูแลเจ้าได้อย่างไร" ฮูหยินเฟยยังคงเอ่ยต่อไปพร้อมกับพยายามกล่อมให้ลูกของนางยอมแต่งงานกับว่าที่ผู้นำตระกูลอย่างซูหลิ่งฟู่
"อ้ายเย่วหากเจ้าแต่งกับลู่ซิ่นไม่แน่ไม่เกินสองปีเจ้าอาจเป็นม่ายสามีตายหรือแย่กว่านั้นเจ้าจะต้องเป็นบ้านรองที่ชาตินี้ทั้งชาติจะต้องเป็นรองบ้านสายหลักอย่างนั้นหรือเจ้าลองตรองดูดีๆเถอะ แม่จะไปเตรียมงานสักหน่อย" ฮูหยินเฟยเอ่ยทิ้งท้ายแล้วออกไปเตรียมงานแต่งของบุตรสาวตนต่อทางด้านอ้ายเฟยตั้งแต่ได้ยินว่าลู่ซิ่นนั้นต้องพิษกลืนปราณก็ได้กลับมาคิดว่าตนจะยอมลงต่ำไปพร้อมกับลู่ซิ่นหรือไม่ซึ่งผลจากการคิดทบทวนหลายต่อหลายครั้งทำให้อ้ายเย่วเลือกที่จะแต่งกับซูหลิ่งฟูเพราะตั้งแต่เกิดมาอ้ายเย่วไม่เคยเป็นรองใครอ้ายเย่วเป็นที่หนึ่งเสมอ แล้วนางจะไปแต่งกับลู่ซิ่นที่ตอนนี้กลายเป็นคนพิการแล้วได้อย่างไร เมื่อคิดได้ดังนี้อ้ายเย่วจึงเรียกบ่าวรับใช้มาทำความสะอาดห้องและแต่งตัวให้สมกับการเป็นว่าที่เจ้าสาวที่จะแต่งงานในเร็วๆนี้
ในงานมงคลในวันนี้มีการจัดงานแต่งอย่างใหญ่โตได้สมกับเป็นการแต่งงานของสองตระกูลคหบดีในงานเลี้ยงมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองยกมาแขกริมรสอย่างไม่ขาดสายมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมแสดงความยินดีแก่คู่บ่าวสาวเหล้าราคาแพงล้วนถูกสาดลงคอแขกผู้มาร่วมงานอย่างไม่เสียดายในราคาของมัน
"ยินดีด้วย ยินดีด้วยจริงๆขอรับคุณชายใหญ่ ต่อไปตำแหน่งผู้นำตระกูลต้องตกอยู่ในมือของท่านเป็นแน่อย่างไร ข้าน้อยขอบคุณฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะขอรับ"บรรดาพ่อค้าในงานต่างร่วมประจบหลิ่งฟู่กันถ้วนหน้า ตรงข้ามกับอีกเรือนที่ตอนนี้กำลังจัดงานแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงการคำนับฟ้าดินและมารดาของลู่ซิ่นเท่านั้น เจียวเหมยที่มาดูแลลู่ซิ่นยังคงมั่นคงในรักของตนและลู่ซิ่นจึงได้ตัดสิ้นใจที่จะแต่งงานกับลู่ซิ่นในวันนี้โดยมีนางจางแม่ของลู่ซิ่นเป็นผู้จัดงานแต่งเล็กๆนี้ขึ้น
"ข้าขอบใจเจ้ามากที่ไม่ทิ้งข้าไปไหนข้าขอบใจเจ้ามากจริงๆ"ลู่ซิ่นกล่าวหลังจากเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว
"ข้ารักท่านไม่ว่าจะเป็นอย่างไรข้าก็จะอยู่กับท่านต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้าก็จะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ"เจียวเหมยกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มนางดีใจที่นางได้อยู่ข้างคนรักของนางไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอเพียงแค่มีนางและคนรักแค่นี้นางก็พอใจแล้วเมื่อพูดคุยกันแล้วจึงได้คล้องแขนดื่มเหล้ามงคลแล้วจึงได้เริ่มใช้ช่วงเวลาของสามีและภรรยาอย่างเป็นทางการ
หลังจากนั้นช่วงชีวิตที่เหลือของคนทั้งสองล้วนต้องฟันฝ่าอุปสรรคที่สองแม่ลูกเป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อมากลั่นแกล้งพวกตน จนเหตุการณ์ทุกอย่างเกินเลยไปเมื่อเจียวซิ่นที่กำลังตั้งท้องเจียวอวี่และลูกๆของนางถูกสั่งให้คุกเข่าเป็นเวลานานในฤดูหนาวทำให้เด็กเกิดเจ็บป่วยและเจียวเหมยเกือบจะต้องสูญเสียบุตรที่อยู่ในครรภ์ของนางไป เมื่อลู่ซิ่นกลับมาแล้วพบว่าคนในครอบครัวของตนล้วนไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงทำให้เขาโกรธอย่างมาก ขอให้บิดาช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมแก่บุตรและภรรยาของตนแต่ซูหลิ่งเหวินกลับสนใจใยดีในตัวบุตรของตนเรื่องนี้ทำให้ลู่ซิ่นและซูหลิ่งเหวินมองหน้ากันไม่ติด ต่อมาคุณชายใหญ่จึงได้นำหลักฐานการคดโกงของลู่ซิ่นมาให้ซูหลิ่งเหวิน ซูหลิ่งเหวินโกรธเป็นอย่างมากจึงสั่งโบยแล้วขับออกจากตระกูลทั้งครอบครัวรวมถึงนางจางด้วยข้อหาที่สั่งสอนบุตรไม่ดี แม้ลู่ซิ่นจะกล่าวว่าตนโดนใส่ความแต่ไม่มีผู้ใดเชื่อเขาเลยซักคนในตอนนี้ที่ทุกคนถูกขับออกจากตระกูลซูสามารถนำสมบัติออกมาได้เพียงสองหีบเท่านั้นและหลังจากออกมาจากตระกูลได้ไม่นานเจียวเหมยก็จากไปหลังจากคลอดเจียวอวี่ได้ไม่นาน